ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่96 สั่งสอนเป็นบทเรียน

    55 2-2

    ตอนที่96 สั่งสอนเป็นบทเรียน

    “นั่นสิไยข้าถึงไม่เห็นนางเคลื่อนไหวอะไรเช่นนั้นเลย?”

    ทันใดนั้นเองก็มีสุ้มเสียเปล่งสง่าแสนสูงส่งแทรกขึ้นมา

    ทุกคนต่างตกตะลึงงัน เหลียวมองไปตามต้นเสียงก็พบว่าเป็นไป๋หลี่หานที่ปรากฏตัวขึ้นอยู่นอกตัวศาลาไม่ใกล้ไม่ไกลกำลังเดินแช่มตรงเข้ามา พร้อมกับชุดและหน้ากากสีดำเรียวตาคู่คมของเขากวาดมองไปทั่วฝูงชนโดยรอบจนสุดท้ายเคลื่อนไปหยุดลงที่ตัวไป๋หลี่เย่

    “องค์หญิงได้รับบาดเจ็บเช่นนี้แต่เจ้ากลับไม่รีบพานางไปรักษา เอาแต่พาลหาเรื่องผู้คน นี่เจ้าเป็นพี่ชายประสาอะไร?”

    สาดสายตาจับจ้องไป๋หลี่เย่อยู่ชั่วครู่เขาก็เดินเข้าไปหาไป๋หลี่อวี๋อิงที่นอนหน้าซีดเผือดอยู่บนพื้นตรวจดูอาการของนางเล็กน้อย ค้นพบว่าเสียเลือดมาก จึงรีบสั่งให้บรรดาสาวๆพานางไปหอแพทย์ประจำสถานศึกษาเพื่อส่งตัวรักษาทันที

    ก่อนที่ไป๋หลี่อวี๋อิงจะถูกบรรดาสาวๆอุ้มหามจากออกไป นางไม่ลืมส่งสายตาเหลือบแลใส่ทางเซียถงด้วยความเกลียดชังสุดหัวใจ

    “เสด็จอาองค์หญิงถูกนางลอบทำร้าย!”

    ไป๋หลี่เย่ชี้นิ้วไปทางเซียถงรีบเอ่ยปากฟ้อง น้ำเสียงขุ่นเคืองไม่พอใจอย่างยิ่ง

    “เมื่อครู่เสด็จอาคนนี้บังเอิญผ่านเข้ามาพอดีแต่กลับไม่เห็นเซียถงทำเรื่องอะไรเช่นนั้นเลย แล้วไฉนองค์รัชทายาทถึงบอกว่านางเป็นคนลอบทำร้ายล่ะ? หรือว่ามีหลักฐานมัดตัวแล้ว?”

    ประดุจเสียงคมดังฉับไป๋หลี่หานยิงสายตาเรียวของตนใส่ไป๋หลี่เย่สาดประกายเฉียบขาด

    ไป๋หลี่เย่ถึงกับพูดไม่ออกได้แต่หันไปมองเซียถงตาเขม็ง สุดท้ายนี้ได้แต่จำใจยอมแพ้อย่างลับๆเพราะในเมื่อเสด็จอายออกโรงเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องนังอัปลักษณ์นี่แล้วต่อให้กล่าวอะไรออกไปมากกว่านี้ก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี

    เซี่ยหลู่เฟิงเหลียวมองเซียถงเจือแววกังวลอยู่หลายส่วนจากนั้นค่อยหันไปหาฉีหมิงเยว่ประดับเคียงสีหน้าการแสดงออกที่แสนซับซ้อนถอนหายใจเสียงแผ่วกับตัวเอง หมุนตัวกลับและเดินติดตามไป๋หลี่เย่ออกไปอย่างเงียบงัน

    ฉีหมิงเยว่ค่อยๆย่อตัวนั่งคุกเข่า ทยอยเก็บเศษถ้วยชาเหล่านั้นที่กระจัดกระจายบนพื้นเข้ามาสะสมรวมไว้ในแขนเสื้อ

    เซียถงหรี่สายตาจ้องมองไป๋หลี่หานไม่คลายอ่อนพอจับสัมผัสได้ว่า อีกฝ่ายกำลังจับจ้องมาทางนี้เช่นกันแถมสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นักคมมีดสั้นเลื่อนไหลคงบนฝ่ามือขวาของนางอย่างลับๆ เข้ากระชับจับแน่นด้ามมีดไว้แน่นแอบเข้าสู่สภาวะป้องกันตัวโดยทันที และเป็นไปตามที่คิดไว้จริงๆ ชั่วอึดใจต่อมาเงาร่างของไป๋หลี่หานไสววูบพุ่งเข้าใส่นางทันที

