หัวค้อนทองแดงส่องประกายแสงสีส้มดูแล้วไม่ธรรมดา--- ที่แท้ก็เป็นวัตถุวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับกลาง!
ไป๋หยุนเฟยเบิกตากว้างยามที่ค้อนยักษ์กำลังจะทุบลงมาใส่ศีรษะก็ยังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากเชือก เพียงเบี่ยงกายเล็กน้อยพร้อมกับวาดทวนเปลวอัคคีในมือซ้ายพุ่งแทงออกไปอย่างหักโหม
ทะลวงเก้าทบ!
นี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋หยุนเฟยไม่นำพาต่อผลกระทบที่ได้รับจากการใช้ท่าทะลวงเก้าทบ!มิหนำซ้ำครั้งนี้ยังใช้ออกด้วยมือซ้าย
“ติง!”
ปลายทวนอันแหลมคมปะทะกับผิวหน้าอันใหญ่โตของค้อนยักษ์จนบังเกิดเสียงแหลมคมดังขึ้นจากนั้นดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ทอประกาย แล้วเปลวไฟสีแดงฉานก็ระเบิดออกจากปลายทวน!
“ตูม!”
เสียงดังกึกก้องราวกับจะไปถึงสวรรค์ผลกระทบเพิ่มเติมของทวนเปลวอัคคีถูกกระตุ้นบังเกิดขึ้นอีกครั้ง ไม่เพียงแค่นั้นถึงกับถูกกระตุ้นให้บังเกิดขึ้นถึงสองครั้ง!
จากครั้งแรกที่เกิดการระเบิดขึ้นแล้วการระเบิดครั้งที่สองก็ปะทุติดตามมาอีกครั้ง!
อำนาจทำลายล้างของระเบิดทั้งสองครั้งแม้แต่ไป๋หยุนเฟยเองก็ไม่อาจคาดเดา วัตถุวิญญาณชั้นมนุษย์ชิ้นนั้นราวกับเป็นกระดาษถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆแม้ถังย่าจะปล่อยมือได้ทันในพริบตาสุดท้ายแต่มือขวาก็ยังถูกแรงระเบิดกระชากจนไม่มีชิ้นดีแรงระเบิดยังส่งร่างของมันปลิวกระเด็นออกไปสิบกว่าวาจึงค่อยหยุดลงถังย่ากระอักโลหิตออกมาก่อนจะใช้สองตาจ้องมองดูไป๋หยุนเฟยด้วยความตกตะลึง
แขนซ้ายของไป๋หยุนเฟยปรากฏรอยแผลราวผืนดินที่แตกระแหงหลั่งโลหิตลงสู่พื้นไม่หยุดแต่มันกลับไม่แยแสเพียงจ้องมองไปยังถังย่าที่บาดเจ็บสาหัส แล้วจู่ๆก็ร้องขึ้น“เส้าหลิง!!”
เสียงร้องของไป๋หยุนเฟยสร้างความตระหนกแก่ถังย่าอย่างยิ่งชั่วขณะที่กำลังแตกตื่นก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบามาจากด้านหลังเมื่อหันกลับไปมองก็เห็นเด็กหนุ่มสวมหมวกฟางซึ่งใช้ต้นหญ้าปกคลุมไว้ด้านบนมันกลับไม่ทันรู้ตัวว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เข้ามาตั้งแต่เมื่อใดมิหนำซ้ำในมือของอีกฝ่ายก็ถือวัตถุสีแดงเข้มชูขึ้นเตรียมจะฟาดใส่ศีรษะของมัน
ที่แท้ก็เป็นเส้าหลิง!
มันไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดว่าไฉนคนธรรมดาผู้หนึ่งจู่ๆก็มาปรากฏตัวด้านหลังมันได้มิหนำซ้ำในมือยังถือสิ่งของบางอย่างที่ยังไม่ทันมองชัดว่าเป็นสิ่งใดถังย่ารีบยกแขนซ้ายขึ้นป้องศีรษะตามสัญชาตญาณทันที
“ปัง!”
พร้อมกับความตื่นตระหนกของถังย่าแขนมันสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่ว่า... กลับไม่รู้สึกอันใด?!
ถังย่ารออยู่ชั่วครู่ก็พบว่าการฟาดครั้งนี้เบาหวิวราวกับสะกิดเกาโดยไม่ทำให้บาดเจ็บแต่อย่างใดมันเบิกตากว้างวาดมือซ้ายตามสัญชาตญาณพร้อมกับโคจรพลังวิญญาณตบใส่ศีรษะของเส้าหลิง
“หมับ!”
