"โฮกกกกกกกกกกกก"
เสียงคำรามของสัตว์ดุร้าย ดังขึ้นมาจากห้องใต้ดินในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทุกคนที่อยู่ภายในคฤหาสน์ต่างสะดุ้งตื่นตกใจ เพราะยังไม่ชินกับเสียงที่ดุร้ายน่ากลัวนี้ เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทำเอาบรรดาเวรยามหรือคนใช้ที่อยู่ภายในคฤหาสน์ต่างลุกขึ้นตื่นเพื่อหาต้นเหตุของเสียงทำให้วุ่ยวายชุลมุนกัน แต่ไม่นานก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ตามเดิมตามคำสั่งของพ่อบ้านที่ไม่ได้อธิบายอะไรไว้เลย เพียงบอกได้แค่คำเดียวคือ มันคือเรื่องปกติ
"หืม ทำไม นักฆ่าถึงยังไม่เอาอาหารมาให้ท่านฮาเวิร์ดอีก ทำอะไรชักช้าชะมัด ไม่ได้ดังใจเลย"
พ่อบ้านชะเง้อมองไปตรงทางเข้าห้องใต้ดิน เขาตัดสินใจแล้วว่าต้องเอาอาหารไปให้โดยด่วนไม่งั้นคงเป็นเขาเองที่จะต้องเป็นอาหารแทน เรื่องนี้จะรอไม่ได้อีกแล้วเขาจึงตะโกนเรียกชายคนสนิทให้เข้ามารับคำสั่งภายในห้องทำงานของพ่อบ้าน
"เห้ย ไปจับสาวใช้ใครก็ได้สองคนที่อ้วนๆมีเนื้อหนังเยอะๆ ไปส่งที่ ห้องใต้ดินที่เกิดเสียงคำรามหน่อย อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาดไม่งั้นจะเป็นแกเองที่ต้องเข้าไปแทน"
ในเมื่อหาเหยื่อจากข้างนอกไม่ได้เขาก็ได้แต่ต้องหาเอาคนข้างในเข้าไปแทน พ่อบ้านจึงเรียก คนสนิทของเขาและออกคำสั่งไป เมื่อออกคำสั่งเสร็จชายคนสนิทก็รีบเดินออกไปด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด
"จะโทษกูไม่ได้นะ จะโทษก็ต้องโทษที่มันเป็นสัตว์ประหลาดที่กินมนุษย์เป็นอาหาร"
พ่อบ้านที่นั่งคิดอยู่นานก่อนจะพึมพำออกมาภายในใจคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้จะเป็นเขาเองนี่แหละที่ต้องไปเป็นอาหารแทนคนอื่น
"นายท่าน หายไปไหนกันนะ นี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วที่ท่านหายตัวไป พร้อมกับยอดฝีมือ30กว่า ฉันจะยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว รอให้ท่านฮาเวิร์ดอิ่มก่อน ต้องบอกเรื่องนี้กับท่าน"
พ่อบ้าน สับสนมึนงง เขาคิดว่าท่านผู้นำฮาเรน คงไปเคลียร์เรื่องสารเสพติดหัวเชื้อที่ถูกทางการรัฐเก็บไว้ตรวจสอบ เลยติดต่อไม่ได้ต้องทำอะไรรอบคอบ นายท่านถึงไปเอง แต่พอนานเข้า เขาเองก็เริ่มตะงิดใจที่ผ่านมาเกือบจะอาทิตย์แล้วยังไม่มีวี่แววว่าท่านจะติดต่อกลับมา ที่ท่านฮาเวิร์ดคุ้มคลั่งด้วยความหิวก็เพราะแบบนี้ ธุรกิจแก๊งถูกโจมตีจนแทบไม่เหลือ จึงแอบลักลอบหามนุษย์ตัวเป็นๆมาส่งให้ท่านได้ยาก จึงต้องส่งนักฆ่าไปลักลอบกลับมา ซึ่งมันยากมากๆ กว่าจะ จับมาได้คนสองคน จนบางครั้งก็ทำให้ท่านฮาร์เวิร์ดไม่พอใจคำรามออกมาจนเสียขวัญไปทั่ว
"อุป"
