อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 86 ระเบิดฝุ่น

            สายตาของชายผมแดงจ้องมองท้องฟ้าที่ตอนนี้แรงระเบิดเริ่มจางหายเหลือเพียงกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งไปมา อยู่ๆ ปีกเพลิงที่หลังของเขาพลันระเบิดพลังออกดาบแสงทุกเล่มที่ปักอยู่บนตัวเขาและที่ปักอยู่บนร่างของนาคราชสามเศียรพลันแตกสลายไปในทันที ก่อนที่จะปรากฏลูกไฟออกมาสองลูกลูกไฟนั้นทั้งให้ความรู้สึกอ่อนโยนและดูไร้พิษภัยอย่างน่าประหลาด ลูกไฟทั้งสองลูกนั้นลอยไปยังของนาคราชสามเศียรกับกริฟฟินศิลา พริบตานั้นร่างของทั้งสองก็ลุกพรึบไปด้วยเปลวไฟแต่ทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ใช้เวลาไม่นานเปลวไฟก็มอดดับลงเผยให้เห็นร่างกายที่ที่ไร้ซึ่งบาดแผลทั้งสิ้น

            เออร์วินที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกทึ่งไม่น้อยเขาสังเกตเห็นแล้วว่าทุกครั้งที่ชายผมแดงได้รับบาดแผลจะมีเปลวไฟปรากฏขึ้นและเมื่อเปลวไฟนั้นดับลงแผลที่ได้รับมาก็จะหายไป แต่เขาไม่นึกเลยว่าเขาสามารถนี้ยังสามารถใช้กับคนอื่นได้อีกด้วย

            ชายผมแดงมองร่างที่อยู่บนท้องฟ้าซึ่งตอนนี้กลุ่มควันจากแรงระเบิดได้หายไปแล้ว คาทาริน่าตอนนี้ยังคงไร้ซึ่งรอยขีดข่วน

            “เอาของชิ้นนั้นมาให้ได้ส่วนผู้หญิงคนนั้นให้ฉันจัดการเอง”

            พูดจบเขาก็พุ่งขึ้นไปหาคาทาริน่าซึ่งเธอก็ตอบแทนเขาด้วยการสร้างดาบแสงให้พุ่งไปหาเขา ชายผมแดงใช้หมัดที่หุ้มไปด้วยเปลวเพลิงต่อยสวนกลับไปจนดาบแสงแตกสลาย คาทาริน่าก็เรียกดาบแสงออกมาอีกหลายเล่มแล้วให้มันพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายไม่หยุดยั้ง ซึ่งเขาตอบดต้ด้วยการชกใส่ดาบแสงเหล่านั้นจนแหลกสลายหายไปรัวๆ จนในที่สุดเขาก็โผล่มายืนตรงหน้าเธอพร้อมกับเงื้อหมัดแล้วชกใส่เต็มแรง ทว่าคราวนี้คาทาริน่ากลับรับหมัดของเขาด้วยการชักดาบออกมาแล้วฟันไปที่หมัดของเขา

            ทันที่ดาบกับหมัดปะทะกันเวลาก็เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเกิดคลื่นกระแทกออกมา คลื่นกระแทกนั้นทั้งทั้งรุนแรงและกันรัศมีเป็นวงกว้างหลายสิบกิโล จนเหล่าผู้คนในป้อมปราการแอสทราวินต่างรับรู้ได้ถึงมัน เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างพากันหนีกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดกลัว  คาทาริน่าถอยหลังไประยะห้าก้าวแต่ชายผมแดงกลับถอยไปไกลเกินกว่านั้นมากจนต้องใช้บืนวนเพื่อสลายแรงก่อนจะสามารถหยุดลงได้

            ชายผมแดงกระอักเลือดออกมาพลางพูดว่า

            “แข็งแกร่งสมกับที่ลือเลย” เปลวเพลิงลุกโชนที่ตัวเขาก็จะดับมอด หมัดเมื่อครู่นี้อาจดูเหมือนธรรมแต่แท้จริงแล้วเขาอัดพลังลงไปไม่น้อย หากเปลี่ยนจากผู้หญิงคนนี้เป็นภูเขาขนาดใหญ่สักลูกมันคงแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว เขามองไปที่เธอพบว่าสีหน้าของเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับว่าหมัดของเขาเมื่อครู่นี้ไม่ได้สร้างแรงกดดันให้เธอเท่าไรนัก

