กลับรังโจร
นางเดินสำรวจบริเวณป่ารอบๆถ้ำมือก็หยิบกิ่งไม้แห้งที่ตกอยู่ตามพื้นขึ้นมาถือ เมื่อเก็บฟืนได้จำนวนหนึ่งนางจึงหอบเอากองฟืนเดินกลับมาที่ถ้ำแห่งนั้น
หลินอีอีใช้หัวเข่าหักกิ่งไม้แห้งจัดแจงโยนเข้าไปในกองไฟจากนั้นก็นั่งชันเข่าใช้ไม้ยาวท่อนหนึ่งเขี่ยไฟในกองไฟเล่นรอจนได้ยินเสียงกระเพาะร้องโครกคราก โจรถ่อยในนิยายที่มีรูปร่างสุดเซ็กซี่ก็กลับมาถึงถ้ำ
เมื่อเดินมาถึงปากถ้ำเขาเห็นหลินอีอีนั่งอยู่ข้างกองไฟอยู่ก็ถอนหายใจโล่งอกเขาสะบัดลอนผมหยักเป็เกลียวคลื่นทีหนึ่งส่งสายตายั่วยวนมาให้นางแล้วจึงเดินเข้ามาในถ้ำ
บนบ่าของเขามีกระต่ายป่าตัวอวบอ้วนสามตัวถูกพันด้วยเชือกแขวนรวมกับนกป่าอีกสองตัวที่นางไม่รู้ว่าเป็นกอะไรข้างเอวมีถุงหนังใบใหญ่สำหรับใส่น้ำหลินอีอีเดาว่าเขาคงพกถุงหนังมาด้วยแล้วก็แวะไปเติมน้ำจากแหล่งน้ำที่ไหนสักแห่งในป่าที่นางไม่รู้จักเขาเก็บไข่นกมาด้วยแล้วก็หอบเอากิ่งไม้แห้งติดมาด้วยอีกหนึ่งหอบใหญ่
พอเดินเข้ามาถึงในถ้ำโจรถ่อยหุ่นล่ำบึ้กก็โยนฟืนลงกับพื้นแล้วหันไปจัดการชำแหละเหยื่อที่ล่ามาได้เขาหยิบมีดสั้นคมกริบที่เหน็บไว้ตรงข้างเอวออกมาแล่เอาหนังกระต่ายกับขนของมันออกด้วยความชำนาญ
หลินอีอีนั่งมองโจรรูปหล่อถลกหนังกระต่ายแล้วควักเครื่องในของมันออกมา เขาจัดการกับนกที่จับมาได้ด้วยวิธีเดียวกันหลินอีอีมองภาพนั้นด้วยความสยดสยองผู้ชายคนนี้คือโจรป่าที่ฆ่าคนตาไม่กะพริบนางจึงคิดว่าระหว่างที่ยังหาวิธีหลบหนีไม่ได้นางจะต้องใช้วิธีประจบเอาใจผูกมิตรกับโจรถ่อยเพื่อให้มันพึงพอใจจะได้ไม่คิดทำร้ายนางก่อนที่นางจะหลบหนีไปได้นางจึงพูดเอาใจอาสาเป็คนทำอาหารมื้อค่ำให้เอง
“ให้ข้าช่วยอะไรไหม” นางถามเสียงสุภาพเพื่อลองหยั่งเชิงโจรป่าจึงหันหน้ากลับมามอง
“เ้าทำกับข้าวเป็หรือ ถ้าทำเป็ก็ย่างเนื้อพวกนี้ให้ข้าหน่อย”
โจรป่าพูดแล้วจึงลุกขึ้นหยิบเนื้อกระต่ายที่ถูกควักไส้ถลกหนังออกเสียบไม้แหลมแล้วเอามายื่นส่งให้นางจากนั้นเขาก็โยนก้อนอะไรบางอย่างคล้ายกับท่อนไม้ลงไปในกองไฟที่ลุกโชน
“เอ่อ...ไม่ทราบว่านายท่านมีเครื่องปรุงหรือไม่” หลินอีอีถามหาเครื่องปรุงรสสำหรับทำอาหารแต่โจรป่าหันหน้ากลับมามองนางด้วยสายตาแปลกใจ
“เครื่องปรุงอะไร ไม่มีหรอกข้าเป็โจรป่าไม่ใช่พ่อครัวเวลาออกไปปล้นพวกข้าไม่พกกระปุกเกลือติดตัวไปด้วยหรอก”
“มีแต่พกอาวุธ”
เขาพูดแล้วก็ชูมีดพกคมกริบในมือขึ้นแกล้งแลบลิ้นออกมาเลียคราบเืบนคมดาบพอเห็นหลินอีอีทำหน้าเสียมือที่ถือไม้เสียบเนื้อกระต่ายสั่นระริกเขาก็หันหน้ากลับไปกลั้นหัวเราะขำแล้วจึงลงมือจัดการถอนขนนกป่าอีกตัวที่ยังเหลือ
