คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 117 :ล่องเรือกลางสายฝน

    ตอนที่ 117:ล่องเรือกลางสายฝน

     

            “ท่าเรือ ท่าเรือ ! ” หลิวจือเซียกำลังบ่นพึมพำ

     

            หลี่เมิ้งอีตาเป็นประกายเช่นกัน “พวกเราต้องได้ที่หนึ่ง ! ”

     

            หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีรีบร้อนวิ่งออกจากถนนเหอฟางไประหว่างทางทั้งสองคนก็พูดคุยกันไม่หยุด

     

            เมื่อมาถึงบริเวณภายนอกถนนเหอฟางทีมงานก็ได้จัดรถสองคันมารอที่นี่แล้ว

     

            ตรงนี้ยังเกิดการแทรกบทเล็ก ๆก็คือเยว่เยว่ต้องการนั่งรถไปกับหลิวจือเซียให้ได้

     

            มู่เฉินจนปัญญาเช่นกัน เธอปรึกษากับผู้กำกับสักพักเธอมีกล้องวิดีโอขนาดเล็กและขึ้นรถของหลิวจือเซียและบันทึกวีดีโอเป็นเพื่อนเช่นนี้เยว่เยว่ก็มีเหตุผลที่จะได้ขึ้นรถแล้ว

     

            ระยะการเดินทางสั้น ๆ 20 นาทีรถขับมาถึงถนนอวี๋หางอย่างรวดเร็วและราบรื่น

     

            เมื่อหลิวจือเซียมาถึงยังท่าเรือจุดชมวิวทะเลสาบซีหูบนท่าเรือไม่มีอะไรเลยเห็นเพียงแค่ทีมงานสวมชุดยูนิฟอร์มของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงรอถ่ายวีดีโอตรงบริเวณท่าเรืออยู่ก่อนแล้ว

     

            “พวกเราเป็นที่หนึ่งหรือครับ ? ” หลิวจือเซียถามมู่เฉิน

     

            “ใช่ค่ะ” ในที่สุดมู่เฉินก็ไม่ต้องเป็นช่างภาพให้กับแขกรับเชิญชั่วคราวแล้ว“แต่พวกคุณยังขึ้นเรือไม่ได้ ต้องรอให้กลุ่มที่สองมาก่อนถึงจะขึ้นเรือได้”

     

            “จะต้องรอนานแค่ไหนคะ ? ” หลี่เมิ้งอีถามอย่างไร้เดียงสา

     

            มู่เฉินชะงักไปแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “คือว่า...ฉันเองก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่คงอีกไม่นานหรอกค่ะ”

     

            “คำถามของเธอนี่” หลิวจือเซียมองหลี่เมิ้งอีแล้วเอ่ยอย่างเอือมระอา“เธอจะรู้ได้ยังไงว่าเติ่งเฉา หลี่เฉินจะมากันเมื่อไหร่ ? หากโชคดีบางทีครึ่งชั่วโมงก็คงจะมาแล้ว ถ้าโชคไม่ดีคงต้องรอ 2-3 ชั่วโมง”

     

            “แล้วพวกเราจะรีบร้อนกันเพื่ออะไรล่ะเนี่ย ? ”หลี่เมิ้งอีอึ้งไปแล้ว

     

            “รอสิ ! ” หลิวจือเซียยักไหล่“ในเมื่อไม่รู้ว่าพวกเขาจะมาเมื่อไหร่ ผมพาเยว่เยว่ไปเดินรอบ ๆทะเลสาบซีหูได้ไหมครับ ? ”

     

            “ได้ค่ะ ได้ค่ะ ! ”

     

            มู่เฉินพยักหน้าติดต่อกัน เธอได้รับอนุญาตจากผู้กำกับแล้วขอแค่ไม่สร้างผลกระทบกับการถ่ายทำ หลิวจือเซียอยากจะทำอะไรก็แล้วแต่เขา

     

