ตอนที่5
รุ่งสางเสียงนกน้อยที่เกาะบนต้นไม้อยู่หลังเรือนซินอี๋ ร้องเสียงดังเหมือนเป็การร้องเรียกให้คนที่อยู่ในจวนได้ตื่นขึ้นบ่งบอกว่าเช้าแล้ว และั้แ่ที่นางมาอยู่ที่นี่นกตัวนี้ก็ร้องเป็ประจำทุกเช้าจนนางชิน แต่วันนี้กลับรู้สึกว่าเหมือนนกมันร้องจนน่ารำคาญเสียแล้ว อาจจะเป็เพราะการนอนไม่เต็มอิ่มก็เลยทำให้นางพลอยโกรธนก
ซินอี๋ที่นางนอนไม่หลับด้วยคิดถึงเื่ชายคนนั้นที่ทำให้นางคิดมากกว่าจะหลับเล่นเอาเกือบรุ่งสาง แต่พอได้ยินเสียงนกโสตประสาทก็รับรู้ว่าจะต้องตื่น แม้ว่าร่างกายบอกว่าไม่ไหวแต่ถ้านอนตื่นสายทางฝั่งโน้นจะหาว่านางเป็คนเกียจคร้านไปได้ ซึ่งไม่เป็ผลดีกับนางแน่ เดี๋ยวค่อยนอนกลางวันเอาแล้วกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ออกจากห้องนอนไปยังสวนดอกไม้ของนาง ตื่นเช้ามาต้องอารมณ์ดีการมองสิ่งที่สวยงามก่อนก็จะทำให้จิตใจดีไปด้วย นางทำงานรดน้ำต้นไม้ก่อนถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวค่อยเดินไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหารเตรียมไว้ตอนเช้า
“คุณหนูไม่ยอมปลุกข้าเลยนะเ้าคะ” สาวใช้ที่นอนตื่นสายกว่าเ้านายเดินมาทำหน้ามู่ทู่บ่นซินอี๋ที่ว่าไม่ยอมปลุกนางตื่นมาด้วย
“ก็เห็นว่าเ้าหลับสบายข้าก็ไม่อยากขัดความสุขของคนนอน”
ที่นางนอนตื่นสายก็เพราะว่าเมื่อคืนเ้านายสาวไม่ยอมหลับเสียทีทำให้นางต้องคุยอยู่เป็เพื่อนนั่นเอง
“โธ่คุณหนูก็”
หลิงเอ๋อทำหน้างอนเ้านายสาวแม้ว่านางจะบอกว่าอยู่ที่นี่ก็ทำตัวไม่ต้องเคร่งครัดเหมือนอยู่ในจวนพ่อแม่ ให้เห็นกันเป็พี่เป็น้อง แต่นางก็ไม่บังอาจเอื้อมขนาดนั้น ซินอี๋ก็คือนายหญิงของนางเสมอ ที่ผ่านมานั้นนายสาวดีกับนางเหลือเกินจนไม่มีวันลืม เ้านายดีๆ แบบนี้ควรที่จะเคารพรักเทิดทูน
“คุณหนูให้ข้าทำดีกว่าเ้าค่ะ” หลิงเอ๋อไปแย่งที่รดน้ำจากมือเ้านายสาว ด้วยที่ว่าควรจะเป็หน้าที่ของนางมากกว่าที่จะต้องทำ
ซินอี๋มองดูสาวใช้รดน้ำต้นไม้ มีนางคอยเป็เพื่อนพูดคุยมาโดยตลอดถ้าชีวิตไม่มีหลิงเอ๋อป่านนี้ไม่รู้ว่านางจะเป็ยังไงแล้ว
เมื่อพวกนางได้เข้าครัวทำอาหารเช้า สาวใช้คอยเป็ลูกมือให้กับเ้านายสาว ด้วยที่ว่าอยากจะเอาชนะสามีให้ยอมรับว่านางทำอาหารอร่อย แม้ว่าจะไม่คาดหวังว่าเขาจะอนุญาตให้เปิดโรงเตี๊ยมไหม นาง้าแค่การยอมรับจากสามีว่านางไม่ใช่คนไม่เอาไหนจะได้ไม่ต้องดูถูกว่าเป็ลูกคุณหนูที่ไม่ได้เื่
