แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลเหนือโต๊ะพนันสาดส่องลงมากระทบผืนผ้าสักหลาดสีเขียวมรกต ราวกับเวทีปะาที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างวิจิตรบรรจง เสียงฝีเท้าของเหล่านักพนันที่ล้อมรอบโต๊ะเริ่มเงียบลงจนเหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ความกดดันมหาศาลบีบอัดจนอากาศในบ่อนัเขียวดูจะข้นเหนียวจนหายใจลำบาก
เฉินเฟิง นั่งลงบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ฝั่งตรงข้ามของเขาคือ 'เซียนไร้เงา' ชายร่างผอมเกร็งในชุดสูทสีดำสนิทที่ดูราวกับเป็ส่วนหนึ่งของเงามืด แว่นดำของมันสะท้อนภาพใบหน้าของเฉินเฟิงที่ดูนิ่งสงบผิดปกติ
"ไพ่สำรับนี้ถูกตรวจสอบโดยคนกลางแล้ว..." หวังคุน เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยม พลางบุ้ยปากไปทางพนักงานแจกไพ่ (Dealer) สาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ "เริ่มตาแรก... เดิมพันด้วยอนาคตของคนงานทั้งโรงงาน!"
พนักงานสาวเริ่มกรีดไพ่ เสียง พรึ่บ พรึ่บ ดังรัวสม่ำเสมอ เฉินเฟิงหลับตาลงช้าๆ เข้าสู่สภาวะ 'วิชาฟังเสียงมัจจุราช' เขาตั้งใจจะแยกแยะน้ำหนักของไพ่แต่ละใบจากเสียงที่มันเสียดสีกับอากาศและโต๊ะไม้
กึก... กึก...
แต่แล้ว เฉินเฟิงต้องเบิกตาขึ้นด้วยความใ! ในโสตประสาทของเขาที่เคยได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน บัดนี้กลับมีเพียง "ความเงียบ" ที่ว่างเปล่า เขาจ้องมองไปที่เซียนไร้เงา ชายผู้นั้นนั่งนิ่งไม่ไหวติง กระทั่งเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่มนุษย์ทุกคนต้องมี... กลับเลือนลางจนแทบจับไม่ได้
วิชาปิดผนึกเสียง! เฉินเฟิงอุทานในใจ มันใช้จังหวะการหายใจข่มเสียงหัวใจตัวเอง และใช้คลื่นความถี่บางอย่างรบกวนประสาทการรับรู้ของฉัน!
"เป็อะไรไปลุง? เหงื่อซึมเชียวนะ" เหมยลี่ เอ่ยจิกกัดพลางพัดวีขนนกในมืออย่างสบายอารมณ์
ไพ่สองใบถูกแจกมาตรงหน้าเฉินเฟิง เขาใช้นิ้วคีบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง... 7 ข้าวหลามตัด และ 2 โพแดง... ไพ่ที่แย่ที่สุดในเกมเท็กซัสโฮลเด็ม!
เขามองข้ามไปยังเซียนไร้เงา มันยังคงนิ่งเฉย ไพ่สองใบวางคว่ำอยู่เบื้องหน้ามันราวกับก้อนหินที่ไร้ชีวิต
"ฟลอป (Flop) ออกมา!" หวังคุนสั่งเสียงเฉียบ
พนักงานเปิดไพ่สามใบแรกบนกองกลาง: เอซ (A) โพดำ, คิง (K) โพแดง, และ 7 โพดำ
เฉินเฟิงเริ่มมีแต้มคู่เจ็ด แต่มันยังห่างไกลจากคำว่าชนะหากคู่ต่อสู้มีไพ่สูงในมือ เขาแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของเซียนไร้เงา แต่แว่นดำใบนั้นปิดบังทุกอย่าง
ถ้าฉันอ่านเสียงไม่ได้... ฉันต้องอ่าน 'จิต' ของมัน เฉินเฟิงพยายามรวบรวมสมาธิ เขาเลื่อนชิปตัวแทนสิทธิโรงงานออกไปตรงกลางโต๊ะ "ตาม"
"ใจเด็ดดีนี่..." เซียนไร้เงาเอ่ยขึ้นเป็ครั้งแรก เสียงของมันแหบพร่าและเย็นเยียบเหมือนเสียงกระดาษทรายขัดไม้ "ฉัน... เกหมดหน้าตัก (All-in)"
เสียงฮือฮาดังลั่นบ่อน! แค่ตาแรกเซียนไร้เงาก็ปิดเกมทันทีด้วยการบังคับให้เฉินเฟิงต้องเอาชีวิตเข้าแลก เพราะถ้าเฉินเฟิงหมอบ (Fold) ในตอนนี้ ร้านของเถ้าแก่ลีจะตกเป็ของหวังคุนทันทีโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว
"แกจะตามไหมเฉินเฟิง? หรือจะยอมแพ้แล้วเห็นเพื่อนร่วมงานแกไปนอนข้างถนน?" หวังคุนหัวเราะลั่นอย่างสะใจ
เฉินเฟิงจ้องมองกองชิปสลับกับใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นดำ เขาััได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง... ทำไมมันถึงกล้าเทหมดหน้าตักทั้งที่ไพ่บนโต๊ะยังมีโอกาสเปลี่ยนได้อีกสองใบ? มันถือไพ่คู่เอซ? หรือมันแค่ 'บลัฟ' เพื่อข่มขวัญฉัน?
เขากำเหรียญหยกกิเลนในกระเป๋าเสื้อแน่น ไอเย็นจากหยกแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือ ช่วยเรียกสติที่กำลังจะหลุดลอยให้กลับคืนมา
ในโลกของการพนัน... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ไพ่ในมือคู่ต่อสู้ แต่คือ 'ความขลาด' ในใจเราเอง "ฉันตาม..." เฉินเฟิงตอบเสียงหนักแน่น
วินาทีนั้น พนักงานสาวเปิดไพ่ใบที่สี่ (Turn): 7 โพแดง!
