เสียงฮือฮาจากการทดสอบหลอมแร่เหล็กทมิฬค่อยๆ จางหายไป ทว่าความตกตะลึงยังคงตกค้างอยู่ในแววตาของเหล่าศิษย์หอโอสถทุกคน
ผู้อาวุโสไป๋มองดูเย่เฉินด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันไปทางเฉินมู่ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ
"เฉินมู่..." ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ "ข้ามีภารกิจด่วนต้องไปหารือกับเจ้าสำนัก เรื่องการจัดสรรที่พักและหน้าที่ของศิษย์น้องคนใหม่... ข้ามอบหมายให้เจ้าจัดการ"
เฉินมู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาจะสว่างวาบขึ้นด้วยประกายบางอย่างที่ซ่อนเร้น เขาประสานมือคารวะอาจารย์อย่างนอบน้อม
"ศิษย์รับทราบขอรับ... ข้าจะดูแล 'ศิษย์น้องเย่' เป็นอย่างดี ให้สมกับที่เขาเป็นอัจฉริยะที่ท่านอาจารย์พามาด้วยตัวเอง"
ผู้อาวุโสไป๋พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ เรียกเมฆหมอกให้มาห่อหุ้มร่าง แล้วเหาะทะยานขึ้นสู่ยอดเขาชั้นใน ทิ้งให้เย่เฉินยืนอยู่ท่ามกลางดงศิษย์สายในที่มองมาด้วยสายตาหลากหลาย
เมื่อลับหลังอาจารย์ รอยยิ้มที่มุมปากของเฉินมู่ก็ค่อยๆ บิดผัน เปลี่ยนจากความนอบน้อมกลายเป็นความเย้ยหยันที่เย็นชา
"เอาล่ะ ศิษย์น้องเย่..." เฉินมู่เดินเข้ามาใกล้ รัศมีกดดันของศิษย์เอกแผ่ออกมาข่มขวัญ "ในฐานะที่เจ้าเพิ่งเข้ามาใหม่ และยังไม่มีประสบการณ์ในการปรุงยาอย่างเป็นทางการ... ข้าเห็นสมควรว่าเจ้าควรเริ่มเรียนรู้จาก 'รากฐาน' เสียก่อน"
เย่เฉินเลิกคิ้ว "รากฐาน?"
"ถูกต้อง" เฉินมู่แสยะยิ้ม "หอโอสถของเรามีสถานที่แห่งหนึ่งที่รวบรวมแก่นแท้ของวัตถุดิบทั้งหมดเอาไว้... หากเจ้าอยู่ที่นั่น เจ้าจะได้เรียนรู้เรื่องสมุนไพรอย่างลึกซึ้ง"
เขาหันไปสั่งศิษย์ผู้ติดตามเสียงเข้ม
"พาเขาไปที่ 'หอเก็บกากโอสถ'... ให้เขาประจำการอยู่ที่นั่นจนกว่าข้าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง!"
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันที ศิษย์หลายคนพยายามกลั้นหัวเราะ เพราะทุกคนรู้ดีว่า "หอเก็บกากโอสถ" คือสถานที่อัปยศที่สุดบนยอดเขา มันคือหลุมขยะที่ใช้ทิ้งกากยาและสมุนไพรเน่าเสีย กลิ่นเหม็นของมันรุนแรงจนแม้แต่สุนัขยังไม่อยากเข้าใกล้
"หอเก็บกากโอสถ?" เย่เฉินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบ
"ทำไม? หรือเจ้าไม่พอใจ?" เฉินมู่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาฉายแววท้าทาย "นี่คือคำสั่งของศิษย์พี่ใหญ่... หรือเจ้าคิดจะขัดขืนตั้งแต่วันแรกที่เข้าสำนัก?"
เย่เฉินจ้องตากลับ เขามองออกทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาของอีกฝ่าย... การฆ่าคนไม่จำเป็นต้องใช้ดาบ การใช้ "หน้าที่" และ "กฎระเบียบ" มากดหัวคน ก็เป็นอาวุธที่ร้ายกาจไม่แพ้กัน
"ข้าไม่ขัดข้อง" เย่เฉินตอบกลับ มุมปากยกยิ้มจางๆ ที่ทำให้เฉินมู่รู้สึกขัดใจ
"ในเมื่อเจ้าหวังดีอยากให้ข้าศึกษา 'รากฐาน'... ข้าก็น้อมรับด้วยความยินดี"
เย่เฉินเดินตามศิษย์ผู้นำทางไป ทิ้งเฉินมู่ให้ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่เบื้องหลัง
"อวดดีไปเถอะ..." เฉินมู่เค้นเสียง "ในกองขยะเน่าเหม็นนั่น... ข้าอยากรู้นักว่าอัจฉริยะอย่างเจ้าจะทนได้สักกี่วัน!"
หอเก็บกากโอสถ ตั้งอยู่ในหุบเขาลึกทางด้านหลังของยอดเขาโอสถ ห่างไกลจากความเจริญและความสวยงามของศาลาปรุงยา
ทันทีที่เย่เฉินก้าวเท้าเข้าไป กลิ่นเหม็นเปรี้ยวและกลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรเน่าเสียตีกันยุ่งเหยิงก็พุ่งเข้าปะทะจมูก กองภูเขาขนาดย่อมของกากยาสีดำคล้ำและเศษสมุนไพรแห้งกรังวางระเกะระกะไปทั่วบริเวณ มีแมลงวันตัวโตบินว่อนและหนูวิ่งเพ่นพ่าน
"นี่คือที่พักของเจ้า" ศิษย์ผู้นำทางโยนกุญแจให้ แล้วรีบเดินหนีไปพร้อมกับปิดจมูก "ขอให้สนุกกับขยะพวกนี้นะ ศิษย์น้อง"
เย่เฉินยืนอยู่ท่ามกลางกองขยะ เขามิได้แสดงท่าทีรังเกียจหรือโกรธแค้น ตรงกันข้าม... ดวงตาของเขากลับเป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมา
"พวกคนเขลา..."
เย่เฉินหยิบเศษกากยาสีดำก้อนหนึ่งขึ้นมาดม แล้วบดมันด้วยปลายนิ้ว เผยให้เห็นเนื้อในที่ยังมีความชื้นและกลิ่นหอมจางๆ ซ่อนอยู่
ในสายตาของนักปรุงยาทั่วไป สิ่งนี้คือขยะที่ถูกสกัดเอาสรรพคุณออกไปหมดแล้ว...
แต่ในสายตาของเย่เฉิน ผู้ซึ่งได้รับการสืบทอดความรู้จาก "คัมภีร์เทพโอสถ"... สิ่งนี้คือขุมทรัพย์!
"กากยาพวกนี้ เกิดจากความผิดพลาดในการควบคุมไฟ ทำให้ตัวยายังถูกสกัดออกมาไม่หมด... หรือไม่ก็เป็นการผสมที่ผิดสัดส่วน ทำให้ฤทธิ์ยายังตกค้างอยู่ภายในกว่าสามส่วน!"
เย่เฉินกวาดตามองกองภูเขาขยะนับร้อยกองที่รายล้อมรอบตัว
"หญ้าวิญญาณม่วงที่ไหม้เกรียม... รากโสมโลหิตที่ถูกคัดทิ้ง... เปลือกผลไม้ธาตุไฟ..."
"สำหรับคนอื่น มันคือขยะ... แต่สำหรับข้า มันคือวัตถุดิบชั้นเลิศที่ได้มาฟรีๆ!"
เย่เฉินไม่รอช้า เขาเริ่มลงมือ "คัดแยก" ขยะเหล่านั้นทันที เขาใช้พลังจิตวิญญาณอันแกร่งกล้าตรวจสอบกากยาทีละชิ้น แยกประเภทธาตุ ร้อน เย็น อ่อน แข็ง อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เวลาผ่านไป... หอเก็บกากยาที่เคยรกรุงรังเริ่มถูกจัดระเบียบ กองขยะถูกเปลี่ยนให้เป็นหมวดหมู่ของวัตถุดิบที่พร้อมจะถูกนำมา "สกัดซ้ำ" (Refine) ด้วยเพลิงอสูรของเขา
เย่เฉินกำลังเปลี่ยนคุกให้กลายเป็นคลังสมบัติส่วนตัว!
