Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    No.7 ความรู้สึก

    คำถามที่เรียบง่ายของฟ็อกซ์นั้นดังไปทั่วพื้นสนามประลอง แฝงไปด้วยความเย็นชาอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับเขาแล้วริวเอ็นไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ควรค่าแก่การสนใจ เขาจึงเลือกที่จะถามเพราะคู่ประลองยังเป็นเพียงแค่เด็ก แต่หากคำตอบที่อีกฝ่ายเลือกตายเขาจะลงมือสังหารอย่างรวดเร็วทันที เพราะในการประลองกฏฟ้าถือเป็นสิทธิ์ขาดหากอีกฝ่ายไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ผู้เดียวที่เหลือรอดคือผู้ชนะนั่นเอง
    สายตาของทุกคู่จับจ้องมองไปยังสนามประลองเบื้องหน้า สำหรับผู้ชมรอบนอกทั้งหมดสิ่งที่องค์ชายฟ็อกซ์เอ่ยถามออกมา ถือว่าเป็นการให้โอกาสองค์ชายริวเอ็นหากเอ่ยยอมแพ้ ก็แค่สูญเสียอาวุธที่มีค่าครองเมืองและจะถูกจดจำในฐานะผู้พ่ายแพ้สูญสิ้นศักดิ์ศรี ทว่าหอกน้อมรับความตายแม้จะยังมีศักดิ์ศรีหลงเหลือ แต่ชีวิตจะถูกจดจำเป็นเพียงองค์ชายไร้ค่าเท่านั้น
    องค์ชายริวเอ็นในสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงในการยืนได้ทรุดลงไปคุกเข่าลงกับพื้น สายตาจับจ้องมองไปยังองค์ชายฟ็อกซ์ด้วยแววตาที่เคียดแค้น ในใจของเขาพลันไม่ยอมรับกับผลการประลองที่เกิดขึ้น แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวในการเผชิญหน้า กับองค์ชายที่เด็กกว่าตนทำให้ความคิดตีกันสับสนวุ่นวาย ก่อนจะได้สติอีกครั้ง
    "ข้าไม่ชอบพูดซ้ำ และจะนับหนึ่งถึงห้าหากยังไม่ตอบ ถือว่าโอกาสที่ข้าให้ไปได้หมดลงแล้ว" สิ้นเสียงขององค์ชายฟ็อกซ์ เขาก็เริ่มนับพร้อมๆ กับทุกย่างก้าวเดินเข้าไปหาองค์ชายริวเอ็น จิตสังหารที่รุนแรงราวกับเขื่อนกั้นน้ำพังทลายลง ค่อยๆ ถูกปล่อยออก จนกระทั่งเหล่าผู้ชมรอบนอกยังอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้ ทว่าหัวหน้าองค์รักษ์ทั้ง 8 กลับยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
    "หนึ่ง!!"
    แค่เพียงก้าวแรกกับการนับหนึ่งถึงกับทำให้องค์ชายริวเอ็นร่างกายสั่นสะท้าน จนมีน้ำใสๆ ไหลออกจากเบื้องล่าง เขาแทบจะไม่ต้องคิดอะไรอีกจนถึงการนับครั้งต่อไป ในตอนนี้เขาเชื่อมั่นอย่างสุดใจแล้วว่าหากยังไม่ยอมแพ้ เขาจะได้กลายผีเฝ้าสนามประลองแห่งนี้แน่นอน
    "ขะ..ขะ..ข้า..ขอยอมแพ้..........!!" น้ำเสียงที่สั่นไหวลนลานอย่างหวาดกลัว หมดความสง่างามเฉกเช่นตอนก้าวขึ้นสนามประลอง
    แต่กระนั้นบรรยากาศโดยรอบกับเงียบสนิท การประลองระหว่างองค์หญิงองค์ชายหรือเหล่ารัชทายาท เมื่อสิ้นสุดการประลอง ย่อมมีเสียงหัวเราะเสียงซุบซุบนินทาเป็นเรื่องปกติ แต่ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไปเพียงเพราะพวกเขากำลังตกตะลึงในความเก่งกาจ เด็ดขาด และน่ากลัวของรัชทายาทลำดับที่ 10 ที่พึ่งจะปลุกพลังขึ้นมาได้เพียงแค่อาทิตย์กว่าๆ เท่านั้น
    ถัดไปทางด้านเหล่าหัวหน้าองค์รักษ์ทั้ง 8 ที่เริ่มถกเถียงกัน