            คาทาริน่าชี้ปลายดาบมาที่เขาพร้อมกับดาบแสงขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นในระนาบเดียวกับดาบของเธอ ดาบแสงเล่มนี้ต่างจากดาบแสงเหมือนที่ผ่านมา เพราะมันเกิดจากดาบเส้นแสงนับร้อยนับพันเส้นถักทอเป็นดาบขนาดยักษ์นี้ แม้ว่าชายผมแดงจะมั่นใจในความสามารถการรักษาบาดแผลของตนแต่เขาก็ยังรู้สึกกดดันไม่ได้เมื่อได้เผชิญหน้ากับดาบยักษ์เล่มนี้

            คาทาริน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่ยินดียินร้ายว่า

            “ก็ยอมรับนะว่าตกใจไม่น้อยที่พวกราตรีแห่งการล้างแค้นสามารถหาแก่นอสูรของวิหคอัมตะมาได้ทั้งยังมีคนที่สามารถรองรับพลังนั้นได้อีก แต่ว่าด้วยดาบแสงพิพากษานี้จะขอลบคนบาปอย่างเจ้าให้สิ้นไปเอง”

            ชายผมแดงหัวเราะ ออกมาทันที

            “หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าบอกว่าจะลบข้าอย่างนั้นรึ มันไม่ง่ายดายขนาดนั้นหรอก” พูดพบจบเปลวเพลิงก็ปรากฏขึ้นที่ขาทั้งสองข้าง ส่วนที่มือทั้งสองนั้นเปลวเพลิงก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เปลวเพลิงนั้นจะเริ่มกลายรูปลักษ์เป็นลักษณะคล้ายกรงเล็บนกขนาดใหญ่ ความร้อนแรงของกงเล็บนกทั้งสี่คล้ายกับทำให้เห็นว่าอากาศรอบๆ บิดเบี้ยวเพราะอุณหภูมิของมัน

            ชายผมแดงจ้องคาทาริน่าพร้อมแสยะยิ้มอย่างไม่กลัวเกรงก่อนจะพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว ด้านคาทาริน่าก็ตวัดดาบในมือใส่อีกฝ่ายซึ่งดาบในมือของเธอขยับไปทางไหนดาบแสงยักษ์ก็จะขยับตามไม่มีผิดเพี้ยน

            เออร์วินเหลือบมองคาทาริน่ายอมรับแล้วว่าผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ จากคลื่นกระแทกเรื่องครู่นี้ที่แม้แต่เออร์วินถึงกับต้องกระเด็นออกไปไกลทำให้ต้องปักดาบคาตานะกับพื้นดินถึงจะสามารถหยุดได้ก็บ่งบอกถึงความสามารถของเธอได้แล้ว และเขามั่นใจว่านี่ต้องไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดที่เธอมี เพราะตั้งแต่ต้นเออร์วินสังเกตได้ว่าเธอยังไม่เคยแสดงสีหน้าลำบากใจหรือครุ่นคิดเลยแม้แต่น้อย ถ้าเปลี่ยนเป็นเขาให้ต้องรับมือกับชายผมแดงนี่ล่ะก็เป็นต้องปวดหัวกับความสามารถรักษาตนเองได้ที่อีกฝ่ายมีแน่ แต่เธอคนนี้กลับคล้ายแสดงว่าเธอไม่เห็นชายผมแดงอยู่ในสายตา เออร์วินไม่รู้ว่าเธอจะแก้ปัญหากความสามารถรักษาตัวเองของอีกฝ่ายยังไง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้ก็คือผู้หญิงคนนี้อันตราย และถ้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์อีกสิบเอ็ดคนที่เหลือต่างก็มีความสามารถระดับนี้ล่ะก็ดูท่าแผนการณ์ถัดไปหลังจากที่เขาสามารถปฏิรูปเมืองไพร์ล็อกเรียบร้อยแล้วจะมีก้างชิ้นโตขวางอยู่ แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อใจแต่อย่างใดทั้งยังยิ้มออกมาเหมือนเช่นเคยพึมพำแบบไม่ให้ใครได้ยินว่า

            “แบบนี้ก็น่าสนุกไปอีกแบบ”