ชั่วขณะที่ฝ่ามือจะกระทบถูกเส้าหลิงถังย่าก็พลันรู้สึกตึงที่ข้อมือขณะเดียวกันก็ไม่อาจตบลงไปได้ --- ไม่ทราบว่าไป๋หยุนเฟยคลายเชือกจากมีดจันทร์เสี้ยวตั้งแต่เมื่อใดยามนี้กลับสะบัดเชือกรัดพันข้อมือมันเอาไว้!
จากนั้นเส้าหลิงก็แสดงความกล้าหาญจนไป๋หยุนเฟยต้องยอมรับนับถือขณะจ้องมองฝ่ามืออันน่าหวาดหวั่นที่เกือบตบใส่ใบหน้าและใบหน้าบิดเบี้ยวปั้นยากของถังย่าที่จริงยามนี้เส้าหลิงหวาดกลัวจนขาสั่นแต่สีหน้ายังคงฉายแววเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว มันยกมือขวาที่กำก้อนอิฐ +13ไว้แนบแน่นก่อนจะฟาดลงไปอีกครั้งโดยไม่ลังเล!
“ปัง!”
ขณะที่ถังย่างุนงงต่อการโจมตีที่‘ไร้ประโยชน์’ของอีกฝ่ายอยู่นั้น ก้อนอิฐก็ฟาดใส่ทรวงอกของมันอย่างถนัดถนี่ แล้วมันก็ต้องกระเด็นออกไปโดยที่ไม่อาจควบคุมตนเองพร้อมกันนั้นก็ยังรู้สึกวิงเวียนศีรษะแทบตาย
ครั้งแรกมันยังโชคดีที่ไม่กระตุ้นผลกระทบใดเกิดขึ้นแต่ในครั้งที่สองถังย่ากลับโชคร้ายอย่างน่าสมเพชเพราะกระตุ้นผลกระทบสองอย่างขึ้นพร้อมกันนั่นคือ‘เหวี่ยงขว้าง’และ‘มึนงง’
“ฟู่!”
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใดถังย่าก็คืนสติพร้อมกับแว่วเสียงแผ่วเบาเข้าสู่โสตประสาทมันพบว่าตนเองอยู่ห่างจากเส้าหลิงออกมาหกเจ็ดวาแล้ว จากนั้นจึงพบเห็นแสงสีแดงจากปลายทวนที่ชุ่มโชกด้วยโลหิตอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความเจ็บปวดสุดแสนที่แล่นปราดขึ้นมาจากลำคอแล้วมันก็ปราศจากความรู้สึกใดๆอีก...
ที่ด้านหลังร่างของถังย่าเป็นไป๋หยุนเฟยที่กุมทวนอยู่ในมือ คมทวนแทงจากท้ายทอยทะลุผ่านคอหอยมันออกไป!
ไป๋หยุนเฟยใช้สีหน้าเย็นชาขยับข้อมือชักทวนเปลวอัคคีออกโลหิตสดๆก็ฉีดพุ่งไปทั่วบริเวณแล้วร่างไร้วิญญาณของถังย่าก็ล้มฟุบลงกับพื้นดวงตามันเบิกค้างทิ้งร่องรอยความเหลือเชื่อต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้
“พี่ใหญ่!!”
เพราะไป๋หยุนเฟยปล่อยมือ... อ้อ ผิดแล้วเพราะว่าปล่อยเชือกออกมีดจันทร์เสี้ยวเล่มนั้นจึงกลับไปหาซูเซี่ยได้ ทำให้มันสามารถมองเห็นเหตุการณ์ของพี่ใหญ่ได้อย่างชัดเจนมันแทบไม่เชื่อสายตาต่อภาพที่ถังย่าฟุบลงกับพื้นมิหนำซ้ำมันก็ยังรู้สึกหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ --- คิดไม่ถึงว่าเพียงกระพริบตาสองคราพี่ใหญ่ของตนก็สิ้นลมหายใจแล้ว!
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?” ซูเซี่ยสมองว่างเปล่าเมื่อได้เห็นไป๋หยุนเฟยที่ส่งสายตาอำมหิตมามันก็ตัวสั่นสะท้านเรียกความคิดที่เตลิดหนีกลับคืนมาได้ มันร่ำร้องในใจว่า “สู้ไม่ได้! สู้ไม่ได้!มันไม่ได้เป็นดังที่คิด มันร้ายกาจว่าที่พวกเราคาดคิดจนเกินไป! หนี ต้องรีบหนีในบัดดล!ไม่เช่นนั้นต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แน่!”