พอเขาหันหลังกลับไปแล้วนางจึงรีบทำหน้าที่ของตัวเองจัดการลงมือย่างเนื้อกระต่ายที่เขาเสียบไม้แหลมส่งมาให้เขาเสียเวลาจัดการกับนกป่าไม่นานก็เดินกลับมาที่กองไฟเอานกเสียบไม้แล้วก็ลงมือย่าง
เวลาผ่านไปพักใหญ่เขาหยิบกิ่งไม้เขี่ยก้อนดินสีดำที่โยนเข้าไปในกองไฟเมื่อตอนที่เพิ่งกลับมาถึงเขาใช้ไม้เขี่ยมันจนกลิ้งออกมาอยู่ข้างนอกกองไฟแล้วจึงใช้ไม้แหลมเสียบก้อนดินสีดำเกรียมส่งมาให้นาง
“เอ้า กินรองท้องไปก่อน” เขาพูดแล้วก็ยื่นไม้เสียบก้อนดินสีดำส่งมาให้นางหลินอีอีมองโจรป่าด้วยสีหน้าหวาดระแวงแต่แล้วก็ยื่นมือออกไปรับไม้ที่เขายื่นส่งให้
ก้อนดินสีดำมีน้ำสีเหลืองไหลออกมาตรงรอยที่ถูกไม้เสียบพอนางยกไม้ขึ้นพิจารณาก็ได้กลิ่นหอมคล้ายกับมันเผาโชยออกมาตามรอยปริ
“หัวมัน!”
นางร้องออกมาด้วยความยินดีรีบใช้สองมือจับก้อนดินสีดำปริออกจากไม้แหลม แต่หลินอีอีลืมไปว่าดินก้อนนั้นเพิ่งถูกหยิบออกมาจากกองไฟมันจึงยังร้อนอยู่มากพอมีของกินนางก็ลืมไปเสียสนิทเื่ที่ตัวเองกำลังจะตกเป็เมียโจร
“โอ๊ย! ร้อนๆ”
นางยกมือขึ้นสะบัดแล้วก็ใช้ปากเล็กชวนมองของตนเป่าลมใส่ก้อนมันที่กำลังส่งควันฉุยออกมาท่าทางเป็ธรรมชาติของนางทำให้เขายิ้มชอบใจเขาจึงพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“ไม่ใช่หัวมัน แต่เป็กลอยป่าข้าขุดได้มากอใหญ่เ้ากินรองท้องไปก่อนระหว่างรอให้เนื้อสุก”
นางยิ้มดีใจใช้ปากเล็กน่ารักเป่าลมพ่นใส่หัวกลอยป่าเพื่อขับไล่ความร้อนแล้วจึงบิหัวกลอยครึ่งหนึ่งออกจากไม้ แล้วจึงค่อยๆละเลียดกินเนื้อสีขาวที่กำลังส่งควันกรุ่นด้วยความเอร็ดอร่อยอาหารป่าเหล่านี้รสชาติเป็เลิศหาได้ยากนักในยุคสมัยของนางที่จะได้กินของสดใหม่แบบนี้
ระหว่างที่หลินอีอีกำลังมีความสุขกับการกินหัวกลอยท้องฟ้านอกถ้ำก็หม่นแสงลง นางกินหัวกลอยป่าไปได้ครึ่งหัวก็เริ่มแอบมองพิจารณารูปลักษณ์ของโจรป่าตรงหน้าให้ละเอียดขึ้นแสงไฟสีส้มจากกองไฟอาบไล้ใบหน้าของเขาจนขับเน้นให้เห็นเหลี่ยมมุมบนใบหน้าชัดเจน
สันจมูกโด่งเป็สันได้รูปขนาดกำลังพอเหมาะรับกับหน้าผากแคบกำลังพอดีโครงหน้าแบบนี้นางมั่นใจว่าเมื่อแก่ตัวลงไปเขาต้องไม่ใช่ตาแก่คนหัวล้านลงพุงเป็แน่ แล้วยังมีซิกแพ็คตรงหน้าท้องนั่นอีก
ตอนนี้เป็หน้าร้อนอากาศในเมืองผิงอันกำลังแห้งแล้งและร้อนระอุชาวบ้านจึงใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาเพียงสองชั้นส่วนโจรป่าคนนี้ใส่กางเกงผ้าฝ้ายเนื้อหยาบความยาวของขากางเกงกรอมหน้าแข้งท่อนบนสวมใส่เพียงเสื้อตัวสั้นไม่มีแขน สาบเสื้อแบะออกเห็นแผงอกแน่นต่ำลงไปจนถึงกล้ามตรงหน้าท้อง
หลินอีอีแอบมองกล้ามท้องของโจรป่าจนใจลอยกว่าจะรู้ตัวอีกทีโจรรูปหล่อก็ยื่นเนื้อกระต่ายสีเหลืองทองมาตรงหน้าของนาง
