ตำนานแห่งซีน : บันทึกเก้าจันทรา (ตีพิมพ์ สนพ. อาเธน่า)

    บทที่ 3 : หอกราชันย์รีซาเรียน (3/4)

    ลูนาร์กลายเป็นคู่ซ้อมเพียงคนเดียวที่ซาร์ซาถูกใจ เจ้าหญิงผู้เอาแต่ใจพระองค์นี้ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายต้องพบกับอะไรบ้างหลังจากซ้อมฝีมือกับเธอ ทุกวันๆ เธอจะต้องเรียกตัวลูนาร์มาเป็นคู่ซ้อมด้วย เพื่อเอาตัวรอดลูนาร์ต้องดัดแปลงปลอกแขนเพื่อให้สามารถเร่งความเร็วสูงได้โดยมีผลกระทบที่น้อยลง และประดิษฐ์อุปกรณ์อื่นๆ ที่จะช่วยรักษาทันทีได้รับบาดเจ็บจากการฝืนทะลุขีดจำกัด
    แต่มันก็ไม่ได้ผลมากนัก
    ด้านซาร์ซา นับวันเธอก็ยิ่งถูกใจลูนาร์มากขึ้น เธอเชื่อมาตลอดว่าผู้หญิงไม่จำเป็นที่จะต้องอ่อนแอกว่าชาย ฝีมือของเธอก็เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ได้อย่างดี แต่แล้วในโลกของความเร็วที่ทุกคนจะต้องสยบลงแทบเท้าเธอ โลกที่เธอรู้สึกลึกๆ ว่าโดดเดี่ยวมาตลอดกลับมีชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในโลกเดียวกันได้
    เธออยากจะรั้งเขาไว้ให้นานที่สุด ทว่าก็นึกหนทางดีๆ ไม่ออกนอกจากถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ
    ในที่สุดความอดทนของลูนาร์ก็ถึงขีดจำกัด เธอทวงถามถึงสัญญาที่ซาร์ซาให้ไว้อีกครั้ง ซึ่งทำให้อีกฝ่ายตีสีหน้าลำบากใจอย่างที่ไม่มีใครจะได้เห็นง่ายๆ สุดท้ายซาร์ซาก็เปิดปากพูดออกมา
    “ได้ ถ้าเช่นนั้นอีกสามวันให้พวกเจ้าไปรอที่ท่าเรือ เวลาเช้ามืดของวันนั้นข้าจะนำรีซาเรียนไปมอบให้”
    แม้ลูนาร์จะรู้สึกสะกิดใจ แต่เมื่อคิดตรองดูแล้วเจ้าหญิงพระองค์นี้คงจะอาลัยอาวรณ์อาวุธคู่กายอย่างมาก จึงอยากยืดเวลาให้ได้มากที่สุด เธอเชื่อใจว่าถึงแม้จะเอาแต่พระทัยไปหน่อย แต่พระองค์ก็ทรงมีเกียรติและจะไม่ผิดคำพูดตัวเอง เธอจึงพยักหน้าก่อนขอตัวกลับห้องพักไป
    วันรุ่งขึ้นทั้งสามเก็บสัมภาระออกจากปราสาทเพราะลูนาร์มีธุระที่อยากแวะไปทำก่อนออกจากที่นี่
    “ธุระเหรอคะ คิดว่ามาที่นี่เพราะมาเอาอาวุธในตำนานอย่างเดียวเสียอีก” ฮาจาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
    “มาเยี่ยมบ้านน่ะ”
    “บ้านของเจ้า?” เอ็ดวานทวนคำ บ้านของลูกหลานเชื้อสายเทพแห่งช่างผู้โด่งดังจะเป็นเช่นไร เขาอาจได้พบเห็นคนในครอบครัวของลูนาร์ผู้มีชื่อเสียงท่านอื่นๆ อีก “เอ๊ะ เดี๋ยวนะ บ้านเจ้าไม่ได้อยู่ที่บริซาเนียหรอกหรือ”
    “บ้านนั่นน่ะเหรอ...ก็ใช่ ที่นี่คือบ้านหลังเก่าน่ะ” ลูนาร์ตอบเลี่ยงๆ แต่ทั้งสองไม่ได้สะกิดใจเอ่ยถามอะไรมากมาย
    กิงคารอนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เฟอร์โรใช้เวลาช่วงสุดท้ายในชีวิตและเป็นสถานที่ที่ตระกูลของเธอเคยตั้งรกรากอยู่ บ้านหลังเก่าของลูนาร์ยังดูใหม่ไม่ได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาเพราะว่ามันถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ของเฟอร์โร สิ่งของต่างๆ ยังคงถูกวางไว้อย่างเดิมในที่ที่มันเคยอยู่และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ลูนาร์จากบ้านหลังนี้ตั้งยังเล็กนัก น่าแปลกที่เธอยังจำรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจนราวกับว่าเพิ่งจากที่นี่มาเมื่อไม่กี่วันก่อน
