รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 22

    เวลาพักเที่ยงที่ใครๆต่างก็ต้องการจะพักผ่อน แอมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่ตอนเช้าของวัน เมื่อคืนก็เอาแต่วุ่นวายกันที่โรงพยาบาลเลยทำให้ไม่มีเวลานอน แอมกับน้ำทิพย์เดินลงมาจากตึกของบริษัทเพื่อไปรับประทานอาหาร แน่นอนว่าภายในบริษัทเองก็มีโรงอาหารไว้คอยบริการอยู่ทางด้านหลัง“แอม วันนี้เรากินเย็นตาโฟดีหรือเปล่า เมื่อคืนดื่มหนักไป ฉันยังรู้สึกมึนๆหัวอยู่เลย” น้ำทิพย์พูดออกมาพร้อมกับชี้ไปทางร้านก๋วยเตี๋ยวปลาร้านหนึ่ง แอมที่เห็นอย่างนั้นก็พยักหน้าไป เพราะเธอเองก็อยากจะซดน้ำซุปร้อนๆเหมือนกัน“ได้ แกกินอะไรก็เอาอย่างนั้นละกัน ฉันไปจองที่นั่งกับซื้อน้ำก่อน” จากนั้นทั้งสองสาวก็แยกตัวไปทำหน้าที่ของใครของมัน แอมไปซื้อน้ำแล้วมานั่งโต๊ะโรงอาหารแถวประจำ ในระหว่างนั้นเอง“ผู้จัดการแอม ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ ผมว่าคุณควรไปนั่งทานที่ห้องรับรองของทางบริษัทมากกว่านะครับ” ผู้อำนวยการคนใหม่อย่างประจักษ์เอ่ยขึ้นมาในขณะที่กำลังจะเดินผ่านทางไป แอมที่ได้ยินก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เพราะทางบริษัทนั้นมีสถานที่รับรองคนที่มีตำแหน่งสูงๆทานอาหารกัน“สวัสดีค่ะผู้อำนวยการ ฉันแค่อยากทานกับเพื่อนๆน่ะ ต้องขอโทษด้วย ฉันชินกับการทานอาหารข้างนอกมากกว่าน่ะค่ะ” แอมยิ้มออกไปก่อนจะตอบไปตามตรง จักษ์ที่ได้ยินก็ยิ้มให้เช่นกัน ตัวของเขาก็อายุไม่น้อยแล้ว ปีหน้าก็จะขึ้นเลขห้า เขาเข้าใจดีกับสิ่งที่แอมกำลังจะสื่อดี ว่าบรรยากาศภายในห้องอาหารนั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไร เพราะแต่ละคนที่ตำแหน่งสูงๆ พวกเขาต่างเครียดกับงานของตัวเอง ทำให้สูญเสียอรรถรสในการกินไปหมด“อย่างนั้นเหรอ .. แต่จริงๆควรไปทำความรู้จักกับผู้จัดการคนอื่นๆไว้ด้วยก็ดีนะ ท่านรองประธานเองก็ให้ความสำคัญกับตัวของคุณอยู่ไม่น้อย” ประจักษ์กล่าวเสร็จก็โบกมือลา เขาหันหลังแล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม แอมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้ามึนงงก่อนจะคิดอะไรได้หลายอย่าง“แอม แกเป็นอะไร? หน้าเหม่อลอยไปไกลแล้ว หรือว่ากำลังคิดถึงหนุ่มๆคนไหนอยู่อย่างนั้นเหรอ” น้ำทิพย์ที่ถือถ้วยก๋วยเตี๋ยวมาเอ่ยถามกับแอม“เปล่าหรอก ฉันกำลังคิดว่าฉันควรไปขอบคุณท่านรองประธานที่ให้โอกาสฉันดีไหมอยู่นะ ยังไงซะ ตำแหน่งที่ฉันได้รับมานั้น มันก็เป็นท่านที่มอบมันให้กับฉัน” แอมหันกลับมาก่อนกับทิพย์พร้อมกับรับถ้วยก๋วยเตี๋ยวจากน้ำทิพย์ น้ำทิพย์เลื่อนเก้าอี้ และนั่งลงไป “จริงๆก็ควรแหละนะ ตำแหน่งนี้เท่าที่ฉันรู้มา แกน่ะเด็กที่สุดเลยนะ ผู้จัดการไม่ใช่ว่าใครจะเป็นก็เป็นได้ คิดดูนะอายุอย่างเราๆเนี้ยไปบริษัทอื่นคงยากที่จะได้เป็น ท่านรองประธานเป็นคนอย่างไรนะอยากรู้จริงๆ”“ก็จริงของแก ทำไมท่านรองประธานถึงช่วยฉันขนาดนี้นะ....” แอมท่าทางคิด“ช่างมันเถอะน่า แกก็แค่หาเวลาไปพบท่านบ้างก็เท่านั้นเอง แต่ว่าเอาวันนี้ให้รอดก่อนไหม งานยังกองเป็นภูเขาอยู่เลย” แอมก็พยักหน้าเห็นด้วย และลงมือทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่พวกเธอทั้งสองกับไม่รู้ตัวเลยว่าภัยร้ายจากมุมๆมืดกำลังลุกลามเข้ามาอย่างช้าๆ“นางแอม นางทิพย์ พวกแกจะมีความสุขกันได้ก็ตอนนี้เท่านั้นแหละ ถึงตอนนี้ดวงพวกแกจะช่วยให้บินอย่างหงษ์สวยงาม แต่สิ้นเดือนนี้ปีกหงส์อาจจะหักกลายเป็นลูกเป็ดก็ได้นะ ฉันจะรอดูความพังพินาศของแก ฮิฮิฮิ” แล้วสตรีนางมารร้ายอย่างดาวก็เดินจากไปทำงานตามแผนของเธอต่อไป          แล้วเวลามันก็บอกเหตุว่าตอนนี้มันเป็นเวลาเลิกงานแล้ว พนักงานบริษัทเกือบทุกคนต่างก็ยินดีเป็นอย่างมาก เพราะวันนี้แต่ละแผนกมีเลี้ยงฉลองใหญ่ที่หัวหน้าของพวกเขาได้เลื่อนตำแหน่ง แต่แอมกลับไม่ใช่เพราะตอนนี้เธอเป็นห่วงพ่อของเธอมากกว่า แอมจึงให้ทิพย์เพื่อนของเธอเป็นคนนำพนักงานคนอื่นๆในแผนกไปเลี้ยงฉลองแทน :ซึ่งน้ำทิพย์เองก็เข้าใจดี แอมเดินทางมาถึงโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ระหว่างทางเธอก็พบกับรุ่นพี่ริสาที่แต่งตัวสวยหรูราวกับจะไปงานสังคมสักงานหนึ่ง และริสากำลังเดินมาทางนี้พอดี แอมจึงเอ่ยทักตามมารยาท“สวัสดีค่ะพี่ริสา แต่งตัวสวยเชียวจะไปไหนเหรอคะ” แอมกล่าว“อ่าวน้องแอมนี่นา .. พี่กำลังจะไปเดทน่ะ” ริสายิ้ม และกล่าวตอบ“พี่สองคนนี่รักกันจริงๆเลยนะคะ แอมอิจฉาจะแย่แล้ว พอได้ยินปุ๊บหัวใจมันเริ่มจะบีบรัดเลยล่ะค่ะ ... แฮ่ๆ แอมเพิ่งจะโดนหักอกมา” แอมกล่าว เธอเองก็ยังเศร้าอยู่ไม่น้อย เมื่อก่อนไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่เห็นคนอื่นรักกันมันเป็นอย่างไร เวลาคนที่รักกันมาเป็นคู่อย่างนี้ตอนนี้เข้าใจดีเลย“อกหักอย่างนั้นเหรอ นึกว่ากำลังไปได้ดีเสียอีก... แต่แอมเดาผิดนะ ที่พี่กำลังจะไปเดทน่ะ ไม่ใช่กับกฤษณ์หรอกนะ แต่เป็น.... รักแรกแหละนะ” ริสาทำหน้ามึนงงกับเรื่องที่แอมอกหัก เพราะเธอเคยได้ยินว่าแอมคบหากับผู้จัดการแผนกบริษัทใหญ่ แต่ตอนนี้กลับอกหักซะอย่างนั้น เธอไม่อยากเสียมารยาทเลยเปลี่ยนเป็นเรื่องของเธอแทน“รักแรกเหรอคะ... อย่างนี้พี่กฤษณ์ก็อกหักแย่เลย” แอมหัวเราะออกมา เพราะยังคิดว่าพี่ริสาที่ชอบการแกล้ง ขี้เล่นกำลังพูดอำๆเธออยู่“กฤษณ์เหรอ ช่างหัวมันซิ เชอะ ชอบว่านเสน่ห์ไปทั่ว .. พี่ต้องเอาคืนนางบ้าง นางจะได้รู้ตัว” ริสากล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ แฟนหนุ่มของเธอชอบไปปักธงคนนู้นทีคนนี้ที ถึงจะทำตัวอัธยาศัยดี แต่ผู้หญิงที่ไหนเขาจะชอบกันบ้าง ที่แฟนของตัวเองดีกับทุกๆคนที่เข้ามาคุย“ดูเหมือนว่าพี่กำลังจะไปเดทกับหนุ่มเพื่อให้พี่กฤษณ์ หึงซินะคะ ระวังพี่กฤษณ์เขาจะคิดจริงๆ แล้วมานั่งอกหักร้องไห้กลับมา น้องไม่ช่วยนะบอกก่อน” แอมกล่าวพร้อมกับหัวเราะตามภาษาผู้หญิงเม้าท์มอย“เฮ้อ.. กฤษณ์ก็เป็นคนอย่างนั้นแหละ แต่ช่างเขาก่อนละกัน พี่ต้องรีบไปละ เดี๋ยวคู่เดทของพี่จะรอนาน นั่นไง เขามาพอดีเลย... พี่ไปก่อนนะ” ริสากล่าวพร้อมกับโบกมือลา แอมที่หันมองไปตรงนั้นตรงที่รุ่นพี่ของเธอบอกว่าชายคนนั้นมาถึงแล้ว แต่สิ่งที่เธอจะต้องตกใจนั้นก็เพราะว่าชายคนนั้น“นายอาร์ท!! ..ไม่จริงน่า หวังว่าจะไม่ใช่อาร์ทนะ” เธอยืนอยู่ตรงนั้นลุ้นจนวินาทีสุดท้าย ก่อนที่ตาจะเบิกกว้าง เพราะคนที่พี่ริสาเดินไปหานั้นก็คือนายอาร์ทจริงๆ แอมมองไปยังทั้งสองอยู่นาน ก่อนที่เสียงจากทางด้านหลังจะเอ่ยขึ้นมา“อ่าวแอม วันนี้มาเร็วจังเลยนะ” แน่นอนว่ามันเป็นเสียงของกฤษณ์ แอมมองไปยังรุ่นพี่คนนี้ด้วยความสงสัย ‘ถ้าพี่ริสาพูดจะเป็นความจริงล่ะ นายอาร์ทเป็นรักแรกของพี่ริสาอย่างนั้นเหรอ แล้วพี่กฤษณ์ล่ะ’ แอมคิดภายในใจ กฤษณ์ที่เห็นแอมทำหน้าตาสงสัย และเหม่อเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่“แอม!! แอม...” กฤษณ์เรียกแอมอยู่หลายครั้ง แต่ปฏิกิริยาของแอมกลับไม่ตอบสนองเลย จนเขาจะต้องเอื้อมมือไปจับที่ไหล่ของแอมอย่างช่วยไม่ได้“คะ?..:” แอมสะดุ้งตกใจเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังกฤษณ์ “ขอโทษนะคะ แอมคิดอะไรเพลินไปหน่อย ว่าแต่พี่กฤษณ์ถามว่าอะไรนะคะ” แอมเอ่ยถามไป เมื่อดูเธอคิดมากไปหน่อยจนใจลอย“เหม่อคิดอะไรอยู่ล่ะ.. แล้วแอมเห็นริสาบ้างหรือเปล่า พยาบาลบอกว่าเธอลงมาข้างล่างแล้ว” กฤษณ์เอ่ยถามไป….