“เอ้า นี่ของเ้า”
“รับไปสิ”
เขาพูดกับนางซ้ำอีกครั้งหลินอีอีจึงได้สตินางจึงยื่นมือน้อยๆ ออกไปรับเนื้อกระต่ายมาจากพ่อโจรหนุ่ม
“ขะ...ขอบคุณเ้าค่ะนายท่าน”
นางรับเนื้อกระต่ายมาถือไว้พูดขอบคุณเสียงเบาหวิวแล้วก็กินเนื้อกระต่ายที่เขาส่งให้พอได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์สดใหม่หลินอีอีก็รู้สึกติดใจเนื้อชิ้นนี้ถึงจะไม่มีเครื่องปรุงรส แต่ความสดใหม่ไร้สารเคมีเจือปนทำให้นางรู้สึกว่ามันก็อร่อยดีเหมือนกันยิ่งเมื่อนำมากินคู่กับกลอยป่ารสชาติก็ยิ่งดีขึ้นอาหารในยุคสมัยโบราณก็ให้รสชาติแปลกใหม่ไปอีกแบบหนึ่ง
โจรป่าใช้ไม้เขี่ยกลอยอีกหลายหัวที่โยนเข้าไปในกองไฟออกมาแล้วจึงตักขี้เถ้าร้อนๆ กับถ่านแดงออกมาใสในหลุมตื้นที่ขุดเอาไว้ข้างกองไฟจากนั้นเขาก็หยิบไข่นกที่เก็บมาได้หย่อนลงไปในหลุม
“ของกินที่เหลือเอาเก็บไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ยังต้องเดินอีกหลายชั่วยามกว่าจะกลับไปถึงที่อยู่ของข้า”
เขาพูดพร้อมกับกินเนื้อกระต่ายคำสุดท้ายจนหมดเขากินเร็วมาก เพียงแค่พริบตาเดียวเนื้อกระต่ายชิ้นโตก็ลงไปอยู่ในท้องของเขาจนหมด
ฟังคำพูดของเขาหลินอีอียังไม่หายตกตะลึงเนื้อกระต่ายในปากจะกลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออกหากถูกพาตัวกลับไปที่ค่ายโจรชีวิตสาวน้อยนักเขียนอย่างนางต้องจบสิ้นแน่
นางกินเนื้อกระต่ายที่เขาให้มาจนหมดโจรป่าก็รินน้ำจากกระบอกใส่ไม้ไผ่แล้วส่งมาให้นางจากนั้นเขาก็เดินไปล้างมือบ้วนปากที่ปากถ้ำ แล้วก่อกองไฟขึ้นมาอีกกองใหญ่
“กองไฟนี่จะป้องกันสัตว์กลางคืนไม่ให้เข้ามาในถ้ำตอนที่พวกเรานอนหลับ”
หลินอีอีได้ยินคำพูดของโจรป่าเต็มสองหูโดยเฉพาะคำว่า 'พวกเรา' คืนนี้นางจะต้องนอนค้างอยู่ในถ้ำร่วมกับเขาพอคิดถึงตรงนี้นางก็หน้าแดงเถือก
จิตใต้สำนึกทำให้นางแอบมองรูปร่างของโจรถ่อยมองแผงอกล่ำปรายตามองเลยลงไปยังกล้ามตรงหน้าท้อง แล้วก็มองต่ำลงไปถึงตรง่ขาอ่อนพอได้เห็นพื้นที่ตรงนั้นมีความผิดปกติลมหายใจของนางก็กระตุกนิดๆ
ถึงจะเป็นักเขียนที่แสดงฝีมือเขียนบทพิศวาสมาแล้วอย่างโชกโชนแต่ประสบการณ์จริงนางยังไม่เคยลองหรอกนะก็ผู้ชายในยุคสมัยของนางหายากจะตายที่จะเป็แมนร้อยเปอร์เซ็นต์และมีคุณสมบัติตรงตามเสป็คทุกอย่าง
โชคยังดีที่หลุดเข้ามาในนิยายที่ตัวเองเป็คนเขียนจึงไม่มีกำแพงเื่ภาษาถ้าหากหลุดเข้าไปในนิยายของนักเขียนคนอื่นนางอาจจะพูดกับตัวละครในนิยายไม่รู้เื่ก็ได้แล้วจะสื่อสารกับโจรหุ่นล่ำได้อย่างไรตอนที่กำลังจะถูกจับกิน โอ๊ย! ไม่ใช่สิตอนที่ต้องหนีเอาตัวรอด
