อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 42 งานขอแต่งงานที่แปรเปลี่ยนไป

    ภายในงานวันเกิดของเพนนีที่ธนาวินทร์จัดให้นี้เต็มไปด้วยความสวยงาม และอบอวลไปด้วยความรัก แม้จะไม่ได้หรูหรามาก แต่คนทำก็ทำให้ด้วยใจ เพนนีจึงรู้สึกตื้นตันอย่างมาก


    ทุกคนภายในงานทั้งคุณหญิงเฟื่องทองที่เข้าใจผิดพอแต่งตัวสวยงามลงมา ก็ไม่สามารถหลีกหนีขึ้นไปข้างบนได้แล้ว คุณสร้อยสิรินทร์ คุณเอมิกาที่ก็แต่งกายงดงามไม่แพ้คุณหญิงเฟื่องทองเช่นกัน ธนินทร์ที่มาในชุดสูทที่หล่อแต่ชายหนุ่มแต่งกายให้หล่อน้อยกว่าธนาวินทร์ เพราะถือว่าให้เกียรติ อรสินีที่ได้รับเชิญก็มาปรากฏตัวในชุดเดรสเช่นกัน หญิงสาวไม่ได้แต่งตัวที่แสดงออกถึงความโดดเด่นมากเพราะให้เกียรติเพนนีและธนาวินทร์ผู้เป็นเจ้าของงานนี้


    ลัลลภัสที่มาถึงในชุดที่เธอแต่งมาพยายามจะทำให้ตนเองเป็นนางเอกผู้โดดเด่นกว่าเพนนีแต่กลายเป็นว่าชุดของเพนนีมีความอลังการมากกว่าจนลัลลภัสโดนกลืนหายไป หญิงสาวปรากฏตัวอยู่ตรงกลางเพื่อต้องการความโดดเด่น ภาสพงษ์ก็มาในชุดที่ดูดีไม่แพ้กัน เพราะลูกน้องคนสนิทก็ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาให้แก่เจ้านาย ป้ากาญที่ธนาวินทร์ให้เกียรติไปเชิญมาร่วมงานเช่นกันเพราะหญิงวัยกลางคนผู้เป็นคนสนิทของคุณหญิงเฟื่องทองคนนี้ ก็เป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบเพนนี อวี๋เฟิงฟ่งเองก็มาร่วมงานในรูปแบบชุดประจำกายของเธอแบบชุดของราชวงศ์ถัง วันนี้วันดีเธอจึงแต่งกายสีเหลืองนวล น่ามองเป็นอย่างมากแต่คนเห็นคงมีเพียงภาสพงษ์และเพนนีเท่านั้น


    แม้กระทั่งพันรบก็ยังได้รับเชิญจากธนาวินทร์ให้มาร่วมงานนี้เพราะธนาวินทร์เห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ธนาวินทร์ต้องเคลียร์งานหนัก พันรบก็คอยช่วยเหลือเป็นมือขวาอยู่ข้างๆ 


    เมื่อได้เวลาฤกษ์งามยามดีจนกระทั่งเกือบประมาณสามทุ่ม


    "คุณธนาคะ ได้เวลาเป่าเค้กรึยังคะ ก่อนที่เพนนีจะอิ่มมาก แล้วหลับก่อน" เพนนีออดอ้อน


    "ได้ครับ เดี๋ยวเพนนีรอสักครู่นะ เดี๋ยวเค้กก็มาแล้ว"


    "ได้ค่ะ เพนนีดีใจมากๆ เลยนะคะที่วันนี้ทุกคนอยู่กันครบ ไม่ได้ขาดใครไป"


    คุณหญิงเฟื่องทองกำลังจะบอกขาดดาริกา แต่เพนนีไม่เปิดโอกาส หญิงสาวยังคงพูดไปเรื่อย


    "ดีจังเลยค่ะ วันเกิดเพนนีปีนี้น่าจะมีเรื่องดีๆ หลายอย่างคงจะเปลี่ยนไป จริงมั้ยนายพงษ์"