เมื่อได้รับคำสั่ง ชายคนสนิทจึงเร่งรีบดำเนินการ เขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อตามหาคนที่มีคุณสมบัติตามที่พ่อบ้านสั่ง และไม่นานก็พบเจอสาวใช้สองคนที่มีน้ำมีนวลกำลังหันหลังทำความสะอาดอยู่ตรงกำแพง ชายคนสนิทใช้โอกาสนั้นทำให้พวกเธอทั้งสองคนสลบก่อนจะอุ้มทั้งคู่ขึ้นบ่าไปอย่างง่ายดาย ด้วยน้ำหนักที่มากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรชายคนนี้ได้เพราะเขาแข็งแกร่งสุดๆ แค่ยกพวกเธอสองคนไม่ขณามือเขาเท่าไหร่
"ตึก ตึก ตึก ตึก"
ชายคนนี้วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะเปิดประตูห้องใต้ดินที่มืด ไม่พบแสงอะไรเลย เขาเหวี่ยงหญิงสาวใช้ทั้งสองคนไปให้ไกลที่สุดเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเข้าไปข้างใน แรงเหวี่ยงของเขามีกำลังมากจึงเหวี่ยงให้สาวใช้อ้วนๆทั้งสองไปได้ไกล เมื่อจัดการเสร็จเขาก็รีบปิดประตูทันทีก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
"ตุบ ตุบ"
เสียงร่างสาวใช้ที่ถูกเหวี่ยงลงพื้น เพราะหมดสติอยู่จึงไม่ได้ร้องโอดโอยอะไร แต่ความเจ็บมันก็ทำให้หญิงสาวใช้ทั้งคู่ได้สติขึ้นมา
"อะ เกิดอะไร โอ๊ยย ระบมไปทั้งตัวเลย"
หญิงสาวใช้ตื่นขึ้นมาก็ลูบคลำไปที่แขนอย่างช้าๆไม่ได้จับรุนแรงอะไรมากเพราะกลัวว่ามันจะเจ็บมากไปกว่านี้
"หืม พี่สาวหรอคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงมืดมองอะไรไม่เห็นเลยละ นี่พี่อยู่ตรงไหน"
สาวใช้คนน้อง เหวี่ยงแขนไปมาเพื่อคลำหารอบๆตัวว่ามันมีอะไรบ้าง แต่ก็ไม่พบเจออะไรสักอย่างนอกจากพื้นเย็นๆ
"อยู่นี่ไง เจ็บแขนชะมัด"
ทั้งคู่คลำมือไปรอบก่อนจะคว้าจับอะไรสักอย่าง
"หืม ทำไมถึงมีขนเยอะอย่างงี้ละ"
"ใช่ค่ะ พี่จับสิ่งเดียวกันกับฉันอยู่สินะ มันเหมือนขนของพวกสัตว์เลย"
พวกเธอทั้งสองต่างก็สงสัยว่าที่เธอไปจับมันคืออะไร จึงพยายามลูบขึ้นบน ก่อนคนพี่จะนึกอะไรขึ้นได้
"เดี๋ยวก่อนฉันมี ไฟแช็คอยู่นี่น่า"
"รีบจุดสิคะ"
"อืม"
หญิงสาวคนพี่พยายามเหยียดตัวตรงเพื่อสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงสาวใช้แต่เพราะน้ำหนักตัวที่มากกับอาการบาดเจ็บจากแรงกระแทก จึงทำให้เธอขยับตัวได้อย่างเชื่องช้าลำบากลำบนคลำอยู่นานจึงจะสามารถล้วงเอาออกมาได้
"อะ ได้แล้ว"
"แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก"
หญิงสาวไม่รอช้า กดจุดไฟแช็คขึ้นทันที แต่เหมือนมันจะโดนกระแทกเมื่อกี้นี้มันจึงไม่ค่อยติด เธอกดสวิตอยู่นานสองนาน มันก็เริ่มเข้าล็อค ในไม่ช้าประกายไฟของไฟแช็คก็ติดขึ้น ทำให้ภายในห้องสว่างวาบขึ้นมาโดยพลัน หญิงสาวคนพี่ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจก่อนจะหันมองไปหาน้องสาวของตน
"ติดแล้ว"
