ซีโน่ คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้ ภาพความทรงจำที่เด่นชัดสำหรับหลินที่มองเห็นซีโน่ก็คือช่วงเวลาที่เขาได้ปะทะกันบนสนามประลอง เขาคิดว่าวันหนึ่งอีกฝ่ายก็คงได้เข้าร่วมกองทัพ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ สงครามที่จะมาถึงได้บีบให้กองทัพเลือกคนที่โดดเด่นจากสถาบันต่างๆ โดยไม่ได้ทำการคัดเลือก
คนที่มาใหม่เหล่านี้ แน่นอนว่าต้องไม่ได้เข้าร่วมสงครามที่กำลังจะมาถึง ความคิดของกองทัพนั้นมองข้ามไปอีกหนึ่งระดับ สิ่งที่พวกเขาทำก็แค่ให้คนก่อนหน้าได้เข้าร่วมกองทัพเร็วขึ้น และเลือกคนกลุ่มใหม่เข้ามาเพื่อฝึก ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับกองทัพ เพื่อที่จะได้เข้าร่วมสงครามในวันข้างหน้า
การที่จะให้กลุ่มคนตรงนี้ไปเข้าร่วมสงครามในทันทีมีแต่จะสร้างปัญหาจนถึงเสียชีวิตลงโดยเปล่าประโยชน์
สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือการทำงานที่รวดเร็วของกองทัพ หลินได้ทราบเรื่องเมื่อเช้าแทนที่จะเป็นช่วงที่ได้เจอกับฮาเวส นั้นหมายความว่าข่าวเพิ่งมาถึงเมื่อคืน และกองทัพคงจะมีการพูดคุยกันจนไปถึงการลงมือปฏิบัติในทันที เห็นทีคงจะมีบางคนที่ยังไม่ได้เข้านอนตั้งแต่เมื่อวาน
"ฮัดเช้ย" เสียงจามดังขึ้นจากนายทหารคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างรถที่พาคนของสถาบันวาเดลที่ 1 มา เขาออกเดินทางตั้งแต่เมื่อคืนและเพิ่งจะมาถึงสถาบันเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา นอกจากนี้เขายังต้องนำพาคนเหล่านี้ไปจนถึงจุดหมายก่อนจะไปรายงานหัวหน้า หากทำทั้งหมดเสร็จคงจะเป็นช่วงเย็นเขาถึงจะได้พักผ่อน
ผ่านไปอีกครู่หนึ่งรถที่หลินนั่งจึงได้เข้ามาถึงด้านในสถาบัน หลินบอกให้คนขับจอดด้านหน้า เขาต้องการจะไปทักทายเพื่อเสียหน่อย นอกจากตัวเขาแล้ว ยังมีคนของสถาบันคนอื่นๆที่กำลังยืนชมกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่เหล่านั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนให้ความสนใจ
หลินมองไปรถที่มาส่งคนของสถาบันวาเดลที่ 1 ทุกต่างลงมาหมดแล้ว มีคนมาด้วยรถคันนี้ 20 กว่าคน หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเนื่องจากบางคนอยู่ในระดับหัวกะทิและเคยเจอกันในสถานที่ประลอง แต่ก็มีบางคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ในกลุ่มนี้มีผู้หญิงอยู่ด้วยกันรวม 6 คน แต่ดูเหมือนจะไม่มีเนลกับนีล พวกเธออาจจะไม่ได้มา หรือไม่ก็อาจจะมากับรถคันอื่น ซึ่งคงต้องถามซีโน่ทีหลัง
วันนี้หลินใส่ชุดสีขาวทั้งชุด รวมถึงรองเท้า ทำให้ลักษณะของเขาที่ยืนอยู่ค่อนข้างเด่นทีเดียว หลินเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่รู้ตัวอีกทีเขาก็มักจะเลือกใส่เสื้อหรือกางเกงที่มีสีขาวก่อนสีอื่นๆ จนมันไม่ค่อยมีพอให้เขาเลือก จึงตัดสินใจไปหาซื้อและเปลี่ยนตู้เสื้อผ้าของเขาเกินครึ่งเป็นสีขาว หากใครสักคนในสถาบันจะมองหาตัวเขาจึงเป็นเรื่องที่สังเกตได้ง่ายทีเดียว
