ระบบเทพฝึกอสูร

    ตอนที่ 39 นักล่าหมูป่า

    “อู๊ดดด! อู๊ด อู๊ด!!!”


    ทันทีที่เห็นสืออวี่และสิบเอ็ด สมองอันน้อยนิดของเจ้าหมูป่าขนหนามก็เริ่มจินตนาการถึงเมนูเด็ด ว่าควรเริ่มแทะเหยื่ออันโอชะตรงหน้าจากส่วนไหนก่อนดี


    น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อยมุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความกระหายเลือด สี่เท้าอันทรงพลังตะกุยพื้นยิกๆ


    หมูป่าทะลวงฟัน!


    นี่ไม่ใช่สกิลพิเศษอะไรหรอก แต่เป็นแค่การพุ่งชนดื้อๆ ด้วยสัญชาตญาณดิบล้วนๆ


    เจ้าหมูป่าขนหนามล็อกเป้าไปที่ลูกหมี ซึ่งดูมีภัยคุกคามมากกว่าก่อน มันแสยะเขี้ยวอันป่าเถื่อนแล้วพุ่งเข้าใส่ทันที


    “ระวังอย่าให้เขี้ยวโดนตัวนะ ไม่งั้นจะติดสถานะเป็นหิน อีกอย่างรูปแบบการโจมตีของมันเน้นพุ่งชนเป็นหลัก”


    สืออวี่กำชับสิบเอ็ดสั้นๆ ก่อนจะถอยฉากไปหลบหลังต้นไม้ เตรียมรอดูโชว์เด็ดของเจ้าสิบเอ็ด


    หมูป่าขนหนามตัวนี้ยาวเกือบสองเมตร เทียบกับสิบเอ็ดที่สูงไม่ถึงเมตรแล้วถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ 


    ขณะที่มันพุ่งเข้ามา สิบเอ็ดสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ต่างจากตอนสู้กับอสูรเกราะน้ำแข็งอย่างสิ้นเชิง


    ความเร็วของหมูป่าขนหนามไม่ได้ด้อยไปกว่าอสูรเกราะน้ำแข็งเลย แถมดูจากพละกำลังและขนาดตัวแล้ว ยังดูอันตรายกว่าด้วยซ้ำ


    ถ้าเป็นสิบเอ็ดเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน มันคงทำได้แค่ใช้กายาเหล็กทั่วร่างเพื่อรับการปะทะ หรือไม่ก็หลบหนีอย่างทุลักทุเล แต่ตอนนี้...


    สิบเอ็ดยืนอย่างมั่นคงด้วยสองขา ขนสีขาวดำพลิ้วไหวไปตามแรงลม สมาธิของมันจดจ่อถึงขีดสุด


    สกิลระดับกลาง—ตาเหยี่ยว!


    ภายใต้ผลของตาเหยี่ยวขั้นชำนาญ การมองเห็นของสิบเอ็ดถูกยกระดับขึ้นถึงขีดสุด การจับภาพเคลื่อนไหวเฉียบคมเกินจินตนาการ


    ในสายตาของมัน โลกทั้งใบดูเหมือนจะเคลื่อนที่ช้าลง 


    ท่าหมูป่าทะลวงฟัน บวกกับเขี้ยวศิลาที่เคยดูดุดัน จู่ๆ ก็ดูเชื่องช้าลงหลายเท่า


    เมื่อมองเห็นการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ชัดเจน เวลาในการตอบโต้ก็มีเหลือเฟือ


    ปัง!!!


    การโจมตีของหมูป่าขนหนามเป็นการพุ่งชนตรงๆ ทำให้เปลี่ยนทิศทางกะทันหันได้ยาก การฉวยโอกาสจากจุดอ่อนนี้เพื่อหลบและสวนกลับ จึงเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก


    จังหวะที่หมูป่าขนหนามพุ่งเข้ามา สิบเอ็ดเบี่ยงตัวเพียงนิดเดียว ก็หลบการโจมตีได้อย่างงดงาม!


    หือ? เหยื่อหายไปไหน?


    ชั่วพริบตาที่พุ่งชนลม หมูป่าขนหนามก็เกิดอาการงงเป็นไก่ตาแตก


    ในวินาทีถัดมา เจ้าอสูรกินเหล็กน้อยที่ตอบโต้กลับด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วปานสายฟ้า


    เพราะมันจำลองภาพการต่อสู้ไว้ในหัวตั้งแต่วินาทีที่เห็นการโจมตีของศัตรูแล้ว


    ในชั่วพริบตา อุ้งเท้าหมีที่ถูกเคลือบด้วยสกิลกายาเหล็ก ก็ตบสวนเข้าใส่หมูป่าขนหนามที่พุ่งผ่านตัวไป!


