เทพยุทธ์โลกนิยาย

    ตอนที่ 42 เ...ี้ยอะไรวะเนี่ย!!!


    ตอนที่ 42



    เพราะม่านหมอกทำให้เงาร่างของไป๋กุนหลางหายไป  เห็นเพียงร่องรอยตามทางที่ไป๋กุนหลางทิ้งไว้หลังวิ่งผ่าน  เฟิ่งกุยจึงวิ่งตามรอยไป  โดยไม่รั้งรอ


    ในขณะเฉียดผ่านพุ่มไม้สูงท่วมหัว  เฟิ่งกุยสัมผัสได้ว่ามีพลังปริศนา  ลอบโจมตีจากในพุ่มไม้!  

    จึงหยุดวิ่ง!  แล้วส่งพลังตาข่ายฟ้าที่กางเตรียมไว้ไปจับสิ่งนั้น!  ซึ่งเฟิ่งกุยเข้าใจว่าคือไป๋กุนหลาง  

    ทุกประการทำสำเร็จในชั่วพริบตา!


    แต่พอเฟิ่งกุยหันมามองสิ่งที่เขาจับไว้  ก็ต้องยืนงงเป็นไก่ตาแตก!  เพราะสิ่งนั้น มันไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์  แต่เป็นหมอกสีเทารูปร่างคล้ายคนถือกระบี่!  

    'ช่างเป็นวิชาลวงตาที่น่ากลัวจริงๆ!'  เฟิ่งกุยคิดอย่างอึ่งๆ  เพราะทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าเป็นของปลอม  แต่ประสาทสัมผัสของเฟิ่งกุย  ณ ปัจจุบันยังส่งสัญญาณมาว่าสิ่งนี้เป็นของจริง!


    สิ่งที่หลอกลวงเฟิ่งกุยคือยันต์  ยันต์ที่สร้างมาจาก กฎสุดยอดการหลอกลวง  แม้จะมีพลังไม่ถึงครึ่งของหลี่ฟุต้า  แต่ก็ยังสามารถหลอกลวง  ยอดฝีมือผู้ใช้กฎอย่างเฟิ่งกุยได้


    ในระหว่างที่กำลังอึ่งอยู่นั้น  เฟิ่งกุยก็ต้องสยิวกายอย่างหนาวเหน็บ  เพราะเฟิ่งกุยสัมผัสได้ว่ามีขุมพลังที่แหลมคมสุดเปรียบปาน!... 


    จู่โจมใส่ตนในระยะห่างไม่ถึงสองก้าว!


    อารามตกใจ!  เฟิ่งกุยจึงทำทุกสิ่งทุกอย่างตามสัญชาตญาณ  ผนึกตาข่ายฟ้าทุกอันเข้าด้วยกันจนหนาแน่น! ถี่ยิบยิ่งกว่ามุ้งลวดกันยุง

    ตั้งเป็นกำแพง  ผลักดันใส่ขุมพลังที่โจมตีเข้ามา  พร้อมกลับหลังหันไปชมดู  ทว่าหันกลับไปได้เพียงครึ่งรอบ...  


    เฟิ่งกุยกลับต้องตกใจจนขวัญบิน!!  


    เพราะหลังต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าเฟิ่งกุย  ห่างไปห้าก้าว  กลับมีไป๋กุนหลางถลันออกมา!  


    ทิ่มแทงกระบี่มังกรขนดในมือออก!!


    สถานการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก!  เรื่องหลบหลีกไม่ต้องพูดถึง  และเฟิ่งกุยไม่อาจดึงพลังตาข่ายฟ้ากลับมาทัน  แถมพลังจิต  ก็เหลือไม่พอใช้กฎแรงอัดอีกครั้ง


    เฟิ่งกุยเบิกตา จนหางตาแทบฉีกขาด  จ้องปลายกระบี่มังกรขนดตาไม่กะพริบ  แล้วกระทำในสิ่งที่ไป๋กุนหลาง  ต้องเป็นฝ่ายตกตะลึงบ้าง!


    พอคาดการณ์ได้ว่ากระบี่จะแทงจุดไหนของร่างกาย  เฟิ่งกุยก็สืบเท้าขึ้นหน้าหนึ่งก้าว! เสนอ  อกซ้ายเข้าหากระบี่ด้วยตัวเอง 


    เมื่อกระบี่แทงโดนไป๋กุนหลางจึงค่อยเข้าใจ  เฟิ่งกุยกลับใช้กฎพลังบางอย่างทำให้เนื้อผ้าบริเวณที่ถูกแทง  เหนียวแน่นจนแทงไม่ทะลุ!


