ตอนที่ 10 ตาไวมือไวและโชคดี (1)
หลี่ซินกลั้นลมหายใจไว้ นางเล็งเป้าหมายแล้วจึงเขวี้ยงหินในมือออกไปอย่างรวดเร็ว ไก่ป่าตัวนั้นทันส่งเสียงร้องแค่สองเสียงก็ล้มลงกับพื้นแล้ว
หลี่ซินเดินไปจับมันขึ้นมาดู พบว่าโดนเข้าที่หัวไก่พอดี ดวงหน้าเล็กแดงก่ำเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างอดไม่ได้ ดีเหลือเกิน ในที่สุดก็จับได้ตั้งตัวหนึ่ง ถือว่ามาไม่เสียเปล่าแล้ว
แต่เพราะนางไม่รู้แรงมือ เลยทำมันตายเสียแล้ว เืไหลโชกไม่หยุด ช่างน่าสยองยิ่งนัก ครั้งหน้าจะต้องระวังและเบามือกว่านี้อีกนิด พยายามแค่พอตีให้สลบแล้วจับกลับไปทั้งเป็ๆ แบบนี้จะขายได้ราคาดีและอร่อยมากกว่าด้วย
อืม นางตัดสินใจแบบนี้อย่างสุขใจ
หลี่ซินกำลังคิดอย่างภาคภูมิใจ พลันได้ยินเสียงะโอันร้อนใจของหลี่เฉิน “ซินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ เ้าอยู่ที่ไหน”
หลี่ซินถึงกับหมดคำพูด เ้าหมอนี่ความรู้สึกไวยิ่งนัก ตนเพิ่งจะเดินออกมาไม่นาน เขาก็รู้แล้ว เดาว่าคงจะคอยเฝ้าดูตนทางนี้อยู่ตลอดเลยสิท่า จึงรีบตอบรับว่า “ข้าอยู่ตรงนี้”
“ข้าให้เ้านั่งตรงนี้อย่าไปไหนเรื่อยเปื่อยไม่ใช่หรือ ทำไมถึงไม่เชื่อฟัง หากเกิดหลงทางขึ้นมาเล่า แม้ที่นี่จะเป็ูเาเสี่ยวชิงแต่ก็หาใช่ว่าจะไม่มีสัตว์ร้ายออกมาหาอาหารเหมือนูเาต้าชิงเสมอไป หากพบเจออันตรายเข้าจะทำอย่างไร”
หลี่ซินได้ยินหลี่เฉินเอาแต่พูดพล่ามไม่หยุดเหมือนหญิงชรา ก็รีบเอ่ยขัดขึ้น “พี่ใหญ่ ท่านดูสิว่าข้าจับอะไรได้!”
“อะไรหรือ” หลี่เฉินได้ยินแล้วก็หยุดบ่นตามคาด แล้วอ้อมพุ่มไม้เดินมาดูข้างหน้า เมื่อเห็นก็อดดีใจอย่างไม่นึกฝันไม่ได้ “โห! ไก่ป่า! เ้าจับมาได้อย่างไร”
“คิกๆ ข้าเพิ่งใช้หินปาใส่มันน่ะ! เยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ”
หลี่ซินเห็นว่าเบี่ยงเบนความสนใจของพี่ใหญ่ได้สำเร็จถึงได้ถอนหายใจโล่งอก นางพยายามแสร้งทำตัวเป็เหมือนเด็กน้อย โดยหยิบไก่ป่าขึ้นมาส่ายไปมาอยู่ตรงหน้าหลี่เฉินอย่างดีอกดีใจ ราวกับร้องขอรางวัลก็มิปาน
ทว่านางที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการออดอ้อน ก็ยังคงรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยที่ทำตัวเช่นนี้
“อืม เยี่ยมมาก!”
หลี่เฉินเห็นไก่ป่าก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยสีหน้าสุขใจตามมา ยามที่เห็นเืไหลโชกจากหัวไก่ที่ถูกหินเขวี้ยงใส่เขาก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพียงเอื้อมมือไปรับมาถือไว้เองเงียบๆ
“โอ้โห ไก่ป่า วันนี้กลับไปได้กินน้ำแกงไก่แล้ว ท่านแม่ต้องดีใจมากแน่” ขณะนี้เองเสี่ยวสือโถวก็เดินตามเสียงมาเช่นกัน เมื่อเห็นไก่ป่าในมือของพี่ใหญ่ก็ดีใจอย่างเป็บ้าเป็หลัง
“อื้ม” ไก่ป่าตัวเดียว สามารถแลกรอยยิ้มบนใบหน้าของสองพี่น้องได้ หลี่ซินรู้สึกคุ้มค่าอย่างยิ่ง
“พี่ใหญ่ ข้าเบื่อที่ต้องนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว ข้าตามพวกท่านไปดีกว่า ไม่แน่พวกเราอาจจะเจอสัตว์ป่าตัวอื่นๆ ด้วยก็ได้ พอถึงครานั้นจะได้รวมจับกลับไปทีเดียว”
หลี่เฉินมองไก่ป่าในมือ แล้วมองน้องสาวตนอีกครั้ง พลางขบคิดในใจว่าสามารถจับได้หนึ่งตัวก็ดีมากแล้ว ไฉนจะโชคดีเช่นนี้เสมอไป ทว่าเขาเห็นน้องสาวมีความสุข ก็ไม่ได้ขัดความกระตือรือร้นของนาง เพียงเอ่ยกำชับว่า “ถ้าเช่นนั้นเ้าต้องอยู่ข้างๆ ข้า ห้ามเพ่นพ่านไปไหน เข้าใจหรือไม่”
