หลังจากจับจ้องกันอยู่ไม่นานนัก ราชาริชาร์ดแทงหอกออกไปส่งพลังหอกที่เป็นลำแสงสีแดงออกไปในขณะเดียวกันที่ราชาก็อบลินเกร่งพลังใส่ดาบเพื่อต้านทานการเจาะทะลวงของหอกในขณะนั้นราชาก็อบลินก็ไม่สามารถตรวจจับราชาริชาร์ดได้แล้วเมื่อราชาก็อบลินกำลังมองหาในเสี้ยววินาทีนั้นเองสัญชาตญาณของราชาก็อบลินก็รำร้อง ราชาก็อบลินจึงเบี่ยงตัวไปทางขวาหลบหอกที่ถูกแทงมาในตำแหน่งจุดอับสายตาเมื่อราชาริชาร์ดเห็นว่าราชาก็อบลินหลบได้เขาก็เข้าคลุกวงในแล้วแทงเข่าเข้าไปยังท้องน้อยของราชาก็อบลินในทันทีและแทงเข่าซ้ำจนราชาก็อบลินปลิวขึ้นไปสูงกว่า 1 กิโลเมตร ราชาริชาร์ดเรียกหอกเขามือแล้วใช้ทักษะเคลื่อนที่ ใต้เงาของแสงย่นระยะทางเข้าหาราชาก็อบลินและแทงต่อเนื่องเข้าใส่แต่ราชาก็อบลินสามารถพลิกตัวกลับและปัดป้องการโจมตีได้และใจจังหวะการแทงสุดท้ายของราชาริชาร์ด ราชาก็อบลินก็ได้เยียบปลายหอกแล้ววิ่งจากปลายหอกเข้าหาราชาริชาร์ด ราชาริชาร์ดเมื่อเห็นศัตรูวิ่งบนปลายหอกมาหาตนเขาก็ทิ้งหอกแล้วเกร่งพลังที่มือขวาสร้างเป็นตาข่ายสีแดงเหมือนตาข่ายเลเซอร์กันศัตรูไว้และเสกหอกไฟหอกอันเหนือหัวของราชาก็อบลินเมื่อหอกถูกปลดปล่อยก็พุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันทีเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมทั้งเปลวไฟ ราชาริชาร์ดที่ตอนนี้ถอยรักษาระยะห่างเขาก็เห็นได้ว่าบริเวณที่ระเบิดนั้นมีกระแสลมหมุนวนเป็นเกลียว เขาเห็นราชาก็อบลินวาดดาบเบาๆทำให้แรงลมพลักเปลวเพลิงออกไปทันทีแล้วราชาก็อบลินก็ใช้ทักษะเคลื่อนที่ ร่ำสุราพาดแสงจันทร์เข้าหาราชาริชาร์ดด้วยทักษะนี้ทำให้ตัวของเขามีความรวดเร็วเป็นอย่างมากแต่ก็มองดูเหมือนเชื่องช้าและยังมีความสวยงามในการก้าวอีกด้วยเมื่อเข้าประชิดในท่าฟันดาบญี่ปุ่นพื้นฐาน เมื่อได้ระยะราชาก็อบลินก็ใช้ท่าแสงและเงาบรรจบท่านี้จะโจมตีจากบนและล่าพร้อมๆกันและเมื่อตัวดาบทั้งสองมาบรรจบกับก็จะเกิดคลื่นเหมือนคลื่นน้ำเคลื่อนที่เข้าใส่ศัตรูอย่างสวยงามแต่ในความสวยงามนั้นก็เต็มไปด้วยความอันตรายและพลังโจมตีที่เฉียบคมและเพื่อหลบท่านี้ราชาริชาร์ด เขากระโดดหลบไปด้านหลังด้วยท่าสะพานโค้งพลางเตะไปยังปากของราชาก็อบลิน ราชาก็อบลินที่ตอนนี้หน้าหงายแต่เขาก็ยังทรงตัวอยู่ได้ค่อยๆเอาหน้าลงมาแล้วมองไปยังราชาริชาร์ดพลางเช็ดปากที่เปื่อนเลือดก่อนจะถ่มเลือดลงไปด้านล่างราชาริชาร์ดที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มและยักไหล่ใส่ราชาก็อบลิน …..