    ลูนาร์สำรวจบ้านเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ เธอกำลังค้นหาอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ภาพของครอบครัวที่เคยอบอุ่นในครั้งอดีต เธอเคาะตรงผนังหลายที่เพื่อหากลไกทางลับจนในที่สุดก็พบมัน“โชคดีนะที่ไม่มีใครมาเจอก่อนเรา” ลูนาร์ยิ้มหน้าบานเมื่อเธอพบบันไดวนที่ซ่อนอยู่ มันกำลังจะนำเธอไปสู่ห้องลับที่เฟอร์โรสร้างขึ้นด้วยตนเอง
    ไม่ต่างจากห้องฝึกที่ลูนาร์สร้างบนมูนไลท์ ห้องลับนี้ใหญ่โตเกินกว่าเนื้อที่ห้องอื่นทุกห้องรวมกันเสียอีก
    “ตรวจสอบพบสายเลือดโรสเซท อนุญาตให้ผ่านได้” เสียงของระบบอัตโนมัติดังขึ้นพร้อมๆ กับห้องที่สว่างไสวและประตูขนาดยักษ์ที่เลื่อนออก อย่างที่ลูนาร์เดาเอาไว้ตั้งแต่แรก ปู่ของเธอต้องมีระบบป้องกันอะไรสักอย่าง ขั้นต่ำต้องชั้นหรือสองชั้น
    ลูนาร์พบว่าห้องลับนี้แบ่งเป็นห้องย่อยๆ อีกหลายห้องตามแต่ประเภทของงานวิจัย ทั้งการสร้างเดวัลเทียม มนุษย์กล เดวัลกล ห้องสร้างอาวุธ หรือแม้แต่งานวิจัยแปลกๆ ที่ลูนาร์เองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร เธอสนอกสนใจในทุกอย่างแต่ก็ต้องตัดใจเพราะวันนี้เธอมาที่นี่ด้วยเหตุผลอื่น
    เอ็ดวานและฮาจาที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาด้วยก็ค้นหาของที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ อาทิตำราเทคนิคการต่อสู้หายากที่เฟอร์โรคงจะเก็บไว้สำหรับอ้างอิง
    “เพลงดาบเอเทเซีย ว้าว! ฉบับสมบูรณ์ด้วย” เอ็ดวานร้องดีใจราวกับถูกรางวัลใหญ่ “ให้ข้าเก็บไว้ได้จริงๆ เหรอ” เขาหันไปถามลูนาร์อีกครั้ง
    “เอาไปเถอะ เก็บไว้ที่นี่ก็ไม่เกิดประโยชน์” ลูนาร์ตอบแบบไม่ใส่ใจนักเพราะเธอกำลังง่วนอยู่กับการค้นอย่างอื่น
    เพลงดาบที่ว่าเป็นเพลงดาบที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ เอ็ดวานเคยเห็นตำราเพลงดาบนี้ที่เอเทเซียแต่ก็เป็นเพียงฉบับเขียนใหม่ที่ข้อมูลส่วนใหญ่สูญหายไปในกาลเวลา จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อมาเห็นของจริงที่สมบูรณ์อยู่ตรงหน้าโดยไม่คาดฝัน
    ด้านฮาจา เธอเองก็พบกับตำราเวทมนตร์หายากมากมาย น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่เป็นเวทมนตร์สายอื่น เช่น เวทมนตร์ของผู้วิเศษ เวทมนตร์สายโจมตี หรือหนังสือสอนเวทมนตร์ดำที่ใช้ในการควบคุมอันเดด แม้แต่เวทมนตร์ของเดวัล ส่วนตำราของนักบวชนั้นเธอกลับพบแค่เล่มที่สอนเวทมนตร์พื้นฐานที่ส่วนใหญ่เธอก็ใช้เป็นอยู่แล้ว
    “ตำราเวทมนตร์เดวัลนี่มีประโยชน์ยังไงคะ มนุษย์ใช้ไม่ได้อยู่แล้วนี่” มันคือตำราว่าด้วยเวทมนตร์ที่เหล่าสัตว์ประหลาดทั้งหลายใช้ซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์ไม่สามารถฝึกฝนเพื่อใช้มัน
    ลูนาร์ยักไหล่ “คงเอาไว้อ้างอิงมั้ง”