    ความเร็วในการเคลื่อนไหวของไป๋หลี่หานว่องไวประดุจสายอสนีระบำในเวลานี้เขาต้องการลงมือกับเซียถงแล้ว และตัวเซียถงเองก็พึงทราบอาศัยความแข็งแกร่งของตนไม่สามารถหลบเลี่ยงได้แน่นอนดังนั้นนางจึงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นมึ่งสมาธิรอจังหวะสวนกลับด้วยคมมีดสั้นในมือโต้ตอบภายในหนึ่งกระบวน

    ชั่วอึดใจขณะเงาร่างของไป๋หลี่หานปราดลุมาถึงระยะหวังผล เซียถงขวางมีดสั้นในมือยิงออกไปตรงหน้าใช้เป็นมีดบินหวังเจาะทะลวงกะโหลกศีรษะเพื่อปลิดชีพอีกฝ่ายภายในอึดใจ

    มีดบินเร้นประกายเยียบเย็นถูกยิงเข้าใส่กรีดผิวแก้มเฉียดใบหน้าของไป๋หลี่หานไปครึ่งองศาพุ่งทะลวงปักคาต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังการเคลื่อนไหวฉากนี้ได้สร้างความตื่นตกใจให้แก่ผู้คนโดยรอบอย่างยิ่งฉีหมิงเยว่ถึงขั้นหน้าถอดสีซีด เศษถ้วยชาที่อุตส่าห์รวบรวมเก็บในกระเป๋าแขนเสื้อร่วงกราวตกลงสู่พื้นอีกครั้ง

    “เซียถงนับวันเจ้ายิ่งมีความกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”

    ไป๋หลี่หานพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเรียวขาวของเซียถงออกแรงเล็กน้อยฉุดดึงนางเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมใช้มืออีกข้างโอบเอวเพรียวบางของนางเอาไว้หลวมๆ ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของชายคนนี้ได้ทันกว่าจะพบเห็นประจักษ์ชัดบนสายตา ทุกกระบวนการก็ดำเนินไปจนเสร็จสิ้น

    ไป๋หลื่หานจับจ้องใบหน้าของนางดวงตาไม่กะพริบ หากไม่สั่งสอนเป็นบทเรียนแก่นางจริงๆ จังๆ สักครั้ง เกรงว่านางจะติดนิสัยชอบทำตัวเป็นอันตาพาลแล้วจริงๆ

    “ท่านอาจารย์หานศิษย์คนนี้มีสิทธิ์ป้องกันตัว เพราะไม่รู้ว่าท่านพุ่งเข้ามาเช่นนี้ต้องการจะทำอะไร”

    เซียถงเหล่มองไป๋หลี่หานเล็กน้อยในเวลานี้ร่างกายถูกพันธนาจับกุมไว้โดยอีกฝ่ายสมบูรณ์ นางมิได้กลัวว่าชายคนนี้จะลงมือสังหารตน เพราะหากอีกฝ่ายต้องการจริงๆ คงทำไปนานแล้ว และไม่ปล่อยนางให้มีชีวิตจวบจนตอนนี้...

    “นับเป็นการเคลื่อนไหวที่ดีเยี่ยมข้าเพียงต้องการเอ่ยชมเชย”

    ไป๋หลี่หานกล่าวน้ำเสียงเรียบเคลือบไอเย็นกระนั้นเองทุกมาอากัปกิริยาของเขาช่างดูสูงส่งเป็นสง่ายิ่งนัก

    เขาเองก็ต้องขอยอมรับเลยว่าปฏิกิริยาตอบโต้ของเซียถงค่อนข้างยอดเยี่ยมดีจริงๆ

    “แต่ไฉนท่านอาจารย์หานถึงมาจับตัวศิษย์เช่นนี้ล่ะ?”

    เซี่ยถงเอ่ยถามพลางสูดหายใจเย็นเข้าแช่มลึก

    “เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วมิใช่รึ?ที่ต้องเคลื่อนไหวอันเนื่องมาจากเรื่องขององค์หญิงเมื่อครู่จะอย่างไร เจ้าต้องให้สัญญากับข้าก่อนว่าเจ้าจะไม่ลงมือทำร้ายร่างกายองค์หญิงอีกแล้วในอนาคต?”