            “เยว่เยว่ มานี่ คุณพ่อกับ...”หลิวจือเซียอ้าปากกำลังจะพูดคำว่า คุณแม่ สองคำออกมา ดีที่หยุดไว้ทัน“พาหนูไปเดินรอบ ๆ ดีไหม ? ”

     

            “ดีค่ะ ดีค่ะ ! ” เยว่เยว่พยักหน้าอย่างชอบใจ “พาคุณน้าไปด้วยได้ไหมคะ? ”

     

            “ได้แน่นอน” หลิวจือเซียหันไปมองหลี่เมิ้งอี “ไปไหมครับ ? ”

     

            หลี่เมิ้งอีกลอกตามองบนใส่หลิวจือเซียจากนั้นก็อุ้มเยว่เยว่พาเดินไปถนนทางเหนือแล้วเอ่ยว่า “เยว่เยว่พวกเราไปดูสะพานขาดกันดีไหม ? ”

     

            ร่างกายน้อย ๆ ของเยว่เยว่ลูบอ้อมแขนหลี่เมิ้งอี เธอหาตำแหน่งที่สบายแล้วเอ่ยว่า“ทำไมถึงเรียกว่าสะพานขาดล่ะคะ ? สะพานนั้นขาดแล้วหรือคะ ? ”

     

            หลี่เมิ้งอีหอมแก้มเยว่เยว่แล้วอธิบาย “สะพานขาดน่ะ...”

     

            “คุณหลิว เยว่เยว่และคุณหลี่เมิ้งอีรู้จักกันก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหม ? พวกเขาดูสนิทกันมาก ! ”

     

            มองดูหลี่เมิ้งอีและเยว่เยว่ที่สนิทกันมู่เฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา

     

            จากที่เธอดูแลเยว่เยว่มาหนึ่งชั่วโมงกว่าเด็กน้อยไม่เคยแสดงท่าทางใกล้ชิดเลยแม้แต่น้อย แค่ทำตามมารยาทเท่านั้น

     

            ความจริงแล้วเธอก็แปลกใจมากทำไมเยว่เยว่ถึงให้หลี่เมิ้งอีหอมแก้มอย่างใกล้ชิดขนาดนี้นะ ?

     

            “เปล่าซะหน่อย” หลิวจือเซียรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าเขาพูดมันออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงส่ายหน้าแล้วโกหกหาเหตุผล“บางทีทั้งสองคนอาจเข้ากันได้มากกว่า”

     

            ……………………

     

            เมื่อรออยู่ที่ท่าเรือจุดชมวิวทะเลสาบซีหูมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วในที่สุดกลุ่มที่สองก็มาถึง

     

            “ฮ่า ๆๆ ไม่เห็นมีใครเลย ย่าหลันฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าพวกเราต้องชนะแน่นอน ? ”

     

            จากที่ไกล ๆ ยังยินเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ของหวังจู่หนาน

     

            “อืม คุณพูดถูกต้อง คุณพูดถูกต้องทุกอย่าง”หลี่ย่าหลันขานรับเบา ๆ อ่อนโยนจนแทบละลายแล้ว

     

            “หึ จู่หนาน คุณพูดไม่ถูก ! ” เวลานี้เองหลิวจือเซียที่หลบอยู่ข้างศาลาคลายร้อนจูงมือหลี่เมิ้งอีเดินออกมา “พวกเราสองคนรอคุณจนดอกไม้แทบร่วงโรยแล้ว”

     

            รอจนดอกไม้แทบร่วงโรยแล้ว ? เปรียบเทียบได้เหมาะสม !

     

            ที่นี่ไม่มีเกมไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดออนไลน์ที่มีชื่อเสียงเหมือนโลกก่อนอะไรเรียกว่ารอคุณจนดอกไม้แทบร่วงโรยแล้ว เดิมทีคำนี้ไม่เคยปรากฎมาก่อน

     

            “อ๋อ โย่วโย่ว ! ” หวังจู่หนานเห็นหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีใบหน้าฉายแววผิดหวัง จากนั้นก็ถามพวกเขา “พวกคุณมาถึงนานแล้วงั้นหรือ ? ”

     

            “มาเร็วมาก ! ” เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ โผล่ออกมาสองคนหลี่ย่าหลันเองก็ประหลาดใจเช่นกัน

     

            หลี่เมิ้งอีและหลิวจือเซียมองตากัน หลิวจือเซียยิ้มมุมปาก “อ้อถึงมาประมาณชั่วโมงกว่าแล้วครับ อารมณ์ของพวกเรานะไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเบื่อหน่ายแค่ไหน”

     

            หนึ่งชั่วโมงกว่า ?

     

            หนึ่งชั่วโมงก่อน การอัดรายการเพิ่งดำเนินการมาได้ 20 นาทีเวลาแค่พอนั่งรถถึงมาท่าเรือเท่านั้น จากการรับลูกเต๋า หาพ่อค้าเพื่อเล่นเกมเวลาแค่นั้นจะพอหรือ ?

             

            เห็นได้ชัดว่าหลิวจือเซียกำลังแกล้งพวกเขา

     

            หวังจู่หนานกลอกตามองบน เอ่ยว่า “เฮ้อ พวกเราที่หนึ่งและที่สองนับว่าประสบความสำเร็จแล้ว ไม่รู้ว่าที่สามเป็นใคร ? ”

     

            “สนใจว่าใครเป็นที่สามทำไมล่ะขอแค่คนมาครบพวกเราก็ออกเดินทางได้แล้ว ! ” หลิวจือเซียโบกมือเขาเอ่ยกับทีมผู้กำกับว่า “ขึ้นเรือได้แล้วใช่ไหมครับ ? ”

     

            “รอสักครู่ครับ ! ” ผู้กํากับที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบส่งสัญญาณทันใดนั้นมีเรือพายที่นั่งได้สี่คนลำนึงพายเข้ามา

     

            ทั้งสี่คนขึ้นเรือทีละคนเวลานี้เองเฉินเหอและหลิวฉีฉีก็มาถึงท่าเรือทันที

     

            “นี่ พวกคุณจะไปแล้วหรือ ? ” เฉินเหอมึนงงแล้ว

     

            หวังจู่หนานโบกมือให้เฉินเหอและเอ่ยว่า “พวกเราขอไปก่อนล่ะพวกคุณรออีกกลุ่มอยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะ ! ”

     

            “บ๊าย บาย ! ”

     

            พวกหลิวจือเซียเองก็โบกมือให้กับเฉินเหอเช่นกัน

     

            เรือน้อยค่อย ๆ เคลื่อนไปบนผิวน้ำทะเลสาบซีหูทั้งสี่คนบนเรือก็พูดคุยกันตลอด

     

            “เมิ้งอี ฉันจําได้ว่าคุณเดบิวต์เมื่อหลายปีก่อนนี่เป็นครั้งแรกที่ร่วมรายการวาไรตี้ใช่ไหมคะ ? ”หลี่ย่าหลันภรรยาของหวังจู่หนานเป็นนักแสดงฮ่องกงเชื้อสายแคนนาดาเข้าวงการเร็วกว่าหลี่เมิ้งอีนานมาก

     

            “ใช่ค่ะ” หลี่เมิ้งอีพยักหน้า

     

            แม้ความสัมพันของหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีจะเหลือเพียงแค่กระดาษกั้นชั้นสุดท้ายแล้วแต่ตอนนี้ที่กำลังอัดรายการ ทั้งสองคนจึงไม่อาจแสดงความใกล้ชิดกันได้ทว่าในที่สุดก็ต้องคุยกันบ้าง

     

            ดังนั้นหลิวจือเซียจึงเปิดประเด็นเอ่ยว่า“บอกความรู้สึกของคุณมาหน่อยสิ คุณชอบบรรยากาศที่นี่ไหมครับ ? ”