    แม้จะเป็นศัตรู  แต่ไป๋กุนหลางชื่นชมในฝีมือเฟิ่งกุยยิ่ง  สถานการณ์คับขันอย่างนี้  กลับมีวิธีการอันเหนือชั้นมาช่วยชีวิตตนเอง  นี่ถ้าเฟิ่งกุยไม่ประมาท  ใช้ฝีมือเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่แรกที่เจอกัน  ไป๋กุนหลางคงกลายเป็นผีเฝ้าป่าไปนานแล้ว


    ก็อย่างว่า  ความประมาท  คือหนทางแห่งความตาย  และครั้งนี้  เฟิ่งกุยก็ได้ทำความผิดพลาดอย่างร้ายแรงอีกครั้ง!


    แม้จะสามารถใช้ยันต์สุดยอดการหลอกลวง  หลอกเฟิ่งกุยได้ถึงสองครั้งสองครา  แต่ไป๋กุนหลางก็ยังไม่มีความมั่นใจว่า  กระบวนท่าต่อมาจะสังหารเฟิ่งกุยได้  


    กระบวนท่านี้จึงไม่ได้ใช้เพื่อฆ่า  แต่ใช้เพื่อเป็นสะพานส่งพลังวัตรทั้งหมดของไป๋กุนหลาง  ที่แปลงเป็นปราณกระบี่เมฆา  ให้แทรกซึมเข้าไปในร่างเฟิ่งกุย!


    ซึ่งกฎพลังที่เฟิ่งกุยใช้ไม่สามารถกันปราณกระบี่เมฆาได้  


    เฟิ่งกุยจึงรับมันไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ห้วงแห่งจิตปั่นป่วนจนเริ่มจะควบคุมพลังจิตไม่ได้  ส่วนร่างกายก็กระเด็นไปตามแรงปะทะ!   


    ทุกประการจบสิ้นลงในเวลาไม่ถึงสามชั่วสามหายใจ 


    หลังจากถ่ายทอดพลังไปจนหมด  ไป๋กุนหลางก็รู้สึกหน้ามืด  วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม  เลยรีบ ปักกระบี่ไว้ที่พื้น  นั่งลงขัดสมาธิฟื้นฟูพลังวัตรโดยเร็ว  ไม่เหลือบมองเฟิ่งกุยสักแวบเดียว  เพราะไป๋กุนหลางเชื่อมั่นว่าตนจะฟื้นฟูพลังได้ก่อน


    ห้านาทีต่อมา…


    ไป๋กุนหลางระบายลมหายใจ  แล้วลุกขึ้นยืน  มือคว้ากระบี่  


    ห่างออกไปยี่สิบก้าว  เฟิ่งกุยกำลังนั่งหลับตาขัดสมาธิ  หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคนปวดอึแต่หาห้องน้ำไม่เจอ  ที่แปลกคือ  รอบกายกลับมีตาข่ายฟ้าครอบอยู่เหมือนโดม  ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้เพราะเฟิ่งกุยยังไม่สามารถขับสลายปราณกระบี่เมฆาได้หมด


    'หืม...ใช้วิชาทลายห้วงจิต จริงๆด้วย'  ไป๋กุนหลางคิด


    วิชาทลายห้วงจิต  คือวิชาตัดแบ่งห้วงจิตของเจ้าอาคม  แล้วห้วงจิตที่ถูกแบ่งออกมาก็จะทำตามคำสั่งที่ให้ไว้ในตอนแรก  เหมือนโปรแกรมอัตโนมัติ  เป็นวิชาที่เจ้าอาคมระดับใช้กฎทุกคนล้วนใช้ได้  แต่ก็ไม่มีเจ้าอาคมคนไหนอยากใช้  ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ  เพราะห้วงจิตที่ตัดแบ่งออกมาเมื่อหมดพลังมันจะสลายหายไปเลย  และการฟื้นฟูก็ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ตายตัว  บางคนใช้เวลาแค่สองถึงสามเดือนก็สามารถฟื้นฟูได้  แต่บางคนใช้เวลาชั่วชีวิตก็ยังไม่อาจฟื้นฟูได้เลย


    คงมีเพียงวิชา จิตเทพอวตาร ของกู่เทียนอี้  เทพนักสู้คนปัจจุบันเท่านั้น  ที่จะทำการตัดแบ่งห้วงจิตออกมาแล้วสามารถเรียกกลับคืนได้


    เพราะคิดอยู่แล้วว่าเฟิ่งกุยต้องใช้วิชานี้  ไป๋กุนหลางจึงไม่ได้ตื่นตระหนก  ค่อยๆยกกระบี่มังกรขนดขึ้นขนานกับพื้น  จ่อชี้ไปยังเพิ่งกุ๊ย แล้วก้าวเดินไปหาอย่างช้าๆ 


