เสียงคำรามของสตรีผู้หนึ่งดังไล่หลังกันมา ซิ่วอิงกะพริบตาด้วยความสับสน รีบะโถามผู้เป็นายทันที
“คุณชายท่านหนีใครมา”
“มีมี่คือปีศาจ นางหลอกเราให้เข้ามาที่ป่าแห่งนี้!”
“มีมี่น่ะรึ?”
สิงเทียนร่อนลงมายืนข้างกายเขา กล่าวว่า “พลังของข้าไม่สามารถจัดการนางได้ ในป่านี่จำกัดพลัง ข้าไม่สามารถเรียกใช้อัสนีบาตพิโรธได้เต็มที่ เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร”
ซิ่วอิงยืนเงียบไม่ตอบกลับ ให้ออกความเห็นเขาจะออกความเห็นอะไรได้ ขนาดสิงเทียนยังกำจัดนางไม่ได้ แล้วเขาจะไปมีปัญญากำจัดได้หรือ อีกอย่างเ้าของร่างนั้นก็ไม่รู้ว่าคือปีศาจตัวเดียวกับตรงหน้าหรือเปล่าด้วย หากใช่ก็ดีไปแต่หากไม่ใช่ขึ้นมาล่ะแย่แน่!
เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไรซิ่วอิงจึงล้วงหยิบกระดูกซี่โครงชิ้นนั้นออกมาให้อีกฝ่ายดู “สิ่งนี้อาจช่วยได้ขอรับ”
“กระดูกคนตาย?” สิงเทียนทำหน้าไม่อยากเชื่อ
“ใช่ขอรับ กระดูกคนตายนี่แหละอาจช่วยเราได้”
“เ้าจะทำอย่างไรกับมัน ใช้กระดูกนี่แทงนางหรือ”
“ไม่ใช่ขอรับ ให้ท่านทำลายกระดูกนี่”
“แล้วมันจะช่วยเราได้ยังไง กับแค่กระดูกท่อนเดียว”
“ไม่ต้องถามมาก รีบลงมือเร็ว!”
“ไอ้พวกปลิ้นปล้อน!มาให้ข้าสูบพลังชีวิตซะดีๆ ฮ่าๆ”
ซิ่วอิงวางกระดูกท่อนนั้นลงพื้นดินเพื่อให้สิงเทียนเหยียบมัน
สิงเทียนยกขาขึ้นมาเตรียมจะเหยียบให้จมดิน ทว่ากลับถูกก้อนิญญาสีดำกลุ่มหนึ่งอัดเข้ากลางลำตัวเสียก่อน
“คุณชาย!”
ฝั่งปีศาจสาวลอยหวือเข้ามาใกล้พร้อมกางเล็บอันยาวเหยียดออกมา ซิ่วอิงรีบม้วนตัวตีหลังตาหลบกรงเล็บของนาง ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่ากระดูกซี่โครงท่อนนั้นถูกชายกระโปรงของเขาซัดจนกระเด็นลอยไปไกลแล้ว!