สามวันผ่านไป...
ในขณะที่เย่เฉินกำลังง่วนอยู่กับการสกัดของเหลวสีเขียวมรกตออกมาจากกากสมุนไพร กองหนึ่ง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูหอ
ปัง!
ประตูไม้ถูกถีบเปิดออก แสงสว่างสาดส่องเข้ามาพร้อมกับร่างของเฉินมู่และกลุ่มศิษย์ติดตามอีกสามสี่คน
ในมือของเฉินมู่ ถือกรงทองคำใบเล็กๆ ที่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ภายในกรงมีสัตว์ตัวเล็กๆ ขนาดเท่ากำปั้นนอนขดตัวอยู่
มันคือ "หนูไหมทอง" สัตว์อสูรระดับต่ำที่หายากยิ่ง ขนสีทองของมันนุ่มสลวยดุจเส้นไหม ทว่าในยามนี้ ร่างกายของมันกลับสั่นเทา ลมหายใจรวยริน และมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ตามหนวด
"เย่เฉิน! ออกมาเดี๋ยวนี้!"
เฉินมู่ตะโกนลั่น ใบหน้าถมึงทึง
เย่เฉินค่อยๆ วางขวดแก้วในมือลง แล้วเดินออกมาจากกองสมุนไพร "ศิษย์พี่เฉิน... มาเยี่ยมข้าถึงที่นี่ มีธุระอันใด?"
"ธุระ?" เฉินมู่กระแทกกรงทองลงบนโต๊ะ
"ดูสิ่งที่เจ้าทำสิ! หนูไหมทองตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงสุดโปรดของหลานสาวท่านเจ้าสำนัก... นางฝากให้ข้าดูแล แต่วันนี้มันกลับวิ่งซุกซนเข้ามาในเขตหอเก็บกากยา และกินเศษขยะพิษที่เจ้าทิ้งเรี่ยราดเข้าไป!"
"ตอนนี้มันกำลังจะตายเพราะพิษ! และเจ้า... คือผู้รับผิดชอบ!"
เย่เฉินมองหนูในกรง แล้วเลิกคิ้วเล็กน้อย
นี่คือกับดัก... กับดักที่ถูกวางแผนมาอย่างรัดกุม
เฉินมู่จงใจวางยาหนูตัวนี้ แล้วโยนความผิดให้เย่เฉิน หากสัตว์เลี้ยงของหลานสาวเจ้าสำนักตายในเขตรับผิดชอบของเขา โทษทัณฑ์ย่อมหนักหนาถึงขั้นถูกขับออกจากสำนัก หรืออาจถึงชีวิต
แต่เย่เฉินสังเกตเห็นแววตามั่นใจของเฉินมู่... มือข้างหนึ่งของมันซ่อนอยู่ในแขนเสื้อตลอดเวลา และมีกลิ่นสมุนไพรจางๆ ลอยออกมาจากแขนเสื้อนั้น
‘มียาแก้พิษเตรียมไว้สินะ...’ เย่เฉินวิเคราะห์ได้ทันที ‘มันกะจะมาข่มขู่ข้าให้กลัวจนหัวหด แล้วค่อยแกล้งทำเป็นฮีโร่ช่วยหนูในตอนท้าย เพื่อแสดงความเหนือชั้นและทำให้ข้าติดหนี้บุญคุณ... หรือไม่ก็บีบให้ข้ายอมจำนน’
แผนการชั่วร้าย... แต่รอบคอบสมเป็นศิษย์เอก
"รักษาให้หาย..." เฉินมู่ยื่นคำขาด แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ "หรือจะให้ข้ารายงานเบื้องบนว่าเจ้าวางยาสัตว์เลี้ยงคนสำคัญ? เลือกเอา! แต่ข้าเตือนไว้ก่อนนะ ว่าพิษนี้รุนแรงมาก แม้แต่ข้าเองยังต้องใช้เวลาปรุงยาแก้... เจ้าคงทำอะไรไม่ได้หรอกกระมัง?"
