เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 80 ลงมือฉับพลัน

    ไป๋เจี้ยนเหรินรู้ดีว่าการมาเยือนของตงเว้ยในวันนี้ต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงแน่นอน ไป๋เจี้ยนเหรินเองก็อยากรู้ว่าตงเว้ยจะมาไม้ไหนเช่นกันนางจึงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิมว่า “บอกจุดประสงที่แท้จริงของเจ้าออกมาเถอะอย่ามัวพูดวกไปวนมามันทำให้เราสูญเสียเวลาอันมีค่าไปเปล่าๆ”
    “เช่นนั้นข้าจะเข้าเรื่องเลยแล้วกัน เนื่องด้วยการที่จะโน้มน้าวท่านหมอเทวดาถงชิงหลงให้ยอมรับปากที่จะช่วยเทพธิดาหลานปิงปิงได้นั้นทางเจ้าตำหนักของเราต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก และใช้ทรัพยากรไปอีกนับไม่ถ้วน”
    พูดถึงตรงนี้ตงเว้ยก็ก็ตุกรอยยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างเจ้าเล่และพูดต่อว่า
    “ดังนั้นท่านเจ้าตำหนักของเราจึงมีข้อเสนอว่าหากเทพธิดาหลานปิงปิงสามารถเอาชนะตงฉางได้ก็จะได้รับการรักษาจากหมอเทวดา”
    “ถ้าหากว่าแพ้เล่า” ไป๋เจี้ยนเหรินถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นเสียดกระดูก
    “ฮ่า ฮ่า ถ้าหากแพ้เทพธิดาหลานปิงปิงก็ยังคงสามารถเข้ารับการรักษาได้เช่นเดิม เพียงแต่เทพธิดาหลานปิงปิงต้องยอมแต่งงานกับตงฉางแล้วเข้ามาเป็นคนของตำหนักจักรเหมันต์ของเราด้วยเท่านั้นเอง” ตงเว้ยพูดออกมาอย่างลำพอง
    ~[แคร๊ก! แคร๊ก! แคร๊ก]~
    เสียงของอากาศภายในห้องโถงค่อยๆเริ่มจับตัวกันเป็นน้ำแข็งทีล่ะน้อยๆ ตอนนี้ใบหน้าของไป๋เจี้ยนเหรินดำทมึนถึงขีดสุดแล้ว อารมณ์ของนางพร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
    ถ้าหากแต่ถ้าหากหลานปิงปิงรับข้อเสนอข้อเสนอแล้วสู้ชนะก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้หลานปิงปิงกำลังอยู่ในช่วงที่อ่อนแอที่สุดเพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้ากายาเซียนพิสุทธิ์ของนางกำลังจะถูกกระตุ้นตื่นขึ้นอีกครั้ง ทำให้หลานปิงปิงยังไม่สามารถต่อสู้ได้ในช่วงนี้
    ดังนั้นแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่หลานปิงปิงจะสามารถเอาชนะตงฉางในการประลองได้ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เป็นกับดักที่ตำหนักจักรเหมันต์วางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี ถ้าหากก่อนหน้านี้ไป๋เจี้ยนเหรินไม่ได้ทราบเรื่องกายาเซียนพิสุทธิ์จากปากของเทียนอี้ก่อนแล้วล่ะก็ เกรงว่าพวกนางคงไม่มีทางเลือกมากนักคงต้องยอมรับข้อเสนอของตงเว้ยอย่างแน่นอน
    แต่ในขณะที่ไป๋เจี้ยนเหรินกำลังขบฟันพยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้อยู่นั้นเอง
    “คิดไม่ถึงเลยว่าตำหนักจักรเหมันต์อันทรงเกียรติจะคิดแผนการชั่วช้าที่น่ารังเกียจเช่นนี้ออกมาได้นับว่าวันนี้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ” เทียนอี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนที่จะลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วเดินมายืนอยู่ตรงหน้าของตงเว้ย
    ก่อนหน้านี้ตอนเดินเข้ามาในห้องโถงตอนแรกตงเว้ยก็สังเกตเห็นเทียนอี้และซุยหงอยู่ก่อนแล้ว แต่มันก็ทำเป็นไม่สนใจ เพราะเป้าหมายของตงเว้ยในวันนี้อยู่ที่ตัวไป๋เจี้ยนเหรินกับหลานปิงปิงเท่านั้น ตอนแรกตงเว้ยคิดว่าแผนการของพวกมันสามารถบีบบังคำตำหนักกระบี่เหมันได้สำเร็จแล้ว
    แต่ใครจะคิดว่าจู่ๆเทียนอี้ก็จะสอดมือเข้ามาในลักษณะนี้ตอนนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของตงเว้ยได้หายไปแล้ว ในแววตาของมันมีประกายอำมหิตปรากฏขึ้นมาชั่วขณะนึงก่อนที่จะหายไปก่อนที่ตงเว้ยจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นเสียดกระดูก
    “บังอาจ! เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้าเป็นแขกของเจ้าตำหนักไป๋เจี้ยนเหรินแล้วเจ้าก็จะสามารถทำตัวโอหัง พูดจาดูหมินตำหนักจักรเหมันต์ของข้าได้รึ!”