            ก่อนที่เออร์วินจะกลับมาสนใจสถานการณ์ตรงหน้าพบว่าตอนนี้ทั้งนาคราชสามเศียรกับกริฟฟินศิลาต่างกันหันมามองเขา ตอนนี้บาดแผลของทั้งคู่ต่างก็หายดีแล้วแต่เพราะคลื่นกระแทกนั้นทำให้กริฟฟินศิลากระเด็นจนระยะห่างของเขากับเออร์วินเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเป็นการเผชิญหน้าแบบสองต่อหนึ่งเออร์วินกลับไม่ได้มีท่าทีกังวลแต่อย่างใด ตอนนี้เขาสามารถยืนยันถึงระดับของอัศวินศักสิทธิ์ที่พอช่วยมองให้เห็นพลังของศาสนจักรในระดับหนึ่ เท่ากับว่าวันนี้ถือว่าจุดประสงค์ของเขาสำเร็จลุล่วงแล้ว

            ‘ที่หรือก็แค่เก็บกวาดสองหน่อตรงหน้านี่ซะแล้วก็ชิ่งกลับไพร์ล็อก ส่วนอัศวันศักดิ์สิทธ์คาทาริน่าก็มัวแต่ยุ่งกับไอ้หัวแดงนั่นกว่าจะรู้ตัวตรูก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้น...’ เออร์วินมองนาคราชสามเศียรที่กำลังมุ่งหน้ามาก่อนจะมองไปยังกริฟฟินศิลาที่กำลังมุ่งหน้ามาเช่นกัน ‘มาจัดแมตซ์สองต่อสองเพื่อสร้างดอกไม้ไฟกันเถอะ’

            คิดจบเออร์วินก็หยิบถุงมิติเทียมออกมาซึ่งสิ่งที่เขาหยิบมาคราวนี้กลับเป็นหุ่นไม้ที่คอยเอาออกมาสู้กับเรเวนในตอนนั้น ใส่ผลักเวทย์มนต์ระดับต่ำลงไปตามด้วยลูกแก้วความทรงจำ ซึ่งศิลปะการต่อสู้ที่เขาเลือกในครั้งนี้ก็คือ ‘กระบองกาลี’ เออร์วินหยิบของสองชิ้นออกมาโยนขึ้นหุ่นไม้ก็กระโดดรับไว้ พบว่ามันเป็นกระบองช็อตไฟฟ้าที่เออร์วินมักใช้ตอนวิ่งกับพวกเจคในยามเช้า หุ่นไม้ที่รับกระบองช็อตไฟฟ้าคู่นั้นมาเมื่อยืนที่พื้นก็ตั้งท่า เออร์วินมองไปยิงกริฟฟินศิลาตัวนั้นพลางเลียริมฝีปากเปลี่ยนไปถือดาบคาตานะในซ้ายโดยการถือดาบกลับด้าน แล้วชักปืนลูกโม่ออกมาถือไว้ในมือขวา

            ริคที่มองเห็นชัดเจนว่อีกฝ่ายหยิบหุ่นไม้ออกมาจากถุงผ้าขนาดเล็ก

            “เป็นถุงมิติเทียมจริงๆ ด้วย เจ้านี่เกี่ยวข้องอะไรกับสมาคมการค้าไครอสกันแน่” ริครู้สึกสงสัยแต่แล้วกลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าหุ่นไม้นั้นอยู่ๆ ก็ขยับได้เองเหมือนกับมีชีวิต “นั่นมันอะไรกัน?” ริครู้สึกว่ายิ่งสู้กับเจ้าคนเตี้ยเล็กนี่เท่าไรก็ยิ่งมีเรื่องให้ประหลาดใจไม่รู้จบ แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่น เพราะสิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือเอาของชิ้นนั้นมาจากอีกฝ่าย

            กริฟฟินศิลาพุ่งเข้าใส่เออร์วินเออร์วินก็พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายเช่นกัน ในขณะที่หุ่นไม้นั้นก็ถือไม้ช็อตไฟฟ้าสองอันพุ่งเข้าไปหานาคราชสามเศียร

