ฆ่า!
“แกคือหวังเฉิน?” กับคำถามนี้ หวังเฉินไม่ได้ตอบ เขายืนนิ่งอยู่กับที่ แม้เผชิญหน้ากับเติ้งเฟิง หัวหน้าแก๊งสิงโตแดง เขาก็ไม่มีความรู้สึกใดทั้งนั้น
‘ผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มขั้นต้น?’ สายตาของหวังเฉินหยุดอยู่ที่เติ้งเฟิง ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตน แต่ก็เป็นผู้ฝึกตนที่อ่อนแอมาก เพียงแค่ระดับแรกเริ่มขั้นต้นเท่านั้น ไม่มีค่าควรให้พูดถึง
จะว่าไปแล้ว ตัวเขาในตอนนี้ก็ไม่มีค่าควรให้พูดถึงเช่นเดียวกัน เพราะเขาเองก็เป็นผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มขั้นกลางเพียงเท่านั้น ยังห่างไกลจากคำว่าแข็งแกร่งโดยสิ้นเชิง
“ลูกพี่เติ้งถามแก แกไม่ได้ยินรึไง?” เสียงตวาดด้วยความไม่พอใจดังขึ้น ผู้ที่ตวาดคือเอ้อไห่
หวังเฉินไม่ไปสนใจเสียงนกเสียงกาอย่างเอ้อไห่ ในเมื่อภายในห้องนี้มีคนของแก๊งสิงโตแดงแค่ห้าคน การที่เขาจะจัดการย่อมไม่ใช่เรื่องยาก เพราะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขาก็ไม่มี นอกจากนี้หนึ่งในห้าคนยังเป็นถึงหัวหน้าแก๊ง
ถ้าหัวหน้าแก๊งตาย แก๊งสิงโตแดงคงจะถูกแก๊งอื่นๆ หุบกลืนเข้าไป ไม่ก็กวาดล้างเป็นแน่
เมื่อเป็นอย่างนี้ แก๊งสิงโตแดงก็จะไม่มาสนใจเรื่องของเขาอีก แบบนี้เป็นผลดีต่อเขามาก เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้กระต่ายป่าสองตัว
“ใจเย็นเอ้อไห่ ให้ฉันถามมันก่อน พอถามแล้ว แกจะเอาไปฆ่าที่ไหนก็ตามสบาย” เติ้งเฟิงแสะยิ้มเหี้ยมให้หวังเฉิน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความคิดที่จะปล่อยหวังเฉินไป หลังจากที่ได้ถามแล้ว
หวังเฉินเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ยังคงไร้ความรู้สึก ไม่แม้กระทั่งสนใจคำพูดของเติ้งเฟิง คำพูดของคนที่กำลังจะตายในไม่ช้า เขาย่อมไม่ไปสนใจ
ทันใดนั้น เขาก็เริ่มลงมือหยิบเข็มเงินออกมาสี่เล่มแล้วลงมือซัดไปห้าทิศทาง ซึ่งทิศทางทั้งห้าย่อมเป็นทางที่ทั้งห้าคนภายในห้องแต่ละคนอยู่
ฉึก!
เข็มเงินได้แทงทะลุคอของเอ้อไห่ แทงตัดเส้นหลอมลมของเขาไป ส่งผลให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มือไม้ขยับไปมาทุลนทุลาย สุดท้ายก็ล้มตึ้งลงพื้น ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ อีก เห็นได้ชัดว่าตายไปแล้ว!
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับอูหลางเช่นเดียวกัน เขามีจุดจบ ไม่แตกต่างจากเอ้อไห่
ทางด้านเติ้งเฟิง เขามีไหวพริบดีมาก เมื่อมองเห็นการเคลื่อนไหวของหวังเฉิน เขาก็ตกใจ ก่อนที่จะใช้แขนรับเข็มเงินที่พุ่งเข้ามา เข็มเงินได้แทงแขนของเขา เลือดไหลซึมออกมา
แต่หูผานกับเหลียงเหิงไม่ได้มีไหวพริบอย่างเติ้งเฟิง พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา แม้จะแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจเทียบกับผู้ฝึกตนได้
เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเขาจะรอดชีวิตจากการลงมือของผู้ฝึกตนระดับแรกเริ่มขั้นกลางอย่างหวังเฉินได้อย่างไร?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าถ้าหากหวังเฉินใช้แก่นอมตะ ระดับความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้นไปถึงหนึ่งระดับใหญ่อย่างระดับก่อตั้งขั้นกลาง
สีหน้าของคนทั้งสองเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ คิดไม่ถึงว่าพวกตนจะมาตายที่นี่วันนี้ ร่างกายล้มลงพื้น แน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหว แน่นอนว่าพวกเขาตายแบบเดียวกันกับเอ้อไห่และอูหลางคือถูกเข็มเงินของหวังเฉินฆ่า!
“กะ...แก!” เติ้งเฟิงเสียงสั่นด้วยความโกรธ เขามองเห็นได้ชัดว่าเอ้อไห่และอูหลางตายแล้ว และอาจบางทีหูผานกับเหลียงเหิงก็อาจจะตายแล้วเหมือนกัน เนื่องจากเขาได้ยินเสียงคนล้มจากข้างหลังโซฟา
โดยไม่ลังเล เติ้งเฟิงพลันกระโดดเข้าใส่หวังเฉิน เนื่องเพราะเขากลัวว่าหวังเฉินจะลงมืออีกครั้ง หมัดที่แข็งแกร่งถูกชกมาที่ใบหน้าของหวังเฉิน
หวังเฉินหรี่ตาลง ไม่คิดหลบ ชกหมัดสวนกลับไป
แกร่ก!
หมัดทั้งสองได้ปะทะกัน ผลตัดสินออกมาในพริบตาว่าหมัดของใครแข็งแกร่งกว่ากัน มีเสียงกระดูกแตกหักดังออกมาให้ได้ยินจากแขนของเติ้งเฟิง ใบหน้าของเขาพลันกลายเป็นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ริมฝีปากสั่น เปิดขึ้นแผดเสียงร้องโหยหวนออกมา
“อ้าก!” ไม่สนใจเสียงร้องโหยหวน หวังเฉินยกเท้าเตะไปยังซี่โครงข้างลำตัวของเติ้งเฟิง ส่งผลให้ร่างกายของอีกฝ่ายกระเด็นปลิวออกไปกระแทกผนังห้อง
อั่ก!
เติ้งเฟิงกระอักเลือดออกมา รู้สึกเจ็บปวดเจียนตาย เขารู้สึกได้เลยว่ากระดูกซี่โครงของเขาหักไปสองสามซี่
หวังเฉินสืบเท้าเดินเข้ามาหาเตรียมปิดฉาก เป็นเวลาเดียวกันกับที่เติ้งเฟิงพยายามระงับความเจ็บปวดเอาไว้ ร้องขอชีวิตออกมา
“ดะ...ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!” ภายในใจของเขามีความแค้นและความกลัวอยู่อย่างละครึ่ง แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือความเสียใจ หากเขารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ เขาไม่มีทางส่งคนไปพาตัวหวังเฉินมาแน่
ใครที่ไหนจะบ้าให้ไปพาคนที่จะมอบความตายให้ตัวเองมาหากัน ในโลกนี้ ย่อมไม่มี ไม่สิ จะว่าไม่มีก็อาจจะเกินไป มันน่าจะมีอยู่ แต่คนเหล่านี้ต้องเป็นชนชั้นเสียสติถึงจะทำได้
“มะ...ไม่ว่าคุณต้องการอะไร ผมสามารถหาให้คุณได้หมด เงิน อำนาจ ผู้หญิง ผมมีมันอยู่ในมือทั้งหมด...” เติ้งเฟิงตะโกนสุดเสียง เพื่อที่จะให้ตัวเองได้รอดชีวิต
ทว่าน่าเสียดาย หวังเฉินตัดบทคำพูดของเขาด้วยชีวิตของเขา เข็มเงินพุ่งแทงใส่คอของเติ้งเฟิง ดวงตาทั้งคู่ของเขาเบิกกว้างแทบถลนออกมา
“อะ...” นี่เป็นคำพูดสุดท้ายในชีวิตของเติ้งเฟิง หัวหน้าแก๊งสิงโตแดง หนึ่งในแก๊งใหญ่ของปักกิ่ง
การตายของเขา ล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของตัวเอง หากว่าเขาไม่ส่งคนไปจับหวังเฉินมา เขาก็คงจะไม่ตาย คาดว่ายังคงมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี
หลังจากฆ่าเติ้งเฟิง หวังเฉินทำลายหลักฐานอย่างใจเย็น เขาเก็บเข็มเงินกลับมาทั้งหมด จะยังไงบนเข็มเงินก็มีลายนิ้วมือของเขา จะทิ้งเอาไว้ที่นี่ไม่ได้โดยเด็ดขาด และในครั้งนี้ของก็ไม่ทำพลาดอย่างการให้กล้องวงจรปิดถ่ายเอาไว้ได้เหมือนครั้งก่อน
ในตอนที่เดินตามอูหลางและเอ้อไห่เข้ามาภายในโรงแรมแห่งนี้ เขาได้ใช้ทักษะปกปิดอำพรางร่างกายเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ กล้องวงจรปิด จึงไม่อาจที่จะถ่ายเขาเอาไว้ได้
เมื่อทำลายหลักฐานที่เกี่ยวกับตัวเองทั้งหมดแล้ว หวังเฉินใช้ทักษะปกปิดอำพรางร่างกาย ใช้พลังปราณจากแก่นอมตะเปิดประตูก้าวเดินออกไป เขาออกจากโรงแรมแห่งนี้ในทันที เรียกแท็กซี่กลับไปยังบ้านเช่า
พอมาถึงบ้านเช่า เขาก็เดินไปยังสถานที่จอดรถ BMW i8 ของเขาก่อนเป็นอย่างแรก เขานำถุงสมุนไพรออกมา จากนั้นก็เข้าไปในห้องเช่าด้วยความเงียบเชียบ
ในตอนนี้แม่ของเขาหลับแล้ว ไม่อาจที่จะทำเสียงดังรบกวนได้ หวังเฉินโบกมือวูบหนึ่ง ใช้แก่นอมตะในร่างกายทำให้แม่ของเขาหลับสนิทยิ่งกว่าเดิม ถึงเขาจะทำอะไรเสียงดัง เธอก็จะไม่ตื่นขึ้นมา
หวังเฉินแน่นอนตั้งใจว่าจะปรุงเม็ดยาระดับสอง เม็ดยาหลอมรวม ความต้องการของเขาก็คือแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว เพราะงั้นในตอนนี้ เม็ดยาหลอมรวมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับเขา
สมุนไพรที่ซื้อมาจากหลี่คุนแห่งสำนักฌานสมุนไพร เพียงพอที่จะปรุงเม็ดยาหลอมรวมออกมาสองเม็ด แต่เม็ดยาหลอมรวมจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุดในเม็ดแรกเท่านั้น ถ้ากินเม็ดที่สองเข้าไป ประสิทธิภาพของมันก็จะลดทอนลง
แต่หวังเฉินเชื่อว่าเขาจะไปถึงระดับก่อตั้งขั้นปลายได้ ถ้ากินเม็ดยาหลอมรวมสองเม็ดเข้าไป
จบบทที่ 15