หลินอีอีดึงสายตาประดักประเดิดกลับมานางยกกระบอกน้ำขึ้นดื่มอีกสองอึก แล้วจึงนำผ้าชุบน้ำดื่มที่เหลือเช็ดปากเช็ดมือจนสะอาดนาง กวาดเศษอาหารที่ทำตกพื้นเข้ากองไฟป้องกันไม่ให้มดป่าเดินขบวนเข้ามาในถ้ำ
หลังจากกินอาหารเสร็จนางก็หันรีหันขวางเกิดอยากจะทำธุระส่วนตัวขึ้นมากะทันหันั้แ่ข้ามมิติมาอยู่ที่นี่นางยังไม่ได้ปล่อยเบาเลยสักครั้ง อยู่ดีๆ ก็เกิดปวดเบาขึ้นมาจะออกไปปล่อยข้างนอกถ้ำก็ไม่กล้า
หลินอีอีลุกขึ้นจากกองไฟเดินไปตรงผนังถ้ำที่มีพรมขนแกะปูอยู่บนกองหญ้านางยืนหนีบสองขาแน่นใบหน้าซีดเซียวมีเหงื่อเย็นสองสายหลั่งออกมาจากหน้าผากแล้วนางก็เห็นโจรป่าเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าแปลกๆ เขาสบตากับนางแล้วสักพักก็ทำหน้าเหมือนกับว่าเข้าใจ
“เ้าอยากทำธุระเหรอ เอานี่ไปสิเดินเข้าไปในถ้ำนั่นก็ได้ ถ้ำนั้นไม่มีอันตรายหรอกแต่อย่าเดินเข้าไปลึกนักล่ะเดี๋ยวจะหาทางกลับออกมาไม่ถูก”
เขาพูดยิ้มๆพร้อมทั้งหยิบไม้ฟืนจากกองไฟออกมาท่อนหนึ่งส่งให้กับนางหลินอีอีรับคบไฟจากมือของโจรป่าด้วยอาการงุนงง เขารู้ได้อย่างไรว่านางอยากไปทำธุระแต่ก็เอาเถอะน้ำหลากมาถึงปากประตูแล้ว ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำเหนียมอาย
นางคว้าคบไฟจากมือของเขาแล้วก็หมุนตัวหายเข้าไปในถ้ำลึกเร่งรีบไปจัดการระบายน้ำที่ล้นจนเกือบเต็มเขื่อนระหว่างที่เดินเข้าไปในถ้ำ หลินอีอียกท่อนไม้ที่ติดไฟลุกโชติ่สำรวจภายในบริเวณถ้ำไปด้วย
'ถ้ำนี้ดูลึกลับมาก มันลึกไปจนถึงตรงไหนกันนะ หลินอีอีอดจะสงสัยไม่ได้'
หลินอีอีเดินหายเข้าไปในถ้ำนางเดินลึกเข้ามาได้ระยะหนึ่งแต่ไม่กล้าไปไกลมากยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าถ้ำแห่งนี้ลึกมากไม่รู้ว่าจะพาไปโผล่ที่ไหนหรือว่าไม่มีทางออกเมื่อไม่กล้าเดินเข้าไปลึกมากหลินอีอีจึงเลือกมุมหนึ่งริมผนังถ้ำจัดการทำธุระส่วนตัว
นางยกชายกระโปรงรุ่มร่ามขึ้นแล้วนั่งยองลงกับพื้นการทำธุระส่วนตัวสำหรับคนสมัยก่อนเป็เื่ยุ่งยากพอควรเพราะเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ยังดีที่กางเกงขายาวที่สวมแทนกางเกงในเป็กางเกงชนิดเปิดเป้าการทำธุระส่วนตัวจึงไม่ต้องปลดสายรัดเอวเพื่อดึงกางเกงออก
หลินอีอีหาสถานที่ปลดปล่อยได้นางก็จัดการเปิดประตูระบายน้ำก่อนที่เขื่อนจะแตกเสียก่อนเสียงน้ำถูกระบายออกจากประตูกั้นน้ำไหลรวยรินออกมาทีละน้อย
หลินอีอีหน้าตาเหยเกพยายามบังคับตัวเองสุดฤทธิ์ไม่ให้ปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงเพราะกลัวว่าเสียงน้ำไหลอันน่าอับอายจะดังเข้าหูของคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าปากถ้ำก็พวกที่ฝึกฝนวรยุทธ์น่ะมีประสาทััไวกว่าคนธรรมดามิใช่หรือ