    “ถ้าข้าจะพูดแล้วเจ้าจะทำไม หรือที่ข้าพูดมันไม่จริง?” เทียนอี้พูดด้วยท่าทางยียวน
    ตอนนี้ตงเว้ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป มันที่เป็นถึงผู้อาวุธโสใหญ่ของตำหนักจักรเหมันต์ เป็นผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บนชนขั้นสูงสุดของทวีปเหนือ กลับกำลังถูกผู้ฝึกตนขอบเขตนภาตัวกระจ้อยร่อยตรงหน้าท้าท้ายครั้งถึงสองครั้ง ด้วยระยะใกล้เพียงแค่เอื้อมเพียงเท่านี้หากมันจะลงมือไป๋เจี้ยนเหรินที่อยู่ห่างออกไปก็ไม่อาจช่วยทันแน่นอน
    ~[ฟุ่ม!]~ ตงเว้ยซัดผ่ามือเข้าใส่หน้าอกของเทียนอี้ทีหนึ่งด้วยโทสะ ตงเว้ยคิดว่าเพียงผ่ามือเดียวนี้ของมันก็สามารถทำให้เทียนอี้ตกตายได้นับสิบครั้งแล้ว
    ขณะที่ฝ่ามือของตงเว้ยกำลังแหวกอากาศพุ่งเข้าหาหน้าอกของเทียนอี้อยู่นั้นเองไป๋เจี้ยนเหรินก็ทะยานร่างออกมาสุดแรงด้วยความตกใจ นางไม่คิดเลยว่าตงเว้ยจะกล้าลงมือกับเทียนอี้ต่อหน้านางเช่นนี้ แต่ด้วยระยะห่างที่ค่อนข้างไกลนางจึงไม่สามารถเข้าไปช่วยเทียนอี้ได้ทันอย่างแน่นอน ไป๋เจี้ยนเหรินจึงตะโกนออะมาด้วยความเดือดดาลว่า “ตงเว้ยเจ้าแก่สารเลว”
    หลานปิงปิงเองก็มีการตอบสนองที่รวดเร็วเช่นกัน ถึงนางจะยังไม่สามารถต่อสู้ได้แต่การเคลื่อนไหวธรรมดาๆนางก็ยังทำได้โดยที่ไม่มีเป็ญหา ทันทีเห็นว่าเทียนอี้กำลังมีอันตรายบางอย่างในตัวของนางก็สั่งให้นางทะยานร่างไปหาเทียนอี้โดยอัตโนมัติทันที “นายน้อยเทียนอี้ระวัง!”