            เมื่อระยะห่างของเออร์วินกับกริฟฟินศิลาอยู่ไม่ไกลกันมากนักกริฟฟินศิลาก็ลอยตัวขึ้นจากพื้นแล้วกระพือปีกใส่เขา บนเออร์วินกระเด็นกลับหลังแต่พอตั้งหลักได้ก็พบว่ากริฟฟินศิลาได้เข้ามาใกล้พร้อมกับง้างกรงเล็บใส่เขา แต่เออร์วินกลับพุ่งเข้าหาแล้วเบี่ยงตัวออกข้างจนอีกฝ่ายผ่านเขาไป ทว่ากริฟฟินศิลาที่กำลังหันหลังกลับมาเพื่อจู่โจมเขาอีกรอบแต่กลับพบว่าขาหน้าข้างหนึ่งหลุดออกมาลอยต่อนั้นเรียบสนิมบ่งบอกว่าถูกตัดด้วยของมีคม ทันใดนั้นเลือดสีแดงฉานก็พุ่งออกมาจากรอยที่ถูกตัด

            กริฟฟินศิลาเริ่มร้องด้วยความโหยหวนเพราะความเจ็บปวดพลางดิ้นไปมาไม่หยุด ในขณะที่เออร์วินเพียงมองอย่างเย็นชาเท่านั้น มันร้องอยู่อย่างนั้นก่อนจะฝืนลุกชึ้นมาด้วยสามขาที่เหลืออยู่  หันไปมองร่างเตี้ยเล็กนั้นด้วยความอาฆาตแต่ไม่ทันไรอีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาตามด้วยเสียงดัง

            ปัง!

            พร้อมกับตาซ้ายที่อยู่ๆ ก็ดับไปก่อนจะทรุดลงกับพื้นอีกครั้งเพราะขาหลังซ้ายถูกฟันจนขาด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้กรีดร้องกลับมีเสียงตามาอีก

            ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! จากนั้นริคก็ไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของปีกด้านขวาอีก ริคที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนลืมเลือนที่จะกรีดร้องไปโดยสิ้นเชิง ริคไม่รับรู้ถึงปีกด้านขวาแต่ยังรับรู้ได้ถึงการล่วงของปีกที่ล่วงลงบนตัวเขา เขาพยายามฝืนทนความเจ็บปวดเพื่อตะเกียกตะกายลุกขึ้นสองสามครั้งแต่ไม่สามารถลุกขึ้นได้ จนสุดท้ายต้องยอมแพ้ไม่ฝืนลุกขึ้นอีกต่อไป

            เออร์วินเหลือบมองร่างของกริฟฟินศิลาที่ตอนนี้คงไม่สามารถสู้ได้อีกแล้ว ในเมื่อปีกมันแข็งเกินกว่าที่กระสุนจะเจาะเข้าจึงแก้ปัญหาด้วยการยิงที่เส้นกระสาทเพื่อไม่ให้ขยับปีกก็เพียงพอแล้ว ก่อนจะหันไปมองการต่อสู้กันระหว่างหุ่นไม้กับนาคราชสามเศียร พบว่าการเคลื่อนไหวของหุ่นไม้นั้นคล้ายกับการเต้นรำ มันหลบหลีกพิษที่พ่นหางที่ฟาดมาและการงับลงมาของหัวที่เป็นงูใหญ่โดยจะคอยหาจังหวะเล่นงานด้วยกระบองไฟฟ้า แต่จากที่ดูแล้วมันคงไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากมายแต่ถ้าความรำคาญล่ะก็เต็มสิบ ดูจากความฉุนเฉียวของหัวทั้งสามก็พอบอกได้

            เออร์วินลูบคลำที่เอวเพราะตั้งใจจะรีโหลดกระสุนแต่กลับพบว่ามันว่างเปล่าประเหลือกระสุนปืนอีกเลยแม้แต่นัดเดียว

            ‘นี่เรายิงทิ้งยิงขว้างไปขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย’

            เออร์วินคิดในใจก่อนจะเก็บปืนกลับเข้าไปซองปืนที่เอวด้านขวา เหลือบมองบนฟ้าพบว่าทั้งสองคนกำลังโรมรันพันตูกันอยู่ ชายผมแดงพุ่งเข้าหาคาทาริน่าเพราะเขารู้ดีว่าดาบยักษ์นั้นต่อให้มีอานุภาพปานใดก็มีจุดอ่อนอยู่ที่ระยะหากเข้าประชิดได้ชายผมแดงก็จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่มันกลับไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะดาบแสงยักษ์เล่มนั้นขยับไปมาอย่างรวดเร็วราวกับว่าไร้ซึ่งน้ำหนัก ทุกครั้งที่เข้าปะทะกับกรงเล็บอัคคีของชายผมแดง กลับเป็นชายผมแดงที่ต้องล่าถอยไปทุกครั้ง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ยังคงบุกเข้าไปอย่างต่อเนื่อง

