ตอนที่ 8 สมาชิกใหม่
“พอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างงั้นหรอ ? ฉันอธิบายไปตั้งเยอะนะ ยัยโง่ !!” เด็กหนุ่มพูดเสียงดังอย่างหงุดหงิด
เขาเสียเวลาอธิบายอะไรให้เธอฟังไปตั้งเยอะแยะแล้วแท้ๆ แต่ยังมีหน้ามาบอกว่า พอจะเข้าเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้วงั้นเรอะ ?! ยัยนี่คงจะโง่ของแท้เลยแหละ
คิมหันต์ยกมือขึ้นมาปิดหูแทบจะทันที บางทีเธอก็สงสัยนะว่าทำไมเพื่อนชายของเธอคนนี้ช่างโมโหร้ายบ่อยเหลือเกินทั้งที่เมื่อวานออกจะดูเป็นคนดีขนาดนั้น
“ เฮ้อ แต่ก็เอาเถอะ เดี๋ยวอยู่ไปเรื่อยๆเธอก็เข้าใจมันเองแหละ”
“ โวยวายเป็นคนแก่ไปได้ ฉันว่าเรารีบไปโรงเรียนกันดีกว่านะ หิวข้าวจะตายอยู่แล้ว” ไพลินพูดแทรกขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เธอเดินลงบันไดอย่างเร่งรีบเพราะท้องของเธอเริ่มส่งสัญญาณบ่งบอกถึงความหิว
ซูซาคุที่เห็นว่าเพื่อนของเขาหิวข้าวก็หยุดบ่นคิมหันต์ก่อนจะลุกขึ้นเดินนำทั้งคู่ออกไป อีกสองคนที่เหลือเดินตามออกไป เด็กหนุ่มหายตัวไปได้ไม่ถึงนาทีเขาก็โผล่มาพร้อมกับจักรยานสีแดงแล้วเข็นมันออกเดินทางไปด้วย
“ นี่ นายจะเข็นทำไมหรอ ?” ดวงตาสีม่วงจ้องมองด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะเข็นแทนที่จะปั่น
“ เขาเดินรอพวกเรายังไงล่ะ” ไพลินหันมากระซิบกับคิมหันต์ แต่เนื่องจากตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเช้าบวกกับแถวนี้แทบไม่มีคนเลย ทำให้เด็กหนุ่มที่เดินนั้นได้ยินเต็มสองหู
“ คะ ใครรอพวกเธอ ! ฉันแค่อยากออกกำลังกายแค่นั้นเอง อย่าเข้าใจผิดสิโว้ย !” เขาหันมาตะโกนใส่เด็กสาวทั้งสองคนก่อนจะหันกลับไป
เอ .. คนแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ ซึนเดระป่ะ ?
หลังจากนั้นพวกเขาสามคนได้เดินทางมาถึงห้องเรียนอย่างปกติ คิมหันต์ได้รับรู้ว่าคฤหาสน์ที่ตนโดนบังคับให้ไปอาศัยอยู่นั้นก็ห่างจากโรงเรียนพอสมควรแต่มันก็เป็นทางผ่านร้านสะดวกซื้อและหอพักของเธอ
เจ้าตัวไม่แปลกใจเลยทำไมไพลินถึงได้เดินมาส่งเมื่อคราวก่อนเพราะเป็นทางผ่านนี่เอง บางทีเธอก็ไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเองบ่อยนัก
ตายล่ะ .. ลืมไปว่ากระเป๋านักเรียนอยู่ที่ห้องพัก มัวแต่เดินคุยกับพวกนั้นจนลืมแวะเอากระเป๋านักเรียนไปสนิทเลย
ขณะที่เธอกำลังวิตกเกี่ยวกับการไม่มีกระเป๋านักเรียนนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกแปลกเกี่ยวกับสายตาของคนในห้องโดยเฉพาะผู้หญิง
“ เห็นใช่ไหม ? เมื่อเช้าน่ะ”
“ เห็นสิ เด็กใหม่คนนั้นมาโรงเรียนพร้อมกับซูซาคุคุงด้วยแหละ”
เสียงซุบซิบนินทาของคนในห้องเริ่มดังขึ้นราวกับว่าพวกเธอนั้นจงใจพูดให้คิมหันต์ได้ยิน เด็กสาวพยายามจะทำเป็นเมินเสียงเหล่านั้น
“ ฉันก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกนะ ทำเป็นเรียบร้อยแต่ก็แอบแต่งหน้าทำผมเหมือนพวกผู้หญิงแนวนั้นเลยเนอะ ฮ่าๆ”
“ นั่นสินะ ซูซาคุคุงเขาไม่สนใจหรอก”
ฉันก็แค่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่แค่นั้นเอง ทำไมพวกนั้นถึงต้องว่าฉันด้วย ?
แหมะ แหมะ
เสียงหยาดน้ำตาที่เริ่มร่วงมาบนหน้าตักของเด็กสาวเริ่มถี่ขึ้น เจ้าตัวกัดริมฝีปากอย่างลืมตัว มือทั้งสองข้างกำกระโปรงจนมันเริ่มเป็นรอยยับ
ปัง !