    ตอนนี้เทียนอี้ยังคงยืนนิ่งเอามือไคว้หลังอยู่เช่นเดิม แต่ภายในดวงตาของเทียนอี้ตอนนี้นั้นกลับเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าวิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว เทียนอี้ก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าตงเว้ยจะกล้าลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้ ตอนแรกเทียนอี้คิดว่าต้องใช้เวลาในการยั่วยุตงเว้ยมากกว่านี้ส่ะอีก
    แต่ความทะนงของตงเว้ยกลับเปราะบางกว่าที่เทียนอี้คาดคิดไว้มาก ทำให้เพียงสองประโยคของเทียนอี้ก็สามารถยั่วยุให้ตงเว้ยลงมือได้แล้ว แต่เทียนอี้ก็ได้เตรียมพร้อมรับกับสิ่งนี้ไว้ก่อนแล้วเช่นกัน
    ขณะที่ผ่ามือน้องตงเว้ยใกล้ที่จะเข้าประทะกับหน้าอกของเทียนอี้อยู่นั้นเอง ~[เปร้ยง!]~ ซุยหงที่นั่งดูอยู่ใกล้ๆตลอดก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างของเทียนอี้ทันที ก่อนที่จะซัดหมัดใส่ฝ่ามือนั้นของตงเว้ยอย่างแรง ทำให้ตงเว้ยถึงกับต้องกระเด็นถอยหลังกลับไปหนึ่งเก้าก่อนที่มันจะสามารถทรงตัวได้อีกครั้ง
    แน่นอนว่าในเรื่องของความเร็วซุยหงที่เคยเป็นยอดนักฆ่าอันดับหนึ่งย่อมไม่มีผู้ไดเทียบได้ ตอนนี้ซุยหงนั้นมีรวดเร็วยิ่งกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตราชันย์จักรพรรดิขั้นที่ 8 ทั่วๆไปส่ะอีก
    “เจ้า....!” ตงเว้ยพูดออกมาขณะที่มองไปที่ซุยหงด้วยสาตาตกตลึง ก่อนที่มันจะพึมพำออกมาว่า “ขอบเขตราชันย์จักรพรรดิ์ขั้นที่ 5!” ตอนนี้ตงเว้ยมันพึ่งรู้สึกตัวแล้วว่าเมื่อสักครู่มันได้มองข้ามผู้ติดตามของเทียนอี้มากเกินไปจนไม่ได้ประเมินระดับพลังมัน แต่ตอนนี้ตงเว้ยรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วชายคนนี้มีระดับพลังเท่ากันกับตัวเอง
    แต่ในการประมือกันเมื่อสักครู่ตงเว้ยมันก็รู้แล้วว่าถึงแม้ระดับพลังจะเท่ากันแต่ซุยหงกลับแข็งแกร่งกว่ามันทั้งยังมีท่าร่างการเคลื่อนไหวอันอันรวดเร็วจนมันมองไม่ทันนั้นอีก
    ตอนนี้เจ้าตำหนักไป๋เจี้ยนเหรินได้ทะยานร่างมายืนอยู่ด้านขวามือของเทียนอี้แล้ว ก่อนที่จะหันไปมองซุยหงด้วยความแปลกใจ เมื่อสักครู่นางสังเกตุเห็นเพียงเล็กน้อยในขณะที่ซุยหงกำลังเคลื่อนไหว และนางก็มั่นใจว่าต่อให้เป็นตัวของนางเองไม่อาจตามความเร็วของซุยหงทันเช่นกัน
    ต่อมาไม่นานร่างของหลานปิงปิงก็มายืนอยู่ด้านซ้ายมือของเทียนอี้เช่นกัน เมื่อเห็นว่าเทียนอี้ไม่ได้มีอันตรายไดๆนางก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำเพียงยืนประกบอยู่อย่างนั้นเพียงเท่านั้น เทียนอี้ยิ้มให้กับท่าทางของหลานปิงปิงที่พึ่งแสดงออกมาทำให้เทียนอี้ยิ่งมีความประทับใจต่อนางขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
    ขณะเดียวกันพวกของตงฉางที่อยู่ด้านหลังจะก้าวเท้ามาอยู่ใกล้ๆตงเว้ยทันที “ท่านอาจารย์เป็นอะไรหรือไม่” ตงฉางถามตงเว้ยผู้ที่เป็นอาจารย์ของมันด้วยความเป็นห่วง “ข้าไม่เป็นไรแค่เสียหลักนิดหน่อย” ตงเว้ยตอบตงไปทั้งอย่างนั้น แต่ความจริงแล้วตอนนี้แขนและผ่ามือของมันนั้นเริ่มรู้สึกชาขึ้นมาแล้ว
    ตั้งแต่เข้ามาในห้องโถงพวกของตงฉางทั้งสามคนก็ทำเพียงก้มหน้าอยู่ด้านหลังตงเว้ยอยู่ตลอดเวลา เพราะพวกมันไม่กล้าที่จะสบตากับไป๋เจี้ยนเหรินโดยตรง พวกมันจึงยังไม่ได้สังเกตุเห็นเทียนอี้และซุยหง แต่เมื่อมันเห็นว่าอาจารของตนถูกหมัดของผู้อื่นกระแทกจนจ้องกระเด็นถอยกลับมามันจึงต้องเงยหน้าขึ้นมามองในที่สุด และตอนนั้นเองที่มันก็ได้สังเกตุเห็นเทียนอี้