เธอยื่นไฟแช็คไปส่องตรงด้านล่างตรงที่น้องสาวเธอบอก ก้มมองด้านล่างพบเห็นสิ่งที่น้องสาวเธอกำลังจับอยู่ มันเป็นท่อนขาอะไรสักอย่างที่คล้ายของสัตว์แต่ดูใหญ่มากและมันยังมีรูปร่างเหมือนมนุษย์อีกด้วย
"หุ่นขี้ผึ้งหรอเนี่ย เหมือนจริงชะมัด"
เธอมองว่าสิ่งที่เธอจับมันคือหุ่นตุ๊กตาที่ทำมา ด้วยเพราะเป็นคนสมัยใหม่จึงพอที่จะตามทันเทคโนโลยี สิ่งที่แปลกๆ สมัยนี้แทบจะไม่แปลกเลยแต่อย่างใดในสายตาของเธอ
"หืม มองเห็นยัง เป็นอะไรไปละ ไม่เห็นพูดอะไรเลย"
เธอค่อยๆยื่นไฟแช็คเลื่อนจากล่างขึ้นบน พบเห็นจากเท้าขึ้นไปต้นขา ขึ้นไปตรงเอว และขึ้นไปตรงอก แต่เมื่อส่องไปจนสุดกลับไม่พบเห็นหัวของน้องสาวเธอ เห็นแต่เลือดที่ค่อยๆ พุ่งออกมาจากร่างกายไร้วิญญาณของน้องสาวตน ด้วยความตกใจเธอดีดตัวไปด้านหลังถอยห่างจากศพน้องสาวตนทำให้ไฟแช็คเธอกระเด็นไปตรงปลายเท้าของสัตว์ที่เธอคิดว่ามันคือหุ่นขี้ผึ้ง
"วูบ"
ตรงไฟแช็คที่มีแสงสว่าง มันค่อยๆมีมือที่คล้ายคนแต่มีขนปกคลุมไปทั่ว ยื่นลงมาจับไฟแช็ค ก่อนที่แสงสว่างของไฟแช็คจะค่อยๆ เปิดเผยหุ่นขี้ผึ้งตัวนั้น
"กรี๊ด......."
ไม่ทันได้ส่งเสียงกรีดร้องได้อย่างสุดเสียง ก็พลันสติหลุดหายไปพร้อมกับความมืดมิดตลอดกาลเข้ามาเยือน
**********ShoTToWrite***********
หนึ่งวันก่อนหน้านี้
"ลา ลา ลา วันนี้จะใช้อะไรเล่นสนุกดีนะ"
หญิงสาวก้มหยิบเครื่องไม้เครื่องมืออย่างชำนาญ เธอเลือกชิ้นหนึ่งขึ้นมาก่อนจะยิ้มแสดงออกอย่างตื่นเต้นดีอกดีใจ แต่ก็หดหู่ไปในทันที และเก็บกลับไปก่อนจะเลือกอันใหม่ขึ้นมาดู แต่ถึงยังงั้นก็ยังไม่มีอันไหนที่ถูกอกถูกใจเธอได้เลย
"คุณตำรวจปล่อยผมไปเถอะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ผมไม่ได้ลักพาตัวนะครับ"
ชายชุดคลุมดำพยายามพูดให้เธอปล่อยตัวเขาไป ยิ่งนานเข้ายิ่งทำให้เขาแทบจะบ้าตายด้วยความหวาดกลัว ท่าทางของเธอมันดูเป็นคนโรคจิตวิปริตเอามาก เขาได้แต่พูดตะลอมๆเธอให้ปล่อยเขาไป
"เอาละชิ้นนี้แล้วกันนะ"
หญิงสาวไม่ได้ฟังเลยแม้แต่นิดเธอหยิบ ประแจชิ้นหนึ่งขึ้นมา ปรากฏเป็นประแจที่กำลังหนีบเล็บของมนุษย์เอาไว้อยู่ ยังไม่ได้ทำความสะอาด อะไรเพราะเล็บยังคงติดอยู่พร้อมกับคาบเลือดที่แห้งกังเล็กน้อยดูน่าสยดสยองเอามากๆ
"อ้า เมื่อวานนอนหลับเพลินไปเลย จนลืมทำความสะอาดคีมล็อคลงทันของชิ้นโปรดของฉัน ไม่ไหวๆ เราชักจะทำงานหนักเกินไปแล้วด้วยสิช่วงนี้ ไม่มีเวลาปลดปล่อย"
หญิงสาวจับเล็บของมนุษย์ขึ้นมาดูก่อนจะปาทิ้งไป แล้วนำผ้าเช็ดหน้าสีแดงดำของเธอขึ้นมาเช็ดคีมหนีบก่อนจะขัดเงาให้สะอาด
"ต้องเช็ดให้สะอาด เดี๋ยวนายจะเป็นบาดทะยักได้"
เธอเดินถือคีมหนีบพร้อมกับขัดเงาไปด้วย เดินเข้ามาหาชายชุดคลุมและพูดบอกเขาด้วยความเป็นห่วงกลัวจะเป็นบาดทะยัก
"อืม ๆ สะอาดดีแล้ว ว้าวเงาจังเลย ไม่เสียดายที่ขัดเงาทุกวัน นี่ดูสิ มองเห็นหน้าด้วยละ"