    "จริงครับคุณเพนนี" 


    งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินไปอย่างเป็นปกติ เมื่อได้เวลาสามทุ่ม ธนาวินทร์ถือว่าสมควรค่าแล้วชายหนุ่มจึงเริ่มสิ่งที่ดำเนินการไว้ ขณะที่เค้กวันเกิดของเพนนีเข็นเข้ามา ทุกคนในงานร่วมร้องเพลงกันด้วยความสุขแต่คงไม่ได้สังเกตว่ามีใครคนใดคนหนึ่งหายไป ซึ่งคนนั้นคือดาริกา หญิงสาวไม่ได้มาปรากฏตัวที่งานเลี้ยงนี้


    เมื่อเค้กมาถึงหน้าตรงหน้าของเพนนี เมื่อเป้าเค้กอยู่ๆ ไฟในห้องจัดเลี้ยงก็ดับลง ทุกคนจึงมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก ปรากฏว่านี่คือหนึ่งในแผนการของธนาวินทร์ที่ชายหนุ่มต้องการให้เพนนี

    เซอร์ไพรส์ ในขณะที่ไฟเริ่มติดขึ้น ก็พบว่าธนาวินทร์ปรากฏตัวพร้อมกับแหวนเพชรเม็ดงาม วงเดียวที่มีอยู่ในโลกซึ่งชายหนุ่มจัดทำเป็นพิเศษเพื่อเพนนี หญิงสาวผู้เป็นที่รัก


    "อุ๊ย ทำไมไฟดับล่ะคะ คุณธนา"


    "รอสักครู่นะครับเพนนี เดี๋ยวผมขอออกไปดูก่อน"


    "โอ้โห! ยัยเพนนีวันนี้วันเกิดเธอก็เริ่มด้วยไฟดับซะแล้ว โชคดีแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ" ลัลลภัสพูดขึ้น


    เพนนีหันไปมองค้อน "เงียบไปเลยยัยลูกแพร์ ว่าแต่วันนี้ใครชวนเธอมาน่ะ รู้ดีๆ แสนรู้ไปหมด ใครเขาอยู่ที่ไหน ยัยลูกแพร์เธอน่ะไม่ได้เกลียดฉันหรอก แต่เธอน่ะชอบฉันมากกว่า ตามติดกันขนาดนี้"


    "คุณเพนนีนี่ก็เข้าใจพูดนะครับ ทุกคนนี่ขำกันไปซะหมด"


    ทุกคนในงานหัวเราะส่วนลัลลภัสหน้าเขียวคล้ำด้วยความไม่พอใจ จนกระทั่งไฟติดขึ้น

    เพนนีส่งเสียงบอก


    "นี่ไงย่ะ ไฟตกแปปเดียวก็มาแล้ว นั่นคุณธนา คุณธนาคะไปยืนทำอะไรตรงนั้นเข้ามาเร็วค่ะ" เพนนียิ้มโบกมือให้คนรัก


    ธนาวินทร์ค่อยๆ เดินเข้ามา พร้อมกับธนินทร์ที่หันไปบรรเลงเพลง ทำให้ทุกคนอึ้งเป็นอย่างมากเพราะไม่มีใครรับรู้ว่าธนินทร์เล่นดนตรีได้ไพเราะขนาดนี้มีแค่เพียงธนาวินทร์ผู้เป็นพี่ชายเท่านั้นที่รับรู้ ทุกคนต่างตกอยู่ในมนต์สะกด ฝีมือการเล่นดนตรีของธนินทร์มีความโดดเด่นมาก เหมือนฝึกซ้อมมาอย่างยาวนานแต่นี่อาจเป็นพรสวรรค์ในตัวของชายหนุ่ม เพลงที่เข้ากับการเดินของธนาวินทร์ เสมือนว่าธนาวินทร์คือเจ้าชายที่ค่อยๆ เดินแบบสามารถล่องลอยได้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโรแมนติก


    ทันใดนั้นธนาวินทร์คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเพนนี แล้วยกกล่องแหวนขึ้นมา


    "แต่งงานกับผมนะครับเพนนี ถึงเราจะรู้จักกันไม่กี่ปี แต่ผมกับคุณก็เหมือนรู้จักกันมานานมากๆ ปีนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 30 ปีของคุณ ที่ผ่านมาผมเอาแต่ทำงานไปบ้างจนละเลยคุณไป แต่คุณก็ยังนั่งรอผมอยู่เสมอเลย ผมรู้สึกดีใจมากที่มีคนที่รักผม และยินดีที่จะรอผมขนาดนี้ ต่อจากนี้ผมจะไม่ให้คุณเฝ้ารอแค่สายโทรศัพท์จากผม หรือเฝ้ารอผมที่บ้านของคุณแล้วนะครับ เพนนี ผมอยากให้คุณมาอยู่กับผม ใช้ชีวิตร่วมดัน เรามาอยู่ด้วยกันตลอดไป ได้เจอกันทุกวัน ในที่ที่เราต่างเป็นความสุขของกันและกัน แบ่งปันทั้งเรื่องสุขและทุกข์ แต่งงานกันนะครับ"


    เพนนีตอบรับทันทีด้วยความตะลึงแล้วซึ้งน้ำตาไหล


    "แต่งค่ะคุณธนา เพนนียินดีแต่งกับคุณมากๆ เลยค่ะ"


    ทุกคนต่างยินดีอาจจะมีลัลลภัสที่ไม่พอใจบ้างแต่เธอไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะสามารถทำอะไรได้ หญิงสาวไม่ชอบใจจึงรีบกลับบ้านทันที ความอิจฉาพุ่งขึ้นมา ทั้งสองกำลังจะแต่งงาน งานนี้เธอหมดสิทธิ์แน่ๆ แต่มีคนหนึ่งในงานนี้ที่ต้องการขัดขวางและไม่ยินดี ไม่ใช่ใคร คุณหญิงเฟื่องทองนั่นเอง


    "อะไรกันตาธนา มาขออนุญาตแม่ตอนไหน"


    "ไม่น่ารักเลยนะคะคุณแม่ขา คุณธนาก็โตพร้อมทุกอย่างแล้วค่ะ" เพนนีตอบรับ คุณหญิงเฟื่องทองหน้าดำหน้าแดง


    "นั่นสิคุณเฟื่อง ตาธนาก็โตแล้วอายุอานามก็ 30 สามารถคิดอะไรได้" คุณเอมิกาตอบ เธออยู่ข้างเพนนีเต็มที่


    "ใช่ค่ะคุณเอง ฉันก็เห็นด้วย ทุกคนโตกันหมดแล้ว ไม่ได้เป็นแค่เด็กๆ เหมือนที่พวกเราเคยเลี้ยงกันมา จะยังไงการตัดสินใจก็เป็นของพวกเขา เราไม่สามารถไปคัดค้านได้ค่ะ เพราะฉันเชื่อว่าที่เขาทำคือพวกเขาคิดมาดีและรอบคอบแล้ว" คุณสร้อยสิรินทร์ตอบ


    "ใช่ค่ะคุณสิรินทร์ ตาธนากับหนูเพนนีก็คบกันมา เห็นความจริงใจของกันและกัน ผู้ใหญ่อย่างเราเองก็รับรู้ ฉันกับคุณสิรินทร์ไม่มีเหตุผลอะไรจะคัดค้านงานนี้ค่ะ" คุณเอมิกาตอบรับ


    คุณหญิงเฟื่องทองไม่พอใจ "ฉันเป็นแม่ของตาธนา ฉันเป็นคนคลอดและเลี้ยงดูเขา การตัดสินใจของเขาควรจะปรึกษาฉันค่ะ ตาธนาวันนี้ที่ลูกขอคุณพนิตพรแต่งงาน แม่ไม่เห็นด้วย แม่ไม่ยอมรับ"