    “พวกแกนี้เอง!” ตงฉางกัดฟันพูดออกมา ยิ่งเห็นว่าหลานปิงปิงที่มันหมายปองกำลังยืนอยู่ข้างกายเทียนอี้แล้วในใจของมันยิ่งเต็มไปด้วยความริษยา จนแทบอยากจะจับเทียนอี้มาฉีกเป็นชิ้นๆ
    เมื่อเห็นว่าตงฉางแสดงท่าทางเหมือนรู้จักกับพวกของเทียนอี้ตงเว้ยจึงถามออกไปทันทีว่า “เจ้ารู้จักพวกมันเช่นนั้นรึ”
    “ท่านอาจารย์เป็นพวกมันที่ทำร้ายศิษย์น้องที่โรงเตี้ยมในวันนั้น” ตงฉางตอบกลับไป
    ตอนนี้เมื่อเข้าใจเหตุการทั้งหมดตงเว้ยก็รู้แล้วว่ามันประเมินสถานการณ์พลาดไป ตอนนี้มันรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก มันแทบอยากจะสับเทียนอี้ออกเป็นชิ้นๆ แต่ตอนนี้มันกำลังเสียเปรียบเรื่องกำลังในการต่อสู้อยู่แต่มันก็ยังมั่นใจอยู่ดีว่าไม่ว่ายังไงซุยหงและไปเจี้ยนเหรินก็ไม่กล้าลงมือตอบโต้อย่างแน่นอน มันยังคิดอยู่ว่าตนยังเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าอยู่เพราะความเป็นความตายของหลานปิงปิงยังอยู่ในมือของพวกมัน ตงเว้ยจึงหันไปมองหน้าเทียนอี้และซุยหงแล้วพูดขึ้นมาว่า
    “ข้ายอมรับว่าเจ้าพอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่เจ้าจะมีความสามารถตอบโต้ข้าได้หรือไม่นั้นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะถึงยังไงชีวิตของหลานปิงปิงยังอยู่ในมือของพวกข้าอยู่ดี” ก่อนที่มันจะพุดความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัวแล้วหันไปพูดกับไป๋เจี้ยนเหรินว่า
    “งั้นเอาแบบนี้เป็นอย่างไรถ้าท่านเจ้าตำหนักยอมร่วมมือกับข้าฆ่าสองคนนี้วันสะข้าจะแจ้งเจ้าตำหนักของพวกเราให้ลองทบทวนเรื่องการแต่งงานดู” แน่นอนว่ามันเป็นเพียงข้อเสนอที่ตงเว้ยสร้างขึ้นมาเพื่อยืมดาบของไป๋เจี้ยนเหรินฆ่าคนเท่านั้น
    แต่มีหรือที่ไป๋เจี้ยนเหรินจะไม่รู้เท่าทันความคิดนี้ของตงเว้ย ตอนนี้เรื่องของหลานปิงปิงไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีกต่อไปแล้วนางจึงไม่จำเป็นต้องไว้หน้าตำหนักจักรเหมันต์อีก
    “หัวของเจ้าถูกลาถีบมาหรืออย่างไร นายน้อยเทียนอี้เป็นถึงแขกคนสำคัญของตำหนักกระบี่เหมันต์ของเรา ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องร่วมมือกับเจ้าเลยแม้แต่น้อย” ไป๋เจี้ยนเหรินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
    “ท่านแน่ใจหรือที่จะทำเช่นนี้?” ตอนนี้ตงเว้ยเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ตามที่มันคิดไว้ไป๋เจี้ยนเหรินไม่ควรที่จะปฏิเสธมันอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิดเช่นนี้ นี้มันผิดปกติเกินไป และตัวการที่ทำให้เป็นเช่นนี้ควรเป็นเด็กหนุ่มที่ชื่อเทียนอี้ตรงหน้ามันคนนี้ไม่ผิดแน่
    แต่ถึงอย่างไรตงเว้ยก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่คนหนึ่งเมื่อเห็นว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ มันจึงคิดว่าควรจะถอยก่อนก้าวหนึ่งดีที่สุดมันจึงหันไปพูดกับไป๋เจี้ยนเหรินด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ท่านจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้” แล้วหันหลังเตรียมเดินกลับอออกไปจากห้องโถงแต่ตอนนั้นเอง...