โจรถ่อยคนนี้ก็เหมือนกันเธอเขียนให้เขาเป็คนฝึกวรยุทธ์มีวิชาการต่อสู้ที่ไม่น้อยหน้าใครแต่จะว่าไปผู้ชายในเื่นี้ทั้งหมดก็มีวรยุทธ์กันเกือบทุกคนจึงได้เอาแต่ต่อยตีรบราฆ่าฟันกันประหนึ่งว่าเคยมีความแค้นกันมาั้แ่ชาติปางก่อน
เมื่อเห็นนางถือคบไฟเดินหายเข้าไปในถ้ำเขาก็นกมุมปากยิ้มแล้วเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของนางที่เดินย่ำพื้นหินเข้าไปในถ้ำเสียงฝีเท้ากล้าๆ กลัวๆ ย่ำไปตามพื้นหินเขาลองประเมินดูจากเสียงก็คิดว่านางคงเดินเข้าไปลึกไม่เกินสี่จั้งทำให้เขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวของนางทุกอย่าง
เสียงน้ำไหลรินทำให้เขาหน้าแดงก่ำการแอบฟังสตรีคนหนึ่งกำลังทำธุระส่วนตัวไม่ใช่เื่ที่น่าภูมิใจแต่เขาก็อดที่จะแอบฟังไม่ได้ ก็นางสวยออกขนาดนั้นเสียงน้ำแ่เบาค่อยๆไหลรินออกจากเขื่อนเป็จังหวะต่อเนื่องพาให้ในหัวของเขาจินตนาการไปไกลถึงไหนต่อไหน
เขาจึงตัดสินใจว่าจะพานางกลับไปที่ค่ายในฐานะเมียของเขาผู้หญิงคนนี้โผล่เข้ามาถูกจังหวะพอดีเขาจะได้ใช้นางเป็ข้ออ้างบังหน้าเพราะว่ามัวแต่ไล่จับผู้หญิงคนนี้เอามาเป็เมียจึงทำให้คลาดกับกลุ่มของตวนอ๋อง
ภารกิจเร่งด่วนที่สุดก็คือจัดการทำลายค่ายโจรนี้ให้สิ้นซากก่อนที่ขบวนเ้าสาวขององค์หญิงจิ้นหลิงจะดำเนินผ่านชายแดนเพื่อไปแต่งงานเป็ชายารัชทายาทของแคว้นซีเหยียน
องค์หญิงจิ้นหลิงถูกวางตัวไว้ให้เป็ว่าที่ฮองเฮาองค์ถัดไปของแคว้นการแต่งงานเชื่อมไมตรีจะปล่อยให้มีเหตุผิดพลาดไม่ได้เป็อันขาดค่ายโจรแห่งนั้นเป็หนามยอกใจทางการมานานแล้วอีกทั้งแคว้นต้าเอี้ยนยังส่งคนมาก่อกวนชายแดนในระยะนี้อีกด้วยการกระทำนี้น่าจะไม่ใช่เื่บังเอิญเห็นทีว่าในราชสำนักตงจิ้นอาจจะมีสายลับของแคว้นต้าเอี้ยนเสียแล้ว
กว่าที่เขาจะหาทางแทรกซึมเข้ามาอยู่ในค่ายโจรนี้ได้ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
หลิวเย่ว์มองแผลเป็หลายแห่งบนร่างกายที่เกิดจากการต่อสู้รวมถึงลายสักบนแขนและหน้าอกข้างซ้าย
ตามธรรมเนียมของผู้คนในแคว้นของเขาเส้นผมกับร่างกายเป็สิ่งที่บุพการีมอบให้การตัดผมหรือสักลวดลายบนร่างกายหมายถึงการทำลายคุณธรรมเป็ความอกตัญญูต่อพ่อแม่มีแต่คนที่เป็นักโทษหรือไม่ก็โจรถ่อยเท่านั้นที่จะยอมทำอย่างนี้
เสียงฝีเท้าแ่เบาราวกับแมวย่องดังมาจากด้านหลังหลิวเย่ว์จึงดึงความคิดคำนึงกลับมาจากกองไฟตรงหน้าเขาใช้ไม้ยาวเขี่ยกองไฟตรงหน้าแล้วโยนฟืนเข้าไปอีกตรงปากถ้ำเขาเพิ่งก่อไฟกองใหญ่เอาไว้กันสัตว์ป่าไม้ใหญ่ท่อนนั้นคงใช้เผาไหม้เกือบค่อนคืนกว่าที่กองไฟจะมอด
หลินอีอีเดินกระมิดกระเมี้ยนกลับไปยืนตรงที่เก่าในถ้ำมีพรมขนสัตว์ปูอยู่ผืนเดียวแล้ว...คืนนี้นางควรจะนอนที่ไหน? บนแผ่นหินเย็นเยียบที่ไม่มีแม้แต่ใบไม้แห้งปูรองหรือว่าบนพรมผืนนั้นแน่นอนว่าเ้าของถ้ำคงไม่นอนบนพื้นหินแน่ๆ
ในถ้ำมีมดมีหนอน มีแมลงที่นางเกลียดแล้วก็มียุงป่าตัวเบ้งที่ออกมาดูดเืตอนกลางคืนในถ้ำนี้ไม่มีฝูงยุงเพราะว่าตอนที่เพิ่งก่อกองไฟโจรถ่อยโปรยผงสมุนไพรบางอย่างลงในกองไฟแล้วก็มีร่องรอยของปูนขาวโรยอยู่รอบบริเวณที่เป็ที่หลับนอนและพื้นที่บางแห่งรอบถ้ำนางเดาว่าผงปูนนั้นใช้ไล่แมลงส่วนสมุนไพรที่โจรถ่อยใส่ลงไปในกองไฟเอาไว้สำหรับใช้ไล่ยุง
“เอ่อ...คือว่านายท่านเ้าคะ คือว่าคืนนี้ นะ นายท่านจะนอนที่ตรงไหน”
หลินอีอีพูดเสียงเบาทำลายความเงียบในถ้ำคำถามของนางทำให้โจรป่าหันหลังกลับมามองหลินอีอีราวกับกำลังมองคนปัญญาอ่อน
นางเป็ทาสของเขาเป็ผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาส่วนเขาก็เป็โจรป่าที่จับนางได้ นายทาสนอนบนพื้นส่วนทาสนอนบนพรมอย่างนั้นหรือบ้าไปแล้วหลินอีอี ฉันถามคำถามแบบนี้ออกมาได้อย่างไร
โจรป่าชี้นิ้วไปบนพรมซึ่งก็ไม่เกินไปจากสิ่งที่หลินอีอีคิดนางจึงก้มหน้าลงกัดฟันเดินไปยังผนังถ้ำอีกด้านหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับที่นอนของโจรป่าแต่หลินอีอีเพิ่งก้าวเท้าออกเดินได้สองก้าวโจรป่าก็ส่งเสียงพูดอีกประโยคหนึ่ง
“เ้านอนบนพรมด้านขวาส่วนข้าจะนอนด้านซ้ายอยู่ท่ามกลางป่าเขาที่แวดล้อมไปด้วยสัตว์อันตรายข้าไม่อยากถูกรีดน้ำจนหมดแรงนอนหลับเป็ตายเดี๋ยวจะถูกเสือกับหมาป่าคาบไปกินเสียก่อน”
คำพูดแฝงความหมายสัปดนของโจรถ่อยทำให้หลินอีอีหน้าแดงเถือกนางร้องด่าโจรป่าอยู่ในใจอย่างดุเดือดว่าเขาเป็ไอ้โจรถ่อยโจรลามกสัปดนไอ้นักข่มขืนและสารพัดคำด่าเผ็ดร้อนแต่หลินอีอีก็ทำได้แค่ก่นด่าอยู่ในใจแล้วก็เดินกระมิดกระเมี้ยนไปนั่งลงบนพรมขนสัตว์ นางเลือกตำแหน่งด้านขวาแล้วก็ค่อยๆล้มตัวลงนอนเงียบๆ
การทะลุมิติในวันนี้ทำให้นางเหนื่อยเหลือเกินโจรถ่อยถอดเสื้อแขนกุดที่สวมมาตลอดทั้งวันออกตอนนี้เขาจึงเปลือยท่อนบนนั่งหลังหลังให้กับนางหลินอีอีนอนนิ่งมองแผ่นหลังบึกบึนของโจรป่าที่มีรอยสักและรอยแผลเป็น้อยใหญ่กระจายตัวอยู่จนเกือบทั่วแผ่นหลัง
เขากำลังใช้ไม้เขี่ยเอาขี้เถ้าออกมาจากกองไฟโกยขี้เถ้ากลบลงในหลุมที่ใส่ไข่นกแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปขยับท่อนไม้ใหญ่ในกองไฟหน้าปากถ้ำไม้ท่อนนั้นนางเห็นเขาใช้ลูกถีบมหาประลัยะโถีบเพียงสองทีต้นไม้ตายซากที่ยืนต้นแห้งตายอยู่ไม่ไกลจากปากถ้ำก็พังครืนลงมา
