เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 63 แหม ๆ ช่างกล้าไม่น้อยเลย!


    ถังโยวจับศีรษะ เสี่ยวหรูลูบหัวเข่า ถังเฉียนกุมท้อง ลวี่เยาถือกระถางเครื่องหอม กลุ่มคนท่าทางแปลกประหลาดเดินตามถังเหลาเหย่กลับไปถึงบ้านตระกูลถัง

    หวาอี๋เหนียงถามซ้ำไปซ้ำมา “เป็นอะไร? เป็นอะไร? นี่เป็นอะไรกัน?”

    ถังเหลาเหย่กล่าวอย่างอารมณ์ไม่ดี “ถามอะไร? กินข้าว!”

    หวาอี๋เหนียงรีบขานรับ เรียกสาวใช้ให้นำอาหารมา

    ถังเฉียนกล่าว “ท่านพ่อท่านแม่เชิญรับประทาน เฉียนเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย ขอกลับห้องไปพักผ่อนก่อน”

    หวาอี๋เหนียงไล่ถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย “เป็นอะไร นี่เป็นอะไรไป? ต้องเรียกหมอมาดูหรือเปล่า?”

    ถังเหลาเหย่โบกมือกล่าว “ไปเถอะ ๆ”

    ถังเฉียนคำนับหนึ่งครั้งก่อนหันตัวกลับห้อง

    เสี่ยวหรูเดินกะเผลกตามถังเฉียนอยู่ด้านข้าง คอยประคองอย่างระมัดระวัง “คุณหนู เป็นเสี่ยวหรูไม่ดีเอง เสี่ยวหรูแรงไม่พอ ทำให้คุณหนูล้ม ไม่ ๆ เสี่ยวหรูหมายความว่า เป็นเสี่ยวหรูที่ไม่มีแรง ไม่ใช่ว่าคุณหนูตัวหนัก คุณหนูร่างเล็กบางขนาดนั้น สวยขนาดนี้ ราวกับเทพธิดาในภาพวาดก็มิปาน จากที่เสี่ยวหรูเห็น ฮัวหรูเหยียนอะไรนั่นดูดีไม่เท่ากับคุณหนูเลย นางน่ะ ทำให้ชื่อดี ๆ เสียหมด คนสวยอย่างคุณหนูต่างหากถึงจะเหมาะสมกับชื่อนั้น”  

    ถังเฉียนเหล่มองเสี่ยวหรู กล่าวนิ่ง ๆ ว่า “แต่ทำไมข้ารู้สึกว่า ฮัวหรูเหยียนชนะข้าไปขั้นหนึ่งแล้ว?”

    เสี่ยวหรูส่ายหัวรัว ๆ “ไม่ใช่เลย ในสายตาของเสี่ยวหรู คุณหนูงามที่สุด”   

    มุมปากถังเฉียนเผยรอยยิ้ม ยื่นนิ้วที่ขาวบางใสจิ้มหน้าผากของเสี่ยวหรู

    ถึงครานี้ ในที่สุดเสี่ยวหรูสามารถวางใจได้แล้ว คิดว่าคุณหนูของนางคงไม่คิดบัญชีที่ตนทำให้นางตกลงไป 

    เสี่ยวหรูซึ่งอายุยังเยาว์ กลอกสายตาทีหนึ่งก็ยิ้มระรื่นกล่าวกับถังเฉียน “คุณหนู เท่าที่เสี่ยวหรูมองดู คนตระกูลฮัวรูปร่างหน้าตางดงามมาก โดยเฉพาะคุณชายฮัว แม้ไม่ยิ้มก็ยังดูดีเสียจนทำให้คนไม่กล้ามองตรง ๆ แต่พอยิ้ม ก็ช่าง...ช่าง แย่จริง เสี่ยวหรูโง่เขลา กล่าวไม่เป็น เอาเป็นว่าดูดีราวกับเทพสวรรค์เลย” เมื่อเห็นว่าถังเฉียนมิได้ดูพึงพอใจ นางจึงกล่าวเอาใจอวดฉลาดต่อ “ให้เสี่ยวหรูพูดละก็ มีแค่ท่านชายเท่านั้นที่เหมาะสมกับคุณหนูผู้งดงาม”  

    ถังเฉียนแสร้งโกรธ กล่าวตำหนิ “เรื่องนี้ให้เจ้ากล่าวไร้สาระได้ที่ไหน?! ยังไม่รีบหุบปาก ระวังโดนตบปาก!”

