“ทดลองดูหน่อยแล้วกัน!”
เย่เทียนลองทดสอบอยู่หลายครั้งแต่ก็พบว่าพลังป้องกันของเขาไม่ต่างจากเมื่อก่อนมากนักเพียงแต่การฟื้นฟูนั้นเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมากถึงแม้จะไม่ได้ใช้พรสวรรค์ในการรักษาก็ตาม
“แปลก หรือว่าการทำลายขีดจำกัดและสร้างผิวหนังขึ้นมาใหม่จะทำให้ความเร็วในการฟื้นฟูเพิ่มมากขึ้น?”
เย่เทียนพึมพำด้วยความสงสัย
จากนั้นเขาก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านการป้องกันอีกครั้ง
ณจุดนี้เอง
ความรู้สึกพิเศษบางอย่างก็ปรากฏขึ้น
พรสวรรค์ด้านการป้องกันดูเหมือนว่าจะหลอมรวมเข้ากับผิวหนังของเขาราวกับว่ามันเป็นตราประทับ
เขารู้สึกว่าถ้าเขายังคงผสานพลังนี้ต่อไปพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับสูงสุดจะต้องเปลี่ยนไปอย่างมากแน่นอน
“ราชาจวี้เฟิงไม่เคยพูดถึงสถานการณ์แบบนี้มาก่อนบางทีมันอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้ทำลายขีดจำกัดร่างกายด้วยตนเองเพียงแต่รู้ข้อมูลเหล่านี้มาจากคนที่ทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาเลือดและรู้ว่าเมื่อทำลายขีดจำกัดการขัดเกลาเลือดแล้วเลือดของคนคนนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นมาก ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่รู้ว่าหลังจากทำลายขีดจำกัดแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง!”
เย่เทียนรู้ว่าเขาไม่สามารถพึ่งพาประสบการณ์ของราชาจวี้เฟิงได้เพียงอย่างเดียวหากอยากรู้คำตอบ เช่นนั้นเขาก็ทำได้เพียงแค่ทดลองด้วยตนเอง
แต่เย่เทียนก็คาดเดาได้รางๆว่าหลังจากหลอมรวมพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับสูงสุดแล้วมันอาจจะทำลายขีดจำกัดและสามารถเลื่อนขั้นไประดับหลุดพ้นได้
ตลอดเวลาหลายเดือนที่เขาอยู่ที่ฐานทะเลมารเขาเองก็เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นมาก่อนแต่ยังไม่เคยได้ยินว่ามีพรสวรรค์พิเศษในระดับหลุดพ้นมาก่อนด้วยเหตุนี้หลายคนจึงคิดว่าพรสวรรค์พิเศษระดับสูงสุดคือขีดจํากัดแล้ว
แต่เย่เทียนไม่ได้คิดเช่นนั้นเขาเดาว่าพรสวรรค์พิเศษระดับสูงสุดจะต้องไม่ใช่ขีดจํากัดอย่างแน่นอน แต่การที่จะทำลายขีดจํากัดได้นั้นคงยากเย็นแสนเข็ญ
เพราะถ้าหากไม่ยากเย็นมันจะดูผิดธรรมชาติจนเกินไป
พรสวรรค์ด้านพละกําลังระดับสูงสุดสามารถเพิ่มพละกําลังได้20เท่า หากทำลายขีดจํากัดนี้อีกครั้งนั่นไม่ใช่ว่าจะสามารถเพิ่มพลังได้ 50 เท่าหรือมากกว่านั้นหรอกหรือ?
นี่มันบ้าชัดๆ!
ดังนั้นพรสวรรค์พิเศษระดับสูงสุดจึงยากที่จะทำลายขีดจำกัดแม้แต่ในหมู่สัตว์อสูร สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์พิเศษระดับสูงสุดยังยากที่จะพบและเมื่อไหร่ก็ตามที่ปรากฏสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์พิเศษระดับสูงสุดมันจะสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ถึง 2 ระดับ
“เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะสามารถหลอมรวมพรสวรรค์ด้านการป้องกันเข้ากับผิวหนังได้อย่างสมบูรณ์บางทีอาจจะต้องรอจนกว่าจะสามารถสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้พรสวรรค์ด้านการป้องกันจึงอาจจะสามารถหลอมรวมเข้ากับผิวหนังได้อย่างแท้จริงเมื่อถึงตอนนั้นค่อยมาดูกันว่าพรสวรรค์ระดับสูงสุดจะสามารถเลื่อนระดับขึ้นอีกขั้นได้หรือไม่!”
