องค์หญิงหย่าอันเม้มปาก รู้สึกเพียงว่าใจกำลังเต้นระรัวสับสน
นางค่อนข้างไม่พอใจสายตาของหวังฮุ่ยหรันและคนอื่นๆ จึงก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าว แล้วเอ่ยถามด้วยท่าทีเย่อหยิ่งอยู่หลายส่วน ทั้งยังเจือความร้อนใจอยู่ไม่น้อย “ท่านเป็นใคร เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง”
เสิ่นม่านซูที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังไป๋ซิวจิ่นถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
โครงเรื่องเดิมเริ่มออกฤทธิ์อีกแล้ว
แม้ในนิยายต้นฉบับองค์หญิงหย่าอันจะไม่ได้พบไป๋ซิวจิ่นในงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดครั้งนี้ ทว่าอย่างไรเสีย นางก็ยังคงชอบเขาตั้งแต่แรกเห็นอยู่ดี
ซึ่งนางก็ไม่แปลกใจ
ต้นขาทองคำไป๋หล่อเหลา ทั้งยังเก่งกาจถึงเพียงนั้น อีกทั้งยังมีกลิ่นอายหลุดพ้นจากโลกีย์ทั้งร่าง ไม่มีผู้ใดเทียบได้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นอันดับหนึ่งในสิบชายงามของนิยายเล่มนี้นี่นา
เสิ่นม่านซูที่ซ่อนอยู่ด้านหลังไป๋ซิวจิ่นเหม่อลอยเล็กน้อย
ไป๋ซิวจิ่นยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสายตาสงบนิ่ง มือเล่นต้นหญ้าต้นหนึ่งพลางกล่าวด้วยท่าทีเย็นชาสงบนิ่งว่า “ชมทิวทัศน์”
เป็นคำตอบที่ราบเรียบและห่างเหินยิ่งนัก สิ่งนี้ทำให้องค์หญิงหย่าอันผู้เป็นสตรีสูงศักดิ์และเป็นที่รักของสวรรค์รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
นางเพิ่งจะอ้าปากคิดพูดอะไรบางอย่าง ทว่าทันใดนั้นคุณหนูสูงศักดิ์ที่อยู่ข้างกายคนหนึ่งก็ขยับเข้ามากระซิบข้างหูนางว่า “เขาดูเหมือนจะเป็นท่านหมอเทวดาไป๋ในตำนานผู้นั้นนะเจ้าคะ!”
คุณหนูสูงศักดิ์ผู้นี้ก็เพียงบังเอิญเคยเห็นไป๋ซิวจิ่นในเมืองแวบหนึ่งเท่านั้น
คนที่โดดเด่นถึงเพียงนี้ ต่อให้เห็นเพียงครั้งเดียว ก็ย่อมยากจะลืมเลือน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ แก้มของคุณหนูสูงศักดิ์ผู้นั้นก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเช่นกัน
องค์หญิงหย่าอันถลึงตาใส่สตรีที่ไม่รู้ดีชั่วผู้นี้แวบหนึ่ง ทว่าก็ทำให้สภาพจิตใจสงบลงมาได้ ความเอาแต่ใจดื้อรั้นระหว่างคิ้วและดวงตาถูกเก็บกลับไปบ้าง
นางคลี่ยิ้มงดงามเจิดจ้าแล้วกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นท่านหมอเทวดาไป๋ ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ทิวทัศน์บริเวณนี้ไม่เลวจริงๆ แต่สวนดอกทานตะวันทางนั้นงามกว่ามาก ท่านหมอเทวดาไป๋สนใจจะไปชมด้วยกันหรือไม่”
เสิ่นม่านซูที่ซ่อนตัวอยู่ลอบถอนหายใจในใจ
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ทุกคนล้วนชอบสิ่งงดงาม!
องค์หญิงหย่าอันผู้เอาแต่ใจและดุร้ายผู้นี้ เมื่อได้เห็นบุรุษรูปงามอย่างไป๋ซิวจิ่นแล้วก็ถึงกับขยับเท้าไม่ออกเสียแล้ว
ถึงขั้นวางความสำรวมทั้งหมดลง แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยเชิญก่อนด้วยซ้ำ
ทว่า...