เสียงตบโต๊ะดังลั่นไปทั่วห้องเรียน ทำให้บรรยากาศภายในห้องจากตอนแรกที่กำลังครึกครื้นเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเงียบลงทันที ทุกคนต่างจ้องไปยังด้านหลังห้องที่มาของเสียง
“ น่ารำคาญ ! มีอะไรก็มาพูดกับยัยนี่ตรงๆสิ จะมัวมาซุบซิบอะไรกัน !” เขาโพล่งออกมา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาคิมหันต์ที่นั่งก้มหน้า
“ ส่วนเธอหยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้เลยนะ ในเมื่อเธอไม่ได้ผิดอะไรจะร้องไห้ทำไม ปล่อยให้พวกดีแต่ปากเห่าต่อไปเถอะ”
กลุ่มเด็กผู้หญิงในห้องที่ซุบซิบนินทาต่างก็หน้าถอดสีกันเป็นแถวแล้วแยกย้ายกันไปนั่งที่ของพวกเธอ เด็กสาวผมสีน้ำตาลเงยหน้ามองซูซาคุที่กอดอกอย่างหัวเสียก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ
“ อ่ะนี่ เก็บไว้กินนะ” ไพลินที่อยู่ในท่านอนราบไปกับโต๊ะหันหน้ามาหาคิมหันต์พร้อมยื่นหมากฝรั่งรสมินต์ให้ คนรับยิ้มให้แทนคำขอบคุณ
เมื่อเด็กหนุ่มเห็นเด็กสาวหยุดร้องไห้แล้วก็กลับไปนั่งที่ดังเดิมเป็นเวลาพอดีกับที่คุณครูประจำชั้นเดินเข้ามาพอดีและเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปจนถึงเวลาหลังเลิกเรียน
“ นี่ คิมหันต์ เอ่อ .. พวกเราขอโทษจริงๆนะ ยกโทษให้พวกเราด้วย” ขณะที่เด็กสาวกำลังหยิบสมุดที่ซูซาคุให้ยืมขึ้นมาจดอะไรเพิ่มเติม กลุ่มเด็กผู้หญิงในห้องก็เข้ามาก้มหัวขอโทษเธอกันยกใหญ่
“ มะ ไม่เป็นไรหรอก”
“ ให้อภัยพวกเราจริงนะ ?!” หนึ่งในกลุ่มเด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจพร้อมกับยื่นมือของตนมาจับมือของคิมหันต์อย่างดีใจ
“ เท่านี้ ซูซาคุงก็ไม่โกรธพวกเราแล้วล่ะมั้ง ไปกันเถอะ ” เด็กสาวที่จับมือคิมหันต์อยู่นั้นปล่อยมือเธออย่างรวดเร็วก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเธอ
ซูซาคุนี่มีอิทธิพลกับสาวๆจังเลยแฮะ เธอคิดก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและทำใจปลงกับเหล่ากลุ่มเด็กผู้หญิงแฟนคลับของเด็กหนุ่มขี้โมโห
พอคิมหันต์หันต์จดบันทึกเสร็จเรียบร้อย อยู่ๆเพื่อนข้างโต๊ะของเธอก็ยื่นมือมาหาเธอพร้อมกับแบมือ เจ้าตัวเอียงหัวอย่างไม่เข้าใจว่าไพลินต้องการจะสื่ออะไร
“ เอาสมุดมาฝากไว้ที่ฉัน” เธอตอบเพื่อคลายความสงสัยของคนข้างโต๊ะ คิมหันต์ยื่นสมุดให้เธอ ไพลินรับสมุดนั้นมาแล้วเก็บใส่กระเป๋านักเรียนก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมเดินออกจากห้องเรียน
“ ไม่รอซูซาคุก่อนหรอ ?” คิมหันต์เอ่ยขึ้นเมื่อหันไปมองที่นั่งด้านหลังของตนซึ่งเป็นที่นั่งประจำของเด็กหนุ่มแต่บัดนี้กลับว่างเปล่าไปเสียแล้ว
“ หมอนั่นออกไปซ้อมบาสตั้งแต่คุณครูเดินออกจากห้องไปแล้ว ความรู้สึกช้าเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย” ไพลินแกะห่อหมากฝรั่งของเธอก่อนจะโยนมันใส่ปากแล้วเคี้ยวเสียงดังเล็กน้อย
“ ไปกันได้แล้ว วันนี้หมอนั่นต้องทำงานพิเศษคงกลับกับพวกเราไม่ได้หรอกนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางก้าวเท้านำเด็กสาวไป คิมหันต์พอเห็นไพลินเดินออกจากห้องเธอจึงรีบเดิมตามไป
“ เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องรีบกลับคฤหาสน์ผีสิงนั่นกันหรอกหรอ” คนตัวเตี้ยกว่าเงยหน้ามองเพื่อนข้างตัวที่ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ราวกับว่ามีแผนร้ายอยู่ในใจและลืมตัวหลุดปากพูดถึงคฤหาสน์ที่พึ่งกลายเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของเธอ
ขณะนี้พวกเธอกำลังยืนอยู่ที่โรงจอดรถของโรงเรียนซึ่งจะแบ่งแยกเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นที่จอดรถสำหรับเหล่าคุณครู ส่วนที่สองสำหรับนักเรียนแล้วเหมือนว่าไพลินกำลังมองหารถของใครสักคนอยู่จึงเดินพาเธอเดินมายังโรงจอดรถ