    เสี่ยวหรูแลบลิ้นทีหนึ่ง ปิดปากเงียบอย่างเชื่อฟัง


    เสี่ยวหรูประคองถังเฉียนกลับถึงห้อง เมื่อเจ้านายนอนลงบนเตียงแล้วก็ไปยังห้องครัวเพื่อยกอาหารมาให้


    ในห้องอาหาร ถังโยวกินข้าวกลางวันเสร็จ ก็กุมท้องที่หัวเราะจนปวดอย่างพึงพอใจ แล้วกลับห้องไปนอนกลางวัน ส่วนลวี่เยากลับห้องคนรับใช้ วางกระถางเครื่องหอมลงบนเก้าอี้ตัวเก่า ก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่ห้องครัวเพื่อหาของกิน 


    ในห้องครัว เสี่ยวหรูกำลังทำไม้ทำมือเล่าสิ่งที่ได้เจอและได้ยินในวันนี้ให้แม่ครัวกับหงซิ้วฟัง บ้านหลังนั้นลักษณะอย่างไร ดีอย่างไร คุณชายฮัวเป็นอย่างไร งดงามเพียงใด ลวี่เยาเป็นอย่างไรบ้าง น่าเกลียดอย่างไร ไม่เพียงทำให้นายท่านเสียหน้าจากการทำท่าประหลาด กลับได้รางวัลมากมาย ส่วนนางเองเสี่ยวหรูเป็นอย่างไร ปกป้องนายด้วยความซื่อสัตย์ ยอมเป็นเก้าอี้ให้นั่ง เพื่อนายท่านจะได้มีหน้ามีตา แล้วดูเข่าที่คุกจนเขียวนี้สิ แม้เพียงเหวินเดียวก็ยังไม่ได้ 

    ในตอนที่ลวี่เยาเดินเข้าไปในครัว แม่ครัวกำลังนำอาหารสำหรับถังเฉียนใส่กล่อง ยื่นส่งให้เสี่ยวหรู หงซิ้วถือชามฟังเสี่ยวหรูที่กล่าวพล่ามไปด้วย ยัดอาหารเข้าปากไปด้วย 


    ข้างเตายังมีชามใหญ่ใบหนึ่ง ในชามใส่อาหารกับแป้งทอดหนา ๆ หนึ่งแผ่น ดูแล้วน่าจะเป็นของที่แม่ครัวเหลือไว้ให้ลวี่เยา

    ลวี่เยายื่นมือไปหยิบชามนั่น จู่ ๆ หงซิ้วก็ส่งเสียงร้องแปลกประหลาด ทำให้เสี่ยวหรูตกใจรีบหันไปดู ส่วนกล่องข้าวในมือของเสี่ยวหรูก็หลุดร่วงลงบนพื้นแตกกระจาย

    เมื่อเสี่ยวหรูเห็นลวี่เยาก็ตกใจก่อนหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง ขมวดคิ้วตะคอก “เจ้าทำอะไรเนี่ย? แสร้งเป็นผีหลอกคนตอนกลางวันแสก ๆ รึ?” นางก้มมองชามข้าวที่แตกอยู่บนพื้น  ใช้ปลายเท้าเตะทีหนึ่ง ถุยน้ำลายใส่ กล่าวเสียงแหลม“อ๊ะ ๆ ๆ ข้าวยาจกเช่นนี้จะเอาเข้าปากเจ้าได้อย่างไร? ปากของเจ้าเป็นถึงของเล่นของผู้สูงศักดิ์ เพื่อเอาใจรับรางวัลจากผู้สูงศักดิ์ จะกินของอย่างข้าวยาจกเช่นนี้ไม่ได้ ระวังฟันจะหักเอา!” กล่าวจบ หิ้วกล่องข้าว ตั้งใจจะชนลวี่เยา กลับไม่โดน อีกทั้งเป็นเพราะใช้แรงมากไป จึงเสียหลัก ล้มลงไปกองกับพื้น 

    กล่องข้าวเทลาดออกมา น้ำซุปหกเต็มพื้น

    เสี่ยวหรูร้องโอดโอย หงซิ้วรีบเดินไปข้างหน้า พยุงเสี่ยวหรูขึ้นมา เสี่ยวหรูยกมือ คิดจะตบลวี่เยา ทว่าลวี่เยาถอยหลังไปหนึ่งก้าว

    ฝ่ามือเสี่ยวหรูจึงตบโดนอากาศ นางโกรธจนกระทืบเท้าดุด่า “นังสารเลว ฝากไว้ก่อนเถอะ! เจ้าตั้งใจขัดข้าล้ม เพราะไม่อยากให้คุณหนูกินข้าว! อย่าคิดนะว่าเป็นสาวใช้ของคุณหนูใหญ่เลยกล้ามารังแกคุณหนูรอง ข้าจะไปบอกหวาอี๋เหนียง แล้วจะได้เห็นดีกัน!” ตะโกนจบก็กระทืบเท้าสะบัดหน้าวิ่งไป 

    ลวี่เยาก้มลงเก็บกล่องข้าวขึ้นมา

    แม่ครัวรู้ว่าเสี่ยวหรูเป็นคนคุยโว บางคำกล่าวที่ออกจากปากของนางไม่จำเป็นต้องเชื่อ สำหรับลวี่เยานี้ เวลาที่ได้สัมผัสนั้นสั้น มองไม่ออกว่าเป็นคนอย่างไร กล่าวได้แค่นางทำเสี่ยวหรูไม่พอใจ เสี่ยวหรูไปฟ้องหวาอี๋เหนียง เรื่องนี้ยังไปเกี่ยวโยงกับคุณหนูรอง เกรงว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายแล้ว 

    ตอนนี้ เห็นลวี่เยาหยิบกล่องข้าวขึ้นมา คิดว่านางจะหิ้วกล่องข้าวตามไปให้เสี่ยวหรูจึงกล่าว “ไปเถอะ ๆ ไปขอโทษเสี่ยวหรูซะ ให้นางตบสองสามทีคลายโมโห เรื่องนี้ก็จะข้ามผ่านไปแล้ว ในตระกูลถังนี้เจ้าสนใจแค่ว่าทำอย่างไรถึงจะมีข้าวกินก็พอ ถูกไล่ออกจริง ๆ คงได้หิวตายแน่!” 

    ลวี่เยามิได้ต่อคำ ถือกล่องข้าวหมุนตัวเดินจากไป

    แม่ครัวส่ายหน้ากล่าว “เป็นเด็กที่โง่จริง ๆ!”

    หงซิ้วกล่าวเสียงเบา “ในสายตาของนาง เกรงว่าจะดูถูกท่านกับข้าอยู่นะ” 

    แม่ครัวเหล่มองหงซิ้ว ไม่กล่าวอะไร แต่สีหน้าแสดงออกว่าไม่พอใจอยู่บ้าง นางตักเตือนลวี่เยาก็เพราะหวังดี ว่าโง่ และไม่รู้จักกตัญญูเท่านั้น หากลวี่เยาได้รางวัลจากเจ้านายแล้วมาดูแคลนนาง ก็คงนับว่าไม่ควร คนเรา ไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่ทิ้งนิสัยเดิม 


    ไม่นานต่อมา เสี่ยวหรูรีบเร่งพาหวาอี๋เหนียงมายังห้องครัว

    เสี่ยวหรูเดินไปพลางกล่าวยุยง “สองสามวันมานี้คุณหนูไม่เจริญอาหาร กินน้อยมาก ไม่ง่ายเลยที่วันนี้ห้องครัวจะทำอาหารที่คุณหนูโปรดปราน เสี่ยวหรูกำลังถือกล่องข้าวจะไปส่งให้คุณหนู ไม่คิดว่าลวี่เยาอาศัยว่าตนเองเป็นสาวใช้คุณหนูใหญ่ ยื่นขาขัดให้เสี่ยวหรูล้ม เสี่ยวหรูเจ็บไม่เป็นไร เสียดายก็แต่อาหารที่คุณหนูชอบพวกนั้น”  

    เสี่ยวหรูกล่าวพล่ามฟ้องร้อง สีหน้าของหวาอี๋เหนียงแย่ลงทุกที ยกมือชี้เสี่ยวสี่สาวใช้ที่อยู่ข้างกายตน “ไปเรียกอาอี๋เจียงสี่ออกมาพบข้า!”

    อาอี๋เจียงสี่เกิดมาร่างใหญ่กำยำบึกบึน บุรุษธรรมดาสองคนมิใช่คู่ต่อสู้ของนาง ผู้ชายและบุตรชายในครอบครัวล้วนเคยถูกนางตีจนร้องโอดโอยมาแล้ว

    เสี่ยวสี่รับคำสั่ง วิ่งไปฝุ่นตลบ


    บ้านของถังเหลาเหย่ไม่ใหญ่โต คนไม่เยอะ ไม่นานนัก เสี่ยวสี่ก็เรียกอาอี๋เจียงสี่ออกมา 

    อาอี๋เจียงสี่รู้ว่าหวาอี๋เหนียงต้องการพึ่งพละกำลังของตน จึงถือไม้ซักผ้า เดินมาท่าทางขึงขัง

    หวาอี๋เหนียงยืนอยู่ที่ประตูห้องครัว ตะคอกถาม “นังเลวนั่นล่ะ?!”


    แม่ครัวตอบ “เมื่อครู่เห็นถือกล่องข้าวไปแล้ว คิดว่าคงตามเสี่ยวหรูไป” ทว่าเมื่อเงยหน้ามองเสี่ยวหรู ก็เห็นท่าทางของอีกฝ่ายที่เหมือนไม่รู้เรื่อง  

    เสี่ยวหรูกล่าว “ไม่แน่ว่านังเลวนั่นกลัว จึงถือกล่องข้าวไปประจบคุณหนูแล้ว แต่คุณหนูสูงส่งขนาดนั้น จะกินของสกปรกที่ตกพื้นได้อย่างไร หากท้องเสียจะทำอย่างไร?”

    หวาอี๋เหนียงกล่าวเสียงสูงกับแม่ครัว “เจ้าตามมา”

    แม่ครัวรีบเช็ดมือ ตามหลังหวาอี๋เหนียงไป

    หงซิ้วเห็นว่ามีเรื่องสนุกให้ดูก็รีบตามไป

    ดังนั้น ทุกคนจึงมุ่งไปทางห้องของถังเฉียนด้วยท่าทางขึงขัง


    หวาอี๋เหนียงเมื่อเข้าไปในห้องไม่พบลวี่เยา ความโกรธนี้ก็ลดลงบ้างแล้ว

    ถังเฉียนถามเรื่องราวทั้งหมด ในใจเกิดความสงสัยอยากรู้ จึงสวมรองเท้า ร่วมตามหาลวี่เยาพร้อมกับทุกคน

    ทุกคนร่วมกันค้นหา สุดท้ายก็รบกวนไปถึงถังโยว 

    นางขมวดหน้าซาลาเปา ผลักประตูเปิดออกอย่างเกรี้ยวกราด ตะโกน “ทำอะไรจนคนอื่นไม่ได้หลับได้นอน?!”


