พิภพห้วงเวลา

    ตอนที่ 50 ประตูทางออก

    ไทก้าและนาราค่อยๆเดินตามทางที่มีแสงโคมไฟเป็นแนวยาวตามเส้นทางมาเรื่อยๆ รอบข้างระหว่างทางเดินเต็มไปด้วยกำแพงที่สลักลวดลายจิตรกรรมเอาไว้มากมาย หากมองดูดีๆ แล้วกำแพงเหล่านี้คล้ายคลึงกับกำลังเล่าเรื่องราวตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันซึ่งไทก้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก

    หลังจากเดินเข้ามาด้านในเรื่อยๆ ไทก้าก็มองเห็นปลายสุดของเส้นทาง ก่อนจะพบว่าเป็นห้องโถงขนาดใหญ่กว้างขวางมีบันไดทางขึ้นตรงกลางสูงตระหง่านและมีที่นั่งคล้ายกับบัลลังก์ตั้งอยู่ด้านบน ทั้งยังดูทรงอำนาจเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ด้านหน้าของบัลลังก์นั้นกลับมีอาวุธขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายกับง้าวโบราณ ที่มีด้ามยาวขนาดใหญ่ปักลงไปยังพื้นดิน ซึ่งหากมองดูดีๆ แล้วมันกลับใหญ่มากเกินกว่าที่จะเป็นอาวุธของมนุษย์เสียด้วยซ้ำ

    เมื่อมาถึงตรงกลางห้องโถง ไทก้าได้บอกให้นาราหยุดเพื่อสำรวจดูรอบๆ เผื่อว่าจะมีกับดักหรือกลไกอะไรซ่อนเอาไว้ ก่อนจะพบว่าในห้องโถงนี้ล้อมรอบไปด้วย บ่อน้ำขนาดเล็ก ประมาณเจ็ดถึงแปดบ่อ

    "นั่นมันบ่อน้ำอริยะจิตในตำนาน...." ทั้งไทก้าและนาราอุทานขึ้นหลังจากพบว่าบ่อน้ำอันใสสะอาดนี้ เป็นบ่อน้ำในตำนานที่มีอยู่ในตำราของหอตำราแพทย์ ว่ากันว่าสามารถชำระกระดูกและผลัดเปลี่ยนร่างกายให้รองรับพลังแห่งจิตได้มากขึ้น ทั้งหากอยู่ในระดับจิตโลกาขึ้นไปยังสามารถดูซับพลังในบ่อน้ำเพื่อเลื่อนระดับได้ 

    "เฮ้อ ช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่เรายังไม่ได้เลื่อนระดับพลังไปถึงระดับจิตโลกามิฉะนั้น คงสามารถใช้น้ำในบ่อน้ำอริยะจิตได้" ไทก้าบ่นพึมพำเล็กน้อย 

    แม้กระทั่งนาราเองยังพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะกล่าวเสริมอีกว่า"หากไม่ติดตรงที่ว่าบ่อน้ำนี้ใช้ได้เฉพาะจุดที่เกิดขึ้นมาล่ะก็ เราคงเก็บเอาไปด้วยได้แล้ว มิน่าเล่า เหตุใดเรื่องของที่นี่ถึงได้กล่าวว่าต้องมีโชคชะตาเท่านั้นถึงจะสามารถนำสิ่งที่อยู่ภายในออกไปได้ ดูเหมือนว่าข้ากับเจ้าจะไร้โชคนะคราวนี้"

    "ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเสียดายก็เถอะ แต่ว่าเราลองสำรวจดูรอบๆ ก่อนดีกว่าเผื่อจะพบอะไรบ้าง"ไทก้าตอบกลับก่อนจะแยกกับนาราไปคนละทางเพื่อสำรวจดูรอบๆ ก่อนจะไปไทก้าได้ย้ำกับนาราแล้วว่าให้ระวังตัวเอาไว้ด้วย นาราทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยเพราะคิดว่าไทก้าคงเห็นว่านางเป็นเด็กแน่ๆ ถึงได้คอยเตือนแบบนี้ ก่อนจะพยักหน้ารับและออกไปสำรวจดูรอบๆ

    ไทก้าเดินขึ้นมาด้านบนบันไดตรงกลางเพื่อที่จะสำรวจดูว่าที่บัลลังก์จะมีสิ่งใดรึไม่ ก่อนจะมองดูที่ง้าวโบราณและพบว่ามีตัวอักษรบางอย่างอยู่

    "ผู้ครอบครอง คือผู้ปกครอง อย่างนั้นเหรอ หมายความว่าอย่างไรกัน"ไทก้าอุทานขึ้นด้วยความสงสัยเล็กน้อยหลังจากอ่านข้อความบนด้ามง้าวโบราณก่อนจะลองจับและยกง้าวขึ้น

    "ฮึบ...."

