การสอบระดับตำบลใช้เวลาสอบเพียงแค่หนึ่งวัน เมื่อเข้าสู่สนามสอบแล้ว ผู้เข้าสอบทุกคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาจากสนามสอบจนกว่าจะสอบเสร็จ
จ้าวตงจื่อ หวงป๋อฉือ และเยี่ยเต๋อ ทำข้อสอบเสร็จก่อน พวกเขาจึงออกมายืนรอโจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียงอยู่หน้าศาลาว่าการ เพราะการสอบครั้งนี้สองพี่น้องโจวมีเื่ของการเดิมพันเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าชนะก็จะได้เงินสามพันตำลึง แต่ถ้าแพ้ต้องไปคุกเข่าที่หน้าสำนักคุ้มภัยเจียว มันเป็เื่ของศักดิ์ศรีลูกผู้ชายชัดๆ เด็กหนุ่มทั้งสามจึงกังวลแทนสองพี่น้องสกุลโจวเป็อย่างมาก
เมื่อเจียววั่งกับพวกเดินออกมา เขาไม่เห็นสองพี่สองสกุลโจว มีเพียงเพื่อนทั้งสามคนของพวกเขายืนรออยู่ เจียววั่งใจชื้นขึ้นเป็เท่าตัว เพราะคิดว่าคู่แข่งทั้งสองคนคงทำข้อสอบไม่ได้ แต่ที่ไม่ยอมออกมาเพราะกลัวว่าจะเจอกับตนและเพื่อนเป็แน่ ไม่รอช้า เจียววั่งกับพวกก็มายืนรอโจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียงใกล้ๆ กับเด็กหนุ่มทั้งสาม
“ในสนามสอบแทบจะไม่เหลือใครอยู่ในนั้นแล้ว แต่เพื่อนของพวกเ้าก็ยังไม่ยอมออกมาสักที หรือจะรู้ตัวว่าตัวเองทำข้อสอบไม่ได้ ก็เลยไม่กล้าออกมาสู้หน้าข้า ถ้ารู้จักเจียมตัว ก็ไม่ควรท้าพนันั้แ่แรก” เจียววั่งพูดขึ้น
“เ้ามั่นใจว่าตัวเองทำข้อสอบได้หรือไง ถ้าเ้าเก่งขนาดนั้นคงสอบผ่านระดับตำบลไปนานแล้ว ข้ารู้มาว่า การสอบครั้งนี้เป็ครั้งที่สามของเ้าแล้วนี่” จ้าวตงจื่อพูดอย่างไม่เกรงใจ
“เ้า...เ้าเป็ใคร ข้าจะสอบกี่ครั้งมันก็เื่ของข้า เ้ากล้าพูดกับข้าอย่างนี้คงไม่กลัวตัวเองจะเดือดร้อนล่ะสินะ เ้ารู้ไหมว่าข้าเป็ใคร” เจียววั่งชี้หน้าจ้าวตงจื่ออย่างโมโห
“คนบ้านเ้านี่ก็แปลกนะ ไปที่ไหนก็ต้องถามทุกครั้งว่าพวกเ้าเป็ใคร ทุกคนในเมืองต้องรู้จักเ้าหรือไง แต่ก็บังเอิญว่าข้าก็รู้จักเ้าจริงๆ นั่นล่ะ เ้าก็คือลูกชายคนโตผู้โง่เขลาของเ้าสำนักคุ้มภัยสกุลเจียวอย่างไรล่ะ แล้วก็มีน้องชายกับน้องสาวที่โง่เขลาไม่แพ้อยู่อีกสองคน” จ้าวตงจื่อยกมือขึ้นห้าม “เ้ายังไม่ต้องพูด ให้ข้าถามเ้าก่อนก็แล้วกัน แล้วเ้ารู้ไหมว่าข้าเป็ใคร”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเ้าถึงมายืนทะเลาะกับคนพวกนี้” เจียวเป่าเดินเข้ามาหาอย่างร้อนใจ
เจียวเป่ารู้ว่ามีนักเรียนเริ่มทยอยออกจากสนามสอบมาแล้ว แต่เขารออยู่ที่รถม้านานแล้วก็ยังไม่เห็นสองพี่น้องโจวเลย เพราะกลัวจะเกิดปัญหา เขาก็เลยรีบมารอที่หน้าสนามสอบ แต่กลับมาเจอจ้าวตงจื่อยืนเถียงอยู่กับคุณชายกลุ่มหนึ่ง
“อ้าว! คุณชายเจียวเป่า เ้ามาที่นี่ได้อย่างไร แล้วเ้ารู้จักไอ้คุณชายปากเสียคนนี้ด้วยเหรอ ถ้าเป็คนที่เ้ารู้จักก็แสดงว่าไอ้คุณชายคนนี้คงไม่ใช่ลูกผู้ดีที่ไหนล่ะสินะ คงเป็เด็กกำพร้าที่ถูกครอบครัวใหญ่เก็บมาเลี้ยงเหมือนกันล่ะสิ” เจียววั่งเริ่มหันไปประเมินจ้าวตงจื่อ
“เ้าอย่าบังอาจลบหลู่คนของจวนท่านแ...” เจียวเป่าหยุดพูดเพราะจ้าวตงจื่อฉุดเอาไว้
“เ้าช่างรู้จักประเมินผู้อื่นดีจริงๆ ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง เ้าพูดให้ข้าฟังอีกครั้งซิว่าเ้าคิดว่าข้าเป็ใคร” จ้าวตงจื่อถามย้ำ เขาไม่โกรธที่มีคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็เด็กกำพร้า หรือแม้แต่ไม่ได้โกรธที่มีคนมาเรียกเขาว่าคุณชายปากเสีย เขาแค่อยากจะแกล้งคนและดูหน้าคุณชายจอมโอหังเมื่อรู้ว่าเขาเป็ใครก็เท่านั้น
“เ้าเป็เด็กในอุปการะของบ้านใดก็รีบพูดมาเถอะ ข้าี้เีจะเดา” เจียววั่งพูดอย่างไม่สนใจ
“องครักษ์! ช่วยบอกคุณชายท่านนี้ทีซิว่าข้าเป็ใคร”
องครักษ์เดินออกมาจากด้านหลัง “ท่านก็คือคุณชายรอง หลานชายของแม่ทัพาุโจ้าว บุตรชายของท่านแม่ทัพใหญ่จ้าวชิง และเป็น้องชายเพียงคนเดียวของแม่ทัพน้อยจ้าวตงชางขอรับ”
เจียววั่งและพวกได้แต่ยืนตัวสั่น นี่พวกเขาไปเรียกหลานชายของท่านแม่ทัพาุโว่าเป็เด็กกำพร้าเลยหรือ พรรคพวกของเจียววั่งเริ่มมองดูเขาอย่างไม่พอใจและเริ่มขยับไปยืนให้ห่างจากเขาถึงจะรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัย
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็ เอ่อ...” เจียววั่งพูดไม่ออก
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ออกไปยืนให้ห่างจากข้าเป็พอ วันนี้ที่เ้าท้าพนันกับโจวหยวนเฉิง นอกจากผู้คุมสอบและเ้าหน้าที่ประจำศาลาว่าการจะเป็พยานแล้ว ข้าก็จะร่วมเป็พยานให้กับโจวหยวนเฉิงด้วย แต่ข้าคิดว่า แทนที่เ้าจะมายืนเสียเวลาอยู่ที่นี่ เ้ารีบกลับบ้านไปบอกให้พ่อของเ้ารีบหาเงินเตรียมไว้จะดีกว่า สามพันตำลึงไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ”
เจียววั่งหันหลังกำลังจะจากไปก็ได้ยินเสียงเรียก “คุณชายใหญ่เจียว เ้าจะรีบไปไหนเล่า เ้ามายืนรอข้าไม่ใช่หรือ เอ๊ะ...หรือเ้าจะรีบกลับไปเตรียมเงิน ได้ๆ รีบกลับไปเถอะ พรุ่งนี้หลังประกาศผลสอบ ข้าจะไปรับเงินที่บ้านของเ้าเอง เ้าต้องลำบากหาเงินมาให้ข้าทั้งที ข้าจะปล่อยให้เ้าเดินทางไกลเพื่อเอาเงินไปส่งให้ข้าอีกได้อย่างไร”
โจวหยวนเฉิงเดินออกจากสนามสอบมาอย่างอารมณ์ดี ตอนทำข้อสอบเสร็จ เขาไม่รีบที่จะออกมาจากสนามสอบ เพราะเขาอยากให้เจียววั่งเข้าใจว่าเขาทำข้อสอบไม่ได้ก็เลยออกมาช้า แต่ปรากฏว่าเจียววั่งกลับถูกจ้าวตงจื่อเล่นงานไปเสียก่อน เฮ้อ...คนบ้านเจียวนี่เลี้ยงลูกกันยังไง แต่ละคนช่างนิสัยเสียกันจริงๆ
“พรุ่งนี้เ้าก็เตรียมตัวไปคุกเข่าที่บ้านข้าให้ดีก็แล้วกัน หวังว่าเ้าจะไม่ผิดคำพูด ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น” เจียววั่งกัดฟันพูด ก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปอย่างควบคุมอารมณ์
โจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียงเข้านอนแต่หัววัน การสอบในวันนี้กินพลังงานของพวกเขาไปเยอะทีเดียว พวกเขานอนหลับการอย่างสบายไร้กังวล
แต่อีกบ้านหนึ่ง เจียววั่งกลับนอนกระสับกระส่ายอย่างร้อนรน เขาไม่ใช่คนเรียนเก่ง เขาเข้าสอบระดับตำบลมาสามครั้งแล้วก็ยังไม่ผ่าน ส่วนเพื่อนของเขาถึงแม้จะมีผลการเรียนที่ดี แต่ก็ดีกว่าเพื่อนในกลุ่มเท่านั้น เมื่อเทียบกับคนอื่นก็ถือว่าธรรมดา เขายังไม่ได้เล่าให้บิดาฟังด้วยซ้ำว่าเขาได้พนันกับโจวหยวนเฉิงเป็เงินถึงสามพันตำลึง หากเขาชนะพนันเขาก็จะกู้หน้าให้กับบิดาและน้องชายได้ แต่ถ้าเขาแพ้ล่ะ เจียววั่งใช้นิ้วสางผมก็พบว่าผมดำสลวยของเขาหลุดติดมือออกมาเป็จำนวนมาก
โจวสือชวินและฝูเจาเดินออกมาส่งโจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียงที่หน้าประตูบ้าน
“พวกเ้าไม่อยากให้พ่อกับท่านลุงไปดูผลสอบเป็เพื่อนจริงๆ หรือ” โจวสือชวินถามลูกชาย
“ท่านพ่อกับท่านลุงรอฟังข่าวดีที่บ้านก็พอขอรับ” โจวหยวนเฉิงหันไปอีกทาง “ท่านลุงอย่าลืมสัญญานะขอรับว่าวันนี้ท่านลุงจะทำหมั่นโถวกับขาหมูตุ๋นไว้รอพวกเรา”
“ไม่ลืมๆ พวกเ้ารีบไปรีบกลับล่ะ ลุงจะทำหมูตุ๋นไว้รอเ้าหม้อใหญ่ๆ เลย” ลุงฝูเจาบอกอย่างอารมณ์ดี
“ผลสอบจะเป็อย่างไรก็ไม่สำคัญหรอกนะ พ่อเชื่อว่าพวกเ้าทำเต็มที่แล้ว รีบไปรีบกลับนะ อย่าได้ไปเหลวไหลที่ไหนเสียล่ะ” โจวสือชวินกำชับอีกแรง
โจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงเดินออกมาก็เจอเจียวเป่ายืนรออยู่ก่อนแล้ว
“พวกเ้ามั่นใจใช่หรือไม่ หากว่าวันนี้พวกเ้าแพ้พนัน พวกเ้าจะต้องไป เอ่อ...คุกเข่าที่หน้าบ้านเ้าเด็กเกเรคนนั้น” เจียวเป่าถามอย่างกังวล
“พี่เป่าก็ไม่มั่นใจในตัวข้าหรือขอรับ การสอบครั้งนี้ หากเทียบกับคนอื่น ข้าคงไม่มีความมั่นใจหรอกขอรับ แต่กับคุณชายเจียววั่งและพวกนั้น ข้ามั่นใจอย่างมาก พี่ใหญ่คิดดูสิขอรับ คนเก่งที่ไหนจะเข้าสอบระดับตำบลตั้งสามครั้งแล้วก็ยังสอบตก ดีนะขอรับที่ก่อนหน้านี้ ข้าให้จ้าวตงจื่อไปสืบเื่ของบ้านนั้นมาก่อนแล้ว จุดอ่อนของนายท่านเจียวชิงคือเขาหวงแหนเงินเป็ชีวิตจิตใจ เจียวฮูหยินก็ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากทำตัวอวดรวยและโอ้อวดบุตรทั้งสามอย่างไม่ประเมินตัวเอง ส่วนบุตรทั้งสามคนก็เป็แค่พวกที่ชอบอวดเบ่งและทำตัวลอยชายไปวันๆ เท่านั้น ในเมื่อครั้งนี้เจียววั่งอยากหาเื่เสียเงิน ข้าก็แค่จัดให้ตามคำขอ” โจวหยวนเฉิงบอก
“อาเป่า ข้ารู้ว่าเ้าเป็กังวลแทนพวกเรา แต่เ้าไม่ต้องห่วงหรอก เื่นี้พวกเราผ่านไปได้” โจวหลี่เฉียงเดินไปตบบ่าเจียวเป่า
“ในเมื่อพวกเ้ามั่นใจอย่างนั้นข้าก็วางใจ” เจียวเป่าคลายความกังวลใจได้ในที่สุด
โจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงเดินทางมาสมทบกับจ้าวตงจื่อ หวงป๋อฉือ และเยี่ยเต๋อที่หน้าศาลาว่าการได้ไม่นาน พวกเขาก็ได้ยินเสียงคนะโขึ้น
“มาแล้วๆ เ้าหน้าที่เอารายชื่อมาติดประกาศแล้ว”