ยามนี้ทั้งสองแขนของไป๋หยุนเฟยชุ่มโชกไปด้วยโลหิตแขนซ้ายมันไร้ความรู้สึกแล้ว แขนขวาฟื้นฟูมาได้บ้างจึงอาการดีกว่าเล็กน้อยหลังจากเก็บทวนเข้าไว้ก็เริ่มโคจรพลังวิญญาณที่เหลือเพียงน้อยนิดไปยังแขนทั้งสองข้างเพื่อพยายามฟื้นฟูไปพร้อมกันขณะเดียวกันก็เขม้นมองไปยังซูเซี่ย
ฆ่าไปแล้วหนึ่งยังเหลืออีกหนึ่ง ไม่มีทางปล่อยมันรอดไปได้แน่!
เมื่อดูออกว่าอีกฝ่ายมีความคิดจะหลบหนีไป๋หยุนเฟยก็ไม่คิดจะปล่อยให้มันมีโอกาสหลังจากกัดฟันโคจรพลังวิญญาณลงสู่สองเท้าก็พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายทันที
ทันทีที่ไป๋หยุนเฟยขยับซูเซี่ยก็คล้ายสุนัขเถื่อนที่ถูกขู่จนขวัญฝ่อรีบหันหลังเตลิดหนีโดยไม่ลังเลมันผนึกพลังธาตุลมรอบเท้าทั้งสองวิ่งตะบึงด้วยความเร็วที่ไม่ด้อยกว่าไป๋หยุนเฟยไปยังป่าทางทิศเหนือ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายหลบหนีไปไป๋หยุนเฟยก็แค่นเสียงเย็นชาพร้อมกับสะบัดแขนขวาส่งเชือกสารพัดนึกออกไปราวอสรพิษเชือกสีทองพุ่งวาบไปสามสิบกว่าวา พริบตาเดียวก็ม้วนพันขาขวาซูเซี่ยที่มุ่งหน้าหลบหนีเอาไว้ได้
ยามที่ซูเซี่ยรู้สึกตึงที่ขาขวาสีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนจากนั้นก็มีแรงดึงส่งผ่านมาตามเส้นเชือก พริบตาที่ถูกกระชากดึงมันก็รีบใช้เท้าขวายันพื้นสุดแรงจนจมลึกลงในพื้นหากไม่มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วคงต้องถูกกระชากล้มลงกับพื้นแล้ว
แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้รับอันตรายจากการกระชากครั้งนี้แต่ไป๋หยุนเฟยก็อาศัยแรงต้านนี้พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม!
“สารเลว!ข้าขอสู้ตาย!”ดวงตาซูเซี่ยฉายแววคลุ้มคลั่ง มันสะบัดมือซัดมีดจันทร์เสี้ยวในมือซ้ายเข้าใส่ไป๋หยุนเฟยสุดกำลัง
ไป๋หยุนเฟยเพ่งตามองก่อนจะเอี้ยวตัวไปด้านซ้ายก็หลบการโจมตีครั้งนี้พ้นหลังจากหันกลับมาก็เอี้ยวตัวไปทางขวาอีกครา เป็นดังที่คาดไว้มีดโค้งที่พุ่งผ่านไปก็วกกลับมาอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้เฉี่ยวใส่ที่ข้างเอวจนเกิดประกายไฟแล้วเกราะวิญญาณไหมทองก็ปรากฏรอยขาดขึ้นอีกแห่ง
ยามเมื่อคมมีดกรีดผ่านไปไป๋หยุนเฟยก็เลิกคิ้วพร้อมกับดวงตาฉายแววยินดี --- ผลกระทบเพิ่มเติมของเกราะวิญญาณไหมทองระดับ +10การกระตุ้นสัมฤทธิ์ผล!
(เมื่อถูกโจมตี มีโอกาส 5% ที่จะเพิ่มพลังป้องกันอีก 50% เป็นเวลา 3 วินาที)
ซูเซี่ยยกมือขึ้นรับมีดจันทร์เสี้ยวที่วกกลับมาเมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยยังคงพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วดุจเดิมจนยามนี้ห่างออกไปไม่ถึงห้าวาแล้วแววตามันก็พลุ่งพล่านขึ้นทันใดนั้นซูเซี่ยก็ชูมีดทั้งสองขึ้นตรงหน้าก่อนจะแนบประกบเข้าด้วยกัน
“เช้ง!” เสียงดังขึ้นแผ่วเบาแล้วมีดจันทร์เสี้ยวทั้งสองเล่มก็รวมเป็นเล่มเดียว!