    “มีตำราทำอาหารด้วยค่ะ”
    “คงเอาไว้อ้างอิงมั้ง” ลูนาร์ตอบประโยคเดิมแบบไม่ใส่ใจ
    “นีเน วาเลเรีย รอสคิน” ฮาจาอ่านชื่อบนปกหนังสืออีกเล่ม แน่นอนว่ามันเป็นชื่อของคน แต่ว่าเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
    “นักเล่นแร่แปรธาตุที่เชื่อกันว่าเก่งที่สุดน่ะ คงเอาไว้อ้างอิง”
    “โอ้ มีตำราเย็บปักถักร้อยด้วย นี่ก็หยิบไปได้ใช่ไหมคะ”
    “เอาไปเถอะ ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์” ลูนาร์ชักจะสงสัยแล้วสิว่าท่านปู่ของเธอยังเก็บตำราอะไรไว้อีกบ้าง
    ด้านเอ็ดวานกำลังตื่นตาตื่นใจกับตำราเพลงดาบมากมายที่บันทึกไว้หลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก ทว่าช่างน่าเสียดายนักที่มันเยอะจนเขาไม่คิดว่าจะฝึกทั้งหมดนี้ได้ จึงเลือกแต่แนวทางที่คล้ายกับตนเองสักสองสามเล่ม ในขณะที่ฮาจาหอบตำราเต็มสองแขนซึ่งมีแต่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้หรือเวทมนตร์
    “เอ่อ จะเอาของอย่างอื่นที่ไม่ใช่หนังสือไปก็ได้นะ ข้ายังไม่อยากเห็นพวกเจ้ากลายเป็นหนอนหนังสือ” ลูนาร์เงยหน้าขึ้นมาเห็นฮาจาก็ตกใจ
    “ข้าไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรนี่ ขืนหยิบซี้ซั้วไปใช้แล้วขากับแขนข้าสลับที่กันจะทำอย่างไรเล่า”ลูนาร์รู้สึกเห็นด้วย ถึงแม้ว่าท่านปู่เฟอร์โรจะเก่งและสร้างของมหัศจรรย์มากมาย แต่หลายชิ้นก็มีผลลัพธ์ที่ถ้าหากใช้ไม่ถูกวิธีอาจถึงตายได้เช่นกัน
    “เอานี่เป็นไง เข็มขัดอเนกประสงค์ เอาไว้ใช้เหน็บปลอกดาบ ใส่ขวดยา หรือเป็นกระเป๋าคาดเอวก็ได้ ของที่ถูกมัดอยู่บนเข็มขัดนี้จะเบาเหมือนปุยนุ่นเลยนะ” ลูนาร์บรรยายสรรพคุณเข็มขัดหนังหน้าตาธรรมดาเส้นหนึ่ง เอ็ดวานลองสวมใส่แล้วเอาดาบแถวนั้นหลายๆ เล่มมาเหน็บกับตัวล็อกบนเข็มขัด เขาไม่รู้สึกน้ำหนักของดาบเหล่านั้นเลยซึ่งช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น
    เอ็ดวานเอ่ยชมไม่ขาดปาก ฮาจาเห็นก็นึกสนุก ลองค้นของอย่างอื่นมาดูบ้างเผื่อจะพบของที่เหมาะกับตัวเอง ทว่านอกจากอาวุธและเครื่องประดับแปลกๆ แล้วก็ไม่มีสิ่งที่เธอสนใจอีก จนกระทั่งเธอพบกับหีบใบเล็กที่มีขนาดเพียงแค่อุ้งมือของเธอวางอยู่ในชั้นวางของในมุมอับสายตา เธอรู้สึกราวกับถูกดึงดูดอย่างประหลาด
    “ท่านลูนาร์ หีบใบนั้นคืออะไรเหรอคะ” ฮาจาเอ่ยถามทว่าดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้ยินและกำลังยุ่งอยู่กับการเปิดหาตำราบางอย่าง เธอจึงไม่อยากรบกวน
    หีบใบน้อยอยู่ในฝ่ามือเล็กๆ ของเด็กสาวได้อย่างพอดี เธออยากรู้ว่าด้านในคืออะไรจึงลองเขย่า ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างก๊อกแก๊ก เธอกลัวว่าจะทำมันแตกจึงปลดล็อกและเปิดออกดู ปรากฏว่าเป็นคริสตัลจิ๋วรูปสัตว์ชนิดหนึ่ง มันมีรูปร่างคล้ายหนูแต่ตัวอ้วนป้อมเหมือนกระต่าย ใบหูกางใหญ่และมีหางฟูคล้ายกระรอก คริสตัลนี้ยามส่องกระทบกับแสงจะทอประกายหลากสีสันสวยงามอย่างมาก ทว่าส่วนหัวกับส่วนตัวของมันกลับแตกแยกออกจากกัน

    นิยายแนะนำ