ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 87 พิสูจน์ความบริสุทธิ์

            ซูเฟยได้ยินเช่นนั้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวลอบมองเฉินอวี้ผาดหนึ่ง ก่อนจะพบว่าบิดากำลังถลึงตามองมาที่นางเช่นกันนางจึงรีบก้มหน้าลงโดยพลัน “ท่านอ๋อง ข้าแค่เลอะเลือนไปชั่วขณะ”

            ท่านอ๋องมีสีหน้าไม่ดีนัก ด้านจ้าวซีเหอมุมปากยกเป็นรอยยิ้มดูแคลน“ความเลอะเลือนของพระสนมซูเฟยเกือบทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรด้วยต้องมาตายแต่เผอิญว่าหนิงมู่ฉือเป็นสาวใช้ข้างห้องของกระหม่อมเช่นนั้นพระองค์ก็ต้องให้คำอธิบายแก่ตำหนักอ๋องของกระหม่อมสักหน่อย”

            “คือ…” ซูเฟยก้มหน้าอย่างหงุดหงิดที่ไม่อาจทำอะไรได้ต่อมาไม่นานนางได้ยินเสียงขันทีน้อยเข้ามารายงานว่า “หัวหน้าศาลต้าหลี่เมิ่งเคอขอเข้าเฝ้าพระสนมพ่ะย่ะค่ะ”

            จ้าวซีเหอได้ยิน มุมปากยกขึ้นรอยยิ้มบางๆ

            ในใจซูเฟยราวกับมีคลื่นลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นก็มิปานขณะมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่กำลังเดินเข้ามาภายในตำหนัก ใจนางเต้นแรงทั้งยังหอบหายใจแรงขึ้นอีกด้วย

            “ถวายบังคมฝ่าบาท คารวะท่านอ๋องอัครมหาเสนาบดีขอรับ” เมิ่งเคอในชุดขุนนางสีดำหน้าตาจริงจังเอาการเอางานถวายความเคารพที่สะดุดตาทุกคนที่สุดคือเศษกระเบื้องสีขาวที่อยู่ในมือ

            ครั้นซูเฟยเห็นเศษกระเบื้องสีขาวรีบคว้าแขนผู้เป็นบิดาเอาไว้ทันควัน มองหน้าผู้เป็นบิดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            อัครมหาเสนาบดีถอนหายใจขณะมองตอบบุตรสาวใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินไม่แม้แต่จะหันไปมองซูเฟย ตรัสถามออกมา“เจอเบาะแสใดจากเศษแก้วใบนี้หรือไม่”

            เมิ่งเคอยื่นเศษแก้วไปเบื้องหน้าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินพร้อมกับคุกเข่าลง “ทูลฝ่าบาทเศษแก้วใบนี้มีรอยชาดทาปากของพระสนมอยู่ทั้งบนแก้วยังมีเศษสีดำของยาพิษติดอยู่พ่ะย่ะค่ะ”

            ซูเฟยได้ยินเช่นนั้นตัวพลันอ่อนไร้เรี่ยวแรงทันทีนางยื่นมือไปจับชายแขนเสื้อของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเอาไว้ “ฝ่าบาทพระองค์ทรงเห็นแล้วใช่หรือไม่เพคะว่ามีคนคิดจะทำร้ายหม่อมฉัน!”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมองซูเฟยอย่างรังเกียจพร้อมกับพูดเหน็บแนม “เช่นนั้นสนมรักบอกเราได้หรือไม่ว่าชุนเถาตายเพราะสาเหตุใด!”

            ซูเฟยมองศพของชุนเถาที่ถูกนำตัวเข้ามาในตำหนักบนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเล็บ ศพอยู่ในสภาพน่าอนาจไม่มีส่วนไหนที่อยู่ในสภาพดี เล็บก็หลุด แลดูน่ากลัวยิ่งนักเห็นได้ชัดว่าถูกทุบตีจนตาย

            ศพถูกนำไปถ่วงน้ำจึงทำให้มีสภาพบวมขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง จนคนที่อยู่ในที่นั้นแทบอยากจะอาเจียนออกมา

            ซูเฟยรีบกล่าวกับฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอย่างร้อนใจ“ฝ่าบาทนาง…นางทำผิด หม่อมฉันแค่กล่าวตักเตือนนางแค่ไม่กี่คำคิดไม่ถึงว่านางจะวางยาพิษหม่อมฉัน แล้วก็ฆ่าตัวตาย!”