    สำนึกกระบี่ทัศนา  เที่ยวชมบรรพต  ผสาน  ประจักษ์ห้วงสมุทร


    ใช้สำนึกเที่ยวชมบรรพตเป็นเขื่อนกั้น  ใช้สำนึกประจักษ์ห้วงสมุทรเป็นมวลน้ำ  ถ่ายเทลงไปในเขื่อน  ทุกๆก้าวของไป๋กุนหลาง  เขื่อนและน้ำจะสูงขึ้นหนึ่งชั้น 


    เจ้าระบบคำนวณให้ไป๋กุนหลางแล้วว่าต้องใช้สิบห้าก้าว  ถึงจะมีพลังพอที่จะฆ่าเฟิ่งกุย  


    ใจจริงไป๋กุนหลางก็อยากจะก้าว ฉับๆ อย่างรวดเร็วอยู่หรอก ทว่าความไม่ชำนาญ  ทำให้ไป๋กุนหลางไม่กล้าทำ  เพราะถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาพลังที่สะสมอยู่  อาจจะย้อนมาทำร้ายตัวเองได้!


    หนึ่งก้าว

    สองก้าว

    สามก้าว…


    เรื่อยๆมา...จนถึงก้าวที่เก้า  อยู่ๆกลางหน้าผากของเฟิ่งกุยก็มีเขาสีดำเมื่อม  งอกออกมา!  ดวงตาที่เบิกโพรง  ก็ดูไม่เหมือนกับของมนุษย์  แต่เหมือนกับของสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด!  


    "เหี้ยอะไรวะเนี่ย!!!"  ไป๋กุนหลางตกใจจนเผลอหลุดคำด่าออกมา  


    ตอนนี้ไป๋กุนหลางอยู่ในอารมณ์ทั้งอึ้งทั้งสงสัย  เพราะไม่ว่าจะในนิยายหรือในบันทึกประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักร  ก็ไม่เห็นมีการพูดถึงคนที่สามารถงอกเขาออกมาได้!


    เมื่อเขางอกออกมาได้หนึ่งคืบ  เฟิ่งกุยก็ลุกขึ้นยืนจ้องไป๋กุนหลาง  ตาข่ายฟ้าปรากฏขึ้นมามากมาย


    '!!!เป็นไปได้ไง'  ไป๋กุนหลางต้องตกใจอีกรอบ  เมื่อเห็นเฟิ่งกุยสามารถใช้พลังได้ปกติ  ไม่มีท่าทางของผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้วิชาทลายห้วงจิตเลยสักครั้ง


    "สามารถทำให้ข้าใช้ร่างนี้ได้ถือว่าเจ้าร้ายกาจกว่าที่คาดคิดไว้...เอาละข้าจะให้เจ้าได้เห็นไม้ตายของข้า  หอกตาข่ายฟ้า!!"  กล่าวจบเฟิ่งกุยก็พนมมือไว้กลางอก  ตาข่ายฟ้าทั้งหมด เริ่มถักทอเป็นหอกเล่มหนึ่ง


    ไป๋กุนหลางตัดความสงสัยที่อยู่ในใจออก  ตั้งสมาธิกับการสะสมพลัง  เพราะสัมผัสได้ว่าเฟิ่งกุยรวบรวมพลัง  ได้รวดเร็วกว่าตนหลายเท่านัก!


    "เฮ้อ…"  พอถึงก้าวที่สิบสาม  ไป๋กุนหลางก็ถอนหายใจยังปลดปลง  เพราะเฟิ่งกุยรวบรวมพลังเสร็จแล้ว  ส่วนไป๋กุนหลางยังเหลืออีกสองก้าว  แต่ถ้าไป๋กุนหลางยังฝืนก้าวต่อไป  เขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้พลังที่ตัวเองสะสมไว้


    ย้าก!!!

    เฟิ่งกุยตวาดลั่น!  ยื่นมือไปคว้าหอกแล้วพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว


    ฮ้า!!!

    ไป๋กุนหลางระบายลมหายใจ  แล้วปลดปล่อยพลังที่สะสมไว้  ร่างจำแลงมังกรส่องแสงสีทองสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าหลอดไฟนีออน  แยกเขี้ยวกางเล็บไปหาหอกตาข่ายฟ้า  ส่วนไป๋กุนหลางก็กุมกระบี่โผนทะยานตามร่างจำแลงไป!





    ตัดจบแบบ...


    ___________________________


    ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน 

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์โลกนิยาย ที่คุณอ่าน