ดร๊อกป้าจ้องมองชายหนุ่มผมขาวที่เพิ่งที่เพิ่งได้สติอย่างระแวระวัง ร่างนั้นยังคงนอนแน่นิ่งไปตามกระแสน้ำ แต่ดวงตายังว่างเปล่า ราวกับไม่รู้สิ่งใด เสียงแหบพร่าของเขายังคงเอ่ยคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา
“สังหาร์…สังหาร์…สังหาร์…”
การเอ่ยคำพูดนั้นอย่างไม่หยุดหย่อนราวกับกำลังเยอะเย้ยดร้อกป้า แต่สถานการณ์และอาการที่ผิดแปลกเลื่อนลอยของชายตรงหน้ากลับไม่ได้ทำให้เขาโกรธ กลับกันความสับสนและความบ้าคลั่งของดร๊อกป้าค่อยๆ ลดลง
“เ้าเป็ใคร? มาจากเผ่าไหน?” ดร๊อกป้าถาม เสียงของเขายังคงแข็งกร้าวแต่แฝงด้วยความกังวล ชายหนุ่มผมไม่ได้ได้ตอบ ดวงตาสีเทาซีดคู่นั้นจ้องมองเขามาราวกับพยายามจ้องมองสิ่งที่อยู่ข้างใน
“เ้าเป็ใคร…มาจากเผ่าไหน...” ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับริมฝีปากช้า
คำตอบนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดในจิตใจของดร๊อกป้า เขาสูดหายใจเข้าลึก พลางหรี่ตาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า ร่างกายที่ดูผอมแห้งจนเห็นกระดูก ผิวขาวซีดจนดูเหมือนคนที่ไม่เคยััแสงแดด แต่กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำอย่างน่าสังเวช สิ่งที่ดูดีเพียงอย่างเดียวคงเป็เส้นผมสีขาวที่ยาวสยายปะปนไปกับสายน้ำ
นาทีนี้ดร๊อกป้าอายอย่างมาก
อายที่เขาแสดงความโกรธอย่างไร้สติ
อายที่เขาใช้ร่างไร้ทางสู้ของคนไร้ความผิดมาระบายความโกรธของตนเอง
ร่างกายของคนตรงหน้าที่แย่อยู่แล้ว เมื่อรวมกับอาการาเ็ที่เกิดขึ้นจากเขา
เขาอายตัวเองเหลือเกิน
ดร๊อกป้าพบว่าอารมณ์เขาแปรปรวนอย่างมากั้แ่พบชายหนุ่มผมขาว
เขาอยากบอกว่าเขาขอโทษ แม้ชายหนุ่มจะไม่เข้าใจก็ตามที
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรออกมา เขาก็รู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวใต้น้ำพร้อมกับเสียงแปลกประหลาด
เพราะเขาหมกมุ่นอยู่กับชายผมขาวเกินไป จนลืมความจริงว่าฝนหยุดตก จนทำให้กระแสน้ำกลับมานิ่งสงบ
และลืมความจริงที่ว่า เมื่อกระแสน้ำนิ่งสงบ สัตว์ประหลาดใต้น้ำจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ในฐานะพรานน้ำ เขารู้ดีว่ากฎเหล็กคือต้องหลีกเลี่ยงเขตน้ำลึก
เมื่อเทียบกับสัตว์ประหลาดบนบกแล้ว สัตว์ประหลาดในส่วนลึกของแม่น้ำกลับอันตรายไม่น้อยไปกว่ากัน บางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
ดร๊อกป้าหันไปมารอบตัวและมองไปยังต้นไม้ที่อยู่ใกล้สุด แต่ก็อยู่ไกลเกินไปที่จะไปถึงก่อนสัตว์ประหลาดจะมา
เขาพบว่าตอนนี้เขาหลงเข้ามาอยู่ในเขตแม่น้ำโดยไม่รู้ตัว
ส่วนเหตุนั้นก็ไม่จำเป็ต้องอธิบาย
ไม่รู้ทำไม ในสถานการณ์ที่ดูสิ้นหวังเช่นนี้ เขากลับไม่ทำให้เขากลัวเลยแม้แต่น้อย แต่อยากหลุดหัวเราะให้กับโชคชะตาบัดซบที่พบเจอแทน