    "อืม ..... หนักแฮะ ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย "แม้ว่าไทก้าจะออกแรงสุดกำลังเพียงใดก็ไม่สามารถยกง้าวที่ปักอยู่ที่พื้นดินขึ้นได้เลย

    หลังจากที่ไทก้าลองอยู่หลายครั้ง และไม่พบการขยับเคลื่อนไหวใดๆ ของง้าวเลย จึงได้ล้มเลิกไป

    เมื่อสำรวจด้านบนจนหมดแล้วและเห็นว่าไม่พบสิ่งใด ไทก้าจึงได้เดินไปยังด้านหลังของบัลลังก์ ก่อนจะพบว่ามีประตูหินบานหนึ่ง ทั้งยังมีคำสลักรูปแบบอักษรโบราณเอาไว้ และดูเหมือนว่าด้านข้างประตูจะมีช่องๆ นึงอยู่ หากสังเกตดูแล้วจะพบว่าช่องนี้สามารถใส่แกนอสูรเข้าไปได้ หรือว่านี่จะเป็นวิธีการเปิดประตูเพื่อออกไปยังด้านนอกของที่นี่

    ไทก้าไม่รอช้ารีบหยิบแกนอสูรออกมาหนึ่งชิ้นก่อนจะลองใส่เข้าไป

    กึก!

    "เล็กไปอย่างนั้นเหรอ หรือว่าต้องเป็นแกนอสูรที่ใหญ่กว่านี้"

    กล่าวจบไทก้าจึงได้หยิบแกนอสูรของอสูรนาคาขึ้นมาและลองใส่เข้าไปดูอีกครั้ง

    กึก!

    วูมมมมม!

    จู่ๆ ประตูหินนั้นก็เกิดแสงหมุนวนคล้ายประตูมิติขึ้น ไทก้านั้นรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากก่อนจะลองใช้หัวมุดเข้าไปเพียงครึ่งลำตัวส่องดูและปรากฏว่าเป็นทางออกจริงๆ 

    แต่ในขณะที่ไทก้าได้ดึงลำตัวกลับเข้ามาด้านใน เพื่อที่จะบอกกับนาราว่าพบทางออกแล้วนั้น ก็ได้ยินเสียงร้องของนาราขึ้น ก่อนที่ไทก้าจะไปยังด้านหน้าของบัลลังก์และพบว่า มีโครงกระดูกปลดปล่อยพลังอันดำมืดพร้อมด้วยอาวุธจำนวนมากกำลังตามติดนารามาทั้งยังโจมตีมาที่นาราอย่างต่อเนื่อง

    "ไทก้า หนีเร็ว"นาราที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วร้องเตือนไทก้าด้วยความร้อนใจ ทั้งยังคอยตั้งรับการโจมตีของเหล่าโครงกระดูก

    แม้แต่ไทก้าเองก็ยังตกใจเป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่าโครงกระดูกเหล่านี้จะมีระดับพลังสูงราวๆ จิตโลกาเลยก็ว่าได้ การจะต่อสู้กับโครงกระดูกเหล่านนี้นับเป็นเรื่องที่ยากอย่างมาก ไม่ต่างจากการปิดชีพตัวเองด้วยซ้ำ

    "เร็วเข้า ทางนี้" ไทก้ารีบกล่าวบอกนาราให้รีบมาทางนี้โดยเร็วเพื่อที่จะได้ออกจากประตูไป

    แม้ว่าความเร็วของนาราจะรวดเร็วแต่ด้วยระดับพลังของเหล่าโครงกระดูกและจำนวนที่มีอยู่มากมาย รายล้อม ทำให้นารานั้นต้องต้านรับในขณะที่วิ่งไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

    ตู้ม เปรี้ยง!

