เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน
เด็กสาวในชุดดำน่ารัก เรียบร้อยแต่ทะมัดทะแมง
ตามสไตล์ของเธอ เ้าตัวยืนร่ำไห้สายตาทอดมองอยู่หน้าเมรุ
ที่มีควันจางๆ สีเทาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
“พ่อขา แม่ขา ทำไมถึงทิ้งให้น้องแพรอยู่คนเดียว
แล้วน้องแพรจะอยู่ต่อไปได้ยังไงฮือ...”
เสียงร้องไห้พร้อมเสียงตัดพ้อบุพการีที่ได้ล่วงลับไป
หลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มของเด็กสาว ทำให้ดวงกมล
เพื่อนสนิทคนเดียวของแม่แพรวา อดที่จะเข้าไปปลอบโยน
เด็กสาวผู้น่าสงสารไม่ได้
“โธ่น้องแพรของน้า หนูไม่ต้องเศร้าไปหรอกค่ะ
หนูอย่าลืมสิ ว่ายังมีน้าอยู่ทั้งคนนะลูก ต่อไปนี้...น้องแพร
มาเป็ลูกสาวน้ามาอยู่กับน้านะลูก”
สิ้นเสียงปลอบจากดวงกมล แพรวายิ่งร่ำไห้หนัก
เข้าไปกันใหญ่เนื่องจากรู้สึกตื้นตันในหัวใจยิ่งนัก
เพราะหลังจากสิ้นพ่อแม่แล้วในชีวิตเธอก็ไม่เหลือญาติสนิท
ที่จะมารับเธอไปเลี้ยงเลยสักคน
“ขอบคุณนะคะ น้ามล ฮือ...ถ้าไม่มีน้ามล
น้องแพรก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปแล้ว”
สาวน้อยหันไปกอดคนที่เข้ามากอดเธอไว้แนบอก
แล้วร้องไห้อยู่อย่างนั้น
หลังจากงานฌาปนกิจศพของบุพการีเสร็จสิ้น
แพรวาก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่คฤหาสน์ครอบครัววอลคลาร์ก
รถคันหรูขับเข้ามาในบริเวณคฤหาสน์วอลคลาร์ก
"สวัสดีครับคุณแม่...เดินทางเหนื่อยมากมั้ยครับ"
ดนุเปิดประตูให้ผู้เป็แม่และสวมกอดด้วยความคิดถึง
"ราบรื่นดีจ๊ะแต่ก็เหนื่อยนิดหน่อย" เมื่อกล่าวทักทาย
ลูกชายเสร็จก็หันมาหาแพรวาเพื่อจะเรียกให้เข้าไปด้านในด้วยกัน
แต่ก็ต้องพบว่า เด็กสาวยังหลับไม่รู้ตัว ซึ่งดูแล้วน่าจะไม่ตื่นง่ายๆ
ซะด้วย
“โธ่เอ้ย...น่าสงสารจริงน้องแพรของน้าคงจะอ่อนเพลียมาก"
ดวงกมลจึงคิดว่าน่าจะพาเธอขึ้นไปนอนพักในห้องที่เตรียมไว้ให้เลยดีกว่า
********************