โชคยังดีที่นางไม่ทันสังเกตเห็นว่าพวกเขาคิดจะทำสิ่งใดในก่อนหน้า ประจวบกับบริเวณนี้มีใบไม้ร่วงอยู่เต็มพื้นไปหมด นางจึงไม่เอะใจและคิดว่าสิ่งที่ลอยคว้างเมื่อครู่เป็แค่ใบไม้เท่านั้น
ทั้งสิงเทียนและเขาต่างหันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย ฝั่งของสิงเทียนคล้ายรู้ว่าต้องรีบหาโอกาสลงมือจึงพยักหน้าให้สัญญาณเขาทีหนึ่ง
ซิ่วอิงะโตัวลอยขึ้นไปปะทะกับนางโดยตรงเพื่อหาจังหวะให้สิงเทียนวิ่งไปทำลายกระดูกนั่น แต่มีมี่นางกลับรู้ทันและคิดว่าจะไม่มีทางปล่อยให้ผู้ใดต้องรอดจากเงื้อมมือนางได้จึงซัดพลังขุมหนึ่งใส่สตรีน่าชังตรงนั้น แล้วรีบลอยไปขวางหน้าสิงเทียนทันที
หลังลอยคว้างไปไกลและตั้งท่าจะวิ่งกลับมาอีกหน เซียนสตรีในอาภรณ์สีหวานละมุนบัดนี้ดันพลาดท่าเดินสะดุดชายกระโปรงตนเองเข้าจนได้ ทำให้ข้อเท้าแพลงอย่างหนักจนปวดระบม จะลุกขึ้นไปช่วยอีกฝ่ายก็ยังแทบไม่ได้
สิงเทียนครั้นใกล้จะถึงกระดูกกลับคว้าไม่ทันจำต้องถอยกายหลบหนีกรงเล็บของนางอีกคน เขาประเมินระยะห่างระหว่างกระดูกกับคนรับใช้ก็พบว่าไม่ต่างกันนัก หากเลือกพุ่งตัวไปทำลายกระดูกนั่นนางต้องเห็นก่อนเป็แน่ เช่นนั้นสิงเทียนจึงวิ่งกลับไปหาอีกคนที่นั่งอยู่แทน
ซิ่วอิงถามอย่างแปลกใจ “คุณชายท่านกลับมาทำไมขอรับ รีบไปเหยียบกระดูกนางเร็ว!”
สิงเทียนว่า “มิได้ ตอนนี้นางยังไม่รู้ว่าเราคิดจะทำสิ่งใด หากข้าบุ่มบ่ามเข้าไปเหยียบล่ะก็นางต้องเห็นก่อนแน่”
“แล้วท่านจะทำอย่างไรขอรับ”
สิงเทียนไม่ตอบเขา เพียงจ้องมองเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนกายอุ้มสตรีตรงนั้นขึ้นมา เอ่ยว่า “เ้าเชื่อใจข้าหรือไม่”
ซิ่วอิงแม้สับสนแต่กลับพยักหน้าตอบในทันที
ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นสิงเทียนกลับย่อตัวแล้วโยนร่างเขาให้ลอยขึ้นไปในอากาศ ตัวเขาลอยคว้างขึ้นไปด้วยความเร็วจนต้องแหกปากะโลั่นเพราะคาดไม่ถึงว่าสิงเทียนจะทำเช่นนี้
ฝั่งมีมี่ที่แหงนมองตามสตรีตรงนั้นก็สับสนไปชั่วครู่ แต่เมื่อมองตามร่างบุรุษหนุ่มด้านล่างกลับเห็นว่าเขากำลังวิ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นางเข้าใจในทันทีว่าถูกอีกฝ่ายเบนความสนใจเข้าให้แล้ว จึงเพิกเฉยต่อสตรีผู้นั้นแล้วรีบลอยไปหวังจะลงมือกับสิงเทียนทันที
กร๊อบ!
“หือ?”
กรี๊ดดดดด!
ปีศาจสาวที่ลอยหวือใกล้เข้ามาพลันสลายกลายเป็ไอในทชั่วพริบตา สิงเทียนที่เหยียบกระดูกท่อนนั้นหักครึ่งก็ถึงกับยืนงง เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเองสักนิดว่าแค่เหยียบกระดูกคนตายก็สามารถเอาชนะปีศาจที่ร้ายกาจระดับนั้นได้แล้ว
หลังเหยียบเสร็จเขาก็วิ่งกลับไปอ้าแขนรับร่างอีกฝ่ายที่กำลังจะตกลงมาบนพื้นได้อย่างทันท่วงที
ซิ่วอิงดีใจรีบปรบมือรัว ๆ “ได้ผลแฮะ!”
“นี่คือจบแล้ว?”
“จบแล้วขอรับ”
“แค่นี้น่ะรึ?”