ด้วยมีดจันทร์เสี้ยวสองเล่มที่รวมเป็นหนึ่งในมือซูเซี่ยรอคอยจนไป๋หยุนเฟยพุ่งเข้ามาถึงเบื้องหน้าก็ฟันขวางใส่หว่างเอวทันที!
ไป๋หยุนเฟยใคร่ครวญว่าจะหลบหรือไม่หลบดีในชั่วพริบตา“เกราะวิญญาณไหมทองรวมกับผลกระทบเพิ่มเติมมีพลังป้องกันมากกว่าหกร้อยหน่วย สมควรป้องกันได้!”
เมื่อตัดสินใจได้ไป๋หยุนเฟยก็เผยสีหน้าเด็ดเดี่ยวมันบิดตัวไปด้านขวาเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงจุดสำคัญโดยไม่ลดความเร็วลงแม้แต่น้อยพริบตาต่อมาที่ประชิดถึงตรงหน้าซูเซี่ย ไป๋หยุนเฟยยกแขนขวาขึ้นก็ปรากฏแสงสีแดงแผ่ออกเตรียมจะใช้มีดปีกเพลิงแลกกระบวนท่ากันซึ่งหน้าเพื่อสังหารอีกฝ่ายให้ตาย
แต่ชั่วพริบตาที่มีดปีกเพลิงจะก่อตัวโดยสมบูรณ์สีหน้าไป๋หยุนเฟยก็แปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง แล้วแสงสีแดงบนแขนขวาพลันหรี่ลงจนหายวับไปจากนั้นพลังวิญญาณทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดไปสู่เอว --- ความเจ็บปวดสุดแสนก็แล่นปราดขึ้นมาด้วยผลกระทบเพิ่มเติมที่แสดงผล พลังป้องกันถึงหกร้อยแต้มของเกราะวิญญาณไหมทอง กลับถูกมีดจันทร์เสี้ยวฟันใส่ราวกับปราศจากสิ่งใดขวางกั้น!
คมมีดฟันเข้าท้องน้อยพร้อมกับพลังธาตุลมอันดุร้ายแทรกซึมเข้าสู่ร่างไป๋หยุนเฟยหลั่งเหงื่อเย็นเยียบโซมกาย ท้องน้อยมันเจ็บปวดสุดทนทานราวกับถูกมีดบิดคว้านอยู่ภายใน
ไป๋หยุนเฟยทุ่มเทพลังกระโจนไปด้านขวาสุดกำลังในที่สุดมีดจันทร์เสี้ยวจึงกรีดผ่านไปโดยไม่กระทบถูกอวัยวะภายในไป๋หยุนเฟยเสียหลักซวนเซไปด้านขวา พร้อมกับเสียง‘โครม’ร่างก็ร่วงลงฟาดกับพื้นจากนั้นจึงกระเด็นต่อไปอีกร่วมห้าวาจึงหยุดลงเห็นได้ชัดว่ามันทุ่มเทกำลังหลบหลีกจากมีดของฝ่ายตรงข้ามเพียงใด
“เป็น...เป็นไปได้อย่างไร!!” ไป๋หยุนเฟยกุมที่เอวของตนเพื่อกดปากแผลเอาไว้ขณะเดียวกันก็เผยสีหน้าเหลือเชื่อต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“พลังของมีดจันทร์เสี้ยวต้องเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าห้าส่วน! บัดซบ! ไฉนจึงเป็นเช่นนี้ได้...”
ยามมองดูใบหน้าที่ซีดเผือดของไป๋หยุนเฟยซึ่งนั่งนิ่งกับพื้นพร้อมกับใช้มือกดปากแผลอีกทั้งเมื่อพยายามจะพยุงกายก็ไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้น ซูเซี่ยก็งงงันวูบแต่แล้วจู่ๆก็เผยสีหน้ายินดีพร้อมกับหัวเราะดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!ที่แท้พลังวิญญาณของเจ้าก็ถูกใช้จนหมดสิ้นดังเกาทัณฑ์ที่ยิงจนสุดล้าแล้วนี่เอง!!”