    "ข้าจะรับรัชทายาทลำดับที่ 10 เป็นศิษย์ส่วนตัว" หัวหน้าองค์รักษ์เอเดน
    "เหลวไหล รัชทายาทลำดับที่ 10 ควรจะมีข้าเป็นอาจารย์พิเศษ" หัวหน้าองค์รักษ์ลาซาล
    "ผายลม พวกเจ้าไม่คู่ควรต้องเป็นข้าถึงจะเหมาะสม" หัวหน้าองค์รักษ์ออสติน
    "พวกเจ้ามันดีแต่ใช้กำลังไม่เหมาะที่จะเป็นอาจารย์ให้รัชทายาทลำดับที่ 10 ทั้งนั้นแหละ ข้าจะรับหน้าที่นี้เอง" หัวหน้าองค์รักษ์สาวจัสมิน
    "ไร้สาระ ดูจากจิตสังหารของรัชทายาทลำดับที่ 10 ข้าต่างหากที่เหมาะสม" หัวหน้าองค์รักษ์วาสโก้
    "แต่ข้าว่ารัชทายาทลำดับที่ 10 เหมาะสมกับการเรียนผสานเวทย์กับข้ามากกว่า" หัวหน้าองค์รักษ์ลูเบิร์ก
    "ข้าต่างหากที่เหมาะสม ทั้งภูมิความรู้และการสั่งสอนเหนือกว่าพวกเจ้าทุกคน" หัวหน้าองค์รักษ์เดลต้า
    "ใช้กฏเดิม!!?" หัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่า
    ทุกสายตาจับจ้องมองไปยังหัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่า เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะเข้าร่วมแย่ง การรับรัชทายาทลำดับที่ 10 เป็นศิษย์ด้วย และกฏเดิมที่ว่าก็คือการประลองตัดสินกัน โดยปกติคำนี้สำหรับหัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่าแล้ว จะใช้เพื่อยุติความขัดแย้งภายในกลุ่มและผู้ชนะจะมีสิทธิ์ได้ผลประโยชน์นั้นไป ซึ่งความหมายมันไม่แตกต่างไปจากการมอบให้หัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่า เพราะเธอคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดต่อให้หัวหน้าองค์รักษ์ทั้ง 7 ที่เหลือลุมพร้อมกัน ยังแทบจะเอาชนะไม่ได้ทำได้เพียงแค่สูสีเท่านั้น แล้วยิ่งต้องสู้หนึ่งต่อหนึ่งไม่ต้องพูดถึง
    "เจ้าก็ต้องการกับเขาด้วยงั้นหรือ อามีน่า!?" หัวหน้าองค์รักษ์เอเดนเอ่ยถามอย่างแปลกใจ และได้รับการพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับจากหัวหน้าองค์รักษ์สาวอามีน่า
    "เฮ้อ!! ถ้างั้นพวกข้าขอผ่านก็ได้!!" หัวหน้าองค์รักษ์เดลต้าเป็นตัวแทนคนอื่นๆ กล่าวขึ้น
    "หวังว่ารัชทายาทลำดับที่ 10 จะไม่ติดนิสัยแบบเจ้าอามีน่าหรอกนะ!!" หัวหน้าองค์รักษ์สาวจัสมินกล่าวหยอกล้อขึ้นทันที โดยมีหัวหน้าองค์รักษ์คนอื่นๆ พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
    หลังจากองค์ชายริวเอ็นประกาศยอมแพ้ได้ไม่นาน องค์ชายฟ็อกซ์ก็ถือวิสาสะเข้าไปหยิบดาบคาลิเบอร์ที่ตกอยู่กลางสนามประลอง ก่อนจะโยนมันเข้าแหวนมิติ และเดินตรงเข้าไปหาองค์จักรพรรดิ
    "เสด็จพ่อ วันนี้ลูกเหนื่อยแล้วขอกลับไปพักผ่อนเลยได้หรือไม่!?" ฟ็อกซ์เอ่ยอย่างเงียบสงบ แต่ภายในใจกลับร้อนรุ่ม เขารู้ดีว่าข่าวสารในพระราชวังแห่งนี้มันรวดเร็วแค่ไหน และเหตุผลที่ต้องรีบกลับเพราะไม่อยากให้มารดาต้องเป็นกังวลไปมากกว่านี้
    "ได้สิ" องค์จักรพรรดิที่พึ่งหายช็อคจากการที่จู่ๆ บุตรชายของเขาเก่งขึ้นพรวดพราด เอ่ยตอบอย่างสุขุม