            เมิ่งเคอตรงเข้าไปที่ศพมองรอยเล็บที่อยู่บนใบหน้าของชุนเถา ก่อนจะเอ่ยกับฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน “ทูลฝ่าบาทรอยที่อยู่บนใบหน้าเป็นรอยเล็บของคน ดูจากบาดแผลแล้วเหมือนกับรอยเล็บของพระสนมซูเฟยไม่มีผิดพ่ะย่ะค่ะ”

            จ้าวซีเหอยกยิ้มมุมปากขณะเอ่ย “พระสนมช่างจิตใจโหดเหี้ยมนักถึงกับทำลายโฉมของนางกำนัลเพียงเพราะทำผิดแค่เล็กน้อยทั้งยังสั่งให้คนทุบตีนางจนสภาพดูไม่ได้ ถ้ารู้ว่านางจะน่าสงสารเช่นนี้ข้าคงช่วยนางไม่ให้นางต้องได้รับความทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้ไปแล้ว”

            ซูเฟยกล่าวเสียงแหลม “นางไม่ได้ทำผิดแค่เล็กน้อยเท่านั้นนางทำร้ายข้า จับข้ากดหัวลงในน้ำ…”

            จ้าวซีเหอยิ้มพร้อมกับเอ่ยต่อ “เช่นนั้นนางก็คือคนที่น่าสงสัยตั้งแต่แรกแล้วเพราะเหตุใดท่านถึงกล่าวว่าเป็นฝีมือของหนิงมู่ฉือเล่า อีกประการหนึ่งนางกำนัลผู้นี้ใจกล้าถึงเพียงนี้ กล้าทำร้ายพระสนม เหตุใดพระสนมถึงไม่ส่งตัวนางไปให้กรมอาญาตัดสินกลับใช้ศาลเตี้ยมาตัดสินนางข้าว่านางกำนัลผู้นี้น่าจะตายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมมากกว่า”

            ซูเฟยได้ยินเช่นนั้นก็โมโหยิ่ง ตะโกนเสียงดังว่า “ข้าเป็นถึงพระสนมขั้นเฟยพูดเช่นนี้กำลังจะหมายความว่า ข้าไม่มีสิทธิ์ฆ่านางกำนัลผู้ที่ชีวิตเปรียบดั่งแค่หมาแมวเช่นนั้นหรือ”

            จ้าวซีเหอยิ้มกว้าง “ที่แท้พระสนมก็เห็นชีวิตผู้อื่นเป็นแค่หมาแมวหรอกหรือถึงว่าเหตุใดถึงมีคนมากมายคิดอยากจะทำร้ายพระสนม เกิดเรื่องกับพระสนมเช่นนี้แล้วก็ยังหาตัวผู้ร้ายไม่เจอ”

            ซูเฟยกราดเกรี้ยวจนแทบจะกระอักเลือดออกมาโมโหจนแทบอยากจะเป็นลมเสียตรงนี้ เฉินอวี้เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้จึงรีบเอ่ยออกมาว่า“ฝ่าบาทบุตรสาวของกระหม่อมได้รับความตกใจมากพออยู่แล้วชุนเถาคือข้ารับใช้ที่ติดตามบุตรสาวของกระหม่อมมาจากจวนอัครมหาเสนาบดีหากนางถึงกับกล้าวางยาสนมของฮ่องเต้ สามารถเรียกได้ว่าใจกล้าไม่เบาส่วนเรื่องที่ตำหนักอ๋องได้รับความไม่เป็นธรรมไว้กระหม่อมจะหาโอกาสไปขอโทษถึงตำหนักเองพ่ะย่ะค่ะ!”