    นาราที่ต้านรับการโจมตีของโครงกระดูกตัวหนึ่ง ก่อนที่ตัวของนาราจะกระเด็นออกไปยังบันไดทางขึ้น และได้รับบาดเจ็บ

    อัก!

    ชั่วเวลานั้นเองที่นาราล้มลง โครงกระดูกหลายตนพร้อมด้วยอาวุธต่างพุ่งเข้ามาโจมตีนาราพร้อมกันจากหลายทิศทาง

    "นารา...."

    ฟุบ!

    ไทก้าไม่รอช้ารีบใช้ย่นระยะเข้าไปพร้อมทั้งใช้หมัดทลายภูผาขนาดใหญ่ต้านรับแทนนาราก่อนที่โครงกระดูกเหล่านั้นจะใช้อาวุธต่างๆ โจมตีเข้าไปที่นาราจากหลายทิศทาง

    ตู้ม 

    โครงกระดูกเหล่านั้นกระเด็นถอยหลังออกไปเพียงเล็กน้อยก่อนจะวิ่งกลับเข้ามาโจมตีนาราอีกครั้ง

    "กำแพงดิน"

    ไทก้าที่มาถึงข้างกายนารารีบเรียกใช้กำแพงดินออกมาคลุมทั้งสองคนเอาไว้ภายใน ก่อนจะใช้มืออีกข้างสั่งอาคมผกผันเข้าไปปรับพลังของนาราให้เพิ่มขึ้นมา

    ตึง ตึง แคร่กก...!

    "....."

    แม้ว่าจะเข้ามาช่วยนาราได้ทันเวลาแต่ว่า ด้วยความแข็งแกร่งของกำแพงดินนั้นมันกลับยังไม่มากพอที่จะป้องกันการโจมตีของโครงกระดูกขั้นจิตโลกาแม้แต่น้อยก่อนที่มันจะค่อยๆ แตกออก

    "ไปที่ประตูด้านบนเร็ว นั่นเป็นทางออก ข้าจะต้านไว้ให้ก่อนและจะตามเจ้าไป"ไทก้ารีบกล่าวกับนาราโดยเร็วก่อนจะใช้เสาแห่งความโกฬาหลผลักโครงกระดูกกระเด็นออกไปหลายทิศทาง

    ปึก ปึก ปึก!

    "ไปเลย" เมื่อไทก้าเปิดทางให้กับนาราแล้ว นาราไม่รอช้ารีบพุ่งขึ้นไปยังด้านบนในทันที 

    ไทก้ายังคงใช้อาคมอย่างต่อเนื่องเพื่อต้านเหล่าโครงกระดูกเอาไว้ แต่ว่าด้วยความต่างทางด้านพลังทั้งจำนวนของโครงกระดูกที่มีมากมาย เข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตัวไทก้าเองได้รับบาดแผลด้วยเช่นกัน

    ปัง ตู้ม ฉึก ฉั๊วะ...!

    ไทก้าไม่มีเวลาที่จะมาลังเลแม้แต่น้อย ทั้งยังพยายามใช้อาคมผกผันรักษาบาดแผลไปด้วย แต่ว่าหลังจากรักษาหนึ่งบาดแผลก็จะมีอีกหนึ่งหรือสองแผลปรากฏขึ้นมาเช่นกัน แม้ว่าไทก้าจะหลบการโจมตีได้ แต่ด้วยจำนวนที่มากเกินไปทั้งยังออกห่างจากบันไดไม่ได้ทำให้ไทก้าโดนโจมตีอยู่บ้างหลายต่อหลายครั้ง

    "ไทก้า ข้ามาถึงประตูแล้ว" นารารีบกล่าวบอกไทก้าหลังจากที่มาถึงหน้าประตู

    เมื่อได้ยินสัญญาณจากนารา ไทก้าได้แต่อดกลั้นต่อความเจ็บปวดของบาดแผลเอาไว้ก่อนจะใช้อาคมหมัดทลายภูผาเต็มกำลังดันโครงกระดูกออกไปและฝืนร่างกายพุ่งไปยังประตูทันที

    "ไปเลยนารา"ไทก้าที่พุ่งไปด้านบนอยู่นั้น ได้รีบบอกให้นาราก้าวออกไปโดยเร็วไม่ต้องรอให้ชายหนุ่มไปถึงก่อน