“ขอรับ”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่ากระดูกคนตายสามารถกำจัดนางได้”
“ข้าน้อยบังเอิญพบร่างนางนอนอยู่ในถ้ำน่ะขอรับ หากถามว่ารู้วิธีได้อย่างไรข้าน้อยก็ตอบยาก”
ถึงเขาจะอยากอธิบายวิธีนี้ แต่จะให้บอกออกไปได้อย่างไรว่าอ่านนิยายมา มีหวังถูกสอบถามอีกยาวแน่
สิงเทียนปล่อยเขาลงบนพื้นพร้อมทำการรักษาข้อเท้าให้ ขณะที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกอึดอัดภายในใจอยู่นั้น ร่างกายซิ่วอิงก็รับรู้ถึงพลังงานของบางสิ่งบางอย่างได้
เขารีบวิ่งไปดูที่แม่น้ำสายหนึ่งทันที ก้มมองลงไปยังด้านล่างก็เห็นโครงกระดูกสองโครงนอนเกาะเกี่ยวกัน อาภรณ์ที่ทั้งคู่สวมใส่ล้วนเป็ของสตรี ร่างหนึ่งดูมีอายุส่วนอีกร่างยังดูเด็กนัก ไม่แน่ว่าสองแม่ลูกที่พวกเขาตามหาอาจจะจมน้ำตายก็เป็ได้
ซิ่วอิงไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น เมื่อเห็นร่างที่น่าสงสารก็รีบกระโจนลงน้ำไปเก็บกระดูกขึ้นฝั่งทันที
“คุณชาย ที่นิ้วของนางมีแหวนแต่งงานด้วยขอรับ สลักชื่อสามีไว้ชัดเจน ข้างกันคงเป็ร่างของบุตรสาวแน่ พวกนางน่าสงสารจริง ๆ กว่าพวกเราจะมาพบร่าง คงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ใต้น้ำนานนับเดือน”
สิงเทียนหยิบกระดูกซี่โครงพวกนางมาสองชิ้น วางแหมะใส่ผ้าขาวพร้อมผูกเก็บอย่างเรียบร้อย เตรียมนำออกไปให้ผู้เป็สามี
“เจอพวกเขาแล้วก็กลับกันเถอะ”
“ขอรับ”
สองคนเดินทางออกจากป่าในสภาพมอมแมม หลังเื่ราวของปีศาจสาวถูกกำจัด ข่าวลือว่ามีเซียนเข้าไปปราบก็แพร่สะพัดในเวลาต่อมา ซิ่วอิงไม่ได้สนใจในคำชมสักเท่าไหร่ เอาแต่พูดยกยอเ้านายตนเองอยู่ฝ่ายเดียวว่าเป็ผู้จัดการปีศาจได้
เขานึกว่าภารกิจจะจบลงแล้วเสียอีก แต่จู่ ๆ ก็มีชายผู้หนึ่งวิ่งมาขอความช่วยเหลือหลังจากที่เพิ่งกลับออกมาได้ไม่ถึงสามวัน ทางนั้นบอกว่าบุตรสาวถูกผีร้ายยึดร่างตอนนี้ทำร้ายตัวเองและอาละวาดไปทั่วหมู่บ้านแล้ว
ซิ่วอิงยืนวิเคราะห์สถานการณ์พร้อมถามชายตรงหน้า “ลูกสาวเ้าชื่ออะไร หยางอีรึไม่”
ชายผู้นั้นรีบตอบ “ใช่ ๆ นางชื่อหยางอี ได้โปรดช่วยนางด้วยนะ”
ตัวเขาไม่ได้ตอบตกลงเพราะยังรู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ตามหลักแล้วพวกเขาควรจะช่วยแม่นางหยางอีก่อน แล้วถึงค่อยเดินทางเข้าป่าไปไขปริศนา แต่ทว่าเหตุการณ์ในป่ากลับเกิดขึ้นก่อน ส่วนเื่ของนางดันมาเกิดทีหลัง ตกลงแล้วมันอะไรกันแน่
สิงเทียนเห็นท่าทางคนรับใช้ดูไม่ค่อยดีจึงเอ่ยแทน “เสียใจด้วย เ้าไปหาคนอื่นแทนเถอะ พวกข้าเพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วัน ขอไม่ให้ความช่วยเหลือ”
“…”
ชายผู้นั้นก้มหน้าห่อเหี่ยวไร้หนทาง เขาหันหลังเตรียมจะเดินจากไปแต่ซิ่วอิงกลับเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อน! พรุ่งนี้ข้ากับคุณชายจะไปหาเ้าที่เรือนก็แล้วกัน”
“ขอบพระคุณมากขอรับ!”