ฟางหรงและบ่าวรับใช้2 คน ออกไปข้างนอกั้แ่รุ่งสางแล้ว เห็นว่าเขาเหมือนจะรีบร้อนออกไป นางไม่รู้ว่านายบ่าวไปไหนไม่ว่าจะไปไหนเขาก็ไม่เคยบอกจนนางชินแล้ว
“คุณหนูว่านายท่านออกไปไหนั้แ่เช้าเ้าคะ”
“ข้าก็ไม่รู้พวกเขาชอบทำอะไรไม่เคยบอกเรา จนข้าไม่รู้เลยว่าสามีของข้าค้าขายอะไรกันแน่”
“หรือว่า....นายท่านจะค้าขายสิ่งไม่ดีเ้าคะ” หญิงสาวเบาเสียงลงเมื่อไม่อยากให้ใครได้มายินเื่ที่นางแอบนินทาอยู่
“ข้าไม่แน่ใจ แต่ขอว่าอย่าให้เป็อย่างนั้นเลย”
“แต่คงไม่ใช่หรอกมั้งเ้าคะ ดูแล้วนายท่านน่าจะใจดีไม่ทำเื่แบบนั้นหรอก ข้าเชื่ออย่างนั้น”
“เอ๊ะ..เ้าพึ่งมาอยู่แท้ๆ เดี๋ยวนี้เข้าข้างตานั่นแล้วเหรอ” ซินอี๋มองตาขวางใส่สาวใช้ที่พูดเข้าข้างคนแบบนั้นทั้งที่นางควรจะมาห่วงตนมากกว่า
“ก็เอ่อ..ข้าเดาเอาจากการมองคนแค่นั้นจริงๆ”
“ข้าว่าเ้าอาจจะเดาผิดก็ได้ ถ้าเขาดีจริงก็คงไม่ทำหน้าบึ้งตึงใส่ข้าตลอดหรอก เห็นหน้าเขาทีไรข้านี้อยากจะวิ่งหนีทุกที”
แม้ว่าคำพูดนางจะพูดออกมาแบบนั้น ก็ใช่นางเคยมีความรู้สึกแบบนั้นจริงและก็ยังมีความรู้สึกอีกแบบหนึ่งกับเขาเหมือนกันไม่รู้ว่ามันคืออะไร
หลิงเอ๋อได้แต่นิ่งเงียบไว้ ปล่อยให้นายสาวที่อารมณ์เสีย ใจเย็นเสียก่อนไม่งั้นขืนนางพูดอะไรออกไปเ้านายอาจจะไม่พอใจมากกว่านี้ก็เป็ได้
เมื่อฟางหรงกลับจากทำธุระข้างนอกมา ก็ได้กินอาหารเช้าฝีมือนาง เขาก็ยังคงชอบเหมือนเดิม ฝีมือนางอร่อยจริงๆ แต่เขาจะไม่ยอมรับเด็ดขาดว่านางทำอร่อย เดี๋ยวนางจะได้ใจถ้าหากเขาชมนางตรงๆ ต้องปากแข็งไว้
“สรุปแล้วฝีมือการทำกับข้าวข้าเป็อย่างไรบ้างนี่ก็มื้อที่สองแล้วนะที่ท่านกินฝีมือข้า” นางมองคนตรงหน้าด้วยที่ว่าอยากรู้คำตอบเสียที
“ก็งั้นๆ”
“ก็งั้นๆ เหรอ” นางชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจที่เขายังคงปากแข็งไม่ยอมบอกว่าฝีมือทำกับข้าวนางนั้นอร่อยเลิศ แต่ก็ไม่เป็ไรดูสิจะปากแข็งไปอีกนานแค่ไหนเชียว
หลังจากที่ฟางหรงกินข้าวเช้าเสร็จก็กลับห้องไปอ่านหนังสือ พอเดินออกมามองออกไปทางด้านสวนก็พบว่าซินอี๋นั่งอยู่คนเดียวทำให้เขาแปลกใจ
“สาวใช้ของนางไปไหนแล้วล่ะ ทำไมนางจึงนั่งอยู่คนเดียว” ชายหนุ่มหันไปถามหลินปอที่ยืนอยู่หน้าประตู
“เรียนนายท่าน นางออกไปซื้อของให้นายหญิงขอรับ”
“ซื้ออะไรกัน งั้นหลินปอเ้าไปซื้อเกาลัดให้ข้าทีข้ารู้สึกอยากกิน ซื้อมาเยอะๆ นะ”
“ขอรับนายท่าน”
ฟางหรงหันไปหาฟู่เฉิงด้วยที่ว่าเขาอยากจะให้องครักษ์ไปทำอะไรสักอย่าง “ฟู่เฉิง”
“ขอรับ”
“เ้าออกไปสำรวจดูสิว่าที่เมืองนี้อะไรที่ขายดีที่สุดและก็สืบให้ข้าทีว่าจวนเสนาบดีจางตอนนี้มีอะไรคืบหน้าบ้าง”
“ขอรับ”
ด้วยที่ว่าชายหนุ่มอยากใช้เวลาอยู่กับนางสองต่อสองจึงหางานให้บ่าวทั้งสองคนทำ ั้แ่นางมาอยู่ที่นี่เขาไม่เคยได้ใช้เวลาส่วนตัวกับนางเลย ไหนๆ นางก็เป็ภรรยาแล้วนี่จะเข้าหาก็ไม่ผิด
เมื่อไม่มีบ่าวรับใช้อยู่ด้วยแล้วฟางหรงก็เดินไปยังสวนดอกไม้ก่อนจะเดินไปก็หันมาสำรวจดูเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองว่าเรียบร้อยดีเหรอไม่
ชายหนุ่มเดินมาด้านหลังนางก็กระแอ้มเสียงเบาๆเพื่อให้นางรู้ “สาวใช้เ้าไปไหนแล้วล่ะ”
“ข้าบอกให้นางไปซื้อของมาให้เ้าค่ะ” ซินอี๋หันไปตามน้ำเสียงนั้น นางทำหน้าแปลกใจที่ไม่มีบ่าวรับใช้เดินตามมาด้วยทุกทีเขาไม่เคยห่างกับบ่าวแม้แต่น้อย
“ข้าจะถามเ้าหน่อย อยู่ที่นี่เป็อย่างไรบ้าง คงลำบากเ้าล่ะสิ”
“ไม่เ้าค่ะ ข้าสบายดี” แม้ว่าจะโดนกลั่นแกล้งจากเขาไปบ้างแต่นางก็ไม่ถือสายังคงยิ้มเสมอบอกให้รู้ว่านางไม่เป็อะไร
“แล้วเ้ากำลังทำอะไรอยู่” ฟางหรงเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ ก็เห็นว่านางกำลังปักผ้าเช็ดหน้าอยู่
“ข้ากำลังปักผ้าอยู่ ท่านไม่เห็นรึ”
“ข้าเห็นแล้วก็อยากจะถามอีก ทำไมหรือว่าข้าถามเ้าไม่ได้” ฟางหรงถึงขั้นพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนในคำพูดของนาง อุตส่าห์จะมาพูดดีๆ กับนางแท้ๆ กลับทำให้เขาต้องมาอารมณ์เสียในท่าทีนั้น
“ถามได้เ้าค่ะ ท่านมีสิทธิ์ที่จะถามข้าได้ทุกเื่”
“ข้าไม่อยากจะทะเลาะกับเ้าแล้ว เรามาคุยกันดีๆ ได้เหรอไม่” ชายหนุ่มค่อยๆใจเย็นลงเมื่อสิ่งที่เขา้าไม่ใช่แบบนี้
“ได้สิ ข้ายินดีที่จะคุยกับท่านดีๆขอเพียงท่านอย่าหาเื่ข้าก็พอ”
“ข้าจะหาเื่อะไรเ้า ถ้าเ้าไม่มีอะไรให้ข้าหาเื่”
นางถอนหายใจอย่างรู้สึกถึงความหนักใจในคำพูดของเขาเมื่อเขาจงใจที่จะกวนประสาทนาง แต่แล้วซินอี๋กลับพบว่าสายตาของเขาเปลี่ยนไป
“ท่านจ้องอะไรข้า ข้ามีอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ” นางมองสำรวจร่างกายตนว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ทำไมชายตรงหน้าถึงเล่นจ้องนางแบบนี้
“ข้ากำลังคิดว่าเ้าคืนนั้นที่นอนกับข้าและเ้าตอนนี้ใช่คนเดียวกันหรือไม่”
“ทะ..ทำไมกัน ท่านคิดว่าข้าเป็คนละคนกันหรอกเหรอ” เมื่อเขายกเื่คืนนั้นขึ้นมาพูด ทำให้นางรู้สึกอายกับคืนนั้นที่แสดงท่าทีแบบนั้นกับเขาไปได้เพราะฤทธิ์ยาแท้ๆ ทำให้นางทำเื่น่าอายเช่นนั้น
“ก็นิสัยเ้าในตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกันไง”
“ข้าเปลี่ยนไปขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“ก็เ้าตอนนั้น ร้อนแรงอย่างกับไฟ ลีลาก็เร่าร้อน แต่ตรงหน้าข้านี้อย่างกับกินพริกไปทั้งสวนพ่นใส่ข้าเต็มที่ ไม่รู้จะหาเื่ข้าไปทำไมกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ คล้ายๆกับกระซิบแต่น้ำเสียงของเขานั้นทำให้หญิงสาวตรงหน้าหน้าแดง
“ทะ...ท่านเลิกพูดเื่คืนนั้นเสียทีตอนนั้นข้าไม่มีสติ ข้า..ข้าทำอะไรไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย” นางพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักรู้สึกประหม่า เขาไม่ควรจะพูดเช่นนี้กับนางด้วยที่ว่านางเป็สตรี แต่ก็ไม่วายกัดนางด้วยคำพูด
“เหรอ....ทำไมข้าจะพูดไม่ได้ก็เมื่อเื่มันเกิดกับข้า”
“ใช่.. แล้วท่านไม่ต้องมามองข้าแบบนี้เลยข้าไม่ชอบสายตานั้น” นางพูดแล้วหลุบตามองที่มือของตัวเองแทน
“มองเ้าแบบไหน” ไม่ใช่นอกจากคำพูดแล้ว กลับเป็ท่าทางการกระทำของเขาร่วมด้วยเขาก้มหน้าเข้าไปใกล้นาง จ้องมองหน้านางจนนางต้องขยับตัวออกห่าง
“ท่านอย่ามาหื่นใส่ข้านะ” นางโพล่งมาเมื่อการกระทำและคำพูดเห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะทำมิดีมิร้ายนาง
“ตรงไหนที่หาว่าข้าหื่นกับเ้า” เขายังคงทำหน้าทะเล้น พอคุยเื่นี้แล้วนางกัดเขาไม่ได้อีกเลย
“ก็ตรงที่ท่านมองข้าเป็ประกายเหมือนตาแก่บ้าตัณหาที่อยากจะกินเด็กสาวอย่างข้าน่ะสิ”
“ข้ามองเ้าถูกแล้ว แต่ข้าไม่ใช่ตาแก่ตัวข้ายังหนุ่มยังแน่นแถมแข็งอีกต่างหาก”
“อะไร..อะไรของท่านขะ..แข็งอะไร” นางพูดตะกุกตะกักด้วยที่ว่าสามีกำลังเกี้ยวนางอยู่แบบน่าไม่อายผิดกับคนละคนที่ผ่านมาเลย
“ข้าแข็งแรง แล้วเ้าคิดว่าข้าแข็งอะไรเล่า”
“นี่ท่านปากนะท่าน”
“ทำไมรึปากข้าหน้าดูดเหรอ”
“ไอ้บ้าไอ้คนลามกข้าไม่อยากจะพูดกับท่านแล้ว” ด้วยที่ว่าตอนนี้นางมีใบหน้าแดงระเรื่อ ที่ว่าสามีแปลกไปมาคุยเื่แบบนี้ซึ่งเขาเข้ามารุกแบบนี้นางก็ทำตัวไม่ถูกสิ จึงเลือกที่จะเดินกลับห้องของตนไม่สนทนาด้วยแล้ว
แต่ฟางหรงก็เลือกที่จะเดินตามนางกลับด้วย ทำให้ซินอี๋ต้องก้าวขาเร็วๆ ขึ้นเพื่อไม่ให้ฟางหรงเดินตามทัน ระหว่างที่นางจะปิดประตู ชายหนุ่มก็ผลักมันไว้แล้วเข้าห้องนางอย่างถือวิสาสะ
“ทะ.ท่านเข้ามาทำไมกัน นี่มันห้องของข้า ออกไปนะ”
“ห้องของเ้า แต่นี่มันจวนของข้า ข้าจะเข้าห้องเ้าก็ไม่ผิดนะ”
“แต่ว่าพวกเรา” นางหยุดพูดแค่นั้น แล้วจ้องมองคนตรงหน้าดูท่าทีของเขาว่าจะเอายังไงกับนาง แต่นางกลับคิดว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายกับนางแน่เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องสองต่อสองแบบนี้แถมหลิงเอ๋อก็ยังไม่มาเสียที นางรู้สึกเริ่มกลัวแม้ว่าเคยกันแล้วแต่นางยังไม่ชิน และที่ทำตอนนั้นก็เพราะฤทธิ์ยา
“พวกเราอะไรกัน” นอกจากคำพูดแล้วชายหนุ่มก็ยิ่งเดินเข้าไปหานางขึ้นเรื่อยๆ นางก็เขยิบถอยหนีตลอด
“ก็ท่านบอกว่าข้ากับท่านเป็แค่สามีภรรยากันในนาม ท่านจะทำแบบนั้นอีกก็คงไม่ใช่”
“ใครบอกว่าเป็ภรรยาสามีในนาม เ้าเป็คนพูดไม่ใช่เหรอข้าไม่ได้เป็คนพูดเสียหน่อยเมื่อข้าไม่ได้พูด ข้าก็มีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้”
“ท่านอย่าเอาเปรียบข้านะ อย่าเข้ามาใกล้ข้าด้วย ข้าจะร้องคอยดูสิ”
“ร้องทำไม เ้ามีสิทธิ์อะไรมาร้องในเมื่อเ้าแต่งกับข้าแล้ว ร่างกายของเ้าก็เป็ของข้าั้แ่ที่เ้าเข้ามาอยู่ในจวนนี้แล้ว ลืมไปเหรอเปล่าว่าเ้าแต่งงานกับข้าแล้วนะ”
ชายหนุ่มคว้าตัวนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดวงแขนแกร่งกอดนางไว้แน่น แล้วสูดดมกลิ่นหอมจากตัวนางด้วยที่ว่าเขาชื่นชอบกลิ่นตัวนางมาก
“นี่ท่าน อย่าทำอะไรข้านะ” นางรู้สึกว่าตัวเองสั่นเทิ้มเมื่อเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดนี้
“กลิ่นตัวเ้ายังหอมเหมือนเดิมเลย”
“ท่านยังมีสติหรือไม่ ท่านโดนวางยาเหรอเปล่าถึงทำเช่นนี้กับข้า”
“ไม่ ข้ามีสติครบบริบูรณ์ดี และที่ข้ากำลังทำกับเ้าเพราะข้าเสน่หาในตัวเ้า”
“ทะ..ท่าน”
นางยังพูดไม่จบ ฟางหรงก็งับปากบนนางด้วยปากของตัวเองไว้ ขบกัดมันเบาๆ แช่อยู่นานแล้วมาเปลี่ยนส่งลิ้นร้อนเข้าไปบ้าง
ซินอี๋ทีแรกก็ขัดขืนพยายามทุบเขาด้วยแรงมือ แต่แล้วนางก็ต้องหยุดชะงักมันรู้สึกดีจนนางต้องยอมให้เขาล่วงเกิน นางไม่รู้อะไรดลใจให้ตอบสนองความรู้สึกแบบนี้กับเขา
