ออยเฟ่ย์ที่วิ่งหนีไปตามทางเดินด้านหลังของโรงเรียนอย่างเสียใจ น้ำตาของเธอไหลเป็ทาง
หญิงสาวรู้สึกปวดร้าวใจอย่างมาก เธอวิ่งไปหยุดอยู่ด้านหลังของโรงยิม พร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ
ทำไมนะ....ทำไมเขาถึงพูดจาโหดร้ายกับเราแบบนี้............
ออยเฟ่ย์ร่ำร้องอยู่ภายในใจพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจและปวดร้าว
“ออยเฟ่ย์!!!!”
คิมหันต์ซึ่งวิ่งตามหาออยเฟ่ย์ จนกระทั่งมาพบเธอกำลังแอบยืนร้องไห้อยู่ด้านหลังของโรงยิม
“คิม!!”
ออยเฟ่ย์สะดุ้งและหันมามองคิมหันต์ทั้งน้ำตา ก่อนจะโผเข้ากอดเขาเอาไว้อย่าง้าที่พึ่งพิง
คิมหันต์กอดร่างอันบอบบางของออยเฟ่ย์เอาไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของเขา
ชายหนุ่มรู้สึกโกรธเหมันต์อย่างมากที่ทำให้หญิงสาวที่เขาหลงรักต้องเสียใจ
ร่างบางของออยเฟ่ย์ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของคิมหันต์ ซึ่งเขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกของเขาที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเต็มที่
“ทำไมกันคิม? ทำไมเหมถึงได้พูดจากับเราแบบนั้น? โฮ โฮ”
ออยเฟ่ย์เงยหน้าขึ้นถามคิมหันต์ทั้งน้ำตา ชายหนุ่มมองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยน้ำตาของออยเฟ่ย์แล้วก็ยิ่งรู้สึกอยากปกป้องเธอ และไม่อยากให้เธอต้องร้องไห้หรือเสียใจ
“พอทีเถอะ ออยเฟ่ย์!! เธอเลิกสนใจแต่เหมันต์ซักทีได้มั้ย!!!”
คิมหันต์ไม่สามารถสะกดอารมณ์ของเขาได้อยู่อีกต่อไป เขาคิดแต่เพียงว่า คนที่สามารถดูแลและปกป้องออยเฟ่ย์ได้ น่าจะเป็เขาไม่ใช่เหมันต์!!!
"สนใจฉันบ้างสิ!!! เห็นฉันอยู่ในสายตาของเธอบ้างจะได้มั้ย” “!!!!!!!!!”
คิมหันต์ะโใส่หน้าออยเฟ่ย์ และบีบแขนของออยเฟ่ย์พร้อมกับเขย่าอย่างแรง ทำให้หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างใ เพราะเขาไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน
“ฉันน่ะ.......ฉันน่ะ…..ชอบเธอนะ รู้มั้ย!!!!!!!!!!!!!”
“อื๊อ!!”
คิมหันต์ที่ไม่สามารถสะกดกลั้นความรู้สึกของเขาที่มีต่อออยเฟ่ย์ได้อีกแล้ว ชายหนุ่มจึงใช้กำลังบังคับจูบหญิงสาวทันทีอย่างรุนแรงและดุเดือด โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของคิมหันต์
พลั่ก!!!!!!!!
เพียะ!!!!!!!!!!!!!!
ออยเฟ่ย์ผลักคิมหันต์ออกจากตัวเองพร้อมกับฟาดฝ่ามือไปที่แก้มของเขาอย่างแรง จนเขาหน้าหันไปตามแรงของฝ่ามือเธอ และทำให้เขารู้สึกตัวว่าได้กระทำสิ่งที่ไม่สมควรลงไปเสียแล้ว
“ฉันไม่คิดเลยนะว่า เธอจะทำแบบนี้!!!!!!!!!”
ออยเฟ่ย์ะโใส่หน้าชายหนุ่มด้วยน้ำตาที่เริ่มจะรินไหลออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกช็อคกับสิ่งที่เขาทำเป็อย่างมาก ก่อนที่จะหันหลังกลับและวิ่งหนีไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
คิมหันต์พิงกำแพงอย่างอ่อนแรงและเสียใจที่เขาได้ทำในสิ่งที่ไม่สมควรกับออยเฟ่ย์เสียแล้ว
เราจะทำยังไงดี………….ออยเฟ่ย์จะเกลียดเรามั้ยนะ
ทำไมเราถึงได้ไม่ควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้นะ !!!!!!!!!!!!!!!