    หลังจากจบการประลองกฏฟ้า องค์ชายฟ็อกซ์ก็กลับไปตำหนักพระสนมเอกโรซาเรียทันที ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันกลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรื่องที่องค์ชายฟ็อกซ์ที่ปลุกพลังได้เพียงอาทิตย์กว่าๆ สามารถเอาชนะองค์ชายริวเอ็นได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่องค์ชายริวเอ็นสามารถปลุกพลังมาได้มากกว่า 4 ปีทำให้ชื่อเสียงขององค์ชายฟ็อกซ์โด่งดังไปทั่วพร้อมๆ กับชื่อเสียที่ตบหน้าพระมเหสีในท้องพระโรงเช่นกัน
    องค์จักรพรรดิต้องใช้เวลาในการไกล่เกลี่ยกับแม่ทัพรีวาร์ดอยู่นานพอสมควร เพราะหลังจากที่ข่าวลือแพร่สะพัดออกไป ถึงกับทำให้แม่ทัพรีวาร์ดพี่ชายของพระมเหสีเข้าเฝ้าเพื่อเอาเรื่อง แต่เมื่อถึงถึงต้นสายปลายเหตุและการอ้างอิงถึงกฏศักดิ์สิทธิ์ ทำให้แม่ทัพรีวาร์ดจำต้องยอมถอยและไม่อาจเอาเรื่องได้ ในบรรดากองกำลังในอาณาจักรเซสซาร์แม่ทัพรีวาร์ดคือผู้ที่มีกองกำลังทหารมากที่สุด ถือว่าเป็นตัวอันตรายว่าได้แต่หากต้องแตกหักจริงๆ กำลังขององค์จักรพรรดิก็เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
    ทว่าเหล่าทหารชั้นผู้น้อยภายใต้การปกครองของแม่ทัพรีวาร์ด ก็ยังถือว่าเป็นคนของราชอาณาจักรเซสซาร์ บวกกับองค์จักรพรรดิเป็นผู้มีความเมตตา เลยไม่อยากให้เหล่าทหารต้องมาสู้รบกันเองจนต้องบาดเจ็บล้มตาย เพราะอาจทำให้อาณาจักรที่เหลือรุกรานได้ คนเดียวที่องค์จักรพรรดิต้องการกำจัดคือแม่ทัพรีวาร์ด
    กลับมาที่ฟ็อกซ์พอมาถึงตำหนัก ก็ถูกมารดาของเขาโอบกอดรัดทันที และไม่ยอมห่างไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียว เมื่อนางรับรู้ว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางไปทำอะไรมา ก็ถึงกับนั่งไม่ติดจนเกือบจะบุกไปยังสนามประลองซะด้วยซ้ำไป
    มันทำให้ฟ็อกซ์อดคิดไม่ได้ว่าในยามที่แม่ของเขาที่โลกเดิมยังมีชีวิตอยู่ เขาเคยได้รับความรักแบบนี้บางหรือเปล่า เพราะเขาลืมตาดูโลกได้ไม่นานพ่อกับแม่ก็เสียชีวิตลง เขาถูกญาติฝ่ายแม่รับไปดูแลตั้งแต่เล็ก ถ้าไม่ใช่เพราะสิทธิ์ขาดในหุ้นของบริษัทที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ ตัวเขาคงถูกเฉดหัวออกไปเรียบร้อย
    แต่นี่กลับเป็นสิ่งเขานั้นถวิลหามากที่สุดในชีวิต จากโลกเดิมที่เขาใช้ชื่อตัวละครภายในเกมส์ว่า Fox ก็มีความหมายตรงตามชื่อก็คือ จิ้งจอก และยังเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่เจ้าเล่ห์ที่สุด ภายในเกมส์ที่ฟ็อกซ์เล่น เขาไม่เคยเชื่อใจใครและพร้อมจะหักหลังทุกคน สำหรับใครก็ตามที่ไร้ประโยชน์
    ทว่าภายในโลกใบใหม่นี้เขาจะยังสามารถรักษาเอกลักษณ์แบบเดิมได้หรือไม่ ถ้าหากมีห่วงผูกคออย่างความสัมพันธ์แม่ลูกที่เขากำลังได้รับอยู่ในเวลานี้
    ในท้ายที่สุดฟ็อกซ์ก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าเขาจะรักษาความสัมพันธ์ที่อบอุ่นแบบนี้ต่อไป ถึงแม้ในภายภาคหน้าความสัมพันธ์แบบนี้ อาจจะกลายมาเป็นจุดอ่อนใหญ่ของเขาก็ตามแต่ เรื่องแบบนั้นเขาแทบจะลืมมันไปจนหมดสิ้น