            เออร์วินเดินไปหยิบปลอกดาบคาตานะที่พื้นกลับเข้าไปในถึงมิติเทียมแล้วเดินกลับมาที่กริฟฟินศิลาซึ่งยังนอนอยู่ที่เดิม เออร์วินวางดาบคาตานะกับคอของอีกฝ่ายพบว่าแววตาของกริฟฟินศิลาไร้ซึ่งวี่แววหวาดกลัว

            แม้ภายนอกจะเป็นเช่นนั้นแต่ในใจริคกลับต้องตะลึงเพราะเขาพบว่าดาบที่เออร์วินใช้นั้นเป็นเพียงแค่ดาบธรรมดาที่ไม่มีความสามารถใดๆ ทั้งสิ้น เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เขาได้รับรู้นี้ก่อนจะคิดอะไรได้บางอย่าง เขาพบว่าตั้งแต่เริ่มสู้กันมานอกจากเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วที่เขาไม่รู้ว่าเป็นเวทย์อะไร อีกฝ่ายก็ไม่เคยใช้เวทย์มนต์

            ‘หรือว่าคนๆ นี้เองก็เป็นแบบเดียวกับเราเป็นคนที่เกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์อ่อนด้วย’ ริคไม่ได้หวาดกลัวความตายแต่เขาไม่เข้าใจว่าเขาแพ้ได้ยังไงทั้งที่เขายอมละทิ้งความเป็นมนุษย์ส่วนหนึ่งเพื่อให้ได้พลังนี้มา

            เออร์วินไม่สนใจว่าในหัวของกริฟฟินศิลาตอนนี้คิดอะไรและก็ไม่คิดจะสนด้วย เขาเหลือบมองร่างของออกฝ่ายที่นอนอยู่บนพื้นแม้ว่าจะไม่ได้มีความแค้นต่อกัน แต่จากการที่ได้ปะทะกันในวันนี้เออร์วินก็ไม่คิดจะเดิมพันว่าอีกฝ่ายเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นหรือไม่ โดยเฉพาะกับคนที่ฆ่าคนไปมากมายเพียงเพื่อตามหาคนที่ครอบครองของที่ตนต้องการ เออร์วินไม่ได้มองว่าตนเองนั้นดีเด่กว่าคนๆ นี้

            เขาตัดสินจบชีวิตอีกฝ่ายแต่ไม่ทันที่เขาจะได้ยกดาบกลับต้องกระโดดถอยหลังเพื่อหลบอะไรบางอย่างที่พุ่งผ่านหน้าเขาไป พอหันไปมองกลับพบว่ามันเป็นพิษจึงหันไปมองนาคราชสามเศียรพบว่าหัวของงูพิษกำลังจ้อมมองมาทางเขา เขาตัดสินใจเลิกสนใจกริฟฟินที่ตอนนี้หมดสภาพจะต่อสู้ได้อีก เออร์วินกลับมาจับดาบคาตานะกลับด้านด้วยมือซ้ายอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปหางูตัวนั้นอย่างใจเย็นเมื่อคิดว่าระยะห้างพอตัวแล้วก็หยิบะงออกมาสี่ผืนปักธงผืรแรกที่เท้า จากนั้นก็ใช้ย่างก้าวเงาภูติวิ่งรอบงูยักษ์แล้วปักธงลงอีกหนึ่งจุด จากนั้นก็วิ่งวนแล้วทำแบบเดิมจยครบสี่จุด

            ธงทั้งสี่ผืนนี้เป็นอาร์ติแฟกต์ระดับต่ำชนิดที่ไม่สามารถเรียกว่อาร์ติแฟกต์ได้ด้วยซ้ำ วิธีการใช้งานก็แค่ปักพื้นที่สี่มุมก่อเป็นม่านบาเรียเล็ก ม่านบาเรียนี้ทั้งบางและไม่สเถียรสิ่งที่สะกัดกั้นได้ก็ต้องเป็นของไม่ใหญ่มาก ขนาดเป็นแมลงที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็สามารถทำเหมือนมันไม่มีตัวตน บวกกับอายุการใช้งานที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวทำให้ประโยชน์ของมันนั้นน้อยวิ่งกว่าน้อย ซึ่งคนที่เสียสติและว่างพอที่จะสร้างของสิ่งนี้ขึ้นมาก็มีเพียงแค่เออร์วินเท่านั้น ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงสร้างมันออกมาก็เป็นเพราะว่ามันยังมีของเล็กๆ บางอย่างที่ปิดกั้นไม่ให้สามารถเคลื่อนผ่านได้อย่างเช่นแป้งสาลี คิดในใจว่า

            ‘คิดถูกจริงๆที่สร้างเจ้านี่เผื่อไว้’

            พร้อมกับล้วงถุงผ้าออกมาจากถุงมิติเทียม ลักษณะของถุงผ้านั้นดูจะใส่ของจำพวกแป้งจนเต็มถุง เขาโยนถุงผ้าใส่งูตัวนั้นผลคือถุงผ้าตกแล้วมีผงสีขาวฟุ้งออกมาจากถุงผ้า ก่อนจะหยิบถุงผ้าที่มีลักษณะเดียวกันออกมาจากถุงมิติเทียมแล้วทำแบบเดิม เขาทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาประมาณสิบกว่ารอบจนตอนนี้รอบกายงูยักษ์ตัวนั้นฟุ้งไปด้วยผงสีขาวที่ดูไร้พิษภัย

            ริคที่นอนอยู่ตอนแรกคิดว่านั่นอาจเป็นผงพิษหรือของจำพวกคำสาบแต่เขาเห็นว่านาคราชสามเศียรยังคงอาละวาดอยู่เช่นเดิม ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นจนเกิดความสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่กอนจะได้เห็นร่างเตี้ยเล็กนั้นหยิบกระบอกไม้ออกมาสามกระบอก เขาจำเจ้าสิ่งนี้ได้ดีโดยเฉพาะอานุภาพของมัน เดิมเขาไม่คิดว่าเจ้าสิ่งนี้จะมีพลังพอจะทำลายเกร็ดอันแข็งแกร่งนั่นได้ แต่ถ้าผงขาวๆ นั่นช่วยเพิ่มพลังทำลายของเจ้าสิ่งได้ล่ะก็ ริครู้สึกสังหรณ์ร้ายแรงขึ้นมารีบร้องเตือนทันที

            “เอ็นวี่เลิกสนใจหุ่นไม้นั่นแล้วจัดการมันก่อน”

            ทว่างูยักษ์สามหัวนั้นกลับไม่รับรู้ถึงคำกล่าวเตือนเลยแม้แต่น้อยมันที่หลังจากพ่นพิษเพื่อขวางไม่ให้เออร์วินฆ่าริคก็หันมาสนใจเจ้าหุ่นไม้นี่ต่อ

            เออร์วินมองแท่งระเบิดทั้งสามแท่งในมือก่อนจะหันไปมองหุ่นไม้ที่กำลังต่อสู้เหมือนกับการร่ายรำ ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวเขานับตั้งแต่ที่เขาสร้างหุ่นไม้นี่ขึ้นมามันก็เป็นคู่ซ้อมที่ดีเขาเสมอมา มันไม่เคยบ่นเคยด่าและไม่เคยตัดพ้ออะไรเขา และเมื่อวันนี้มาถึงเขาก็อยากจะบอกกับมันว่า

            ‘หายไปซะเหอะมึงอ่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาตรูต้องปวดหัวกับเอ็งขนาดไหนรู้บ้างมั้ย ประสิทธิภาพก็ต่ำ สเปคก็ต่ำ จะใส่ระบบปัญญาประดิษฐ์ก็ยังไม่ได้เลย ข้อมูลศิลปะการต่อสู้ก็ใส่ได้แค่อย่างเดียว เพราะเหตุผลด้านทรัพยากรทำให้ตรูต้องมาทำการลดสเปคจากหุ่นแอนดรอยด์สุดเท่ห์ที่มีศักยภาพสุดล้ำ ลดลงทีละอย่างสองอย่างจนสุดท้ายแล้วตรูต้องลดแม่งทุกอย่างจนมาได้หุ่นไม้โง่ๆ แบบเอ็ง ตอนนี้ตรูก็ขอลาขาดล่ะเฟ่ย’

            คิดจบเออร์วินก็ทำการดึงเชือกที่แท่งระเบิดออกแล้วพวกมันไปยังงูยักษ์ตัวนั้น ทันทีที่แท่งระเบิดกระทบกับตัวงูยักษ์กลับเกิดแรงระเบิดที่มีพลังรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810