หลี่เฉินเห็นน้องสาวที่มีท่าทีเช่นนี้ก็รู้แล้วว่าเป็ไปไม่ได้ที่จะบังคับให้นางอยู่กับที่โดยไม่ขยับไปไหน
หลี่ซินขมวดคิ้วเล็กน้อย ใคร่ครวญดูแล้วกลับไม่ปฏิเสธ ผงกศีรษะอย่างเชื่อฟัง นางไม่อยากโต้เถียงกับเขา เพียงแค่จดจ่อกับความสุขใจของการดูแลเอาใจใส่นี้
“จริงสิ ท่านพี่ เมื่อครู่ข้าเห็นว่าทางนั้นมีลูกซานเย่าด้วย ก็เลยเก็บมาสักหน่อย สามารถกินได้ ว่ากันว่ามันช่วยบำรุงชี่[1]และปอด และยังช่วยบรรเทาให้จิตใจสงบด้วยนะเ้าคะ”
หลี่ซินหยิบลูกซานเย่าในตะกร้าให้หลี่เฉินดู พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มระรื่น
“ลูกซานเย่าหรือ เ้าก้อนดินนี่กินได้จริงหรือ” หลี่เฉินมองดูผลไม้ลูกเล็กๆ ที่ไม่น่าดูและเป็ก้อนๆ เต็มไปหมด ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เอ่ยถามอย่างลังเลว่า “คงไม่มีพิษหรอกใช่ไหม”
“ไม่มีพิษหรอกเ้าค่ะ ก่อนหน้านี้ข้าเคยเห็นท่านหมอหยางเก็บมาก่อน บอกว่ามันคล้ายหัวซานเย่า สามารถกินได้ จะนำไปนึ่งหรือต้มน้ำแกงกินก็ได้ เหมือนว่าจะมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการไอและหอบหืด ทั้งยังช่วยให้เนื้อตัวเบาและสุขภาพยืนยาวด้วยนะเ้าคะ”
หลี่ซินพูดมั่วไปเรื่อย และหยิบสิ่งที่อาชิวสอนนางข้างหูมาพูดด้วยบางส่วน
“แบบนี้เองหรือ เช่นนั้นพวกเราไปเก็บมันลงมาให้หมดกันเถอะ”
หลี่เฉินไม่ได้สงสัยเื่นี้แต่อย่างใด น้องสาวฉลาดหัวไวอยู่แล้ว ความจำก็ดีเป็เลิศ ท่านหมอหยางเป็คนใจดีมีเมตตา ปกติเวลาพบเห็นอะไรในูเาก็จะสอนความรู้ด้านวัตถุดิบยาบางตัวให้แก่ชาวบ้าน
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้มีเวลาว่างขึ้นเขามาเก็บตัวยาบ่อยนัก หากชาวบ้านเก็บยาดีมาขายให้เขาได้ เขาเองก็ไม่ต้องวิ่งตระเวนหาทั่วทั้งป่าเขา ชาวบ้านก็สามารถหารายได้อีกหลายอีแปะ[2] นั่นถือว่าเป็เื่ดีที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
“ข้าเก็บมาหมดแล้วเ้าค่ะ แต่ว่าจำที่นี่ได้ ไว้คราวหน้าพวกเรานำเสียมมาด้วย แล้วค่อยมาขุดหัวซานเย่าในใต้ดินกลับไปกันเ้าค่ะ”
“ก็ได้ เมื่อครู่ข้าเห็นข้างหน้าตรงนั้นมีต้นเกาลัดอยู่ด้วย พวกเราไปดูกันว่ามีเกาลัดหรือไม่ พวกเราเก็บกลับไปสักหน่อย ให้ท่านแม่ได้ชิมด้วย”
หลี่เฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง พลันผงกศีรษะ รับตะกร้าไม้ไผ่ในมือของหลี่ซินมา แล้วเดินไปทางที่เขาเอาฟืนวางไว้
“ได้เ้าค่ะ” หลี่ซินก้าวเท้าตามไป ใจกลับคิดว่าจะได้พบเหยื่ออะไรอีกหรือไม่ เมื่อครู่เพิ่งได้ของดีมา นางยังรู้สึกคันไม้คันมืออยู่เลย
“หลังก้อนหินด้านหน้าที่อยู่ห่างออกไปทางขวาประมาณสามจั้ง[3] มีกระต่ายอยู่ตัวหนึ่ง”
เสียงของอาชิวดังขึ้นในหัวอีกครั้ง หลี่ซินตะลึงในพลัน รีบหันศีรษะมองตามไป พบกระต่ายขนสีเทาอมดำตัวหนึ่งอยู่จริงๆ มันกำลังกินหญ้าอยู่ทางนั้นอย่างสบายใจ นางก้าวเท้าเดินไปทางนั้นทันที
เชิงอรรถ
^ ชี่ หรือ ลมปราณ หมายถึงสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายเราทุกคน เสมือนเป็นพลังงานของชีวิตที่ใช้ขับเคลื่อนในชีวิตประจำวัน เป็นมวลสารขนาดเล็กในร่างกายที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา^ หน่วยนับเงินในสมัยโบราณของจีน 1,000 อีแปะ มีค่าเท่ากับ 1 ตำลึง^ จั้ง หน่วยวัดความยาวจีน หนึ่งจั้งเทียบได้กับหนึ่งฟุต