พี่ปิ่นรีบเข้ามาหาท่านหญิงทันที หลังจากเ้าปี้เอื้องคำพาตัวท่านหญิงออกมา จึงเรียกให้เสลี่ยงเตรียมพร้อมกลับคุ้มเ้าอินทร์ทันที
“ปี้เอื้องคำเ้าค่ะ น้องหญิงขอตัวกลับคุ้มก่อนนะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงลาเ้าปี้เอื้องคำ ที่กำลังรอขึ้นเสลี่ยงกลับคุ้มเหมือนกัน
“แลงนี้เจอกันที่วัดหลวงเน้อน้องหญิง ส่วนเื่เ้าอุปราชไม่ต้องเป็ห่วงนะ เดียวปี้หญิงคนนี้จัดการให้”
เ้าปี้เอื้องคำเมื่อพูดลากันเสร็จจึงกลับไปที่เสลี่ยงของตนเพื่อกลับคุ้มเ้าเงินคำ
“ข้อมือเจ็บมากไหมเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นที่เห็นรอยแดงที่ข้อมือของท่านหญิงจึงถามเพื่อความเป็ห่วง
“ไม่เจ็บแล้วแหละ กลับคุ้มกันก่อนเถอะ ให้บ่าวไปแจ้งเ้าป้อกับเ้าอ้ายทั้งสองคนด้วยนะ”
ท่านหญิงอยากกลับคุ้มแล้ว แต่อีกใจก็ยังอยากอยู่ต่อเพราะพอเมื่อได้เห็นเ้าชายทรงมีความสุข สนุกสนาน ยิ้มหัวเราะช่างน่าชวนมอง แต่ก็ต้องกลับคุ้มไปจัดเตรียมของที่จะนำมาวัดตอนเย็นแทนเ้าแม่เกสร ซึ่งเ้าแม่เกสรยังคงอยู่ฟังเทศน์มหาชาติ
_________________________________________________________________________
เมื่อถึงเวลาพลบค่ำผู้คนทั้งเด็กผู้ใหญ่ในเมืองเจียงแก้วต่างพากันมุ่งหน้าไปวัดด้วยสนุกสนานแถมผู้คนในเมืองยังแต่งกายพื้นเมืองสวยงามกว่าปกติในทุกๆวัน ที่คุ้มของเ้าอินทร์ก็เช่นกันทั้งเ้านายและบ่าวต่างพากันแต่งเนื้อแต่งตัวเตรียมตัวไปวัดในวันยี่เป็งคืนนี้
“ท่านหญิงเ้าค่ะ วันนี้ข้าเ้าเห็นอีปิ่นมันทางแก้มด้วยเ้าค่ะ”
พี่ดำที่เข้ามาช่วยท่านหญิงแต่งตัวอยู่ ก็กระซิบเบาๆ ให้ท่านหญิงพอได้ยิน เพราะกลัวพี่ปิ่นที่กำลังจัดเครื่องประดับให้ท่านหญิงจะได้ยิน
“จริงหรือพี่ดำ!!!!!”
ท่านหญิงหันไปถามพี่ดำด้วยน้ำเสียงที่ดูใแล้วหันกลับไปดูพี่ปิ่นที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดเครื่องประดับให้ท่านหญิง
“จริงเ้าค่ะ! ท่านหญิงอย่าเสียงดังไปสิเ้าค่ะ! เดียวอีปิ่นได้ยินเอาเ้าค่ะ!”
พี่ดำตอบท่านหญิงแล้วบอกว่าอย่าพูดเสียงดังเกรงว่าพี่ปิ่นจะเอ็ดตนที่เอาเื่ของตนมาเล่าให้ท่านหญิงฟัง
“พี่ปิ่น จัดเสร็จหรือยังรีบเอาใส่ให้หญิงตอนนี้เลย”
ท่านหญิงเรียกให้พี่ปิ่นรีบเข้ามาหาตนเพราะอยากเห็นหน้าให้ชัดเจนว่าเป็อย่างที่พี่ดำได้บอกไว้หรือไม่
“เสร็จแล้วเ้าค่ะ อ่ะๆ อีดำเอาใส่ให้ท่านหญิงหน่อย”
พี่ปิ่นตอบกลับท่านหญิง แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาอยู่แบบนั้น และยังให้พี่ดำเป็คนเอาเครื่องประดับใส่ให้ท่านหญิงแทน
“พี่ปิ่นนั่นแหละ นำมาใส่ให้หญิงหน่อย”
ท่านหญิงตอบกลับพี่ปิ่นทันทีเพื่อให้พี่ปิ่นเข้ามาหาตนที่โต๊ะเครื่องแป้งหน้ากระจก
“ได้เ้าค่ะท่านหญิง วันนี้บังคับกันเสียจริงนะเ้าค่ะ”
พี่ปิ่นถอนหายใจหนึ่งที! แล้วค่อยเข้าไปหาท่านหญิง แต่ก็ยังก้มหน้าก้มตาอยู่แบบนั้น แต่เมื่อท่านหญิงอดใจไม่ไหวจึงจับใบหน้าของพี่ปิ่นเบาๆ แล้วค่อยๆ เชิดหน้าพี่ปิ่นขึ้น ทันใดนั้นท่านหญิงก็อุทานมาว่า
“พี่ปิ่น!!!!!!! ทำไมทาแก้มแดงอย่างกับลิงเช่นนี้”
ท่านหญิงเมื่อเห็นใบหน้าของพี่ปิ่นถึงต้องใ เพราะพี่ปิ่นทาแก้มแดงทั้งสองข้าง และมีพี่ดำที่นั้งหัวเราะอยู่ข้างๆ
“อีดำหยุดหัวเราะเลยนะ”
พี่ปิ่นหันไปพูดเสียงดุกับพี่ดำทันทีเมื่อเห็นว่าพี่ดำหัวเราะตน และค่อยๆ หันกลับไปที่ท่านหญิงแล้วยิ้มแหยๆ ด้วยความเขินอาย
“อยากสวยทำไม่บอก พี่ดำก็ไม่แต่งให้พี่ปิ่นมันเล่ามานี่ๆ เดียวหญิงช่วยแต่งให้ใหม่ เอาสวยสุดๆไปเลยยยย”
ท่านหญิงช่วยลบแก้มแดงของพี่ปิ่นแล้วค่อยๆ แต่งเติมให้ดูสวยแบบธรรมชาติมากขึ้น ไม่งั้นถ้าออกไปแบบนี้ ต้องเป็ตัวตลกแทนที่จะมีคนชมว่าสวย
“เ้าค่ะท่านหญิง อีดำหยุดหัวเราะตอนนี้เลยนะ”
พี่ปิ่นตอบรับท่านหญิงทันที และก็บ่นพี่ดำไปด้วยว่าให้หยุดหัวเราะเดียวนี้เลย
___________________________________________________________________
ผู้คนเริ่มหลั่งไหลมาที่วัดหลวงเรื่อยๆ รวมไปถึงเ้าชายที่ทรงมารอท่านหญิงอยู่บริเวณหน้าวัดกับพี่จ้อย
“ท่านชายทำไมถึงไม่เข้าไปในวัดพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงของเ้าอุปราชที่พึ่งถึงวัด โดยมาพร้อมกับเ้าปี้เอื้องคำ
“ถวายบังคมเ้าค่ะเ้าชายวรเมธ”
เ้าปี้เอื้องคำเข้ามาถวายบังคมเ้าชายทันที
“เรากำลังจะเข้าไปในวัดนี่แหละ ว่าแต่แม่หญิงผู้นี้คือ....”
ท่านชายทรงถามเ้าอุปราช เพราะในพระทัยยังคงไม่ทราบถึงว่าเ้าอุปราชกับท่านหญิงว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบไหน จึงถามเ้าอุปราชขึ้นมาทันที
“ท่านหญิงองค์นี้ คือเ้าเอื้องคำ แห่งคุ้มเ้าเงินคำพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอุปราชแนะนำเ้าปี้เอื้องคำให้เ้าชาย
“นางมาตอแยข้า มาหาขาั้แ่เย็นที่คุ้ม จึงจำต้องพานางมาวัดด้วยนี้แหละ”
เ้าอุปราชกระซิบเบาๆ กับเ้าชาย แต่ก็ไม่เบาพอจึงทำให้เ้าปี้เอื้องคำที่พยายามฟังอยู่แล้วได้ยินไปด้วย
“ข้าเ้าได้ยินนะเ้าค่ะ ข้าเ้าไม่ได้ตอแยเ้าอุปราชสักหน่อย ก็เ้าอุปราชบอกว่าจะพาข้าเ้ามาวัดในคืนยี่เป็งไงเ้าค่ะ”
เ้าปี้เอื้องคำพูดขึ้นมาแล้วจึงตอบกลับเ้าอุปราช แต่ก็มีแปลกอยู่อย่างหนึ่ง เ้าอุปราชมีท่าทีที่ค่อนข้างเ้าชู้แต่พออยู่กับเ้าเอื้องคำนั้นกลับนิ่งเงียบ ไม่ค่อยโต้เถียงหรืออีกนัยคือพูดไม่ทันเ้าปี้เอื้องคำเสียมากกว่า
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรกับเ้าเลย ข้าชวนน้องหญิงจันทร์นวลต่างหาก”
เ้าอุปราชตรัสด้วยน้ำเสียงเบาๆคล้ายๆพูดอยู่ในลำคอเหมือนคนน้อยใจ
“ก็น้องหญิงไม่ว่างงงงไงเ้าค่ะ ข้าเ้าก็แจ้งให้เ้าอุปราชทราบแล้ว ข้าเ้าเลยต้องมาแทนนี้ไงเ้าค่ะ พอเลยๆพาข้าเ้าเข้าไปไหว้พระเ้าบนวิหารกันเลยดีกว่าเ้า”
เ้าปี้เอื้องคำเพื่อพูดเสร็จแล้วจึงรีบให้เ้าอุปราชพาเข้าไปไหว้พระเ้าบนวิหาร
โดยบริเวณหน้าวัดเริ่มมีการจุดผางประทีปกันแล้ว แสงจากเปลวผางประทีปนั้นสว่างขึ้นมายาวไปตามแนวกำแพงวัด ประตูวัด และเรียงรายยาวไปถึงทางขึ้นวิหาร เมื่อแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นพระจันทร์เต็มดวงเดือนเพ็ญกลมโต ประดับข้างไปด้วยดวงหมู่ดาวที่ส่องประกายเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับเดือนเป็งของคำคืนนี้ โดยมีลมหนาวพัดมาเป็ระยะๆทำให้ใบไม้ค่อยๆปลิวตามแรงลมส่งผลให้บรรยากาศรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาทันที แต่เ้าชายก็ยังไม่เข้าไปในวัดหลวงเพราะยังคงเฝ้ารอท่านหญิงอยู่
การรอคอยในครั้งนี้ก็สิ้นสุดลงเมื่อเ้าชายได้เห็นหญิงสาวค่อยๆ เดินเยี้ยงกรายอย่างสง่างามท่ามกลางแสงจากผางประทีประยิบระยับสะท้อนแสงไปกับเสื้อคอป้ายลายดอกไม้สีเหลืองทองที่ถูกปักด้วยดิ้นสีทองช่างงดงามระยิบระยับตามท่วงท่าของผ้าซิ่นตีนจกไหมคำสีแดงอิฐคาดสายฮ้างเข็มขัดทองรัดไว้เพื่อให้เห็นทรวดทรงของสตรีผู้นี้ เมื่อค่อยๆ มองขึ้นไปยังใบหน้าที่รับกับคอเสื้อสีทองอร่ามส่งรับกับรูปหน้าได้อย่างลงตัวเกล้าผมไว้ด้านหลังทัดด้วยดอกไม้หอมฟุ้งมาตามตัวและปักปิ่นทองอยู่2อันให้ความบางเบากับใบหน้าที่มีแก้มสีแดงฝาดเืเล็กน้อยเพราะด้วยอากาศในค่ำคืนนี้ค่อนข้างจะหนาวเย็นผิดกับริมฝีปากสีชมพูดูมีสุขภาพที่ดี ได้เดินมาตามแนวกำแพงหน้าวัดทำให้ผู้คนที่หลั่งไหลมาวัดหลวงต้องหันมามองแม่หญิงผู้นี้แบบไม่สามารถละสายตาได้เลยแหม้แต่น้อยรวมไปถึงเ้าชายที่ไม่สามารถละสายตาคู่นี้ที่จ้องมองไปที่ท่านหญิงได้เลย ทำให้เ้าชายเหมือนถูกต้องมลสะกดจากท่านหญิงอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนโลกทั้งใบมีเพียงแค่เราสองคน
“ท่านชายเ้าค่ะ”
ท่านหญิงเข้าไปทักเ้าชายทันทีเมื่อมาถึงหน้าวัดแต่เ้าชายนิ่งเงียบยังคงอยู่ในภวังค์ดังเดิมเหมือนทุกครั้งที่ต้องมนต์สะกด แต่พูดมาเบาๆ ว่า
เ้าชายตรัสมาเพียงเบาๆ แต่ท่านหญิงที่อยู่ใกล้ๆก็พอจะได้ยิน จึงหน้าแดงและเขินทันที
“ท่านชายเ้าค่ะ เข้าไปในวัดกันเลยไหมเ้าค่ะ เ้าอ้ายบัวคำเห็นว่ามารอท่านชายในวัดั้แ่เย็นแล้วนะเ้าค่ะ”
ท่านหญิงพูดให้เสียงดังขึ้นเล็กน้อย เ้าชายจึงรู้สึกตัวแล้วได้แจ้งว่าเ้าอ้ายบัวคำมารอที่วัดเพื่อจะเอาสะเป้าไปล่องแม่น้ำคืนนี้
“เราเข้าไปในวัดกันเลยไหมๆ”
เ้าชายจึงชวนท่านหญิงพากันเดินเข้าไปในวัดขึ้นไปกราบพระเ้าบนวิหาร
แล้วจึงพากันนำผางประทีปค่อยๆจุดทีละอันๆ เพื่อบูชาไว้ที่หน้าพระเ้าบนวิหารหลวงทั้งคู่ได้กราบอธิษฐาน ขอพรต่อหน้าพระเ้าพร้อมกับผางประทีปที่ถูกจุดเรียงรายอยู่บนวิหาร จากนั้นจึงพากันไปหาเ้าอ้ายบัวคำที่ท่าน้ำข้างๆวัดหลวง โดยระหว่างทางมีการจิบอกไฟ (ดอกไม้ไฟ) เพื่อถวายเป็พุทธบูชามีความสว่างไสวไปทั่วระหว่างทางเดินไปท่าน้ำ เมื่อแสงของบอกไฟมากระทบเสื้อผ้าท่านหญิงแล้ว ราวกับท่านหญิงสว่างจ้าโดดเด่นเหนือผู้อื่นใด ส่วนเ้าชายที่เดินมาด้วยกันอยู่ข้างๆ นั้นด้วยความเ้าชายมีออร่าอยู่ในตัวอยู่แล้วเมื่อเสด็จย่างกรายไปทางใดล้วนเป็ที่สนใจของผู้คนไปทั่วเมือง ยิ่งในค่ำคืนนี้ทั้งคู่มางานยี่เป็งที่วัดหลวงร่วมกัน ซึ่งช่างดูเหมาะสมกันอย่างยิ่งเหมือนกับกิ่งทองใบหยกเหลือจริง แต่ทั้งคู่แทบจะไม่ได้สนทนาอะไรกันมากมายเพราะดูท่าทีแล้วต่างคนต่างเขินอายซึ่งกันและกัน เมื่อลอยสะเป้าให้ลอยล่องไปตามธาราเสร็จแล้วนั้นเ้าอ้ายบัวคำจึงไปส่งเ้าป้อกลับคุ้มส่วนเมื่อเ้าอุปราชที่มีเ้าปี้เอื้องคำไม่ห่างตัว ได้เข้ามาหาท่านหญิงกับเ้าชายเมื่อเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันหรืออีกนัยหนึ่งคือ้าเข้าไปขวางไม่ให้ทั้งคู่นั้นได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองต่างหาก
“อ่าวท่านชายทรงอยู่กับน้องหญิงของข้าได้ยังไงกันหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเ้าอุปราชเสด็จเข้าไปหาทั้งคู่
“น้องหญิงของท่านที่ไหนกัน ทรงคิดเอาเองอีกแล้วนะเ้าค่ะ”
เ้าปี้เอื้องคำพูดดักคอเ้าอุปราชทันที ทั้งคู่นั้นเป็คู่กัดกันเสียจริง
เ้าชายเห็นท่านหญิงไม่กล้าที่จะตอบเ้าชายจึงเลือกที่จะตอบเอง แล้วจึงส่งยิ้มให้ท่านหญิงเพื่อความสบายใจ ส่วนดูจากสีหน้าของเ้าอุปราชแล้วนั้นท่าทีคงไม่พอพระทัยเป็อย่างมาก จึงจะตรัสเพื่อหาเื่ต่อแต่ทันใดนั้นก็มีเสียงในเงามืดเรียกเ้าอุปราช จึงรีบหันไปมอง เห็นเป็ม้าเร็วที่อยู่ชายแดนจึงรีบเรียกให้เข้ามาหาตนในเดี๋ยวนี้ จากใบหน้าที่ไม่พอใจกลับเปลี่ยนสีหน้าที่ดูกังวลขึ้นมาทันที
เ้าชายรีบบอกกับเ้าอุปราช เพื่อให้รีบอ่านสารนี้จากม้าเร็วโดยด่วน
___________________________________________

ภาพเครื่องแต่งกาย ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.instagram.com/gamesakunjan / เกมส์ สกุลจันทร์