เย่เฉินไม่ตอบโต้ เขาเดินเข้าไปใกล้กรงทอง แล้วจ้องมองหนูตัวน้อยเขม็ง
เขาเห็นหนวดที่มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ... เห็นผิวหนังใต้ขนสีทองที่เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ... และสัมผัสได้ถึงไอเย็น เยียบเย็น ที่แผ่ออกมาจากตัวมัน
"กินกากยาพิษงั้นรึ?" เย่เฉินแค่นหัวเราะ "ศิษย์พี่เฉิน... ท่านเป็นถึงนักปรุงยาระดับสาม แต่วินิจฉัยโรคได้แค่นี้หรือ?"
"เจ้าหมายความว่ายังไง!"
"หนูตัวนี้ไม่ได้กินกากยา..." เย่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ "แต่มันกิน 'ผลผลึกเหมันต์' เข้าไปต่างหาก... ผลไม้ธาตุเย็นจัดที่คนโง่บางคนอาจเผลอวางทิ้งไว้ หรือไม่ก็... จงใจป้อนให้มันกิน"
เฉินมู่หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย แต่ยังคงรักษามาดไว้ "ยะ... อย่ามากล่าวหาซี้ซั้ว! ผลผลึกเหมันต์เป็นของหายาก ข้าจะไปมีได้ยังไง! รีบๆ รักษามันซะ ถ้ามันตาย เจ้าหัวขาดแน่!"
มือของเฉินมู่กระชับขวดยาแก้พิษในแขนเสื้อแน่น เตรียมจะงัดออกมาโชว์เทพในนาทีสุดท้าย
แต่เย่เฉิน... เร็วกว่านั้น
เขาเปิดกรง แล้วคว้าตัวหนูไหมทองขึ้นมาวางบนฝ่ามือ ความเย็นจากตัวหนูแผ่ซ่านจนมือของเขาชาหนึบ
"ยาแก้พิษทั่วไปใช้ไม่ได้ผลหรอก... ธาตุไฟในตัวมันแตกซ่านหมดแล้ว ขืนป้อนยาเข้าไป มันจะช็อกตายทันที"
"แล้วจะทำยังไง!" เฉินมู่เริ่มร้อนรน
"วิธีรักษา... มีแค่วิธีเดียว"
พรึ่บ!
เย่เฉินเรียก "เพลิงอสูร" สีทองอมแดงขึ้นมาบนฝ่ามืออีกข้าง! ความร้อนระอุวูบวาบจนศิษย์ติดตามต้องถอยหนี
"จะ... เจ้าจะทำอะไร!" เฉินมู่ร้องเสียงหลง "จะย่างมันสดๆ รึไง! หยุดนะ!"
"หุบปาก!" เย่เฉินตวาด
เขาประกบฝ่ามือที่มีเปลวไฟเข้ากับท้องของหนูไหมทองโดยตรง!
ฟู่...
เสียงเหมือนน้ำหยดลงบนถ่านร้อนดังขึ้น ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาจากตัวหนู
เฉินมู่หลับตาปี๋ คิดว่าหนูคงสุกเกรียมไปแล้ว และเตรียมจะตะโกนด่าเพื่อโยนความผิดให้เย่เฉินเต็มๆ
แต่ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
เย่เฉินมิได้ใช้ไฟเผาไหม้... แต่เขาใช้ไฟอสูรสร้างแรงดึงดูด เพื่อ "ดูดกลืน" ไอเย็นจากผลผลึกเหมันต์ออกมาจากร่างหนู!
ความร้อนจากไฟอสูร และความเย็นจากพิษเหมันต์ ไหลเวียนมาปะทะกันที่จุดตันเถียนของเย่เฉิน!