เย่เทียนไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปเขาพยายามปรับแต่งผิวของเขาให้มั่นคงและเริ่มทำความเข้าใจเจตจํานงแห่งดาบอีกครั้ง
ในเมื่อยังไม่สามารถยกระดับพรสวรรค์ด้านพละกำลังได้เขาจึงหันไปจดจ่อกับการทำความเข้าใจเจตนารมณ์แห่งดาบ
ตอนนี้เย่เทียนเข้าใจเจตนารมณ์แห่งดาบ1ใน 10 ส่วนมันสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาจากระยะไกลได้ในการโจมตีเดียวแต่มันไม่ได้ส่งผลกระทบกับผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันมากนัก
อย่างไรก็ตามเจตจํานงแห่งดาบยังช่วยเพิ่มความเข้าใจในทักษะดาบขึ้นถึงอีกระดับเมื่อเขาสามารถประสานเจตจำนงแห่งดาบเข้ากับทักษะดาบเขาจะสามารถใช้ทักษะดาบได้ตามที่ใจเขาต้องการ
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่ยอมแพ้ในการทำความเข้าใจเจตนาแห่งดาบ
นอกจากนี้เจตจํานงแห่งดาบยังเป็นกุญแจสําคัญในการทำความเข้าใจทักษะดาบทักษะดาบระดับทองแดงของเขาถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่จําเป็นต้องทำความเข้าใจมันอีกแต่หากต้องการฝึกฝนทักษะดาบระดับเงิน เขาต้องเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบให้ถึง 2 ส่วนเสียก่อน และหากต้องการฝึกทักษะดาบระดับเงินให้บรรลุขั้นแรกจำเป็นต้องเข้าใจเจตจํานงแห่งดาบถึง 3 ส่วนการจะฝึกทักษะดาบระดับเงินจนสําเร็จขั้นเชี่ยวชาญนั้นจำเป็นต้องเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบ 4 ส่วนและหากต้องการฝึกฝนทักษะดาบระดับเงินจนถึงขั้นสมบูรณ์ก็ต้องเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบถึง6 ส่วน
ด้วยเหตุนี้เย่เทียนจึงยังไม่ได้รีบมองหาทักษะดาบระดับเงิน
“ทักษะดาบเป็นสิ่งที่เราต้องฝึกฝนเทคนิคพิเศษที่สามารถซ้อนทับพรสวรรค์ได้นั้นน่ากลัวเกินไปถ้าไม่มีทักษะดาบในระดับที่สูงขึ้นเราคงไม่สามารถมีพลังการโจมตีที่ทรงพลังขนาดนั้นได้นอกจากนี้ทักษะดาบและพรสวรรค์ด้านพละกําลังก็ยังเป็นสิ่งที่ใช้ร่วมกันได้ดังนั้นเราจึงไม่สามารถหย่อนยานได้ ต้องรีบฝึกโดยเร็วที่สุด!”
เย่เทียนยังคงทำความเข้าใจเจตนารมณ์แห่งดาบต่อไปชั่วขณะนั้นความลึกลับต่างๆ เกี่ยวกับดาบก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นให้เขารู้
พริบตาเดียวสี่วันก็ผ่านไป
ความเข้าใจเจตจํานงแห่งดาบของเขาพัฒนาขึ้นเล็กน้อย
“ถึงเวลาที่จะคัดลอกพรสวรรค์ด้านพละกําลังแล้ว!”
เย่เทียนนำศพหมีเกราะดําทั้งสองตัวออกมาศพทั้งสองยังคงเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยการเน่าเปื่อยใดๆ
ทันใดนั้น
เย่เทียนก็คัดลอกพรสวรรค์ด้านพละกําลังระดับสูงของหมีเกราะดำทั้งสองมา
การหลอมรวมพรสวรรค์สองครั้งติดต่อกันสร้างความเจ็บปวดให้แก่เย่เทียนยิ่งกว่าก่อนหน้านี้มากนักโชคดีที่หลังจากความเจ็บปวดผ่านพ้นไป พรสวรรค์ด้านพละกำลังของเขาก็ยกระดับขึ้น
[พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับสูงสุด]
เย่เทียนรู้สึกตื่นเต้นทันทีเมื่อเห็นพรสวรรค์ด้านพละกําลังของเขากลายเป็นพรสวรรค์ระดับสูงสุดเเล้ว
เพราะนี่เป็นพรสวรรค์ที่จะช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้แก่เขาได้โดยตรง!