ไป๋ซิวจิ่นกลับกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าชอบชมทิวทัศน์ที่นี่ตามลำพังมากกว่า”
เจตนาปฏิเสธนั้นชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง
บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์รอบด้านต่างสีหน้าเปลี่ยน และหันไปมององค์หญิงหย่าอันพร้อมกัน
แท้จริงแล้วในใจองค์หญิงหย่าอันเองก็เดือดดาลขึ้นมาวูบหนึ่ง โมโหที่คนผู้นี้ไม่รู้จักรับเกียรติที่นางหยิบยื่นให้ แต่พอคิดกลับกันว่าคนผู้นี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ กระทั่งเสด็จพ่อยังชื่นชมเขาอย่างมาก นางจึงรีบกดความขุ่นเคืองในใจลงไปทันที
องค์หญิงหย่าอันยิ้มอ่อนหวานแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ไม่รบกวนท่านหมอเทวดาไป๋แล้ว พวกเราไปดูทางนั้นกันเถิด”
ไป๋ซิวจิ่นพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ยินดีจะพูดเพิ่มแม้แต่คำเดียว
ทางด้านองค์หญิงหย่าอันเองก็จนปัญญา ได้แต่พาบรรดาคุณหนูสูงศักดิ์เดินออกไป ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็อดหันกลับมามองไม่ได้
บุรุษหน้าตาหล่อเหลาสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยิ่งกว่าหิมะผู้หนึ่งยืนอยู่ริมทะเลสาบที่มีกิ่งหลิวลู่ไปตามลม ดอกบัวสะท้อนน้ำ กลิ่นอายโดดเด่นเหนือผู้ใดอย่างยิ่ง
แก้มขององค์หญิงหย่าอันขึ้นสีแดงระเรื่อ แววตาของนางเป็นประกาย เป็นแววตาแห่งความมุ่งมั่นที่จะครอบครองให้จงได้
ไป๋ซิวจิ่น องค์หญิงผู้นี้หมายตาท่านแล้ว!
หลังจากกลุ่มขององค์หญิงหย่าอันเดินไกลออกไปแล้ว เสิ่นม่านซูก็ค่อยๆ โผล่ศีรษะออกมาจากด้านหลังไป๋ซิวจิ่น แล้วเอ่ยอย่างทอดถอนใจ “ท่านหมอเทวดาไป๋ ดูเหมือนองค์หญิงหย่าอันจะสนใจท่านมากทีเดียวนะเจ้าคะ”
ในถ้อยคำนั้นแฝงความหยอกเย้าไม่น้อย
ไป๋ซิวจิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้าวไปด้านข้างสองสามก้าว ก่อนกล่าวอย่างเย็นชา “คุณหนูสามเสิ่น เจ้าขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเช่นนี้หรือ”
แท้จริงแล้วเสิ่นม่านซูเพียงอยากเตือนไป๋ซิวจิ่นว่าองค์หญิงหย่าอันผู้นี้มีใจต่อเขา แต่เมื่อเห็นดวงตาเย็นชาใสราวอัญมณีของอีกฝ่าย นางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างจริงใจ “ท่านหมอเทวดาไป๋ช่วยเหลือข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าผู้นี้ย่อมซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ บุญคุณยิ่งใหญ่เช่นนี้ ข้า…ข้าจะทำขนมอร่อยๆ ให้ท่านมากขึ้นเจ้าค่ะ!”
ไป๋ซิวจิ่น “…”
บทที่ 52 พลาดเรื่องสนุก
เมื่อมองแววตาเป็นประกายฉ่ำวาวของเด็กสาว ไป๋ซิวจิ่นก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ซึ่งบางจนแทบมองไม่เห็น สุดท้ายเขาจึงพยักหน้าอย่างสำรวม
พอเอ่ยถึงของหวาน เสิ่นม่านซูก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นเองว่า “ท่านหมอเทวดาไป๋ ยังมีขนมหวานอีกหลายอย่างที่ทำสดใหม่จะดีกว่า ครั้งหน้าหากท่านพ่อของข้าไปเยือนจวนของท่านอีก ข้าขอไปพร้อมกับเขาได้หรือไม่เจ้าคะ ถึงตอนนั้นข้าจะลงมือทำให้ท่านกินด้วยตนเอง”
ลงมือทำให้ท่านกินด้วยตนเอง
ถ้อยคำไม่กี่คำที่เรียบง่ายและจริงใจเช่นนี้ แต่สำหรับไป๋ซิวจิ่นแล้วมันช่างไพเราะน่าฟังยิ่งนัก
มุมปากของเด็กสาวแต้มรอยยิ้มบางๆ ร่างเล็กน่าทะนุถนอมของนางถูกห่ออยู่ในเสื้อคลุมของเขา
แม้จะดูอเนจอนาถ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อเทียบกับสภาพน่าอเนจอนาถตอนที่เขาช่วยนางไว้ครั้งก่อน กลับเป็นภาพคนละแบบไปแล้ว
ไป๋ซิวจิ่นเม้มปากก่อนกล่าวเสียงเบา “ยังจำเรื่องที่ข้าไม่ให้เจ้าเข้าพบได้หรือไม่”
เสิ่นม่านซูชะงักไปเล็กน้อย
นางไม่ได้ผูกใจเจ็บเสียหน่อย…ก็ได้ นางไม่พอใจนิดหน่อย
แต่พูดออกไปไม่ได้นี่!
กว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับต้นขาทองคำไป๋จะขยับเข้าใกล้ขึ้นมาอีกขั้นนั้นไม่ง่ายเลย จะให้อีกฝ่ายรำคาญไม่ได้เด็ดขาด! ส่วนเรื่องตอบแทนบุญคุณ…นางตัดสินใจว่าค่อยพูดตอนที่ไปจวนตระกูลไป๋เพื่อทำขนมหวานด้วยตนเอง
ขณะที่นางกำลังคิดอยู่นั้น ไป๋จื่อก็พาเจ๋อหลันที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลมาถึงที่นี่พอดี
เจ๋อหลันถือชุดกระโปรงสะอาดมาหนึ่งชุดด้วย
โชคดีที่บริเวณนี้ลับตาคนจริงๆ เสิ่นม่านซูจึงอาศัยความช่วยเหลือของเจ๋อหลันเปลี่ยนชุดเสร็จอย่างรวดเร็ว ส่วนเส้นผมนั้นก็แห้งไปกว่าครึ่งแล้ว จึงเพียงเกล้าขึ้นอย่างเรียบง่าย
แม้เสื้อชั้นในยังเปียกอยู่ ทำให้ไม่สบายตัวอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ก็ทำได้เพียงประคองสถานการณ์ไปเช่นนี้ก่อน
หลังจากพวกนางจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เสิ่นม่านซูก็พบว่าไป๋ซิวจิ่นกับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาหายไปแล้ว
เจ๋อหลันกล่าวด้วยความเป็นห่วง “คุณหนู ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวหากท่านแม่ถามก็บอกว่าข้าเผลอทำเสื้อผ้าเปื้อน เจ้าเลยพาข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“เจ้าค่ะ”
เสิ่นม่านซูพาเจ๋อหลันกลับไปยังโถงจัดเลี้ยง ก็เห็นเสิ่นหลิงหลงที่สีหน้าตื่นเต้นดีใจ
เพราะเกิดเรื่องขึ้น ตอนนี้ผู้คนจำนวนมากจึงทยอยกลับไปก่อนแล้ว อย่างเช่นฉินกุ้ยเฟยผู้มีฐานะสูงศักดิ์
ทันทีที่เสิ่นหลิงหลงเห็นเสิ่นม่านซู และพบว่านางเปลี่ยนชุด ก็รีบเอ่ยถามทันที “น้องสาวสาม เจ้าไปไหนมาหรือ”
เสิ่นม่านซูจึงเล่าข้ออ้างที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกไป
เสิ่นหลิงหลงเชื่อทันที นางกล่าวว่า “เฮ้อ เจ้าพลาดชมเรื่องสนุกแล้ว!”
“เรื่องสนุกอะไรหรือ”
เสิ่นหลิงหลงหันมองซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีคนนอกจึงกล่าวเสียงเบา “ซูฉินตกน้ำพร้อมกับองค์ชายเจ็ดน่ะสิ! ซูฉินหมดสติ องค์ชายเจ็ดจึงถ่ายลมหายใจให้นางทางปาก ถึงช่วยคนกลับมาได้ แต่ว่าตอนนั้นทั้งสองคนกอดกันอยู่ เสื้อผ้าเปียกโชกไปทั้งตัว…”
พูดจบเสิ่นหลิงหลงจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ นางมองเสิ่นม่านซูก่อนกล่าวด้วยความกังวล “เฮ้อ น้องสาวสาม เจ้าไม่ได้เสียใจใช่หรือไม่”
แม้น้องสาวสามจะไม่ได้มีใจให้องค์ชายเจ็ดแล้ว แต่เมื่อได้ฟังเรื่องนี้ ก็ยากจะเลี่ยงไม่ให้รู้สึกเสียใจอยู่ดีมิใช่หรือ
ทว่าเสิ่นม่านซูกลับส่ายหน้ากล่าว “ข้าไม่เสียใจ อย่างไรเสียพวกเขาสองคนก็นับว่าเป็นคู่รักที่มีใจให้กันและในที่สุดก็ได้ครองคู่กันมิใช่หรือ”
“จริงหรือ” เสิ่นหลิงหลงจ้องหน้าของน้องสาวสามอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็พบว่าสีหน้าของนางสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง มิหนำซ้ำมุมปากยังยกขึ้นเล็กน้อยอีกด้วย
ดูเหมือนว่า…อารมณ์ยังค่อนข้างดีเสียด้วยซ้ำ?
เช่นนั้นนางก็วางใจแล้ว
เสิ่นหลิงหลงกล่าว “จริงสิ เมื่อครู่พอได้ยินว่ามีคนตกน้ำ ท่านป้าสะใภ้ใหญ่หาตัวเจ้าไม่พบ นางร้อนใจแทบแย่ เจ้ารีบตามข้าไปพบท่านป้าสะใภ้ใหญ่เถิด”
“เจ้าค่ะ”
เสิ่นม่านซูเคยตกน้ำมาก่อน เมื่อได้ยินว่ามีคนตกน้ำ หลินซื่อย่อมต้องเป็นห่วงมากอย่างแน่นอน
เสิ่นม่านซูจึงไปพบหลินซื่อที่โถงหลักของจวนองค์หญิงทันที
นอกจากคนของจวนแม่ทัพแล้ว ในโถงหลักยังมีคนอื่นอยู่ด้วย นั่นคือเจ้าภาพอย่างองค์หญิงจิ้งอันและสามีของนาง อีกทั้งยังมีจวินมั่วหานที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ทว่าเส้นผมยังคงมีน้ำหยดอยู่ในโถงหลักด้วย