    ธนินทร์จึงเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มสะดุด เขาจึงรีบเดินไปหาคุณหญิงเฟื่องทอง คิดว่าอธิบายทีหลังดีกว่ายังไงคุณแม่เฟื่องก็ต้องยอม จึงจะรีบพามารดาออกไปจากห้องนี้


    "คุณแม่เฟื่องครับ ไปพักผ่อนกับผมดีกว่าข้างบน คุณแม่เหนื่อยหน้าซีดแล้ว ไปกันเถอะครับ" ชายหนุ่มหันไปเรียกป้ากาญกับพันรบ


    "ป้ากาญ กับพันรบมาช่วยผมพยุงคุณแม่เฟื่องหน่อยครับ คุณแม่เฟื่องอย่าดิ้นสิครับ"


    คุณหญิงเฟื่องทองโวยวาย "ปล่อยแม่นะตาธัน แกก็รู้เห็นเป็นใจกับพี่ชายแกใช่มั้ย ไม่เห็นแม่เป็นแม่แล้วรึไง เห็นคนอื่นดีกว่าแม่ตัวเอง"


    "คุณเฟื่อง พอเถอะค่ะ เด็กเขารักเขาชอบพอกัน คุณควรจะสนับสนุนมากกว่ากีดกัน มันด้วยเหตุผลอะไรคะคุณถึงไม่ยอมรับ" คุณเอมิกาพูดขึ้น


    "ไปก่อนดีกว่าครับคุณแม่เฟื่อง" ธนาวินทร์จึงพามารดาออกไปได้สำเร็จ เขาให้มารดาอยู่ในห้องของตนเอง คุณหญิงเฟื่องทองได้แต่คิดถึงอดีต แน่ล่ะ เธอจะบอกใครได้ เรื่องการไม่ยอมรับงานแต่งงานนี้ ทุกคนคงคิดว่าเธอกีดกัน ทั้งที่ๆ ทุกคนรู้ว่าคุณหญิงเฟื่องทองชอบดูหมอดู เชื่อในพระเป็นอย่างมาก นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วันนั้นในอดีตตอนที่ตาธนายังเด็ก เธอเคยพาตาธนาไปหาหลวงพ่อที่เธอเคารพนับถือ 


    "ดวงของตาธนาในอนาคตเป็นอย่างไรบ้างคะหลวงพ่อ"


    หลวงพ่อทำหน้าหนักใจ "หน้าที่การงานของโยมธนาก็ดีนะ ดีมากเลย แต่ปัญหาใหญ่นี่สิโยมเฟื่อง ลูกชายของโยมจะพบปัญหาคู่ครองได้ ปัญหาหนักเสียด้วย อาจจะใช้เวลานานในการก้าวข้ามผ่าน แต่หากผ่านไปได้ก็จะพบกับความสุข ระหว่างนั้นอาจต้องพบกับอุปสรรค แคล้วคลาดหลายอย่าง จากกันไกลแสนไกล ไกลเป็นคนละโลก จากลาตามธรรมชาติของมนุษย์ อย่างไรลูกชายโยมก็ย่อมต้องเสียใจก่อนถึงจะพบความสุข"


    คุณหญิงเฟื่องทองรับคำด้วยสีหน้าเครียด "ขอบพระคุณหลวงพ่อมากค่ะ ดิฉันขอลาก่อนนะคะ"