    ไป๋หลี่หานเอ่ยกล่าวขณะเดียวกันพลันออกแรงกระชับเอวเซียถงเข้ามาชิดใกล้และกล่าวเสียงต่ำกระซิบข้างหูว่า

    “หากคราวหน้าข้าเห็นว่าเจ้าลงมือลงไม้กับองค์หญิงอีก ก็อย่าตำหนิข้าคนนี้ว่าหยาบคาย”

    “นางไม่ยั่วยุข้าข้าก็ไม่ทำอะไร”

    เซียถงสัมผัสได้ถึงแรงโอบรัดที่แผ่ซ่านมาจากช่วงเอวขึ้นมากล่าวตอบกลับไปน้ำเสียงเย็นชา

    “ข้าคนนี้ไม่สนว่าระหว่างพวกเจ้าจะมีเรื่องคับข้องใจอะไรกันแต่ตราบเท่าที่ข้าไม่อนุญาต เจ้าห้ามทำร้ายนางเด็ดขาด”

    ขณะเอ่ยกล่าว ไป๋หลี่หานก็ออกแรงเพิ่มขึ้นอีกครั้งกระชับเอวอีกฝ่ายจนแนบเนื้อติดชิด

    พอเห็นว่าสีหน้าของเซียถงเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีดำอมม่วงเนื่องจากแรงกอดของไป๋หลี่หานที่รุนแรงมากจนอีกฝ่ายหายใจแทบไม่ออกแล้วฉีหมิงเยว่พลันตื่นตระหนักอย่างยิ่ง รีบทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าไป๋หานรีบเร่งขอโทษขอโพยด้วยความวิตกจัดว่า

    “ท่านอาจารย์หานต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดกลับเป็นข้าคนนี้เอง ท่านอาจารย์โปรดลงโทษข้าแทนเถิด!ทั้งหมดทุกอย่างมิได้เกี่ยวข้องอะไรกับเซียถงเลยสักนิด ศิษย์คนนี้ขอกราบกรามได้โปรดปล่อยเซียถง”

    เซียถงเหลือบไปเห็นว่า ฉีหมิงเยว่กำลังคุกเข่าโขกศีรษะกระแทกพื้นอยู่ตรงปลายเท้าของไป๋หลี่หานทันใดนั้นเพลิงความพิโรธคล้ายปะทุเดือดดาลขึ้นภายในใจของนางทันทีปรากฏประกายแสงเย็นสาดวาบออกมาจากดวงตา ชั่วอึดใจขณะเซียถงเร่งเร้าพลังลมปราณทั้งหมดไปยังปลายเท้าข้างขวาและยกขึ้นเหยียบเท้าของอีกฝ่ายอย่างแรกชนิดที่ว่าหวังจะกระทืบให้แหลกและติดพื้น

    ตั้งแต่ทีแรกไป๋หลี่หานเพียงต้องการจะสั่งสอนเซียถงเป็นบทเรียนเท่านั้นมิได้หวังจะฆ่าแกงนางกันจริงๆ พอได้ยินคำขอร้องวิงวอนของฉีหมิงเยว่เขาเองก็กำลังจะคลายแขนออกแล้วเช่นกัน แต่เซียถงกลับยกเท้าขวากระทืบใส่เท้าของเขาอย่างแรงเสียก่อนทำเอาขมวดคิ้วแน่นเผยสีหน้าเจ็บปวดขึ้นโดยพลัน

    เซียถงไม่เพียงแค่เหยียบหลังเท้าของไป๋หลี่หานเท่านั้นแถมยังยืนเขย่งออกแรงบิดขยี้อยู่หลายรอบ อาศัยระยะประชิดปานนี้ นางเองก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ทันจะป้องกันอะไรได้แน่นอน

    เผชิญพบการลอบโจมตีกะทันหันไป๋หลี่หานถึงกับสูดไอเย็นแช่มลึกสุดขั้วปอด สีหน้าเผยความเจ็บปวดออกมาหนึ่งส่วนแขนที่เกี่ยวรั้งโอบเอวเอาไว้ รีบคลายปล่อยออกไปโดยไว

    เซียถงใช้โอกาสนี้ กลิ้งตัวหลบตีระยะออกห่างทันที กระโจนไปทางต้นไม้ด้านหลังอีกฝ่าย คว้ามีดสั้นที่ปักคาขึ้นมาจ่อคมมีดเร้นประกายเย็นเยียบอยู่กลางแผ่นหลังของไป๋หลี่หาน

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน