แม่เป็นครูสอนนักรัก

    39 แฟน

    ผมค่อยๆละเลียดชิมริมฝีปากของพลอย ถ้าเปรียบแม่เหมือนไวน์ที่บ่มมานานปี พลอยก็คงเหมือนน้ำอัดลมที่เต็มไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวาและเสน่ห์แบบสาวน้อย ไม่นานลิ้นของผมก็สอดแทรกเข้าไปในปากของเธอได้อย่างง่ายดาย หลังจากที่มันค่อยๆแหวกริมฝีปากสีชมพูระเรื่อนั้นออก พลอยยังอ่อนประสบการณ์เรื่องอย่างว่า พอเจอผมที่ช่ำชองกว่าก็เลยต้านทานไม่ไหว ได้แต่ส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอออกมาเบาๆเสียงนั้นยิ่งทำให้ผมตื่นเต้น ผมใช้ลิ้นไล่ต้อน ล้อเล่นกับลิ้นของเธอในปากไม่หยุด


    พลอยถูกผมชักนำ ร่างกายเอนซบเข้ามาหาอย่างห้ามไม่อยู่ ตัวเธอขดอยู่ในอ้อมแขนผมเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ เห็นแล้วก็ยิ่งอยากจะกอด อยากจะลูบไล้ให้มากขึ้น


    มือผมวางทาบลงบนหน้าอกที่ยังดูอ่อนเยาว์ของพลอย ขนาดกำลังพอดีมือ สัมผัสนุ่มนิ่มแต่ก็ชูชันสู้มือ ทุกครั้งที่ผมบีบเคล้นเบาๆเธอก็จะครางเสียงออกมาอย่างน่าฟัง ความสุขซ่านเข้ามาแทนที่ความเขินอาย และความรู้สึกรักก็ยิ่งทำให้บรรยากาศวาบหวามระหว่างเราชัดเจนขึ้น ถึงเธอจะยังใหม่กับเรื่องนี้ แต่พอผมนำทางให้ เธอก็เคลิบเคลิ้มไปกับมันอย่างรวดเร็ว


    "อื้ม... อือ..."


    ผมผละจูบออกมาเบาๆ เป็นการสิ้นสุดการจูบเพื่อเปิดฉาก จากนั้นมือข้างหนึ่งก็ค่อยๆลูบไล้ลงไปต่ำกว่านั้น หยุดอยู่ตรงหว่างขาของพลอย ใช้นิ้วกดเบาๆแล้วเริ่มวาดวนเป็นวงกลม คำว่า "อย่า" ที่ติดอยู่ในลำคอของพลอยยังไม่ทันได้เปล่งออกมา ก็ถูกกลืนหายกลับเข้าไปเมื่อผมบีบหนักๆ ลงไปที่หน้าอกเธออีกครั้ง นิ้วชี้กดลงบนยอดอกที่แข็งเป็นไต ราวกับกำลังดีดสายพิณอย่างอ่อนโยน ส่วนนิ้วกลางของอีกมือก็วนเวียนอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำสวรรค์ของพลอย ลูบไล้ไปมาบนเนินเนื้อนูน และหยอกเย้าเม็ดติ่งสวาทของเธอไปพร้อมกัน พลอยไม่เคยเจอการกระตุ้นแบบนี้มาก่อน ไม่นานก็ทนรับการโจมตีทั้งบนทั้งล่างไม่ไหว ใบหน้าน่ารักของเธอแดงก่ำเหมือนน้ำต้มเดือด นัยน์ตาหรี่ปรือลงโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจก็ยิ่งหอบถี่ ในแววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอ่อนหวานวาบหวามเหมือนสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ หัวใจที่เปี่ยมรักก็เหมือนดอกไม้ตูมที่รอวันผลิบาน ศีรษะที่เงยขึ้นเล็กน้อยกับริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อย กำลังบ่งบอกว่าสาวน้อยคนนี้กำลังดื่มด่ำกับความสุข สีหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับคนเมายิ่งยืนยันว่าเธอพร้อมเต็มที่แล้ว เหลือแค่รอให้ผมเป็นคนเด็ดดอกไม้งามดอกนี้เท่านั้น


    ผมก้มลงซบหน้ากับไหล่ของเธอ จูบลงบนไหล่เหมือนอัศวินกำลังทะนุถนอมดอกไม้อันบอบบาง พลอยยังไม่เคยสัมผัสความเร่าร้อนเรื่องเย็ด การจะสนุกแบบบ้าคลั่งตามใจชอบเลยยังไม่เหมาะกับเธอ ในตอนแรกๆต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องอ่อนโยนทำให้เธอรู้สึกว่าความสุขทางกายไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นวิธีแสดงความรักอย่างหนึ่ง


    พอถูกผมลูบไล้ทั้งนมและข้างล่างพร้อมกัน พลอยก็ทนไม่ไหวในที่สุด ร่างกายของสาวน้อยนั้นไวต่อสัมผัสอยู่แล้ว ยิ่งร่างกายของพลอยยังไม่เคยถูกใครรุกรานมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ลิ้มรสความสุขสุดยอดที่รุนแรงขนาดนี้ เมื่อโดนคนเจนจัดอย่างผมหยอกเย้า เธอก็ถอนตัวไม่ขึ้นอย่างรวดเร็วและไปถึงจุดสุดยอดในที่สุด


    ร่างของพลอยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงตาเลื่อนลอยไร้จุดโฟกัส ดูเหมือนคนไม่มีสติ หลังจากร่างกายบิดโค้งขึ้นลงอยู่หลายครั้ง ในที่สุดพลอยก็นอนแน่นิ่งในอ้อมแขนผม ใบหน้ายังคงแดงก่ำไม่หายเสียงหายใจยังไม่สม่ำเสมอ ฟังแล้วทำให้ใจผมเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมา


    ขณะที่ผมปลอบโยนพลอยอยู่ ผมเองก็รู้สึกถึงแรงปรารถนาที่กำลังลุกโชนขึ้นมาเช่นกันมีสาวน้อยน่ารักอ่อนหวานอยู่ใกล้ๆแบบนี้ ใครจะไปสงบใจอยู่เฉยๆได้ ผมเงยหน้ามองนาฬิกา ยังไม่ถึงห้าโมงเย็น คาดว่าแม่กับปิติยาพรคงยังไม่กลับมาเร็วๆนี้ ผมกับพลอยยังมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันอีกเหลือเฟือ ผมจึงไม่เก็บกดความต้องการของตัวเองอีกต่อไป ขยับเข้าไปใกล้หูเธอ กระซิบเสียงเบา


    "อมให้หน่อยสิ"


    แก้มของพลอยที่แดงอยู่แล้วยิ่งร้อนผ่าวขึ้นไปอีก ถึงจะไม่มีประสบการณ์ แต่เธอก็รู้ว่าผมหมายถึงอะไรสุดท้ายความอายก็เอาชนะความรู้สึกอื่นๆเธอเม้มปากแน่น ส่ายหน้าเร็วๆปฏิเสธ


    "พลอย ขอร้องล่ะนะ"


    ไม่ว่าผมจะอ้อนวอนตื๊อหนักแค่ไหน พลอยก็ไม่ยอมตกลง สุดท้าย เธอก็คงจนใจนิ้วเธอกำเป็นวงเหมือนกำลังจับแท่งอะไรสักอย่าง แล้วทำท่ารูดขึ้นลงในอากาศ ที่จริงเธอทำท่าทางใบ้เพราะอายเกินกว่าจะพูดออกมา แต่ท่าทางที่ดูลามกนั้นกลับตัดกับความใสซื่อไร้เดียงสาของเธอ เกิดเป็นเสน่ห์ยั่วยวนที่ขัดแย้งกันจนทำให้ใจผมปั่นป่วนไปหมด เสียงของเธอก็ทั้งหวานทั้งนุ่มนวล ฟังแล้วใจผมอ่อนยวบ ผมคิดว่ายังไงก็บังคับเธอไม่ได้อยู่แล้ว สุดท้ายผมเลยต้องยอมเธอ ตอนอยู่ที่โรงเรียนก็ต้องคอยเอาใจครูปิติยาพร พอกลับบ้านก็โดนแม่รีดแรงจนหมด ตอนนั้นจะมีอารมณ์ที่ไหนไปทำอะไรกับพลอยได้ ไหนจะเรื่องเรียนที่ยุ่งๆอีกคิดแบบนี้แล้ว สงสัยต้องรีบ 'พัฒนา' พลอยให้เร็วกว่านี้ซะแล้ว พลอยกลั้นหายใจ ค่อยๆดึงกางเกงผมลง ท่าทางเธอยังดูประหม่าอยู่ ได้ยินเสียงเธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก้มมองตรงหว่างขาผม แววตามีทั้งความอยากรู้อยากเห็นและอยากหลบเลี่ยงปนกัน ท่อนควยของผมแข็งตั้งชูชันเต็มที่แล้ว พลอยที่ไม่เคยได้สัมผัสควยของผู้ชาย มือของพลอยสั่นๆค่อยๆยื่นเข้ามาแตะเบาๆทีหนึ่งก่อน ปลายนิ้วของเธอทำเอาควยของผมสะดุ้งเฮือก เธอตกใจรีบชักมือกลับทันที ผมจับมือของเธอเอาไว้ทาบลงไปบนควยของผม เธอก็ดูเหมือนจะกล้าขึ้นเยอะ เธอค่อยๆลองลูบดูก่อน แล้วจึงใช้ทั้งมือจับแท่งควยของผมไว้เบาๆมือนุ่มนิ่มนั้นโอบรอบท่อนควยของผม บีบเบาๆนิดหน่อย แค่นั้นก็ทำเอาผมเผลอสูดหายใจลึก ทำเอาผมร้องออกมาอย่างสะใจ แต่พลอยไม่มีประสบการณ์ พอจับไว้แล้วก็ทำท่าเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก รูดขึ้นลงแค่สองทีก็หยุด


    "ลองลูบๆ ตรงหัวดูสิ ใช้นิ้วโป้งถูเบาๆ ใช่แบบนั้นแหละ"


    ผมจับมือเธอสอนไปทีละขั้นตอน ว่าจะเล่นกับปลายหัวควยอย่างไร นิ้วมือของเธอกำรอบส่วนปลายหัวใหญ่โตนั้นไว้ ใช้ปลายนิ้วคลึงเบาๆที่ปลายรูเปิด สัมผัสนั้นราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านแผ่นหลัง ทำเอาผมรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว ร่างกายอ่อนระทวย ขาทั้งสองข้างแทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่ หลังจากที่ผมแนะนำไปแล้ว พลอยก็เรียนรู้ได้เร็วมาก ไม่นานเธอก็เริ่มทำมันอย่างชำนาญ มือนุ่มนวลของเธอปลอบประโลมแท่งควยที่แข็ง การเคลื่อนไหวอันแผ่วเบาราวกับกำลังเริงระบำอยู่บนช่วงล่างของผม การหยอกเย้าที่เดี๋ยวแตะเดี๋ยวปล่อย ยิ่งทำให้ความต้องการปลดปล่อยของผมพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ พลอยดูเหมือนกำลังสนุกเหมือนเจอของเล่นชิ้นใหม่ มือของเธอเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อยๆ หนังหุ้มปลายเสียดสีกับส่วนหัวไม่หยุดกระตุ้นจุดไวต่อความรู้สึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า อันที่จริงการใช้มือนี่แหละที่ให้ความรู้สึกดีที่สุด ทุกครั้งที่รูดเร้ามันกระตุ้นได้ถึงใจ ทำให้รู้สึกซาบซ่านอย่างยิ่ง แถมยังปรับจังหวะได้ตามใจชอบอีกด้วย หลังจากถูกพลอยหยอกชักด้วยความเร็วจนแทบมองตามไม่ทัน ในที่สุดความรู้สึกเสียวที่อัดแน่นอยู่ตรงปลายท่อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วงและติดขัดของผม ท่อนควยทั้งแท่งก็กระตุกเกร็งขึ้นอย่างแรง จากนั้นน้ำเงี่ยนก็พุ่งกระฉูดออกมา สาดใส่มือของพลอยแล้วก็ตามมาอีกระลอกของเหลวเหนียวข้นเปรอะเปื้อนมือขาวเนียนของเธอจนเลอะเทอะไปหมด ผมที่เพิ่งได้สัมผัสความสุขสุดยอดจากการหลั่ง ทรุดตัวลงบนโซฟา สมองว่างเปล่าไปพร้อมกับการพุ่งออกมาของน้ำเงี่ยน ความรู้สึกซาบซ่านปนว่างเปล่าเข้าครอบงำ ร่างกายอ่อนเปลี้ยไปหมดทั้งตัว มีเพียงควยที่เพิ่งปลดปล่อยไปเท่านั้นที่น่าแปลกใจว่ายังคงแข็งอยู่บ้าง


    พลอยวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ผมได้ยินเสียงน้ำไหลจึงฝืนตัวเองลุกขึ้นยืนตามเธอเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ค่อยๆล็อกประตู อาศัยจังหวะที่พลอยก้มหน้าอยู่ ผมก็โถมตัวเข้าไปสวมกอดเธอจากด้านหลัง


    "อุ้ย นัท"


    พลอยที่ถูกผมจู่โจมไม่ทันตั้งตัวร้องออกมาอย่างน่ารัก ผมเบียดตัวเข้าหาเธอแน่น ช่วงล่างแนบชิดกับก้นกลมกลึงที่นุ่มเด้งของเธอ ท่อนควยที่ยังตื่นตัวอยู่ก็จมลงไปในเนื้อนุ่มๆนั้นและกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ว่ามันชูชันขึ้นอย่างชัดเจน ดันเข้ากับสะโพกของเธอ


    พลอยก็รู้สึกได้เช่นกันของแข็งๆใหญ่ๆ ที่กำลังสัมผัสตัวเธออยู่ ทำเอาเธออายจนต้องก้มหน้าลง มีเพียงในกระจกเท่านั้นที่เห็นว่าใบหน้าเธอแดงก่ำขึ้นมาอีกแล้ว


    "อ๊ะ ทำไมตรงนั้นของนายแข็งอีกแล้วล่ะ ก็เมื่อกี้เพิ่งจะ"


    พลิยยังพูดไม่ทันจบ สองมือของผมก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างของเธออย่างตามใจชอบ มือข้างหนึ่งยังคงบีบเคล้นนมเธอ ส่วนอีกข้างก็หยอกเย้าอยู่ระหว่างขาและเธอก็หันหน้าเข้าหากระจกพอดี พอเห็นภาพตัวเองกำลังถูกผมรุกล้ำจากด้านหลัง เธอก็ยิ่งรู้สึกไวต่อสัมผัสมากขึ้นไปอีก ตรงหีที่ชุ่มฉ่ำอยู่แล้วยิ่งเปียกแฉะ หัวนมเองก็แข็งเป็นไตดูยั่วยวนใจอย่างที่สุด พลอยที่เพิ่งถึงจุดสุดยอดไปหมาดๆ ได้ลิ้มรสความสุขล้ำลึกของการเป็นผู้หญิง ตอนนี้พอผมเริ่มลูบไล้อีกครั้ง เธอก็ไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อยกลับดูเหมือนจะตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ ผมเข้าไปกระซิบใกล้ๆหูเธอ พร้อมกับพูดว่า "ที่รัก ให้เค้าเสียบหว่างขาหน่อยได้ไหม"


    คำพูดของผมยิ่งทำให้ร่างของเธออ่อนระทวย แผ่นหลังเธอแนบชิดกับอกผม ปล่อยให้ผมลูบไล้ได้ตามใจ แม้จะถูกผมขอในเรื่องที่เกินเลยไป เธอก็ไม่มีแรงจะขัดขืน ทำได้เพียงครางอืมออกมาเบาๆ ผมเองก็ไม่เกรงใจแล้ว กดควยเข้าไประหว่างขาขาวเนียนของพลอย สัมผัสได้ถึงเนื้อขาที่บีบรัดท่อนควยแน่นๆ ส่วนปลายยอดก็ดันอยู่ตรงเนินเนื้อนูน เริ่มขยับสะโพกเสียดสีเข้าออก ควยใหญ่โตบดเบียดเนื้อนุ่มๆระหว่างขาของหญิงสาว การเสียดสีอันร้อนแรงส่งผ่านความซาบซ่านที่ยากจะบรรยายระลอกแล้วระลอกเล่า ความสุขสมรุนแรงราวกับไฟฟ้าช็อตแทบทำให้ผมคลั่ง ส่วนพลอยที่เนินเนื้อถูกควยกระแทกกระทั้นก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก นมด้านบนถูกมือผมบีบเคล้นอย่างรุนแรง ด้านล่างก็เสียดสีแนบแน่นกับอาวุธของผม แม้จะยังไม่ได้สอดใส่ แต่มันก็แทบไม่ต่างกัน ความรู้สึกนี้ทำให้เธอแทบทนไม่ไหว ในฐานะสาวน้อยที่ยังบริสุทธิ์ เมื่อมาเจอกับผมที่เจนศึกและช่ำชอง ก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการจมดิ่งสู่ห้วงสุขสมจนถอนตัวไม่ขึ้น


    การเสียดสีหว่างขายังดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ เมื่อจังหวะการกระแทกของผมเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น เสียงครางของพลอยก็ยิ่งฟังดูยั่วยวนมากขึ้น แทบจะกลายเป็นเสียงหอบกระเส่าแบบตอนร่วมรักกันจริงๆเด็กหนุ่มและเด็กสาวกำลังลิ้มรสความสุข ร่างกายก็ค่อยๆปรับเข้าหากัน เมื่อเวลาผ่านไป ความสุขก็ยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆและเราทั้งคู่ก็ถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน น้ำเงี่ยนครั้งที่สองถูกฉีดพุ่งไประหว่างขาของพลอย น้ำที่ค่อยๆไหลหยดลงมาตามเรียวขา ดูราวกับว่ามันไหลล้นออกมาจากแคมหี ช่างดูวาบหวามงดงามเหลือเกิน พลอยได้รับประสบการณ์ถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง เธอทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของผม หลับตาพริ้ม ราวกับกำลังจะหลับไป ผมมองไปในกระจก จ้องมองใบหน้าที่เปี่ยมสุขของเธอ ชื่นชมความงามของสาวน้อยน่ารักคนนี้


    ผมอดใจไม่ไหวที่จะประทับรอยจูบลงบนลำคอของเธอ


    เรากอดกันพักผ่อนเบาๆอยู่อย่างนั้น ปรับลมหายใจของเรา พร้อมกับดื่มด่ำกับความสุขสมที่ยังหลงเหลืออยู่ ความงดงามของที่คล้ายกับเย็ดไม่ได้อยู่แค่ช่วงเวลาที่เบ่งบานถึงขีดสุด แต่อยู่ที่ความผูกพันต่อเนื่องและความเข้าใจซึ่งกันและกันด้วย การมีอะไรกันเป็นเหมือนเครื่องปรุงรส เครื่องปรุงที่ทำให้ความรักน่าประทับใจยิ่งขึ้น


    แต่ไม่นานนัก ก็มีเสียงกลไกของกลอนประตูถูกไขดังขึ้น เราที่ยังกอดกันอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ ผมกับพลอยต่างก็ลนลานเล็กน้อย ตอนนั้นยังคิดไม่ออกว่าเป็นใครมา ทำได้แค่รีบจัดการความเรียบร้อยหลังเสร็จกิจ เริ่มจากเช็ดน้ำเงี่ยนที่หยดอยู่บนขาเธอให้แห้ง แล้วก็ใส่กางเกง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ผมจัดแจงเสื้อผ้าตัวเองก่อน แล้วก็ช่วยเธอแต่งตัว เสียงเท้าของคนข้างนอกกระทบพื้นดังแปะๆราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา ทำเอาใจเราเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ แต่โชคดีที่สุดท้ายก็จัดการทัน ผมมองพลอยแล้วก็มองตัวเอง รู้สึกว่าไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว ถึงได้ถอนหายใจยาวโล่งอก


    "ก๊อกๆๆ" เงาคนข้างนอกหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ ลองบิดลูกบิดดูก็พบว่ามันล็อกอยู่ จากนั้นก็เคาะประตู แล้วถามว่า "ใครอยู่ในนั้นเหรอ นัทหรือเปล่า"


    ฟังจากเสียงแล้วเป็นครูปิติยาพร ใจที่เต้นรัวของผมก็สงบลงไปครึ่งหนึ่ง โชคดีที่ไม่ใช่แม่ ถ้าแม่มาเจอผมกับพลอย ผลลัพธ์ที่ตามมาคงคาดเดาไม่ถูกเลยจริงๆ


    "นัท ทำไงดี" พลอยซบอยู่กับผม ถามผมเสียงเบาเธอประหม่าจนมือสั่นไปหมด เธอที่เพิ่งทำเรื่องไม่เหมาะสมไปก็รู้สึกผิดในใจอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมาเหมือนโดนจับได้คาหนังคาเขาอีก เด็กสาวอย่างเธอเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ที่ไหนกัน การที่เธอจะกลัวก็เป็นเรื่องธรรมดา ผมจึงกุมมือเธอไว้แน่น ตบหลังเธอเบาๆแล้วปรับลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบตอบไปว่า "ไม่ต้องกลัว เค้าจัดการเอง ไม่เป็นไรหรอก" เธอพยักหน้า เอนตัวซบผมมากขึ้นอีกนิด ความรู้สึกไม่สบายใจดูเหมือนจะลดลงไปบ้าง ผมรวบรวมสติ พอนึกว่าคนข้างนอกคือครูปิติยาพร ก็รู้สึกอายอยู่หน่อยๆพลอยไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับครูปิติยาพร ว่าเรามีลูกด้วยกันแล้ว คราวนี้มันเหมือนกับทำเรื่องไม่ดีแล้วโดนภรรยาจับได้จริงๆ เดิมทีผมก็มีผู้หญิงสองคนอยู่แล้วคือแม่กับปิติยาพร แม้ว่าในนามแล้วพลอยจะเป็นแฟนตัวจริงของผม แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ยังดูไม่หนักแน่นพอ ตอนนี้มาถูกปิติยาพรซึ่งมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากับผมมาเจอเข้า ก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงเลยจริงๆ


    ผมเปิดประตู ปิติยาพรที่อยู่ข้างนอกกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นเราสองคน เธอก็รีบหุบปากทันที เธอกระพริบตา กวาดตามองไปรอบๆท่าทางดูเจ้าเล่ห์ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่


    คนฉลาดอย่างปิติยาพรมีหรือจะเดาเรื่องราวทั้งหมดไม่ออก นัทกับแฟนสาวตัวน้อยของเขาสองคนขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ถึงแม้นัทจะแสร้งทำเป็นใจเย็น แต่เธอก็ยังมองเห็นพิรุธบางอย่างได้ ส่วนสีหน้าของพลอยยิ่งปิดไม่มิด ใบหน้าแดงระเรื่อปนความเขินอายและความหวานชื่น ดูปุ๊บก็รู้ว่าเป็นท่าทางของผู้หญิงตัวเล็กๆที่เพิ่งได้รับการเติมเต็มมาหมาดๆ แถมยังมีกลิ่นของเหลวจากร่างกายที่ปิดไม่มิดลอยอยู่ในอากาศอีก เรื่องที่พวกเขาเพิ่งทำกันไปเมื่อกี้แทบจะเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่พอดูจากชายเสื้อผ้าของทั้งสองที่แม้จะยับยู่ยี่อยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังพอดูได้ ปิติยาพรเดาว่าทั้งสองคนคงยังไม่ได้ทำกันจริงๆ จังๆ(สอดใส่)อย่างมากก็คงแค่ใช้มือใช้ปากอะไรทำนองนั้น จริงๆแล้วเธอก็ไม่ได้รู้สึกหึงหวงอะไร เรื่องความสัมพันธ์ของนัทน่ะ เธอรู้ดีอยู่แล้วก่อนหน้านี้เธอก็เคยถามเขาแล้วว่ามีแฟนหรือยัง ตัวเธอเองน่ะจริงๆแล้วถือเป็นมือที่สามด้วยซ้ำและถ้านับแม่ของเขาเข้าไปด้วย เธอก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองควรจะถูกจัดอยู่ในลำดับที่เท่าไหร่


    แต่ความคิดที่จะแกล้งหยอกทั้งสองคนเล่นก็ยังมีอยู่ เมื่อเห็นคู่รักวัยรุ่นทำเรื่องไม่ดีแล้วถูกตัวเองจับได้ แววตาเป็นประกายวูบวาบ แกล้งทำเป็นวางมาด ดัดเสียงถามว่า "พวกเธอสองคนทำอะไรกันในห้องน้ำ ทำลับๆ ล่อๆเชียวนะ"


    พลอยเป็นคนขี้อายอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะฉลาด แต่พอเจอเรื่องฉุกระหุกแบบนี้ก็ถึงกับไปไม่เป็น ยิ่งโดนถามจี้แบบนั้นเข้าไปอีก ในใจก็ยิ่งสับสนวุ่นวายไปหมด จนลืมคิดไปเลยว่าทำไมปิติยาพรถึงมาอยู่ที่นี่ได้ สิ่งที่คิดอยู่ในหัวมีแค่เรื่องส่วนตัวระหว่างเธอกับนัทถูกครูจับได้ จนไม่กล้าสู้หน้าใคร พลอยเหมือนกระต่ายน้อยๆที่กำเสื้อผมแน่น แล้วหลบอยู่ข้างหลัง ดูน่าสงสารจนใจอ่อนไปหมด ผมมองเธอแวบหนึ่ง แล้วยิ้มแหยๆให้พลิยพลางพูดว่า "อ๋อ พลอยไม่ได้มานานแล้วน่ะครับ ของในห้องน้ำเธอเลยไม่ค่อยรู้ ผมก็แค่เข้ามาบอกเธอว่าอันไหนคือสบู่ล้างมือเท่านั้นเอง"


    "อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง เธอคือแฟนของนายใช่ไหม ที่เป็นที่หนึ่งของรุ่นน่ะ ชื่ออะไรนะ"


    "ชื่อลลิตาคะ เรียกหนูว่าพลอยก็ได้คะ" พลอยเอ่ยชื่อตัวเองออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ยังคงหลบอยู่ข้างหลัง ไม่กล้าสบตาปิติยาพร


    "สวัสดีจ๊ะลลิตา ฉันเป็นครูประจำชั้นของวรวิทย์(นัท) นี่ถือเป็นการเจอกันครั้งแรกใช่ไหมจ๊ะ ต่อไปคงต้องทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่านี้แล้ว" ปิติยาพรแสร้งทำเป็นจริงจังแล้วเริ่มชวนพลอยคุย แสดงท่าทีเป็นมิตรและใจกว้าง แต่จริงๆแล้วในใจเธอก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ เพราะถ้าพลอยถามกลับมาว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ ปิติยาพรก็ไม่รู้จะตอบยังไง ความสัมพันธ์ที่เปิดเผยระหว่างเธอกับนัทก็เป็นแค่ครูกับลูกศิษย์ จะมีครูที่ไหนมาบ้านลูกศิษย์ทุกวันกันละ ก็เพราะพลอยตกใจที่เจอเธอแบบกะทันหัน มัวแต่เขินอายจนไม่ได้คิดอะไรมาก เลยไม่ได้จับผิดเธอ


    ผู้หญิงสองคนต่างก็มีลับลมคมใน ต่างก็แอบดีใจที่ความลับของตัวเองยังไม่ถูกอีกฝ่ายจับได้


    ผมมองผู้หญิงสองคนที่เงียบไป ก็ไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรดี เพราะทั้งสองคนก็สำคัญกับผมทั้งคู่ แถมความลับของตัวเองก็มีไม่น้อย จะให้เปิดโปงเรื่องทั้งหมดก็คงไม่ใช่เรื่อง บรรยากาศเงียบกริบ


    "เหมียว"บังเอิญเหลือเกิน เจ้าเหมียวลักกี้เหมือนจะรู้ว่าผมกำลังลำบากใจ เลยตั้งใจเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ มันวิ่งไปที่ประตูห้องน้ำแล้วเริ่มทำท่าทางน่ารัก ทันใดนั้นก็ดึงดูดความสนใจของพลอยและปิติยาพรไปได้ สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ก็คลี่คลายลงในพริบตา


    "เจ้าเหมียว มาได้ยังไงเนี่ย"


    เจ้าเหมียววิ่งไปคลอเคลียข้อเท้าของปิติยาพร ส่งเสียง "เหมียวๆ" ปิติยาพรก็คุยกับแมวเหมือนกำลังโอ๋เด็ก


    พอพลอยเห็นภาพนั้นก็รู้สึกผ่อนคลายลง ความน่ารักของแมวดึงความสนใจของเธอไปหมด แถมท่าทีที่อ่อนโยนและเป็นมิตรของปิติยาพรก็ทำให้พลอยลดความระแวดระวังลง


    "สงสัยจะหิวแล้วมั้ง ไปหาอะไรให้มันกินกันเถอะ มาๆๆ ตามมานี่"


    "เหมียว"


    พอเห็นปิติยาพรพาเจ้าเหมียวเข้าไปในครัว พลอยก็เหมือนไม่อยากน้อยหน้า เดินตามเข้าไปด้วย ผมมองพวกเขาสองคนเล่นกับแมว ความสัมพันธ์ดูจะดีขึ้นอย่างกะทันหัน จนไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี ผู้หญิงนี่ใจลึกซึ้งเหมือนมหาสมุทร เปลี่ยนใจเร็วจริงๆต่อให้เดาก็คงได้แค่ชั่วคราว อยากจะเข้าใจทะลุปรุโปร่งนี่มันยากเสียยิ่งกว่ายาก หลังจากนั้นไม่นาน แม่ก็กลับมา ผมบอกแม่ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าพลอยจะมากินข้าวเย็นที่บ้าน แม่ก็เลยหอบหิ้วถุงใหญ่ถุงเล็กมาเต็มสองมือ หลังจากนั้นพวกเขาสามคนก็วุ่นวายกันอีกยกดูแล้วอบอุ่นหัวใจจริงๆ


    เรื่องจุกจิกยิบย่อยระหว่างนั้นผมขอข้ามไป มาถึงเวลาอาหารเย็น พวกเราสี่คนนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะอาหารนานๆทีบ้านถึงจะครึกครื้นแบบนี้ แค่ไม่นานพลอยกับปิติยาพรก็สนิทกันแล้ว ปิติยาพรเองก็มีนิสัยเหมือนเด็กๆอยู่บ้าง แถมบุคลิกของพลอยยังคล้ายกับแม่ของผมอีกด้วย พออยู่ด้วยกันก็เลยรู้สึกสบายใจมาก แต่ที่น่าโล่งใจคือพวกเขาสองคนยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของกันและกัน ไม่อย่างนั้นสถานการณ์ของผมคงจะอันตราย


    "พลอยเป็นยังไงบ้างที่โรงเรียน มาๆกินเยอะๆ


    หน่อย หนูไม่ได้มาบ้านเรานานแล้วนะ ป้าคิดถึงหนูจะแย่"


    แม่เอ็นดูพลอยมากถึงขนาดดีกับพลอยยิ่งกว่าลูกชายแท้ๆอย่างผมเสียอีก ว่าไปแล้วก่อนหน้านี้แม่ก็เป็นแบบนี้กับปิติยาพรเหมือนกัน แทบจะเหมือนน้องสาวแท้ๆจนผมแอบน้อยใจไปพักหนึ่ง


    "อ๋อ ขอบคุณค่ะคุณป้าที่เรื่องโรงเรียนก็โอเคนะคะ แต่ว่ายุ่งกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ เรียนก็เยอะขึ้นมาก ถ้าจะให้เรียนดีทุกวิชาก็ยากเหมือนกันนะคะ"


    "ช่วงแรกก็เป็นแบบนี้แหละ มีอะไรอะเยอะแยะไปหมด เดี๋ยวพอไปสักพักก็จะดีขึ้นหน่อย แต่เนื้อหาก็จะลึกซึ้งและยากขึ้นเฮ้อ แต่สำหรับเด็กฉลาดๆอย่างพลอยคงไม่ใช่เรื่องยากหรอก"


    "โธ่ คุณป้าก็" พลอยเขินจนหน้าแดงเมื่อถูกแม่ชม "หนูยังห่างไกลอีกเยอะเลยค่ะ"


    "ยังห่างไกลอะไรกัน ดูอย่างนัทสิ ครูสองคนติวให้ก็ยังตามหนูไม่ทันเลย" พูดจบแม่ก็เหลือบมองผม ผมก็ได้แต่ยักไหล่อย่างจนใจ "นัทก็ทำได้ดีเหมือนกันนี่นา พวกเขาสองคนช่วยกันกระตุ้นให้ก้าวหน้าไปด้วยกันดีออก" ในที่สุดก็เป็นปิติยาพรที่ช่วยพูดให้ผมพ้นจากสถานการณ์ลำบากนี้ไป ว่าไปแล้วก็น่าแปลก ตั้งแต่เธอตั้งท้อง ดูเหมือนเธอจะกลายเป็นคนในครอบครัวของผมจริงๆไม่ได้แกล้งผมเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับคิดถึงผมในทุกเรื่อง จนผมรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นหัวข้อสนทนาก็วนเวียนอยู่แค่เรื่องเรียนกับเรื่องชีวิต ส่วนใหญ่พวกเธอคุยกันสนุกสนาน ส่วนผมแทบจะสอดแทรกอะไรไม่ได้เลย ได้แต่มองพวกเธอหัวเราะคิกคักกัน เขาว่าผู้หญิงสามคนคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว นี่มันเรื่องจริง ผมอดนึกถึงบรรดาภรรยาในเรื่องขุนแผน ดูเหมือนว่าการมีเมียหลายคนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน หลังจากอาหารเย็น ผมทำหน้าที่ไปส่งพลอยที่บ้าน นั่งรถเมล์ไปสองสามป้ายก็ไปส่งเธอถึงหน้าคอนโด แล้วก็นั่งคุยกันข้างนอกอีกพักหนึ่ง จับมือกัน พูดคำหวานกันเพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่แสนหวานส่วนอีกด้านหนึ่งที่บ้าน แม่กับปิติยาพรก็กำลังกระซิบกระซาบกัน"พี่คะหนูพลอยคนนี้เป็นยังไงบ้าง""ดีนะ นิสัยดี แถมยังฉลาดด้วย บางทีพี่ยังรู้สึกเลยว่านัทอาจจะไม่คู่ควรกับพลอยด้วยซ้ำ" อลิสา(แม่)ถอนหายใจแล้วพูด "ตอนนั้นครูของพวกเขาทั้งสองคนเรียกพี่ไปยังนึกว่านัททำความผิดอะไรใหญ่โตเสียอีก ที่ไหนได้เป็นเรื่องรักในวัยเรียน" "ตอนนั้นพี่ก็คิดนะ ว่าเด็กดีๆอย่างพลอยไปชอบนัทได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะ นั่งด้วยกันทุกวันจนเกิดความผูกพันก็ได้มั้ง ก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่านานๆไปความรู้สึกก็คงจะจางหายไปเอง พี่ก็แค่กำชับนัทว่าให้มีมารยาท อย่าทำให้ผู้หญิงเขาเสียใจ แต่ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายพวกเขาจะคบกันได้นานขนาดนี้"อลิสา(แม่)ถอนหายใจพลางรำลึกถึงอดีต บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่เรียบเฉยแต่ก็แฝงไว้ด้วยความพอใจ"พี่พอใจกับเขามากนะ นัทยังไงก็ต้องหาแฟนที่เหมาะสมในอนาคต พลอยคือตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว""ค่ะพี่น้องเองก็คิดแบบนั้น" ปิติยาพรพยักหน้าเห็นด้วย พวกเธอสองคนมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนกับเขา ทั้งอายุที่ห่างกันมาก ไม่ว่าดูยังไงก๋ไม่ถูกต้องเหมาะสม พลอยแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก พวกเขาคบกันมานาน นิสัยก็เข้ากันได้ดี แถมเด็กผู้หญิงก็น่ารักและมีเหตุผล เธอถึงจะเป็นคู่ที่เหมาะสมที่สุดของเขา ดังนั้นปิติยาพรจึงไม่ได้รู้สึกหึงหวงอะไรทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกัน เดิมทีพวกเขาก็มีจิตใจที่เสียสละอยู่แล้ว จึงไม่มีความคิดที่จะแย่งชิงตำแหน่ง แต่กลับเกรงใจกัน ตอนนี้พลอยไม่ว่าจะเป็นในนามหรือในทางปฏิบัติก็ถือว่าเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะกลายเป็นเมียเอกของนัท ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงจึงกลมเกลียวกันมากขึ้นใต้คอนโดของพลอย หลังจากดื่มด่ำกับความอบอุ่นในช่วงเวลาสุดท้ายนั้น ผมมองเธอขึ้นไปข้างบน แล้วจึงเดินกลับบ้านอย่างอาลัยอาวรณ์ แม่กับปิติยาพรเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มาก แต่พลอยก็มีข้อได้เปรียบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองคืออายุน้อยและยังเด็ก แค่นี้ก็เพียงพอที่จะจุดประกายจินตนาการมากมาย ความรู้สึกสดใหม่ที่แทบจะเริ่มต้นจากศูนย์ก็ยังคงยั่วยวนความปรารถนาที่จะเอาชนะของผมอยู่เรื่อยๆ กลับถึงบ้านก็ดึกพอควรแล้ว ปิติยาพรตั้งท้องจึงต้องการพักผ่อนมาก เธอเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำแล้ว มีแต่แม่ที่ยังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เปิดทีวีแบบไม่มีเสียง"แม่ครับ ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาหน่อย""มีอะไรเหรอ ว่ามาสิ"ผมเดินไปนั่งข้างแม่เบาๆในใจยังคงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ไม่ว่าจะยังไงพลอยก็เป็นแฟนผมในนาม ถึงแม้ว่าคนที่ผมรักที่สุดคือแม่เสมอ แต่ก็ไม่แน่ว่าแม่จะไม่หึงเรื่องนี้"แม่อีกสองวันว่างไหมครับ ประมาณเที่ยง วันอาทิตย์น่ะครับ""วันอาทิตย์เหรอ" แม่เอียงคอเล็กน้อย เหมือนกำลังคิด "น่าจะไม่มีอะไรนะ มีอะไรหรือเปล่า""อ๋อ ผมนัดกับพลอยไว้น่ะครับ ว่าจะไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันวันอาทิตย์ แล้วแม่กับคุณแม่ของพลอยก็ไม่ได้เจอกันนานแล้วด้วยนี่ครับ ถือโอกาสนัดเจอกันคุยกันบ้าง ผมจองร้านไว้แล้วด้วย แม่ว่างไหมครับ"บางทีเห็นผมพูดจาอย่างระมัดระวังเกินไป แม่ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ "แม่ก็นึกว่าเรื่องอะไร ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ไม่มีปัญหาหรอก พวกเราสองบ้านก็ไม่ได้ติดต่อกันนานจริงๆนั่นแหละ""ดีเลยครับ ตกลงตามนี้นะครับ" ผมตบมือในใจ เรื่องนี้จริงๆแล้วผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ พลอยไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของผมเลย แต่แม่รู้ทุกอย่างชัดเจน ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจความคิดของแม่เลย ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วแม่เห็นด้วยกับพลอยในฐานะลูกสะใภ้ตั้งแต่ในใจแล้ว แถมยัง "สมรู้ร่วมคิด" กับปิติยาพรยอมรับเธออีกด้วยวันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ผมไม่ต้องไปเรียนเลยนอนหลับสบายๆจนตื่นสาย แต่แม่ยุ่งมาก แทบไม่มีเวลาพักผ่อน แม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังต้องไปเคลียร์งานครึ่งวัน ทำให้ผมกับปิติยาพรได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนตามลำพัง ซึ่งนานๆทีถึงจะมีโอกาสแบบนี้"ก๊อกๆ""นัท ตื่นหรือยังออกมากินข้าวเช้าได้แล้ว"ผมเพิ่งจะตื่น หัวยังมึนๆอยู่เลย ก็ได้ยินเสียงปิติยาพรเคาะประตูห้องแล้ว"เดี๋ยวไปครับ"หลังจากล้างหน้าแป