ตอนนั้นหลินอีอีอ้าปากค้างมองดูโจรป่าทำลายต้นไม้อย่างตกตะลึงไม้ตายซากต้นนั้นมีขนาดเกือบเท่าลำตัวของนางถูกถีบเพียงแค่สองครั้งก็หักโค่นลงมาอย่างง่ายดายหากถูกเขาถีบแค่ครั้งเดียวเอวของนางคงหักเหมือนกับต้นไม้ต้นนั้นแน่
ั้แ่ตอนนั้นหลินอีอีก็ปฏิญาณอยู่ในใจเงียบๆว่านางต้องทำตัวเป็เด็กดีห้ามพูดหรือทำอะไรขัดใจโจรถ่อยคนนี้เด็ดขาด
นางคิดไปเรื่อยเปื่อยมองแผ่นหลังสุดเซ็กซี่ของโจรถ่อยผมของเขาหยิกเป็ลอนสวยและไม่ได้ยาวเหยียดตรงเหมือนกับผมของนางหรือผู้คนในมิตินี้คิดไปคิดมานางก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจเป็จังหวะสม่ำเสมอดังแ่มาจากเื้ัโจรถ่อยสุดเซ็กซี่ที่หลินอีอีตั้งฉายาให้ก็หันหลังกลับมาจ้องมองหลินอีอีด้วยสายตาลึกล้ำ
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลินอีอีรู้สึกตัวตื่นเพราะัันุ่มและเย็นแตะลงไปทั่วใบหน้าพอนางลืมตาขึ้นมาความรู้สึกงัวเงียง่วงงุ่นก็ถูกขับไล่ออกไปเพราะใบหน้าขนาดใหญ่ของโจรถ่อยที่อยู่ห่างจากนางไม่ถึงสี่ชุ่น(สี่นิ้ว)
“อรุณสวัสดิ์คนสวย ตื่นได้แล้ว”
โจรถ่อยยืดตัวขึ้นนั่งตามเดิมแล้วกล่าวอรุณสวัสดิ์กับนางหลินอีอีทะลึ่งพรวดลุกขึ้นนั่งด้วยความใ
“อะ...อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะนายท่าน”นางพูดตะกุกตะกักเอ่ยคำทักทายตอบโจรป่าตามมารยาท แล้วใช้สองมือน้อยๆจับแต่งทรงผมและเสื้อผ้ายุ่งเหยิงให้เข้าที่
เขายื่นน้ำชาแก่จัดให้นางถ้วยหนึ่งหลินอีอีจึงถือกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำชาเดินไปบ้วนปากที่หน้าปากถ้ำน้ำชาสีเหลืองเข้มรสชาติขมสุดขีด หลินอีอีดื่มลงไปหลายอึกแล้วก็ใช้กากใบชาขัดสีฟันแล้วบ้วนปากด้วยน้ำชาที่เหลือ
ความเหนื่อยล้าเมื่อวานทำให้นางหลับสนิทตลอดทั้งคืนพอถูกปลุกด้วยริมฝีปากเย็นๆ ของโจรป่านางก็รู้สึกตัวตื่นไม่รู้ว่าเมื่อคืนโจรป่านอนที่ไหนแต่พอเห็นว่าเสื้อผ้าของนางอยู่ครบถ้วนในสภาพเดิมทุกอย่างนางก็ถอนหายใจโล่งอก
โจรป่าตื่นเช้ามากหรือว่ายังไม่ได้เข้านอนเลยหลินอีอีก็สุดปัญญาที่จะรู้เขาใช้หม้อดินเผาที่อยู่ในถ้ำต้มน้ำเต็มหม้อ ไม่รู้ว่าเขาไปหาน้ำมาจากที่ไหนแต่หลินอีอีเดาว่าแถวถ้ำแห่งนี้คงมีแหล่งน้ำอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง
โจรป่าต้มใบชาที่มีเก็บอยู่ในถ้ำจนได้น้ำชาสีเหลืองจัดเขาเอาน้ำกรอกใส่ถุงหนัง แล้วก็คุ้ยกองขี้เถ้าหยิบไข่นกย่างไฟที่เก็บมาได้เมื่อวานกับกลอยป่าอีกสองสามหัวใส่ลงห่อผ้า
พอหลินอีอีบ้วนปากเสร็จนางเดินกลับมาและนำกระบอกไม้ไผ่ไปวางรวมไว้กับหม้อไหนในถ้ำจากนั้นโจรป่ายื่นไข่นกสองใบกับกลอยที่เผาไฟอุ่นๆ ให้นางกินเป็อาหารมื้อเช้า