     

            “ฉันชอบค่ะ” หลี่เมิ้งอีกางแขนออกบิดขี้เกียจ“แล้วฉันยังรู้สึกว่าเย็นสบายมาก ! ”

     

            “เย็นสบาย ? ” หวังจู่หนานลูบใบหน้า “จริงด้วยเมื่อกี้ตอนที่วิ่งร้อนมาก”

     

            “บรรยากาศที่นี่ดีมาก อีกทั้งยังอากาศสดชื่น ! ”หลิวจือเซียที่เคยชินกับการใช้ชีวิตเร่งรีบ ยากที่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้“หากให้โอกาศพวกคุณมีสิทธิ์เลือกสถานที่ใช้ชีวิตได้ใหม่ พวกคุณจะเลือกที่นี่ไหม ?”

     

            “เป็นคำถามที่ดี ! ”

     

            หวังจู่หนานตาเป็นประกาย “ผมเลือกที่นี่แน่นอน ?บางทีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ฮ่องกงไม่ได้แย่แต่เทียบกันแล้วคนที่นั่นใช้ชีวิตเร่งรีบ ผมชอบชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่นี่มากกกว่า”

     

            “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” หลี่ย่าหลันพยักหน้า“แม้หลายปีมานี้รับละครน้อยลงแล้วแต่ฉันมักรู้สึกว่าชีวิตที่เร่งรีบในเมืองใหญ่เต็มไปด้วยความกดดัน”

     

            “เมิ้งอี คุณล่ะ ? ” หลิวจือเซียหันไปมองหลี่เมิ้งอี

     

            “ฉันหรือ ? ” หลี่เมิ้งอีกระพริบตา “บางที…”

     

            “เปาะ ! แปะ ! ”

     

            “ไอ้หยา ฝนตกแล้ว ! ” หลี่ย่าหลันอุทานออกมา

     

            “ไม่ต้องกลัว คุณภรรยา ผมจะกันลมกันฝนให้คุณเอง ! ”หวังจู่หนานลุกขึ้นยืนใช้สองมือของตัวเองกำบังศีรษะของหลี่ย่าหลันเอาไว้

     

            หลี่ย่าหลันที่หลบอยู่ภายใต้ร่างกายที่สูงใหญ่ของหวังจู่หนานก็เผยสีหน้าแห่งความสุขออกมา

     

            เวลานี้หลิวจือเซียไม่รู้จะทำเช่นไรถึงอย่างไรความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่อาจเปิดเผยได้ถ้าการกระทำของพวกเขาสนิทกันมากเกินไป กลัวว่าจะมีคนใช้ประโยชน์จากมัน

     

            หลี่เมิ้งอีเหลือบมองหลิวจือเซียที่ยังคงไม่เคลื่อนไหวนัยตาฉายแววอับอายอย่างชัดเจน

     

            สุดท้ายแล้วหลี่ย่าหลันก็ทนมองไม่ไหวแล้วเลยเอ่ยเร่งเร้า“จือเซีย คุณทำอะไรอยู่ ? เมิ้งอีเป็นผู้หญิง ปล่อยให้เปียกได้ยังไง ?คุณแสดงความเป็นผู้ชายหน่อยได้ไหมคะ ? ”

     

            จริงด้วย ตอนนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแม้ว่าจะเป็นสามีอย่างไม่เป็นทางการ คนอื่นอยากพูดอะไรก็ตามใจเถอะ

     

            เมื่อคิดได้แล้วหลิวจือเซียก็ลุกขึ้นยืนและเลียนแบบการกระทำของหวังจู่หนาน บังฝนให้กับหลี่เมิ้งอี

     

            ขณะที่อิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของหลี่จือเซียบนใบหน้าหลี่เมิ้งอีปรากฎสีหน้าเขินอาย โชคดีที่มีผมยาวปกคลุมแม้แต่กล้องก็ไม่สามารถจับภาพฉากนี้ได้