    แคร็ก!!


    อุ้งเท้าเหล็กปะทะเข้ากับหนามบนตัวหมูป่า หนามหักสะบั้นทันที 


    แรงกระแทกมหาศาลจากด้านข้าง ทำเอาเครื่องในของหมูป่าขนหนามปั่นป่วนไปหมด


    สัญชาตญาณสัตว์ป่ากรีดร้องบอกว่า... งานงอกแล้ว


    “อู๊ดดด!”


    เสียงร้องโหยหวนดังลั่นป่า ด้วยแรงส่งจากการพุ่งตัว บวกกับแรงตบของสิบเอ็ด ทำให้หมูป่าขนหนามร่างยักษ์กระเด็นกลิ้งหลุนๆ ไปด้านข้างราวกับลูกบอล


    “อู๊ด อู๊ด อู๊ด”


    หมูป่าขนหนามกลิ้งไถลไปกับพื้นไม่หยุด ความเจ็บปวดทำให้มันลุกไม่ขึ้น 


    สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว... อาหารลุกขึ้นมาตบคนกินแล้ว!


    “สิบเอ็ด... ซ้ำให้ตาย”


    ในฐานะผู้ฝึกอสูรที่ยอดเยี่ยม สืออวี่มักจะสอนคุณสมบัติที่ดีงาม (อย่างการลาสช็อต) ให้กับสัตว์อสูรเสมอ


    สิ้นคำสั่ง สิบเอ็ดเปลี่ยนท่าเป็นยืนสี่ขา พุ่งเข้าใส่หมูป่าด้วยท่าวิ่งโยกคลอนดูแปลกตา ทว่ารังสีคุกคามที่แผ่ออกมากลับน่ากลัวกว่าท่าหมูป่าทะลวงฟันเมื่อกี้เสียอีก!


    กายาเหล็ก... ส่วนหัว... หัวเหล็ก!


    อาศัยแรงจากการพุ่งตัว สิบเอ็ดใช้หัวที่เคลือบกายาเหล็กโขกใส่หัวหมูป่าขนหนามเต็มแรง


    เปรี้ยง!


    ทีเดียวรู้เรื่อง


    เจ้าหมูป่าขนหนามตาเหลือก สลบเหมือดไปโดยสมบูรณ์


    “หนอนไหมเขียว มัดมันไว้”


    สืออวี่รูดซิปกระเป๋าเป้ เจ้าหนอนเขียวค่อยๆ กระดึ๊บออกมาอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะพ่นใยออกมามัดร่างหมูป่าเอาไว้จนแน่นหนา


    ใช้เวลาไม่นาน หมูป่าขนหนามที่มีมูลค่า 350 คะแนน และมีระดับการเติบโตอยู่ที่เลเวลเจ็ด ก็ถูกจัดการได้อย่างง่ายดาย


    “พลังต่อสู้คนละชั้นกันจริงๆ ด้วยแฮะ”


    สืออวี่มองหมูป่าขนหนามที่ถูกมัดเป็นดักแด้สีขาว พลางประเมินพลังต่อสู้ของสิบเอ็ดใหม่


    ดูทรงแล้ว... ตัวที่จะสร้างความกดดันให้สิบเอ็ดในสภาพนี้ได้ คงมีแค่พวกมินิบอสที่มีระดับการเติบโตเลเวลสิบเท่านั้น


    พวกที่มีรูปแบบการโจมตีทื่อๆ อย่างหมูป่าขนหนาม เจอคอมโบตาเหยี่ยวกับกายาเหล็กเข้าไป ก็เหมือนงูเจอเชือกกล้วย!


    แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นอสูรเกราะน้ำแข็งของเฉินข่าย สืออวี่คิดว่าต่อให้ชนะได้ ก็คงต้องหอบขึ้นคอกันบ้างล่ะ


    “งู้ววว วู้ววว!!”


    สิบเอ็ดกำลังดีใจที่เอาชนะหมูป่าขนหนามได้ สืออวี่ก้มลงหยิบปลายเชือกไหมโยนไปให้มัน


    “ช่วงเวลาการฝึกที่แกโปรดปรานมาถึงแล้ว ลากซากสัตว์อสูรเดินทางต่อซะ ฝึกแบกน้ำหนักไปด้วยเลย”


    สิบเอ็ด: ∑(O_O;)!