เฉินเฟิงได้ตองเจ็ด! โอกาสชนะพุ่งสูงขึ้นทันที แถวหลังนักพนันเริ่มมีเสียงเชียร์ "เซียนนิรนาม! เซียนนิรนาม!"
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น เฉินเฟิงกลับสังเกตเห็นมุมปากของเซียนไร้เงากระตุกขึ้นเป็รอยยิ้มที่น่าสยดสยอง มันไม่ได้ดูตระหนกเลยแม้แต่น้อย
พนักงานเปิดไพ่ใบสุดท้าย (River): เอซ (A) โพแดง!
บัดนี้บนโต๊ะมี: A โพดำ, K โพแดง, 7 โพดำ, 7 โพแดง, และ A โพแดง
เฉินเฟิงมี 'ฟูลเฮาส์' (Full House) คือ 7 สามใบ และ A สองใบ! นี่คือไพ่ที่ใหญ่มากในเกมปกติ
"หงายไพ่!" หวังคุนะโอย่างบ้าคลั่ง
เฉินเฟิงพลิกไพ่ในมือขึ้นมา "ฟูลเฮาส์ เจ็ดสาม เอซสอง"
เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วบ่อน เถ้าแก่ลีที่แอบดูอยู่ไกลๆ ถึงกับทรุดลงคุกเข่าด้วยความดีใจที่ร้านของตนปลอดภัยแล้ว... แต่ทว่า
กึก...
เซียนไร้เงาใช้นิ้วเรียวยาวพลิกไพ่ของมันขึ้นมาอย่างช้าๆ ไพ่สองใบนั้นคือ... เอซ (A) ข้าวหลามตัด และ เอซ (A) ดอกจิก!
"เอซสี่ใบ (Four of a Kind)..." เซียนไร้เงาพูดเสียงเบา "เสียใจด้วยนะลุง... คุณแพ้แล้ว"
ความเงียบงันปาดลึกเข้าสู่หัวใจของเฉินเฟิง เขาจ้องมองไพ่เอซสี่ใบนั้นด้วยความตกตะลึง เป็ไปไม่ได้... ฉันคำนวณความน่าจะเป็ไว้หมดแล้ว โอกาสที่มันจะถือคู่เอซในมือในตานี้น่ะมัน...
"ฮ่าๆๆๆ! โรงงานเป็ของฉันแล้ว!" หวังคุนลุกขึ้นะโ "และตามสัญญา... คนงานทุกคนต้องกลายเป็หนี้ฉันคนละสองแสนหยวน! ใครไม่มีจ่าย... เตรียมส่งลูกเมียมาทำงานใช้หนี้แทนได้เลย!"
เสียงกรีดร้องและเสียงสะอื้นของคนงานดังมาจากมุมห้อง เฉินเฟิงมองไปที่เถ้าแก่ลีที่หน้าซีดเผือดเหมือนศพ ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินหัวใจเขาอีกครั้ง
"ยังเหลืออีกสองตา..." เฉินเฟิงพยายามรวบรวมสติ แม้เสียงของเขาจะเริ่มสั่น "แกยังไม่ได้ชนะการประลองนี้"
"โอ้... แน่นอน" หวังคุนแสยะยิ้ม "ตาที่สอง... ฉันจะเดิมพันด้วย 'ดวงตาข้างขวา' ของแกเฉินเฟิง! ถ้าแกแพ้... แกต้องควักตาตัวเองออกต่อหน้าทุกคนที่นี่!"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังถึงจุดเดือด เฉินเฟิงสังเกตเห็นใครคนหนึ่งแฝงตัวอยู่ในกลุ่มนักพนันด้านหลัง... ชายสวมหมวกแก๊ปสีดำที่จ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาแปลกๆ ชายคนนั้นยกนิ้วขึ้นมาทำสัญลักษณ์ 'กิเลน' ที่หน้าอก!
สมาคมเซียนเงา?
จังหวะนั้นเอง เซียนไร้เงากลับขยับตัวอย่างประหลาด มันก้มลงกระซิบข้างหูหวังคุนจนเ้าพ่อใหญ่ถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไป
"มีคนบุกรุกบ่อนงั้นเหรอ?" หวังคุนอุทาน
จู่ๆ ไฟในบ่อนัเขียวก็ดับวูบลงสนิท! เสียงกรีดร้องดังระงมท่ามกลางความมืดมิด เฉินเฟิงเข้าสู่สภาวะระวังภัยสูงสุด เขาได้ยินเสียงการต่อสู้ระยะสั้นๆ และเสียงของหนักบางอย่างกระทบพื้น
เมื่อไฟกลับมาติดอีกครั้ง... ทุกคนต้องใเมื่อพบว่า เหมยลี่ หายไปจากข้างกายหวังคุน! และบนโต๊ะพนัน... มีเหรียญหยกสลักรูปกิเลนวางทับไพ่เอซสี่ใบของเซียนไร้เงาเอาไว้!
"ใคร! ใครทำ!" หวังคุนคำรามด้วยความแค้น
เฉินเฟิงมองเหรียญหยกบนโต๊ะ... เขารู้ทันทีว่าเกมนี้ไม่ได้มีแค่เขากับหวังคุนอีกต่อไป แต่มันมี 'มือมืด' ที่กำลังปั่นหัวทุกคนให้ติดกับ
เหมยลี่ถูกลักพาตัวไปไหน?
และเซียนไร้เงาแท้จริงแล้ว... มันเป็มนุษย์ หรือเป็เพียง 'หุ่นเชิด' ของใครบางคน?