    ดังนั้น ตั้งแต่นั้นมาเธอไม่อยากให้ธนาวินทร์รู้สึกเสียใจในเรื่องคู่ครอง ไหนๆ ชายหนุ่มก็ต้องแคล้วคลาดแล้วกับพนิตพร ขัดขวางความรักซะตั้งแต่ยังรักกันไม่มากพอ ให้เลิกกันไป ผ่านอุปสรรค อาจจะได้เจอผู้หญิงคนใหม่ดีๆ ซึ่งดาริกาก็เข้ามาพอดี แต่เหตุการณ์ไม่เป็นดังที่คิดไว้ เพราะธนาวินทร์ดันไปขอพนิตพรแต่งงาน ความยุ่งยากจะมากขึ้น คุณหญิงเฟื่องทองรู้สึกสงสารมั้งลูกชายและตนเองที่จะได้พนิตพรมาเป็นลูกสะใภ้ เธอจึงไม่ยอม แต่ยังไม่ผลีผลามลงไป รอคอยเวลาให้งานเลี้ยงเลิกเสียก่อนดีกว่า


    ในห้องจัดงานเลี้ยงวันเกิด เพนนียอมรับคำขอแต่งงานก็ยืนยิ้มด้วยความดีใจและมีความสุขกับทุกคน แต่เหตุการณ์คงไม่เป็นแบบที่คิด เวลาแห่งความสุขที่ผ่านไปจนกระทั่งเกือบเที่ยงคืน อยู่ไปสักพักเพนนีจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ


    เมื่อออกไปห้องน้ำ ก่อนจะถึงห้องน้ำที่อยู่ไกล ต้องพบกับห้องรับแขกอีกห้องเสียก่อน เพนนีพบกับดาริกาที่ยืนขวาง ดักทางรออยู่


    "ขวางทำไมคุณดาริกา"


    "คุณเพนนี ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณ"


    "พูดพล่ามน่ารำคาญ มีอะไรล่ะคะ เข้าบทสนามสักทีเถอะ"


    "คุณเพนนี ฉันรักคุณธนา คุณยกคุณธนาให้ฉันได้มั้ย"


    "พูดง่ายเหมือนแค่เด็กขอขนมเลยนะคะคุณดาริกา คุณไม่เห็นหรอพวกเรารักกันมากขนาดนี้ คุณยังกล้าดีมาขอ หน้าของคุณนี่มันด้านมากจริงๆ อย่าลืมทาครีมนะคะ เดี๋ยวด้านไปกว่านี้"


    เพนนีจะเดินหนีไป แต่ดาริกากระชากแขนด้วยความไม่พอใจดึงให้เพนนีเข้าไปในห้องรับแขก


    "ไม่ได้คุณเพนนี คุณห้ามไป คุณต้องอยู่ที่นี่ฟังฉัน ยกคุณธนาให้ฉัน" ดาริกาบีบแขนเพนนี


    "โอ๊ย! ฉันเจ็บนะยัยบ้า มาบีบรั้งไว้ทำไม น่ารำคาญ ออกไป" เพนนีจึงผลักดาริกาเข้ามุมโต๊ะ โดนไม่ได้คาดคิดว่า ตรงนั้นมีกรรไกรแหลมอยู่


    ดาริกาได้ทีคว้ากรรไกรขึ้นมา ตั้งท่าจะแทงเพนนี


    "คุณเพนนี คุณอยากโดนกรรไกรนี่แทงมั้ยคะ คุณลองได้นะ" ดาริกาสีหน้าเริ่มเหี้ยมขึ้น เธอคิดอยากจะขู่ให้เพนนีกลัวแต่ไม่ได้อยากจะฆ่าแกง


    ดาริกาจึงถือกรรไกร เดินเข้าไปใกล้เพนนี อยู่ๆ ดาริกาก็เกิดสะดุดล้มของที่อยู่ภายในนั้น เพราะความมืดประกอบกับเธอมัวแต่ขู่เพนนี ดาริกาจึงไม่ได้มองพื้น ตอนนั้นเองที่เพนนีผู้น่าสงสารกำลังจะหันหลังเดินหนีไป ก็ถูกดาริกาแทงกรรไกรเข้าใส่