    หงซิ้วทำตัวเชื่อฟัง รีบก้าวไปยืนเบื้องหน้าถังโยว กล่าวถึงที่มาที่ไปและเติมแต่งเรื่องราว 

    ไม่คิด ถังโยวกลับหัวเราะ ดูสิ ดู ๆ ลวี่เยาสมกับเป็นคนของตนจริง ๆ! กะอีแค่กินข้าวก็สามารถทำให้เกิดการสู้รบตบมือแกล้งถังเฉียน ไม่เลว ๆ ทำได้ดี มีอนาคต!  

    เวลานี้ อาอี๋เจียงสี่ผลักประตูห้องที่เหล่าสาวใช้อยู่ร่วมกัน เห็นลวี่เยานั่งอยู่บนขอบเตียง กินอาหารที่เตรียมไว้สำหรับถังเฉียน 

    อาหารนั่นแม้ว่าจะหก แต่ก็ยังอยู่ในกล่อง 

    เมื่อเห็นท่าทางขึงขังของทุกคน แววตาของลวี่เยาส่องประกายความขี้เล่น นำข้าวที่ตะเกียบคีบอยู่คำสุดท้ายใส่ปากอย่างช้า ๆ เคี้ยวจนละเอียด ก่อนกลืนลงท้อง 

    อาอี๋เจียงสี่สับสนเล็กน้อย หันไปทางหวาอี๋เหนียง ถามเสียงดุดัน “ตบหรือไม่ตบ?” 

    หวาอี๋เหนียงเดิมที่อารมณ์เย็นลงหนึ่งส่วนสามแล้วพลันระเบิดขึ้นอีกสามสิบเท่า! คิ้วดั่งใบหลิวของนางยกขึ้น ตะคอกเสียงแหลมอย่างโมโห “ตบ! ตบมันให้ข้า! ตบให้ตายไปเลย! อีนังสารเลวไร้ยางอายเช่นนี้ กลับยังขโมยกินอาหารบ้านเจ้านาย! ตี! สมควรตีให้ตาย!” 


    อาอี๋เจียงสี่เมื่อได้รับคำสั่ง พับแขนเสื้อดึงขึ้นโดยพลัน ตื่นเต้นจนรูจมูกขยาย นางถุยน้ำลายใส่มือใหญ่โตอย่างกับพัด จากนั้นกระชับไม้ซักผ้า โผเข้าหาลวี่เยาพร้อมยิ้มเป็นนัย ยกขาพุ่งเข้าไปในห้อง

    ถังโยวเห็นเช่นนี้รีบตะโกน “หยุด! ห้ามขยับ! วันนี้ ใครกล้าถูกตัวลวี่เยา ข้าคุณหนูจะทุบมันให้ขาหัก!” กล่าวจบ กวาดสายตาแสดงพลังไปยังหวาอี๋เหนียงและถังเฉียน

    อาอี๋เจียงสี่พุ่งตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อหยุดกะทันหัน ผลคือทรงตัวไม่อยู่ เซไปที่โต๊ะเล็ก ศีรษะชนอย่างแรงเข้ากับกระถางเครื่องหอม 

    ลวี่เยานั่งลง มือผลักอาอี๋เจียงสี่ออก หยิบกระถางเครื่องหอมขึ้นมามองแล้วมองอีก เมื่อเห็นว่าไม่ได้ถูกชนเสียหาย ถึงกับรำพึงว่า “แข็งแรงดี” 

    ทุกคนเมื่อได้ยิน เกือบเอนล้มลงไปด้วยความโมโห หากไม่เป็นเพราะห้องสาวใช้คับแคบเกินไป หวาอี๋เหนียงก็อยากพุ่งเข้าไปตบลวี่เยาแรง ๆ กับมือ นางโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง รู้สึกเหมือนร่างจะระเบิด


    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g



    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810