    “เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะกลับไปง่ายๆเช่นนี้รึ” เสียงของเทียนอี้ดังขึ้นมาขัดจังหวะขึ้นมา ทำให้ตงเว้ยต้องหันหน้ากลับมามองเทียนอี้ด้วยสายตาเย็นชา
    แต่ครั้งนี้ตงฉางกลับเป็นผู้ที่ระเบิดโทสะออกมาแทน “สารเลว!เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้าเป็นแขกของตำหนักกระบี่เหมันต์แล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นรึ เจ้าเชื่อหรือไม่หากไม่มีตำหนักกระบี่เหมันต์คุ้มกะลาหัวเจ้าอยู่ตอนนี้ เพียงกระบวนท่าเดียวข้าก็สามารถเด็ดหัวเจ้าได้แล้ว”
    ถึงแม่ตงฉางจะทำอะไรเทียนอี้ก็หาได้สนใจมันไม่เทียนอี้เพียงหันไปมองหน้ามันครั้งหนึ่งเท่านั้นก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “น่ารำคาญ!” คำพูดของเทียนอี้พูดออกมาพร้อมกับการโจมตีของจิตกระบี่ราชันที่ถูกปลดปล่อยออกมาเป็นกระบี่ล่องหนเล่มหนึ่ง โดยที่เทียนอี้ไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
    กระบี่จิตนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มีเพียงยอดฝีมือผู้ที่มีจิตที่กล้าแกร่งแล้วเท่านั้นจะสามารถสัมผัสถึงมันได้ ซึ่งในห้องโถงนี้มีเพียงซุยหง ตงเว้ย และไป๋เจี้ยนเหรินเท่านั้นที่สัมผัสถึงกระบี่จิตเล่มนี้ได้
    แต่ถึงจะสามารถสัมผัสได้ก็ตาม แต่ด้วยระยะที่ห่างกันไม่มักนักของเทียนอี้กับตงฉางบวกกับการลงมืออย่างฉับพลัน และความเร็วของกระบี่จิตเล่มนั้นทำให้ตงเว้ยเองก็ไม่สามารถขยับตัวได้ทัน
    ทำให้กระบี่จิตเล่มนั้นพุ่งเข้าใส่กลางหน้าผากของตงฉางอย่างจัง ทำให้ตงฉางที่กำลังเดือดดาลแน่นิ่งไปทั้งอย่างนั้นก่อนที่ดวงตาของมันจะค่อยๆหม่นแสงลงแล้วตกตายไปอย่างเงียบๆ แล้วร่างของมันถึงล้มลงไปกองกับพื้นทั้งอย่างนั้น
    จิตกระบี่ของเทียนอี้ในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไปทำได้เพียงทำลายจิตวิญญาณโดยตรงเท่านั้นยังไม่สามารถสร้างบาดแผลทางกายภาพได้ แต่เพียงเท่านี้ก็เขาก็เพียงพอแล้วที่สังหารผู้ที่อยู่ในขอบเขตราชันย์ได้ทุกคนแล้ว........



    error loaded

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852