“ชอบไหม”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาคล้ายกระซิบแต่เสียงนั้นก็ทำให้ซินอี๋ถึงขั้นขนลุก
“ข้า..” นางรู้สึกเขินอายกว่าที่จะพูดได้
“ชอบหรือไม่” ชายหนุ่มถามอีกครั้ง นิ้วเรียวเชิดคางนางขึ้นให้จ้องมองมาที่หน้าของตน
“ข้า” นางก็ยังมิกล้าที่จะเอ่ยคำนั้นออกมา แม้ว่าภายในใจจะชอบและยอมสยบให้เขาแล้วก็ตาม
“งั้นไม่ต้องพูดแล้ว”
ฟางหรงก้มลงจูบนางอีกครั้ง ครั้งนี้เขาบดเบียดใช้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กนั้นอย่างคนที่ชำนาญช่ำชองจูบ ด้วยความที่ว่าตอนนี้ไม่สามารถจะหยุดอารมณ์นั้นลงได้แล้ว ยิ่งอยู่ใกล้นางยิ่งมีความ้าจากนางมากขึ้น เขาโอบกระชับร่างนางแน่นขึ้น เสียงลมหายใจที่เหนื่อยหอบจากการจูบของแต่ละคนมันช่วยทำให้อารมณ์ร้อนระอุ
อยู่ๆประตูก็เปิดออก ทำให้ฟางหรงที่กอดจูบกับซินอี๋อยู่หันมามองเป็ตาเดียวกัน แล้วรีบผละออกจากกันโดยไวเมื่อมีคนมาเห็นเข้า
“เอ่อ..ขะ...ข้าไม่รู้ว่านายท่านจะอยู่ห้องคุณหนู ข้าขออภัยเ้าค่ะ” ไม่รู้เหตุอะไรทำให้นางไม่เคาะประตูห้องนายหญิงจนทำให้มาเห็นภาพที่ไม่ควรจะเห็น นางจะหันหลังกลับออกไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักลง
“ไม่มีอะไรหลิงเอ๋อ นายท่านจะออกไปแล้ว” เมื่อนางคิดว่าไม่ควรจะทำอะไรต่อไปอีก จึงรีบเอ่ยขึ้นเพื่อให้ฟางหรงกลับห้องตัวเองได้แล้ว
ฟางหรงเสียอารมณ์ เมื่ออารมณ์มันค้างเติ่งไม่ได้ทำต่อ สีหน้าบ่งบอกไม่ชอบใจเสียเลย ที่มีคนมาขัดจังหวะกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องจำใจยอมออกจากห้องนางแต่โดยดี
ซินอี๋มองฟางหรงเดินออกไป ด้วยที่ว่านางเมื่อมีสติครบกลับรู้สึกอายที่มีอารมณ์ร่วมกับเขาจนได้ แถมหลิงเอ๋อก็มาเห็นภาพนั้นอีก รู้สึกอายสาวใช้เพิ่มทวีคูณ
“ขะ..ข้าขอโทษเ้าค่ะคุณหนู ข้าไม่ได้ตั้งใจ” นางรู้สึกผิดที่มาขัดจังหวะของคนทั้งสอง ได้แต่ทำหน้าหง๋อยอย่างรู้สึกผิดมหันต์
“ไม่เป็ไร แต่ก็โชคดีที่เ้ามา”
“จริงเหรอเ้าคะ ที่ท่านบอกว่าโชคดี” นางมองไม่เห็นว่าจะโชคดีตรงไหน จึงถามย้ำอีกครั้ง
“นี่หลิงเอ๋อเ้ากำลังคิดอะไร และอีกอย่างลืมเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ซะไม่มีอะไรทั้งนั้น”
“เ้าค่ะ” แม้ว่าจะให้นางลืม แต่ภาพตรงหน้าคงลืมไม่ลงแน่