ในขณะเดียวกัน ณ พื้นเบื้องล่างสงครามระหว่างหุ่นยักก็กำลังดำเนินไปอย่างโกลาหล เมืองทั้งเมืองนั้นได้ถูกทำลายและซากศพก็เกลื่อนกลาดหลังจากการปะทะครั้งแรกของเหล่าไททันของทางอาณาจักรก็อบลินได้มาถึงพร้อมทั้งทหารระดับสูงมากมายกองกำลังของอาณาจักรภูลิอันก็ต้องถอยรนออกมาจากเมืองหลวงตอนนี้ดัชเชสอาเรียกำลังต่อสู้อยู่กับไททันสองตัวด้วยระดับชั้นของหุ่นที่ต่างกันเกินไปทำให้ตอนนี้หุ่นของดัชเชสอาเรียเริ่มมีความเสียหายหลายจุดซึ่งต่างกับเหล่าไททันของก็อบลินที่ยังไม่เป็นอะไรเนื่องด้วยเกราะพลังงานที่แข็งแกร่งของพวกมัน ดังนั้นเป้าหมายในการสู้ของดัชเชสอาเรียคือการถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดและพยายามสนับสนุน combat walkerและเหล่าไนท์ของฝ่ายตัวเองด้วยความที่ฝีมือของทั้งสองฝ่ายนั้นไกล้เคียงกันแต่เหล่านักบินของทางอาณาจักรภูลิอันก็เป็นทหารเจนศึกที่ชำนาญยุทวิธีมากกว่าหนึ่งขั้นทำให้พวกเขาสามารถโจมตีและโต้กลับได้ไม่ยากเย็นนักแต่ด้วยความเหนือชั้นของเหล่าไททันก็ทำให้ฝ่ายก็อบลินยังสามารถตีโต้ได้อย่างไม่น้อยหน้าทั้งสองฝ่ายพลัดกันรุกและรับได้อย่างสูสีและทางศึกของทหารราบภาคพื้นนั้นส่วนใหญ่จะเป็นไปตามการต่อสู้ของเหล่าหุ่นรบซะเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ด้วยความเจนศึกและยุทวิธีพวกเขาก็สามารถเป็นต่อได้ในระดับหนึ่งเหมือนกันแต่ฝ่ายก็อบลินก็ยังสามารถตีโต้กลับมาได้บ้างเนื่องด้วยหน่วยรบพิเศษของพวกเขาที่ประกอบไปด้วยก็อบลินแชมป์เปี้ยนที่มีเลเวลกว่า 500 แต่แล้วจุดเปลี่ยนสงครามภาคพื้นก็เกิดขึ้น เสียงวิ่งที่ทำให้พื้นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหวเสียงนั้นดังมาจากด้านในภูเขาหลังพระราชวังเผยโฉมให้เห็นไททันระดับ A ที่มีขนาดใหญ่กว่า 1.5 กิโลเมตรวิ่งชาร์จเข้าใส่ดัชเชสอาเรียด้วยความเร็วเสียงสามเท่าและดาบพลังงานก็แทงเข้าใส่ตัวหุ่นของดัชเชสอย่างจังทำลายเตาพลังงานก่อกำเนิดของ combat walker ของเธอจนไม่สามารถกู้คืนได้หุ่นของดัชเชสได้ร่วงลงสู่พื้นดินไททันตัวนั้นได้เยียบหุ่นของเธอและถอนดาบออกจากนั้นมันเล็งไปยังห้องคนขับ ในเวลานี้กองทัพภาคพื้นของอาณาจักรภูลิอันต่างตกใจและหวาดกลัวอย่างมาก