“หลังจากพรสวรรค์ด้านพละกำลังของเรายกระดับมาเป็นระดับสูงสุดพลังโจมตีของเราก็เพิ่มขึ้นเป็น 20 เท่าและเมื่อใช้ทักษะดาบฟาดฟันวายุคราม มันก็จะเพิ่มพลังโจมตีได้อีก 6 เท่า ถ้ารวมกันแล้ว พลังโจมตีก็จะกลายเป็น 120 เท่าเลยไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อคิดได้เช่นนี้เย่เทียนก็หายใจแรงขึ้น
พลังโจมตี120เท่าจะแข็งแกร่งปานไหน!
“งั้นก็ต้องลองดู!”
เย่เทียนอดใจรอแทบจะไม่ไหว
นอกถ้ำ
“พรสวรรค์ด้านพละกําลัง!”
“ทักษะดาบฟาดฟันวายุคราม!”
ตูม!
ทันทีที่เย่เทียนฟันดาบออกไปพื้นดินด้านหน้าก็ปรากฏเป็นร่องลึกทอดยาวกว่าพันเมตรต้นไม้นับไม่ถ้วนถูกบดขยี้เป็นฝุ่นผง
หากน้ำถูกเทลงในร่องนี้มันอาจกลายเป็นแม่น้ำขนาดเล็กเลยก็ได้
พลังทำลายล้างขนาดนี้น่าตกใจมากแต่เย่เทียนกลับขมวดคิ้ว
“นี้ไม่ใช่พลังโจมตี 120 เท่า นี่เป็นเพียงพลังโจมตี 100เท่า เท่านั้น เรารู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างขวางกั้นพลังอยู่หลังจากใช้พลังโจมตีถึง 100 เท่าเราก็ไม่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้อีก! เป็นไปได้ไหมว่าพลังโจมตี 100 เท่าคือขีดจํากัดสูงสุดแล้ว?”
เย่เทียนไม่เชื่อว่านี่คือขีดจํากัดของเขาและถึงแม้ว่ามันจะเป็นขีดจำกัด แต่เขาก็จะทำลายมัน
“เราสามารถทำลายขีดจํากัดนี้ได้อย่างแน่นอนเพียงแต่เรายังไม่รู้วิธีในตอนนี้ เอาเถอะ เลิกสนใจเรื่องนี้ก่อนอย่างไรก็ตามด้วยพลังโจมตีที่เพิ่มสูงขึ้น 100 เท่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ความแข็งแกร่งของเราเพิ่มขึ้นอย่างมาก!”เย่เทียนพึมพำ
จากนั้นเขาก็คํานวณพลังโจมตีของเขา
พละกําลังของเขาตอนนี้เท่ากับ1ช้าง หลังจากใช้พลังปราณมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ช้างบวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับสูงสุดและทักษะดาบเขาจะสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่มีพลังถึง 200 ช้าง
ปรมาจารย์ทั่วไปมีพลังโจมตีสูงสุดเพียง200ช้างเท่านั้นนี่แสดงให้เห็นว่าพลังโจมตีของเย่เทียนถึงขีดจํากัดของปรมาจารย์ทั่วไปแล้ว
“ตอนนี้พลังของเราเทียบได้กับปรมาจารย์ทั่วไป และความเร็วของเรายังสูงกว่าปรมาจารย์ทั่วไปมากตอนนี้มีเพียงปรมาจารย์ที่มีพรสวรรค์พิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีเท่านั้นที่จะเผชิญหน้ากับเราได้นอกจากนั้นแล้ว เราไม่จำเป็นต้องกลัวปรมาจารย์คนอื่นอีกต่อไป!”
เย่เทียนพูดอย่างมั่นใจ
กระนั้นเย่เทียนก็ไม่ได้ลืมสิ่งที่สําคัญที่สุดไปนั่นคือเขาจําเป็นต้องทำลายขีดจํากัดของการขัดเกลากล้ามเนื้อต่อ
“เปิดพรสวรรค์ด้านพละกําลัง!”
“วิชาโลหิตม่วง!”
ฟูม!!!!!
พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเย่เทียนกระบวนการขัดเกลากล้ามเนื้อเริ่มขึ้น ทั่วทั้งร่างของเขารู้สึกชาและความเจ็บปวดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ในตอนนี้เขาสามารถขัดเกลากล้ามเนื้อได้อีกครั้งแล้วเช่นเดียวกับการขัดเกลาผิวหนัง
เย่เทียนลองคํานวณดูแล้วถ้าเขาใช้เลือดสัตว์อสูรระดับสูงช่วยในการขัดเกลา เขาจะสามารถทำลายขีดจํากัดของการปรับแต่งกล้ามเนื้อได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน
“งั้นก็ต้องทุ่มเทเวลาให้กับการขัดเกลาอีกครั้งแล้ว!”
เย่เทียนเริ่มฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งราวกับคนบ้า
พริบตาเดียว28วันก็ผ่านไป