    ไม่รู้แทงจุดสำคัญขนาดไหน แต่เพนนีรู้สึกได้ว่าตนเองเลือดออกเป็นอย่างหนัก หรือเหตุการณ์เวียนว่ายตายเกิดชาตินี้จะกลับมาอีกครั้ง เธอหันกลับมามองดาริกาที่ยืนถือกรรไกรด้วยมือเปื้อนเลือดด้วยสีหน้าตกใจ ชาตินี้ยัยนี่เป็นคนฆ่าเธอ


    ดาริกาที่ยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก เธอแค่จะขู่เพนนีเท่านั้นไม่คิดว่าจะแทงไปจริงๆ ถ้าจะโทษก็โทษไอ้กองสิ่งของนั่นดีกว่า เธอไม่ได้วิ่งตามเพนนีไป แต่ยืนด้วยความตกตะลึงเพราะเธออาจกลายเป็นฆาตกร

    เพนนีหันไปถลึงตาใส่ด้วยความเกลียดขี้หน้าดาริกา ความไม่ชอบใจที่มีเริ่มแปรเปลี่ยนไป เพนนีหันไปมองนาฬิกาพบว่าใกล้เที่ยงคืนเข้ามาทุกที เธอต้องรีบไปหาธนาวินทร์ คิดได้แบบนี้หญิงสาวจึงกระเสือกกระสนกลับไปที่ห้องจัดงานเลี้ยงวันเกิดเธอ


    ธนาวินทร์และทุกคนตกใจอย่างมาก ที่เพนนีอยู่ๆ ก็กลับมาในสภาพเลือดเป็นวงกว้างที่บริเวณอกและด้านหลัง เขาสติแตกไปทันที


    "เพนนีคุณไปโดนอะไรมา เพนนี อย่าเพิ่งหลับ ตั้งสติก่อนครับ เพนนี"


    ธนินทร์เห็นแบบนี้จึงโทรเรียกรถพยาบาล แต่ยังไม่มาถึงเสียที


    เพนนีที่กำลังเหนื่อยเป็นอย่างมาก อีกหนึ่งนาทีจะเที่ยงคืน ชาตินี้เธอคงไม่มีโอกาสได้อยู่กับคุณธนาจริงๆ เธออ่อนแรงมากเกินกว่าจะตอบได้ว่าใครแทงเธอ แรงหมดไปกับการวิ่งกลับมาที่นี่ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ดาริกาไม่ได้เดินตามมา และเพนนีไม่ได้เอ่ยชื่อดาริกาไว้เสียด้วย


    ลมหายใจของเพนนีในชาตินี้เริ่มหมดลง หญิงสาวหายใจอ่อนแรง มือของเธอยื่นไปลูบหน้าธนาวินทร์ด้วยความรักพลางได้แต่คิดเพราะไม่มีแรงพูดออกมา สายตาที่ความรักมองได้ว่า


    "ชาติหน้าเพนนีก็ยังจะรักคุณธนาเหมือนเดิมนะคะ ฉันดีใจมากที่ชาตินี้เราได้แต่งงานกัน"


    อวี๋เฟิงฟ่งที่ยืนมองเหตุการณ์ เธอรู้สึกจุกอยู่ในใจ นี่คือน้องสาวฝาแฝดของเธอ น้องสาวกำลังจะจากเธอไปแล้ว ด้วยความนึกอะไรบางอย่างได้ อวี๋เฟิงฟ่งจึงสวมแหวนทองหัวสิงห์วงที่เพนนีให้เธอ หญิงสาวสวมมันลงนิ้วนางข้างขวาของเพนนีได้ทันเวลาพอดี เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ดวงจิตของเพนนีก็ค่อยๆ หลุดออกจากร่างไป พาเธอไปอีกภพชาติ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองได้ถูกสวมแหวนทองรูปหัวสิงห์นี้ติดนิ้วมา

    คล้ายกับเรื่องอวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต ที่คุณอ่าน

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732