            ท่านอ๋องหันไปมองจ้าวซีเหอผาดหนึ่งก่อนจะหันมายิ้มอ่อนให้แก่เฉินอวี้ “ท่านอัครมหาเสนาบดีเกรงใจเกินไปแล้วส่วนเรื่องแม่ครัวของตำหนักพวกเรา คิดว่าตอนนี้น่าจะพ้นผิดแล้วกระมัง!”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหันไปสั่งทหารองครักษ์ซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง“ถ่ายทอดคำสั่งของเราลงไปปล่อยตัวหนิงมู่ฉือ!”

            ท่านอ๋องลุกขึ้นยืนถวายความเคารพฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน“ฝ่าบาท ถ้าไม่มีเรื่องใดแล้วเช่นนั้นกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินพยักหน้าขณะมองส่งท่านอ๋องและจ้าวซีเหอเดินออกจากตำหนักไปจากนั้นหันไปถลึงตาใส่ซูเฟย เขามีหรือจะไม่รู้ว่าสนมผู้นี้มีจิตใจโหดเหี้ยมเพียงใดทว่าวันนี้เขาได้รับรู้และประจักษ์ต่อตาแล้วว่านางเห็นชีวิตคนเป็นดั่งผักปลาได้เห็นศพนางกำนัลที่อยู่ในสภาพน่าอนาจ ในใจเขานึกรังเกียจนางอสรพิษใจมารผู้นี้นัก

            เขาพูดเพียงประโยคเดียวว่า “วันหลังอย่าได้ก่อเรื่องในวังของเราอีก!”เอ่ยจบเขาหันไปมองเฉินอวี้ด้วยแววตาเย็นชาผาดหนึ่งก่อนจะเดินออกจากตำหนักไป

            ซูเฟยน้ำตาไหลอาบแก้มขณะมองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเดินออกจากตำหนักนางหันไปมองผู้เป็นบิดาด้วยใบหน้าหม่นเศร้า “ท่านพ่อ ท่านต้องช่วยลูกนะเจ้าคะตอนนี้ฝ่าบาททรงรังเกียจลูกแล้ว!”

            เฉินอวี้ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าหนิงมู่ฉือคือผู้ใด”

            ซูเฟยส่ายหน้าด้วยความไม่รู้เวลานี้เองที่แววตาของเฉินอวี้เปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม “ข้ารู้มานานแล้วว่าเด็กสาวผู้นี้จัดการไม่ได้ง่ายๆเจ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของหนิงจื้อหย่วน ครั้งนี้เจ้าสังหารนางไม่สำเร็จครั้งหน้าข้าไม่มีทางปล่อยนางไปแน่!”

            ซูเฟยมีสีหน้าตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเค้นเสียงฮึขึ้นจมูก “ลูกก็คิดอยู่ว่าเหตุใดนางถึงได้ดูคุ้นหน้าคุ้นตานัก ท่านพ่อครั้งนี้ลูกรู้สึกขายหน้ายิ่งนัก แต่ลูกเองก็มีความลำบากของลูกเช่นกัน!”

            เอ่ยจบนางก้มมองท้องของตัวเองนางอยากจะเอามีดแทงเข้าไปแล้วควักเอาหนอนพิษพวกนั้นออกมาให้หมดเสียเดี๋ยวนี้ตอนนี้นางหวาดกลัวเหลือเกิน ถ้านางพูดว่าทั้งหมดเป็นฝีมือขององค์หญิงซีเยวี่ย ก็เกรงว่านางจะไม่อาจรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้อีก!

            เฉินอวี้มองซูเฟยที่มีสีหน้าเจ็บปวดพร้อมกับเอ่ยถาม “เกิดอันใดขึ้นกับเจ้า”

            ซูเฟยส่ายหน้าด้านนอกหน้าต่างนางเห็นองค์หญิงซีเยวี่ยที่กำลังซ่อนตัวจ้องมองนางราวกับภูตผีก็ไม่ปานนางรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ

            เฉินอวี้ลูบเคราของตัวเองขณะเอ่ย “ต่อจากนี้เจ้าต้องดูแลองค์หญิงต่างแคว้นผู้นั้นให้ดีๆนางรูปโฉมงดงาม ภูมิหลังก็ไม่ธรรมดา อีกทั้งฝ่าบาทยังดูจะสนใจนางไม่น้อย ไม่แน่ว่าวันหน้านางอาจจะได้เลื่อนขั้นพอถึงตอนนั้นเจ้าก็จะถือว่ามีต้นไม้ใหญ่ไว้ให้พึ่งพิง นี่ก็ดึกมากแล้วข้าควรต้องกลับได้แล้ว”

            หลังจากจ้าวซีเหอเดินออกจากตำหนักก็ตรงไปยังคุกหลวงเขาเดินไปพร้อมกับเมิ่งเคอ ตบไหล่คนคุ้นเคยผู้นี้อย่างดีอกดีใจ “คุณชายเมิ่ง ไม่เจอกันนานเลยนะ”

            เมิ่งเคอยิ้มพร้อมกับตบไหล่จ้าวซีเหอคืนเช่นกัน ขณะที่น้ำเสียงที่เอ่ยเต็มไปด้วยความท้าทาย“ดูท่านจะใส่ใจแม่ครัวผู้นั้นไม่น้อยเลย”

            จ้าวซีเหอยิ้มแห้ง พร้อมกับเอ่ยตอบ “ที่ข้าแปลกใจคือเศษแก้วชิ้นนั้นมีเศษของยาพิษติดอยู่จริงๆ หรือ”

            เมิ่งเคอนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบ “พูดตามตรงข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าที่ติดอยู่ที่เศษแก้วชิ้นนั้นคือยาพิษชนิดใดข้าไม่เคยเจอพิษชนิดนี้มาก่อนเลย”

            จ้าวซีเหอมีสีหน้าเคร่งขรึมไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาแย้มยิ้มดังเดิม“วันนี้ข้าขอขอบใจมากที่ท่านช่วยข้าข้าขอตัวกลับก่อน ไว้วันหลังค่อยพบกันใหม่ ข้าจะหาโอกาสตอบแทนท่านอย่างแน่นอน”

            เมิ่งเคอพยักหน้า ก่อนจะแยกกับจ้าวซีเหอ

            หนิงมู่ฉือกำลังหลับขณะได้ยินเสียงประตูห้องขังถูกเปิดออกนางลืมตาขึ้นมาก็ได้เห็นหัวหน้าผู้คุมกำลังส่งยิ้มให้นาง “เจ้านี่โชคดีเหลือเกินเจ้าเป็นคนแรกที่สามารถออกจากคุกหลวงแห่งนี้ได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่”

            นางเอานิ้วชี้ที่ตัวเองด้วยสีหน้างุนงง “ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร”

             หัวหน้าผู้คุมหัวเราะก่อนจะเอ่ยตอบ“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ปล่อยตัวเจ้าออกไปได้”

            ครั้นหัวหน้าผู้คุมเห็นหนิงมู่ฉือยังคงยืนนิ่งก็เข้ามาในห้องขังแล้วดึงตัวหนิงมู่ฉือออกมา หนิงมู่ฉือร้องไห้ด้วยความดีใจ “ข้าสามารถออกไปได้จริงๆ หรือ”

            หัวหน้าผู้คุมพยักหน้าหนิงมู่ฉือยังคงร้องไห้ขณะเดินออกจากห้องขังด้านนอกภายใต้ท้องฟ้าสีดำสนิทซึ่งมีดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าอย่างหาเจอได้น้อยครั้งนักใต้ต้นไม้ใหญ่มีคุณชายในชุดอาภรณ์สีขาวผู้หนึ่งยืนอยู่คุณชายท่านนั้นมองมาทางนางพร้อมทั้งยกยิ้มมุมปาก

            จ้าวซีเหอถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของหนิงมู่ฉือเต็มไปด้วยน้ำตา แม้ในใจจะนึกต่อว่านางต่างๆ นานาหากอีกใจหนึ่งก็ใจอ่อนให้แก่นาง เขาค่อยๆ ก้าวตรงเข้าไปหา

            “ออกมาก็ดีแล้ว กลับตำหนักกันเถิด”

            จ้าวซีเหอเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไป ไม่เอ่ยวาจาใดออกมาอีกแม้แต่คำเดียว

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371