คิมหันต์กำหมัดชกกำแพง เพราะรู้สึกโมโหตัวเองอย่างมากที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ได้
เมื่อเห็นออยเฟ่ย์เสียใจจากเหมันต์ แม้เขาอยากจะเป็คนดูแลและปกป้องออยเฟ่ย์แทนเหมันต์ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะทำให้ออยเฟ่ย์ต้องเสียใจ แต่ทว่าคนที่ทำให้ออยเฟ่ย์เสียใจซ้ำอีกครั้ง กลับเป็ตัวเขาเอง
ฮิเดกิกับเซร่าพากันเดินกลับบ้าน เนื่องจากเธอบอกกับคนขับรถว่าตอนเย็นไม่ต้องมารับเพราะเธออยากให้ฮิเดกิพาเธอเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงสถานทูต
ทั้งคู่ต่างเดินทอดน่องเอื่อยๆ โดยที่สีหน้าของทั้งคู่ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวนั้นมีสีหน้าเบิกบานใจ เพราะกำลังเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ข้างทาง แต่ทางด้านชายหนุ่มนั้นมีสีหน้าบูดบึ้งไม่ค่อยพอใจที่เห็นเซร่าอยู่กับเหมันต์สองต่อสอง
“นี่ๆ ฮิเดกิ!! นั่นอะไรน่ะ!!”
เซร่าชี้มือไปที่ผู้คนซึ่งกำลังจัดเตรียมงานประจำแคว้นแห่งนี้อยู่ โดยมีการประดับประดาธงหลากสีเอาไว้ตามบ้านต่างๆ และมีผู้คนที่อยู่ตามท้องถนนกำลังเตรียมชุดแต่งกายที่จะใส่ในงานนี้ด้วย
“หืม?”
ฮิเดกิหน้าตาบึ้งตึงเหมือนไม่พอใจ ดังนั้นเขาจึงไม่มีอารมณ์อยากตอบคำถามของเธอตอนนี้
“เป็อะไรไปน่ะ ฮิเดกิ?”
เซร่าจับหางเสียงของความไม่พอใจได้ จึงหันมามองหน้าฮิเดกิด้วยความสงสัย ก็พบว่าหน้าตาของเขาตอนนี้ช่างบูดบึ้งเสียเหลือเกิน
“เปล่านี่”
“โกรธอะไรเรารึเปล่าน่ะ?”
เซร่าหยุดเดินกะทันหัน ฉุดแขนเสื้อของฮิเดกิเอาไว้ เอียงคอถามฮิเดกิอย่างไร้เดียงสา
ฮิเดกิมองหน้าเซร่า ก็เห็นเธอกำลังจ้องมองเขาอย่างแปลกใจ และท่าทางเหมือนไม่รู้เื่อะไรเลยซักนิดว่า เขากำลังโกรธเื่อะไรอยู่
เซร่าส่งยิ้มให้กับฮิเดกิอย่างออดอ้อน นั่นทำให้เขารู้สึกใจอ่อนทันที เพราะรอยยิ้มของเธอแบบนี้ทำให้เขาโกรธเธอไม่สำเร็จสักครั้ง
“เฮ้อ....เอาเถอะๆ ไม่มีอะไรหรอก เราคง....บ้าไปเองน่ะ”
“หืม?”
“เธอถามว่าอะไรนะ
“อ้อ... จริงสิ!! นั่นไงๆ เขากำลังทำอะไรกันเหรอ?”
“ไหน? อ๋อ! นึกว่าอะไร ฮึฮึ”
“อะไรรึ?” เซร่าหน้ามุ่ยไม่ค่อยพอใจที่เห็นฮิเดกิหัวเราะ
“เขากำลังเตรียมงานพิธี Pardon อยู่น่ะ เป็พิธีมิสซาที่ยิ่งใหญ่และทุกคนน่ะ จะต้องแต่งกายด้วยชุดประจำแคว้น แล้วก็เดินแห่ไปตามท้องถนนน่ะ” ฮิเดกิอธิบายยืดยาวให้เซร่าฟัง เพื่อให้เธอเข้าใจ
“อ้อๆ งั้นรึ” เซร่าพยักหน้ารับคำตอบของฮิเดกิ ดวงตาเป็ประกายแวววาวตื่นเต้น
“ถามทำไมรึ? อ๊ะ อ๊ะ อย่าบอกนะว่า.....”
ฮิเดกิถามเซร่าอย่างแปลกใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่เซร่าถามนั้นมีจุดประสงค์คือ..
“ถูกต้องแล้วล่ะ!! ฉันอยากมาร่วมงานด้วยน่ะ!!”
เซร่ายิ้มออกมาอย่างร่าเริง เมื่อเห็นว่าฮิเดกิทายถูกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“เฮ้ย! เธอจะบ้ารึ ท่านทูตคงยอมให้เธอมาหรอกนะ!!”
ฮิเดกิร้องอุทานอย่างใ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขาคิดเป็จริง
“แหม....เอาน่า ถ้ามีเธอคอยช่วยอยู่น่ะ ฉันว่าคุณพ่อกับคุณแม่ต้องไม่ว่าฉันอย่างแน่นอนนะ นะ นะ”
เซร่าทำเสียงอ้อนฮิเดกิ เพราะเธอก็อยากมาร่วมงานมิสซานี้ ฮิเดกิมองสีหน้าขี้อ้อนของเธอก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างยอมแพ้
“เอาเถอะ...ฉันจะลองช่วยดูละกันนะ”
ฮิเดกิใจอ่อนยอมตกลงที่จะช่วยเซร่าให้สมปรารถนา เพราะหากสิ่งใดที่ทำให้หญิงสาวตรงหน้าเขามีความสุขได้ เขาก็ยินดีจะทำ
“จริงนะ!!! ขอบคุณมากเลยนะ ฮิเดกิ!!”
เซร่าร้องออกมาอย่างดีใจมาก ก่อนจะฮัมเพลงออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี แล้วก็ออกเดินต่อไป โดยมีสายตาของชายหนุ่มมองตามอย่างเอ็นดู จึงค่อยเดินตามเซร่าไป
คิมหันต์ตรงกลับบ้านด้วยความโกรธ เขาโกรธตัวเองที่ทำให้ออยเฟ่ย์ต้องเสียใจซ้ำอีกครั้ง แต่คนเขาที่โกรธมากที่สุดก็คือ เหมันต์ พี่ชายแท้ๆ ของเขานั่นเอง
โชคดีที่วันนี้พ่อกับแม่ของเขาไม่อยู่ เพราะได้รับบัตรเชิญให้ไปร่วมงานการสังสรรค์คัดเลือกองุ่นพันธุ์ใหม่เพื่อมาทำไวน์ชนิดใหม่
คิมหันต์เดินตรงไปยังห้องของเหมันต์ อารมณ์คุกรุ่นไปด้วยความโกรธ
ผัวะ!!!!!!!
คิมหันต์เปิดประตูเข้าไปอย่างไม่สนใจที่จะเคาะประตูห้อง และไม่สนใจสีหน้าของเ้าของห้องที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหนังสือหันมามองเขาด้วยอาการแปลกใจ
“นายน่าจะหัดเคาะประตูห้องเสียบ้างนะ คิม” เหมันต์หันมามองคิมหันต์พร้อมกับพูดเตือนด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากสายตาส่อแววไม่พอใจ
“ฉันคิดว่าคงไม่จำเป็ตอนนี้หรอก”
“นายมีธุระอะไรกับฉันรึ?”
เหมันต์ขยับกรอบแว่นเบาๆ ก่อนจะเอามือกอดอกและมองคิมหันต์ด้วยสายตาขบขัน
“ฉันจะมาพูดกับนายเื่ของออยเฟ่ย์!!”
คิมหันต์เน้นเสียงบอกเหมันต์ให้รับรู้ถึงจุดประสงค์ที่เขามาหาเหมันต์ที่ห้อง
“หือ?? ร้อยวันพันปี นายไม่เคยคิดจะมาที่ห้องของฉัน? ที่นายมาได้วันนี้ ก็เพราะเื่ของออยเฟ่ย์แค่นี้เนี่ยนะ?”