สิงเทียนไม่เข้าใจความคิดอีกฝ่าย เขากอดอกพลางถามอย่างหงุดหงิด “เ้าร้อนวิชาเสียจริง เห็นว่ากำจัดปีศาจนั่นได้ก็รับปากช่วยเหลือเขาเลยหรือ”
“คุณชาย หนนี้มันง่ายกว่ากำจัดปีศาจนั่นอีกนะขอรับ รับรองว่าท่านไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแต่งตัวหล่อ ๆ แล้วยืนรอรับคำชมก็พอขอรับ”
“เ้านี่รู้เยอะเสียจริง มีสิ่งใดบ้างในโลกนี้ที่เ้าจะไม่รู้”
“แหะ ๆ แหม ท่านก็พูดเกินไป”
ใน่เย็นของวันถัดมา บุรุษสองคนเดินทางมาที่เรือนซอมซ่อหลังหนึ่ง ซิ่วอิงนั่งลงข้างฟูกนอนคนป่วย เขามองตามเรือนร่างของนางอย่างประเมิน ร่างกายซูบผอมจนแทบเหลือแต่กระดูก ที่มือเขียวคล้ำจนดูน่ากลัวคล้ายกับถูกสิ่งชั่วร้ายกัดกิน หากเป็ผู้อื่นคงตัดสินั้แ่ครั้งแรกที่เห็นแล้วว่านี่คือศพคนตายมากกว่าคนป่วย
ซิ่วอิงหันไปถามบิดานาง “อาการโดยรวมนางเป็อย่างไร”
“อาการนางค่อนข้างแย่ ััหรือแตะต้องสิ่งใดล้วนบุบสลายหายไปในพริบตา”
เขาฟังแล้วนึกตาม เพียงแค่การััก็สามารถทำให้สิ่งของบุบสลายได้ นี่จะต้องไม่ใช่อะไรที่ปกติอย่างแน่นอน เขามั่นใจอย่างมากว่าผู้ต้องสงสัยจะต้องอยู่ที่เรือนหลังนี้แหละ และคนผู้นั้นก็อยู่ในห้องนี่ด้วย
“นางเป็มานานหรือยัง”
“สองสามวันแล้วขอรับ”
“สองสามวันหรือ” สิงเทียนแทรกขึ้น
“ชะ ใช่ขอรับ”
ซิ่วอิงถามอีก “ก่อนหน้านั้นนางเคยเดินทางเข้าป่าไหม”
ฝั่งบิดาเมื่อถูกซักไซ้ก็กล่าวอึกอัก “เอ่อ ข้าไม่แน่ใจ นางอาจจะเคยหรือไม่เคยก็ไม่รู้เหมือนกัน”
สิงเทียนคล้ายเหลืออดกับคำตอบทางนั้น กล่าวว่า “เ้าเป็บิดาของนาง บุตรสาวไปที่ใดไม่เคยรู้เลยหรือ”
“ก็ข้าไม่ได้ตามติดนางตลอดเวลานี่ จะไปรู้ได้อย่างไร”
“แต่นางเป็ลูกเ้า”
“ก็ข้าต้องทำงาน”
“แต่นางเป็ลูกเ้านะ”
“ก็ข้าไม่รู้! พวกท่านมีหน้าที่รักษาก็รักษาไปสิ”
ซิ่วอิงเห็นท่าไม่ดีจึงลุกขึ้นปรามคนทั้งคู่ “พวกท่านใจเย็นก่อน
จะมายืนเถียงกันให้ได้อะไร ไม่เห็นหรือว่าคนป่วยยังนอนอยู่ตรงนี้”
เมื่อถูกดุสองคนตรงนั้นจึงยืนทำท่าสำรวมมากขึ้น ฝั่งคนบ่นนวดขมับพลางกล่าว “คืนนี้พวกข้าจะนอนเฝ้านาง หากมีเื่ขึ้นจะได้ช่วยเหลือทัน”
เ้าของเรือนกล่าว “ข้าไม่มีห้องว่าง มีแค่ห้องเก็บของด้านข้างเท่านั้น”
“อืม แค่นั้นก็เพียงพอแล้วล่ะ”