แม่เขาสอนว่าอย่าไล่สุนัขให้จนตรอก อย่าต้อนคนให้จนมุม
บางที่นี่อาจจะเป็สถานการณ์ในตอนนี้
เสียงบางอย่างใต้น้ำดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม มันไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวของกระแสน้ำธรรมดา แต่เป็เสียงที่เหมือนบางสิ่งกำลังแหวกว่าย
“กำลังดูเชิงอยู่สินะ…” เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสอดส่องหาทางรอด แต่ทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนจะถูกครอบงำด้วยความเงียบและแรงกดดัน
แม้เขาจะไม่เห็นมันเต็มตา แต่แรงดันของน้ำรอบๆ บอกเขาว่าสิ่งนั้นต้องใหญ่โตเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้
ข้างๆ เขานั้นเขาพบว่าชายหนุ่มผมขาวยังคงลอยตัวอย่างแน่นิ่ง แต่ดวงตากลับจับจ้องไปยังความมืดใต้พื้นผิวน้ำด้วยตานิ่งสงบ
ความเงียบสงบนั้นอยู่เพียงชั่วครู่
ก่อนที่กระแสน้ำรอบตัวพุ่งขึ้นสูง เงาดำขนาดมหึมานั้นเริ่มโผล่มาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ
ไม่ต้องรอให้รู้ว่าเป็ตัวอะไร ในฐานะพรานน้ำ ดร๊อกป้ารู้ดีกว่าการเคลื่อนไหวในน้ำจะช้ากว่าสัตว์น้ำเสมอ เพราะงั้นเขาต้องชิงลงมือก่อน
“ฮึบบ!!!” ดร๊อกป้ากู่ร้องในลำคอ เขายกท่อนซุงขึ้นชี้ฟ้าราวกับท่าจับดาบ แล้วในชั่วพริบตา เขาเหวี่ยงมันลงมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี ท่อนซุงวาดเส้นโค้งกลางอากาศ ก่อนกระแทกผิวน้ำเสียงดังสนั่น
แรงเหวี่ยงดึงร่างของเขาโน้มตามลงไปจนศีรษะจมลึกในน้ำ เท้าพลันชี้ขึ้นฟ้าราวกับถูกเหวี่ยงกลับด้าน
เสียงกระแทกหนักหน่วงจนผิวน้ำะเื แรงปะทะรุนแรงจนท่อนไม้แตกกระจายเป็หลายชิ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทำให้อสุรกายใต้น้ำาเ็เลยแม้แต่น้อย มันสะบัดหัวอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนที่มันจะโผล่หัวขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างอหังการ
ขณะเดียวกับแรงปะทะก็ทำให้ร่างเขากระเด็นออกไป ดร๊อกป้าพยายามรักษาสมดุล พลิกร่างกลับมาตั้งตรงอีกครั้ง และจ้องมองไปยังโฉมหน้าที่แท้จริงของอสูรกาย
ร่างมหึมาใหญ่โตของมันเผยออกมา มันเป็ปลาั์ที่มีรูปร่างคล้ายงู ลำตัวมันของมันยาวหลายเมตร มีเกล็ดหนาสีดำมันวาว ดวงตาสีเหลืองเรืองแสงนั้นจับจ้องมายังดร๊อกป้าอย่างอำมหิต
ดร๊อกป้ากัดฟัน เมื่อเห็นมัจฉาคา หนึ่งในอสูรกายที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในแม่น้ำสายนี้
“แต่ถ้าข้าตาย ข้าจะลากแกไปด้วย” เขาคว้าเศษไม้ที่เหลืออยู่และเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับอสุรกายอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มผมขาวก็นอนลอยคอในน้ำเฝ้ามองเหตุการณ์นี้เหมือนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์