แต่ตอนนี้ยังเป็เวลาเช้าอยู่มากหลินอีอีกินอาหารไม่ลงเพราะไม่เคยกินข้าวเช้ามานานหลายปีแล้วั้แ่เรียนจบมัธยมปลายหลินอีอีก็ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านการใช้ชีวิตของนางในมิตินั้นไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไหร่นางจะกินต่อเมื่อรู้สึกว่าหิว นอนต่อเมื่อรู้สึกว่าง่วง อาชีพนักเขียนนิยายทำให้นางกินนอนไม่เป็เวลาระบบชีวิตของหลินอีอีจึงรวนไปนานแล้ว
ยังดีที่นางไม่ใช่คนติดกาแฟเหมือนนักเขียนหรือจิตรกรคนอื่นๆที่ดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่า ไม่อย่างนั้นต่อให้ถูกโจรป่าปลุกตอนเช้าด้วยวิธีลักหลับนางก็คงไม่มีปัญญาขัดขืนเพราะสมองมึนงง เนื่องจากไม่ได้ดื่มกาแฟ
โจรป่าเห็นหลินอีอีรับของกินไปถือไว้เฉยๆเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงพูดเตือนนางสองสามประโยค
“วันนี้ยังต้องเดินอีกหลายชั่วยาม ข้าไม่มีเวลาหาอาหารให้เ้ากินหรอกถ้าหากไม่หิวก็เอาเก็บใส่ห่อผ้าไว้กินทีหลัง”
หลินอีอีทำตามคำสั่งของโจรป่าอย่างว่าง่ายเก็บของกินที่เขาส่งให้ไว้บนชายเสื้อคลุม แล้วก็ยกเสื้อคลุมขึ้นขมวดปมเท่านี้เสบียงของนางก็ถูกผูกห้อยติดตัวไว้อย่างง่ายดาย
โจรป่ามองหินอีอีเก็บของกินใส่เสื้อเขาก็หันหลังกลับไปยิ้มด้วยความชอบใจ แม่สาวน้อยคนนี้มีอุปนิสัยเรียบง่ายสบายๆแตกต่างจากรูปร่างหน้าตางดงามประหนึ่งคุณหนูในห้องหอที่เต็มไปด้วยนิสัยจุกจิกจู้จี้และมากมารยาทอย่างสิ้นเชิง
“เอาล่ะ ไปกันเถอะข้าจะพาเ้ากลับไปด้วย”
เขาพูดหลังจากใช้ดินกลบขี้เถ้าในกองไฟจนดับสนิทแล้วจึงเรียกให้หลินอีอีออกเดินทาง
เป็เพราะเดินทางสมบุกสมบันในป่าหลินอีอีจึงคลายทรงผมที่มัดตกแต่งเป็ทรงสวยงามออกแล้วรวบผมทั้งหมดเข้าหากันเป็ทรงหางม้าแบบง่ายๆผูกไว้ด้วยเชือกมัดผมเส้นเดียวเครื่องประดับสองสามชิ้นกับปิ่นปักผมถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเก็บของด้านในแขนเสื้อชายเสื้อคลุมยาวรุ่มร่ามกับปลายแขนเสื้อกว้างถูกรวบไว้แล้วมัดเป็ปมพอแต่งตัวแบบนี้หลินอีอีก็สามารถเดินเหินในป่าได้สะดวกขึ้น
เป็เพราะยอมรับชะตากรรมของตัวเองได้แล้วหลินอีอีจึงเดินตามโจรป่าไปเงียบๆ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดอย่างน้อยโจรถ่อยคนนี้ก็ไม่ได้กดหลินอีอีลงกับพื้นกระทำการปู้ยี่ปู้ยำกับคนงามั้แ่เมื่อแรกพบหน้าเหมือนกับในนิยายที่นางเขียนนั่นก็แสดงว่าชะตาชีวิตของหลินอีอีคนปัจจุบันคงจะไม่ได้ย่ำแย่เหมือนกับในนิยายไปเสียทุกอย่าง
“อย่างน้อยก็ยังไม่ถูกข่มขืนละน่า” หลินอีอีพูดรำพึงเสียงเบากับตัวเอง...