สำหรับคนทั่วไป นี่คือการฆ่าตัวตาย... แต่สำหรับเย่เฉินที่มีรากฐานจากการปรุงยาด้วยกายเนื้อ นี่คือโอกาสทอง!
ไอเย็นบริสุทธิ์ถูกดูดซับเข้ามา ผสานเข้ากับเปลวเพลิงที่ร้อนแรงเกินไปของเขา ก่อให้เกิดสมดุล หยิน-หยาง ที่ลงตัว
วูม!
เปลวเพลิงสีทองอมแดงในมือเย่เฉิน หดเล็กลงแต่สว่างไสวขึ้น... สีของมันเริ่มมี "ประกายสีน้ำเงินคราม" ปะปนอยู่
ไฟสีน้ำเงินนี้... หาใช่ไฟธรรมดา แต่มันคือไฟที่มีคุณสมบัติของความเย็น! มันช่วยลดทอนความบ้าคลั่งของเพลิงอสูรลง ทำให้ไฟมีความเสถียรและควบคุมได้ดั่งใจนึก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติพิเศษในการ "ชำระล้าง" พิษร้อนได้ดียิ่งขึ้น!
"เพลิงอสูรผสานหยินหยาง"
"จี๊ดๆ!"
หนูไหมทองที่เคยใกล้ตาย ลืมตาโพลงและส่งเสียงร้องอย่างสดใส ขนสีทองกลับมาเป็นประกายเงางาม มันกระโดดออกจากมือเย่เฉิน วิ่งไปเกาะที่ไหล่ของเฉินมู่อย่างแข็งแรง
"หะ... หายแล้ว?"
เฉินมู่อ้าปากค้าง มองหนูบนไหล่สลับกับเย่เฉินอย่างไม่อยากเชื่อสายตา มือที่กำขวดยาแก้พิษในแขนเสื้อสั่นระริก... แผนการที่จะเป็นวีรบุรุษพังทลายลงไม่เป็นท่า!
เย่เฉินสะบัดมือดับไฟ สูดลมหายใจลึกด้วยความสดชื่น พลังในกายของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างประหลาด ไฟใหม่ในร่างสงบนิ่งและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
"เอาไปคืนเจ้าของซะ..."
เย่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ หันหลังเดินกลับไปที่กองสมุนไพรของตน ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กน้อย
"และคราวหน้า... หากคิดจะเล่นงานข้า ช่วยเตรียม 'จานหลัก' ที่มันหนักท้องกว่านี้หน่อย..."
เย่เฉินหันกลับมามองเฉินมู่ด้วยแววตาที่คมกริบดุจมีดโกน
"เพราะของว่างพรรค์นี้... มันเคี้ยวไม่มันเขี้ยว... และระวังตัวไว้ให้ดีเถิด ศิษย์พี่เฉิน..."
"หากวางกับดักไม่ระวัง... ระวังจะตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้ จนปีนไม่ขึ้น"
คำพูดนั้นแฝงนัยยะกดดันที่รุนแรง เฉินมู่หน้าเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความโกรธจัดและอับอายขายหน้า เขาถูกเด็กใหม่สอนมวย แถมยังถูกแย่งความดีความชอบไปจนหมดสิ้น!
"ฝากไว้ก่อนเถอะ..." เฉินมู่กัดฟันกระซิบ "ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างสงบแน่!"
เขาสะบัดชายเสื้อ พาพรรคพวกเดินจากไปอย่างรวดเร็วด้วยความพ่ายแพ้
เย่เฉินมองตามหลังพวกมันไป แล้วยกยิ้มที่มุมปาก
เขาหันกลับมามองกองขยะเบื้องหน้า... บัดนี้ ในสายตาของเขา มันมิใช่กองขยะอีกต่อไป
แต่มันคือ "คลังแสง" ที่เขาจะใช้สร้างกองทัพโอสถ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามใหญ่ที่กำลังจะมาถึง!
[จบตอนที่ 44]