“ใช่! ฉันอยากรู้ว่านายพูดจาแบบนั้นกับออยเฟ่ย์ได้ยังไง?? หล่อนเป็ห่วงนายนะ ถึงได้เตือนนายเื่เรียนต่อ แต่นายกลับ...” คิมหันต์พูดด้วยความโกรธจ้องมองเหมันต์เขม็ง
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับนาย เป็เื่ของฉันกับหล่อนเท่านั้น”
เหมันต์สีหน้าขุ่นมัวแววตาไม่พอใจที่คิมหันต์เข้ามายุ่งเื่ของเขากับออยเฟ่ย์
“เกี่ยวสิ! ทำไมจะไม่เกี่ยว! ถ้าเป็เื่ของออยเฟ่ย์ ฉันต้องเกี่ยวด้วยอยู่แล้ว”
“ฉันไม่เห็นว่านายจะเกี่ยวกับเื่นี้ตรงไหนซักนิด” เหมันต์ย้อนคิมหันต์เสียงเรียบ
“ถ้าเป็เื่อื่น ฉันอาจจะยอมให้นาย แต่สำหรับเื่นี้ฉันไม่ยอมเด็ดขาด เพราะฉันชอบออยเฟ่ย์!!!”
คิมหันต์ประกาศก้อง ดวงตาแข็งกร้าว จ้องมองเหมันต์อย่างโมโห ทำให้เหมันต์ตกตะลึง เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยซักนิดว่าคิมหันต์คิดยังไงกับออยเฟ่ย์
“ถ้านายทำให้ออยเฟ่ย์เสียใจ ฉันจะไม่ยอมยกโทษให้นายเด็ดขาด”
คิมหันต์ชี้หน้าและพูดกับเหมันต์เสียงกร้าว ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับออกจากห้องของเหมันต์และตรงกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไป ทิ้งให้เหมันต์มองตามอย่างครุ่นคิด
พักกลางวันของวันรุ่งขึ้น เซร่า ฮิเดกิ และเอริโกะ กำลังนั่งทานข้าวกลางวันและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยส่วนมากมักจะเป็เื่ที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อน
ฮิเดกิกับเอริโกะจึงคอยบอกเล่าเื่ต่างๆ ภายในโรงเรียนให้ฟัง และเธอก็ตั้งใจฟังเป็อย่างดี ทั้งสามคนพูดคุยกันโดยที่ไม่ได้ทันสังเกตว่ามีใครคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่โต๊ะของพวกเขา
“มิยาเกะ เซร่า”
เสียงเรียกของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังของเซร่าที่นั่งหันหน้าประจันกับฮิเดกิ ส่งผลให้ฮิเดกิเงยหน้าขึ้นไปมอง และเอริโกะกับเซร่าก็หันหลังกลับมาดูว่าใครเรียกชื่อของเซร่า
“ประธานฯ?”
“สวัสดีค่ะ คุณเหมันต์”
เอริโกะยิ้มแย้มทักทายเหมันต์ เหมันต์ยิ้มรับพร้อมกับก้มหัวให้นิดนึงเป็การทักทาย
“ต้องขอโทษที่มาขัดจังหวะนะ แต่ฉันขอยืมตัวมิยาเกะ เซร่าสักครู่จะได้ไหม?” เหมันต์พูดจาอย่างสุภาพ
“พอดีฉันมีเื่อยากจะคุยกับเธอหน่อยน่ะ มิยาเกะซัง”
“ได้ค่ะ”
เซร่ายิ้มให้เหมันต์อย่างสดใส ก่อนจะขอตัวและลุกขึ้นเดินไปพร้อมกับเหมันต์ โดยมีสายตาของฮิเดกิมองตามอย่างไม่พอใจ
เอริโกะรู้สึกงงๆ ปนสงสัยว่าเซร่ารู้จักกับเหมันต์ ประธานนักเรียนของโรงเรียนนี้ได้อย่างไรกัน
เหมันต์พาเซร่าเดินตามไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสวนดอกไม้ที่อยู่ภายในโรงเรียน ซึ่งเป็ที่ที่นักเรียนของโรงเรียน Saint Helena ใช้เป็ที่เพาะปลูกต้นไม้ในวิชาพฤกษศาสตร์
สวนดอกไม้แห่งนี้ดูร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาตา แถมยังเป็ที่ที่นักเรียนส่วนใหญ่มักใช้เวลามานั่งพักผ่อน หรือหนุ่มสาวที่เป็แฟนกันมักจะมานั่งคุยกันในสวนแห่งนี้
“ฮื้อ.....อากาศตรงนี้สดชื่นดีจังเลยนะคะ แถมยังมีดอกไม้ให้ชมเยอะแยะไปหมด”
เซร่าสูดอากาศเข้าปอด ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างร่าเริง เมื่อเห็นดอกไม้ที่บานสะพรั่งเต็มสวน ดวงตาเป็ประกายตื่นเต้น
“ฮึฮึ เธอนี่เป็ผู้หญิงที่แปลกจริงๆ เลยนะ” เหมันต์หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเซร่าท่าทางตื่นเต้นกับสวนดอกไม้ ซึ่งมีอยู่ตามปกติอยู่แล้ว
“แหม...ก็ฉันไม่เคยเห็นดอกไม้ที่บานเต็มสวนแบบนี้มาก่อนเลยนี่นา” เซร่าเอ่ยท้วงเบาๆ กับเหมันต์ ก่อนจะหันออกไปมองดูดอกไม้ที่บานรับแสงอาทิตย์อย่างชื่นชม
“เอ่อ..ที่จริงฉันอยากจะขอโทษเื่เมื่อวานน่ะ ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนั้น” เหมันต์เอ่ยขึ้นมาเกี่ยวกับเื่เมื่อวาน ทำให้หญิงสาวหันมามองด้วยความแปลกใจ
“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ ความจริงฉันเสียอีกที่ต้องขอโทษคุณ เพราะดูเหมือนว่าฉันจะเสียมารยาทที่แอบฟังพวกคุณคุยกัน”
“แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณเธอมากเลยนะ ที่พูดเตือนฉันเมื่อวานนี้เกี่ยวกับเื่ที่เรียนต่อน่ะ”
“โอ๊ย...ขอบคุณอะไรกันคะ ฉันพูดมากเกินไปต่างหาก ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่หรอก เธอพูดถูกแล้ว ฉันจึงตัดสินใจแล้วว่า ฉันจะเรียนต่อด้าน Interior ดังนั้นฉันเลยอยากได้คำแนะนำจากลุงของเธอว่าต้องทำอย่างไรบ้าง”
“จริงหรือคะ? แล้ว...คุณบอกครอบครัวของคุณรึยังล่ะคะ?”
เซร่าตาโตมองเหมันต์อย่างแปลกใจ เพราะเมื่อวานชายหนุ่มคนนี้ยังมีท่าทางลังเลอยู่เลย แต่วันนี้กลับตัดสินใจได้อย่างทันที
“ยังหรอก เื่นี้ฉันคิดว่าอาจจะรอซักพักก่อน แล้วค่อยบอกพวกเขาน่ะ”
เหมันต์บอกเซร่าเสียงเรียบๆ เพราะสิ่งที่หนักใจสำหรับเขาก็คือ การพูดคุยกับพ่อของเขานั่นเอง
“อืม..งั้นฉันจะช่วยคุณเท่าที่จะช่วยได้ก็แล้วกัน”
เซร่ากรอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตกลงรับปากเหมันต์ว่าจะช่วยเขา
“ขอบคุณนะ ฉันน่ะไม่ค่อยได้คุยเื่นี้กับใครหรอก เพราะไม่ว่าใครๆ ก็ไม่เห็นด้วยกับฉัน ก็มีเธอคนแรกนี่ล่ะ ที่เห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันอยากจะทำน่ะ”
เหมันต์ขอบคุณเซร่า พร้อมกับระบายความในใจออกมาเล็กน้อย
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ เพราะฉันก็พูดไปตามที่ฉันคิดเท่านั้นเอง การที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็จริง มันเป็สิ่งที่ดีและเราควรจะกระทำไม่ใช่หรือคะ?”
เซร่าเอียงคอถามเหมันต์ในประโยคสุดท้าย และยิ้มกว้างให้เขาอย่างสดใส
เหมันต์นิ่งอึ้งไป ก่อนจะพยักหน้าและส่งยิ้มให้กับเซร่าอย่างเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด
ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา นานแล้วที่ชายหนุ่มไม่เคยหัวเราะได้เต็มเสียงแบบนี้ นานเสียจนเหมันต์เองก็ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่พ่อของเขาตีกรอบเอาไว้ได้อย่างไร