"ขอโทษนะคะ พอดีเพิ่งมาที่นี่วันแรก พาไปที่ห้องลงทะเบียนหน่อยได้ไหมคะ ?" เสียงที่ไพเราะถูกเอ่ยขึ้นด้านข้างชายหนุ่ม โดยหญิงสาวผมสีบลอน ดวงตากลมโตสีฟ้า พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากตัวหญิงสาวถูกลมพัดพาทำให้ชายหนุ่มที่ทักเคลิบเคลิ้มไม่น้อย
หลินทราบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินมาหาเขา แต่คิดว่าคงจะเดินผ่านเขาไปเหมือนคนก่อนหน้า จึงไม่ได้ใส่ใจที่จะหันไปมอง เมื่อได้ยินเสียงเอ่ยขอความช่วยเหลือ พร้อมกับประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นการบังคับมากกว่าจะเป็นการขอความช่วยเหลือ ซึ่งปกติแล้ว คนที่จะขอความช่วยเหลือมักจะให้บอกทางเสียมากกว่า การที่คนบอกจะเป็นคนพาไปก็เป็นสิ่งที่คนบอกพึงกะทำมากกว่าที่จะเป็นคนถาม
คนของสถาบันที่อยู่ไม่ไกลเห็นการกระทำของหญิงสาวและคิดว่าเป็นการว่านสเนห์ของผู้หญิง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรจึงไม่ได้ให้ความสำคัญอีก แต่หลินกับไม่คิดอย่างนั้น
เพราะว่าเสียงที่ไพเราะเช่นนี้ ต่อให้นานแค่ไหน ขอได้ยินเพียงครั้งเดียว หลินก็จะจำได้ในทันที นั้นคือสิ่งที่เขาคิด .........
วานาเทียร์ วาเดล หญิงสาวอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีฟ้า ใส่เสื้อสีขาว ดวงตาสีฟ้าและใบหน้าที่งดงามของเธอ ทำให้ชายหนุ่มทำหน้าตกใจและพูดอะไรไม่ออกทันที
เทียร์ มาถึงก่อนรถคันทีซีโน่ขึ้นจะมาถึงอยู่พักใหญ่ ในขณะที่เธอกำลังยืนฟังการอธิบายสิ่งที่ต้องทำอยู่นั้น เธอเห็นรถหรูคนหนึ่งขับเข้ามาท่ามกลางรถที่นำส่งคน เมื่อเห็นว่ามีชายใส่ชุดสีขาวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ด้านหลัง เธอจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ และเมื่อเห็นเขาลงจากรถเธอก็อยากที่จะเข้าไปหา เพื่อเซอร์ไพส์เสียหน่อย ติดที่ว่าเธอยังต้องฟังให้จบเสียก่อน
ดีที่เขายังไม่เข้าไปด้านใน ไม่อย่างนั้นหากเธอทักข้อความไปให้เขาออกมาหาคงจะไม่เรียกว่าเป็นการการเซอร์ไพส์อีกต่อไป ดีที่ไม่นานการอธิบายก็จบลง และให้ทุกคนยืนรออยู่ตรงนั้นก่อน เธอจึงสบโอกาสเดินออกมาและเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม โดยที่ไม่ทราบว่าด้านหลังของเธอนั้นมีทหารกำลังเดินตามเพื่อมาหยุดเธอเอาไว้
เทียร์เอ่ยทักอีกฝ่ายในทันที ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งคนที่เธอชอบ เมื่อเห็นใบหน้าของเขาที่ตกใจทันทีที่เห็น หญิงสาวก็อดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้ แต่แทนที่เขาจะตอบโต้หรือพูดอะไรกับมา กับเงียบแถมยังเอาแต่จ้องหน้าเธออีกต่างหาก ใบหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความเขินก่อนจะก้มหน้าลง