หญิงสาวยื่นคีมหนีบตัวใหญ่ให้ชายชุดคลุมดู เพราะมันทำมาจากสเตนเลสชั้นดีจึงมีความเงามาก แต่เพราะความหวาดกลัวของชายชุดคลุมเขาไม่กล้ามองมันเลยแม้แต่นิดเดียว
"วันนี้ใบหน้านี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ ชีสสสสสส"
"แชะ"
"หืม"
เสียงกดถ่ายรูปและการชมตัวเองทำให้ชายชุดคลุมหันมามองอย่างสงสัยว่าหญิงสาวกำลังทำอะไรอยู่ และเขาก็ช็อคเข้าไปอีกเมื่อเห็นว่าตำรวจสาวถือคีมหนีบแนบชิดใบหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเซลฟี่กับโทรศัพท์ของเธออย่างอารมณ์ดี
"แชะ แชะ"
"สวัสดีค่าาาา วันนี้ เรามีแขกรับเชิญหนึ่งท่านค่ะ ท่านนี้จะมาเป็นผู้ช่วยของดิฉันในการทำภารกิจให้ลุล่วง ขอเชิญทุกท่านตบมือให้กับเขาคนนี้ด้วยค่ะ"
หญิงสาวตั้งกล้องเสร็จสับเรียบร้อย
"เอาละขั้นแรกก็ต้องขอความร่วมมือโดยการนั่งบนเก้าอี้ทรมานแล้วกันนะ ผู้ช่วย อยู่เฉยๆ นะคะ"
"เอาฮึบ"
หญิงสาวยกตัวชายชุดคลุมร่างใหญ่ได้อย่างง่ายๆ เธอยกชายชุดคลุมไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะ คลายเชือกออกและนำแขนไปล็อคกับกุญแจที่อยู่ตรงที่พักแขนของเกาอี้ทั้งซ้ายและขวา เหมือนได้โอกาส ชายชุดคลุมที่ถูกปลดเชือกก็รีบสะบัดแขนออกคว้าเอามีดที่ซุกไว้ในผ้าคลุมออกมาและแทงเข้าที่หน้าอกของหญิงสาวหวังจะฆ่าเธอให้ตาย
"อะไรกัน"
เขาแทงออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง แต่แรงของเขาไม่อาจฝ่า นิ้วมือทั้งสองนิ้วของหญิงสาวเข้าไปแทงที่หน้าอกได้ มันถูกหนีบไว้ให้หยุดโดยที่เขาไม่อาจขยับมีดได้เลย มีดของตนถูกนิ้วมือทั้งสองหนีบไว้ยังกับคีมล็อค
"อยู่เฉยๆ สิ มีดมันคมนะ อันตรายด้วย"
หญิงสาวจับมีดดึงออกมาจากมือชายชุดคลุมก่อนจะโยนไปด้านหลัง และยื่นมือไปล็อคกุญแจต่ออย่างช้าๆ ไม่นานก็ล็อคครบทั้งแขนและข้อเท้า
"อ....อย่าทำอะไรผมเลย ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆ"
นักฆ่ายังคงปากแข็งเหมือนเดิม ถึงเขาจะพึ่งเป็นนักฆ่าให้กับในแก๊ง แต่เขาก็เคยฝึกการฝึกนรกมาเหมือนกัน แค่โดนทรมานแค่นี้ไม่อาจจะทำอะไรเขาได้หรอก ในใจของเขาคิดแบบนี้
"ทุกคน ผู้ช่วยฉันให้ความร่วมมือเต็มที่เลย เราก็มาเต็มที่กับเขากันเถอะนะคะ เตรียมรับชมได้เลยค่ะ"
หญิงสาวโบกมือกับกล้องด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมามองชายชุดคลุม
"บ......บอกแล้ว!!! บอกแล้วก็ได้ อย่าทำอะไรผมเลย"
ในตอนที่พบเห็นรอยยิ้มของหญิงสาวนั้น เขาไม่ได้หลงไหลเธอแต่อย่างใด แต่กลับหวาดกลัวรอยยิ้มนั่นเสียมากกว่า เขาพยายามหลบหนีดิ้นทุรนทุรายสุดชีวิตก็ไม่อาจหลบหนีให้หลุดพ้นออกจากเกาอี้ทรมาณนี้ได้ จนทำให้จิตใจของเขาไม่อาจทนต่อไปจนต้องอ้อนวอนกับหญิงสาวตำรวจแสนสวย