    สิบเอ็ดนึกว่าล้มหมูป่าขนหนามได้ก็จบงานแล้ว ไม่คิดเลยว่าร่างของหมูป่าจะยังเอามาใช้เป็นอุปกรณ์ฝึกฝนได้อีก


    สมกับเป็นผู้ฝึกอสูรของมันจริงๆ ช่างรอบคอบ (เลือดเย็น) อะไรขนาดนี้


    สิบเอ็ดกำเส้นไหมอย่างตื่นเต้น เสียง “ครืดดด” ดังขึ้นขณะลากร่างหมูป่าไปกับพื้น 


    สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความคาดหวัง อยากรู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไรรอมันอยู่อีก


    “เราเข้าไปลึกกว่านี้กันเถอะ”


    เมื่อยืนยันระดับความอ่อนแอของหมูป่าขนหนามได้แล้ว สืออวี่ก็พาชาวคณะมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าหมูป่า ตั้งใจจะเดินทะลุผ่านโซนนี้ไปเลย


    —


    ขณะเดียวกัน ณ เขตปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด


    ภายในห้องมอนิเตอร์ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่กำลังไล่ดูจอภาพก็สังเกตเห็นความผิดปกติ จนต้องรีบขยายภาพขึ้นมาดู


    “เฮ้ยพวกเรา ทางนี้มีคนเปิดบิลแล้วว่ะ”


    “มีผู้ฝึกอสูรฝึกหัดคนหนึ่งจัดการหมูป่าขนหนามได้แล้ว แถมกำลังมุ่งหน้าเข้าป่าหมูป่าคนเดียวด้วย”


    “คนเดียวเหรอ?”


    เจ้าหน้าที่คนอื่นรีบชะโงกหน้าเข้ามามุงดู


    ภาพมุมสูงจากนกจักรกลเผยให้เห็นลูกอสูรกินเหล็กตัวหนึ่งกำลังลากร่างหมูป่าขนหนามด้วยเชือก ขณะเดินตามหลังสืออวี่ต้อยๆ


    หนึ่งคนหนึ่งอสูร เดินดุ่มๆ เข้าไปในป่าหมูป่าที่ระบุไว้ในแผนที่ว่าเป็นโซนอันตรายอย่างกล้าหาญ


    “เจ้าอสูรกินเหล็กนั่น... ดูจากขนาดตัวแล้วยังเป็นลูกสัตว์อสูรอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ระดับการเติบโตไม่น่าเกินเลเวลเจ็ด เอาชนะหมูป่าขนหนามได้ชิลขนาดนี้เลยเหรอ”


    ที่บอกว่าชิล ก็เพราะตอนนี้สิบเอ็ดกำลังเดินลากหมูป่าอย่างสบายใจเฉิบ


    ถ้าเป็นการชนะแบบรากเลือด สิ่งแรกที่ควรทำคือกลับเข้าเขตปลอดภัยเพื่อเอาหมูป่าไปแลกคะแนนสะสมแล้วพักผ่อน ไม่ใช่ลากหมูป่าบุกเข้าไปในถิ่นศัตรูแบบนี้


    “ไม่ทันสังเกตแฮะ” เจ้าหน้าที่คนแรกที่เห็นสืออวี่พูดขึ้น


    “จับตาดูเขาไว้ให้ดี การเข้าป่าหมูป่าคนเดียวมีความเสี่ยง แต่ถ้าฉลาดพอจะปีนต้นไม้หลบ หมูป่าขนหนามก็ทำอะไรไม่ได้หรอก” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งออกความเห็น


    กลุ่มของสืออวี่เป็นหนึ่งในผู้เข้าสอบกลุ่มแรกๆ ที่สร้างผลงานชิ้นใหญ่ได้ ทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของเจ้าหน้าที่ทันที


    และภายใต้การจับตามอง ไม่นานสืออวี่ก็เข้ามาในส่วนลึกของป่าหมูป่า และพบฝูงหมูป่าขนหนามที่กำลังหากินกันอยู่


    หลังต้นไม้ไกลออกไป สืออวี่กับสิบเอ็ดมองดูหมูป่าขนหนามทั้งสี่ตัวด้านหน้าด้วยสีหน้าที่ต่างกัน


    สืออวี่กำลังครุ่นคิดว่าสิบเอ็ดจะรับมือแบบหนึ่งรุมสี่ไหวไหม... 


    ส่วนเจ้าอสูรกินเหล็กน้อยกำลังสงสัยว่า ทำไมสืออวี่ถึงยังไม่สั่งลุยสักที?


    “สิบเอ็ด อยากลองดูไหม แกมีกายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญ ถ้าสู้ในสภาพกายาเหล็กทั่วร่าง พวกมันน่าจะทำอะไรแกไม่ได้”


    กายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญบวกกับตาเหยี่ยว สืออวี่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะหมูป่าพวกนี้ท่าโจมตีซ้ำซาก ระดับการเติบโตก็ไม่ได้สูงอะไร


    “งู้ววว!!!”


    สัญชาตญาณสัตว์ป่าของสิบเอ็ดตื่นตัวเต็มที่


    หนึ่งต่อสี่ ฟังดูเร้าใจชะมัด!


    “โอเค งั้นฉันกับหนอนไหมเขียวจะคอยเชียร์อยู่หลังต้นไม้นี่นะ ฝากด้วยล่ะ...” สืออวี่ให้กำลังใจ


    สิบเอ็ดถึงกับไหล่ตก... เอางั้นก็ได้


    สิบเอ็ดวางซากสัตว์อสูรที่ลากมาลง แล้วเดินดุ่มๆ เข้าหาฝูงหมูป่าขนหนามเพียงลำพัง


    “เชี่ย... กล้าดียังไงวะนั่น”


    เสียงอุทานดังลั่นห้องมอนิเตอร์


    เสียงตะโกนของเขาเรียกความสนใจจากเจ้าหน้าที่คนอื่นในห้องให้หันมามองเป็นตาเดียวอีกครั้ง


    “เกิดอะไรขึ้น”


    “ผู้ฝึกอสูรฝึกหัดคนนั้น ปล่อยอสูรกินเหล็กเข้าไปสู้กับหมูป่าขนหนามสี่ตัวคนเดียว!”


    “หา? บ้าไปแล้วเรอะ”


    เหล่าเจ้าหน้าที่รีบพุ่งเข้ามามุงดู ทำไมถึงมีผู้เข้าสอบที่รนหาที่ตายแบบนี้นะ


    ต่อให้เป็นสัตว์อสูรเลเวลสิบ การต้องรับมือหมูป่าขนหนามพร้อมกันสี่ตัวก็ยังลำบาก


    ภาพในจอมอนิเตอร์ สิบเอ็ดเดินเข้าสู่ระยะการรับรู้ของหมูป่าขนหนามทั้งสี่ตัวเรียบร้อยแล้ว


    “อู๊ดดดดด!!!!”


    มีสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าเข้ามาใกล้ แถมรูปร่างคล้ายสัตว์นักล่าตระกูลหมี หมูป่าขนหนามทั้งสี่ตัวรีบแสดงท่าทีระแวดระวังทันที


    แต่พอเห็นว่าผู้บุกรุกเป็นแค่ลูกสัตว์อสูรตัวกะเปี๊ยก ความคิดในใจพวกมันก็เปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกับหมูป่าตัวแรกเป๊ะๆ


    อะไรกันเนี่ย ไอ้หมอนี่โผล่มาจากไหน มาเป็นอาหารให้พวกตูเหรอ?


    ขณะที่หมูป่าขนหนามทั้งสี่ยังอยู่ในช่วงสังเกตการณ์ สิ่งที่พวกมันคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น


    เจ้าอสูรกินเหล็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า จู่ๆ ก็ยกสองมือขึ้นดึงมุมปาก แลบลิ้นปลิ้นตาทำหน้าทะเล้นใส่


    “แบร่ แบร่ แบร่”


    สิบเอ็ดเปิดใช้งาน... ยั่วยุเชิงยุทธวิธี


    “เชี่ย...” เจ้าหน้าที่ทุกคนอึ้งกิมกี่


    นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!


    “อู๊ดดดด อู๊ดดดด!!!!”


    “ฟึด!! ฟึด!! ฟึด!!”


    หมูป่าขนหนามสี่ตัวคำรามลั่น เปิดใช้ท่าหมูป่าทะลวงฟันพร้อมกัน พุ่งเข้าใส่สิบเอ็ดจากรอบทิศ


    เนื่องจากหมูป่าทั้งสี่พุ่งเข้ามาจากคนละทาง และตาเหยี่ยวของสิบเอ็ดยังไม่ถึงขั้นมองเห็นได้ 360 องศา มันจึงไม่ประมาท ตัดสินใจใช้กายาเหล็กทั่วร่างทันที!


    พริบตาเดียว ประกายโลหะก็ปกคลุมไปทั่วร่าง!


    ส่วนที่เป็นขนสีดำกลายเป็นสีโลหะดำ ส่วนขนสีขาวก็แข็งแกร่งดั่งเงินวาววับ เมื่อสวมเกราะเสร็จสมบูรณ์ สิบเอ็ดก็คำรามลั่น 


    มันเบี่ยงตัวหลบ กระแทกหมูป่าตัวแรกที่พุ่งเข้ามาถึงก่อนกระเด็นไป


    วินาทีต่อมา หมูป่าตัวที่สองก็พุ่งชนร่างของสิบเอ็ดเข้าจังๆ แต่ทว่าหมูป่าขนหนามตัวนั้นกลับรู้สึกเหมือนพุ่งชนก้อนเหล็กตันๆ ศัตรูเจ็บไหมไม่รู้ แต่มันรู้แค่ว่าเขี้ยวของมันแทบจะร้าวระบมไปหมดแล้ว


    “อู๊ด!” หมูป่าตัวที่สองร้องเสียงหลง


    ส่วนสิบเอ็ดที่โดนชนเข้าให้นั้น แน่นอนว่าไร้รอยขีดข่วน อีกฝ่ายเจาะเกราะมันไม่เข้าด้วยซ้ำ มีแค่รอยเปื้อนดินนิดหน่อยบนผิวเท่านั้น


    แต่แรงปะทะมหาศาลก็ทำให้สิบเอ็ดเซถลาไปบ้างเหมือนกัน


    เพราะโดนโจมตี สัญชาตญาณดิบของสิบเอ็ดจึงถูกปลุกขึ้น สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันตา มันพุ่งเข้าชนหมูป่าตัวข้างๆ จนกระเด็นคว่ำไปอีกตัว


    จากนั้น มันก็กวาดสายตาดุแต่แบ๊ว มองหาศัตรูที่เหลือ


    ส่วนหมูป่าขนหนามอีกสองตัวที่เหลือ เนื่องจากอยู่ไกลกว่าเพื่อนเลยยังไปไม่ถึงตัวสิบเอ็ด แต่ในระหว่างนั้น พวกมันก็เห็นเต็มสองตาว่าเพื่อนร่วมทีมสองตัวแรกโดนไอ้เปี๊ยกที่จู่ๆ ก็กลายเป็นก้อนเหล็กอัดคว่ำไปได้ยังไง


    “อู๊ด...”


    วินาทีนี้ พวกมันไม่มีความคิดจะสู้ต่อแล้ว สัตว์ป่านั้นอยู่กับความเป็นจริง ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ เจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า ปฏิกิริยาแรกคือหนี


    ทว่า สิบเอ็ดไม่คิดจะเปิดโอกาสให้หนี มันล็อกเป้าหมูป่าตัวที่กำลังกลับตัวหนี แล้วพุ่งเข้าชนอย่างไม่เกรงกลัว ทำเอาหมูป่าตัวนั้นร้องอู๊ดอี๊ด กระโดดโหยงหนีตายสุดชีวิต


    “เชี่ย...”


    นี่เป็นคำอุทานคำว่า “เชี่ย” รอบที่สามในห้องมอนิเตอร์ของเขตปลอดภัยแล้ว


    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสี่คนที่มุงดูหน้าจอ จ้องมองด้วยสายตาเหลือเชื่อ พลางขยี้ตาตัวเองแรงๆ


    เดี๋ยวนะ พวกเขา... พวกเขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม???


    ลูกอสูรกินเหล็กตัวหนึ่ง เผชิญหน้ากับหมูป่าขนหนามสี่ตัว ปะทะกันไม่กี่กระบวนท่าก็ซัดร่วงไปสอง แล้วยังไล่กวดอีกสองตัวที่เหลือจนวิ่งป่าราบเนี่ยนะ?


    นี่มันนักล่าหมูป่าชัดๆ!


    “กายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญเหรอ? ผู้เข้าสอบคนนี้เป็นใครกัน?” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถามขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


    คล้ายกับเรื่องระบบเทพฝึกอสูร ที่คุณอ่าน