     

            “ว้าว โรแมนติกมาก ! ”

     

            “พวกคุณรีบดูสิ ล่องเรือท่ามกลางสายฝน ! ”

     

            “โรแมนติกจริง ๆ พวกเรา ถ่ายพวกเขาเอาไว้เร็ว ! ”

     

            เวลานี้เอง เรือลำหนึ่งหลังคาสีดำทั้งสองข้างเปิดโล่งพายเข้ามามีเฉินเหอ หลิวฉีฉี หวังเป่าเฉียงรวมไปถึงถังซินซินนั่งอยู่ภายใน

             

            ทั้งสี่คนนอกจากหวังเป่าเฉียงแล้ว อีกสามคนต่างพล่ามไม่หยุดเมื่อเห็นพวกหลิวจือเซียท่ามกลางสายฝน ต่างก็หัวเราะสนุกสนานออกมา

     

            เวลานี้เอง ผู้กำกับในเรือมีหลังคามาได้จังหวะ“แม้ว่าเรือของที่หนึ่งและที่สองจะพายมาเร็ว แต่เรือของพวกเขาไม่มีหลังคา ! ”

     

            “โอ้ ! ”

     

            “เย่ ทำไมฉันถึงอยากหัวเราะนะ ? ”

     

            “ว้า คุณอย่าพูดสิ ฝนตกแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ! ”

     

            เสียงหัวเราะลอยมาจากในเรือมีหลังคาพวกเฉินเหอกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น แม้แต่หวังเป่าเฉียงก็อดยิ้มไม่ได้

     

            บนเรือลำน้อยหลิวจือเซียที่ใช้ร่างกายบังฝนให้กับหลี่เมิ้งอีก็อดไม่ได้ที่จะถอดถอนใจออกมา“นี่เป็นการออกแบบของรายการงั้นหรือ ? ”

     

            “นี่คือสิ่งที่คนเป็นที่หนึ่งกับที่สองควรได้รับงั้นหรือเนี่ย ?” หวังจู่หนานเริ่มหงุดหงิดเช่นกัน

     

            หลี่เมิ้งอีและหลี่ย่าหลันต่างฝืนหัวเราะ

     

            “เล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ ! ” หลิวจือเซียหัวเราะเยาะ“เพื่อสร้างบรรยากาศ ถึงกับทำฝนเทียมเลยหรือเนี่ย”

     

            เรือเดินหน้าต่อไปโดยรอบสิ่งปลูกสร้างมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกำลังถ่ายภาพและหัวเราะ

     

            “พวกคุณ ทำไมถึงหัวเราะกันอย่างมีความสุขล่ะครับ ? ” มองดูนักท่องเที่ยวทั้งสองทางหวังจู่หนานเอ่ยถาม “ฝนเทียม...”

     

            “สวบ ๆ ! ”

     

            กล่าวถึงตอนนี้ ของสีดำก็ตกลงมา 4 ชิ้น

     

            หลิวจื่อเซียเอื้อมมือออกไป มันคือร่ม อีกทั้งยังมีร่ม 4 คัน !

     

            “ขอบคุณ ขอบคุณ ! ”

     

            หลิวจือเซียหันไปมองนักท่องเที่ยวที่อยู่โดยรอบแล้วกล่าวขอบคุณด้านหนึ่งกางร่มอีกด้านหนึ่งเอ่ยว่า “เพื่อน ๆ ที่ให้ร่มกับพวกเราอีกเดี๋ยวอย่าลืมติดต่อทีมงานให้พวกเขาจ่ายค่าร่มให้พวกคุณด้วยนะครับทีมงานมีเงินครับ ! ”

     

            ได้ยินเช่นนั้น ทีมช่างกล้องกำลังถ่ายวีดีโอท่ามกลางฝนเกือบจะทำกล้องหลุดมือ

     

            เจ้านายท่านนี้ ปากมากจริง ๆ !

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852