    แม้ว่านาราจะลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายนาราก็ต้องรีบก้าวออกไปด้วยสถานการณ์นี้ ถึงต้องการจะรอให้ไทก้ามาถึงและออกไปพร้อมกันก็ตาม แต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาลังเลอีกแล้ว

    เมื่อเห็นนาราก้าวออกไปแล้ว ไทก้าจึงรีบตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

    แต่ในขณะที่ไทก้าใกล้จะถึงประตูนั้น

    "บ้าเอ้ย แย่แล้ว"

    จู่ๆ แสงจากแกนอสูรจิตโลกาที่ใส่เข้าไปในช่องเปิดประตูนั้นก็ค่อยๆ ดับแสงลงอย่างรวดเร็ว 

    ทั้งนาราและไทก้าต่างตกใจสุดขีด 

    "เร็วเข้าไทก้า "นาราร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด และกำลังจะใช้มือยื่นเข้าไปเพื่อจะดึงไทก้าออกมาด้วยนั้น ประตูมิติกลับปิดลงในทันทีทั้งยังผลักนารากระเด็นออกไปจากประตู

    อัก!

    นาราไม่สนใจความเจ็บปวดจากแรงกระแทกแม้แต่น้อย รีบตรงไปยังประตูหินที่ก่อนหน้านี้เป็นประตูมิติและใช้พลังทั้งหมดโจมตีไปที่ประตูอย่างเต็มแรง

    บึ้ม!

    แม้ว่าการโจมตีของสายฟ้าจะรุ่นแรงแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดกับประตูหินได้แม้แต่รอยขีดข่วนก็ตาม นารากลับยังไม่ยอมแพ้เพียงเท่านั้น ยังคงใช้พลังโจมตีไปที่ประตูหินด้วยทุกคาถาที่มีอย่างต่อเนื่อง

    ตู้ม เปี๊ยะ บึ้มมมมม!

    จนในที่สุดนาราก็หมดแรง คุกเข่าไปที่ด้านหน้าประตูหินที่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน พร้อมด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาเป็นสาย

    "เป็นเพราะข้า เป็นเพราะข้า เจ้าถึงได้ติดอยู่ด้านใน....ไทก้า เป็นเพราะข้าเอง หากข้าเชื่อเจ้าแต่แรก และไม่ไปแตะต้องสิ่งนั้นเข้า เจ้าคงไม่ต้องติดอยู่ด้านในแบบนี้ ฮึกๆ"

    ในตอนนี้นาราเอาแต่พึมพำเป็นชื่อของชายหนุ่ม ทั้งยังเกิดความเสียใจเป็นอย่างมากที่นางเองเผลอไปแตะบางสิ่งเข้าทำให้ปลุกเหล่าโครงกระดูกนี้ขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มต่างช่วยนางเอาไว้ตั้งหลายครั้ง แต่ว่าด้วยการกระทำของนางกลับไม่ได้เป็นการตอบแทนชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสร้างแต่ปัญหาให้กับชายหนุ่ม จนตัวของชายหนุ่มเองติดอยู่ภายในปราสาทและยังไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร

    นารานั่งอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งพลังกลับมาได้เล็กน้อยจึงได้รีบเดินสำรวจรอบๆ เผื่อว่าจะมีกลไกที่สามารถเปิดประตูได้บ้าง แต่ว่ามันกลับไม่เป็นผล และดูเหมือนว่าจะสิ้นหวังไปเรื่อยๆ

    แม้ว่าจะไร้ซึ่งหนทางและเหลือพลังอยู่ไม่มานาราก็ยังใช้พลังที่มีอยู่ทำลายประตูต่อไป แม้ว่ามันจะน้อยแค่ไหนก็ตาม จนสุดท้ายสามวันผ่านไปก็ไร้ซึ่งวี่แววของชายหนุ่ม 

    "ไทก้า ข้าขอโทษ"นาราที่ตอนนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง นั่งอยู่ที่หน้าประตูคอยกล่าวขอโทษไทก้าอยู่ ทั้งใบหน้าของนางในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

    "ข้าไม่เคยพ่ายแพ้ผู้ใดยกเว้นเจ้า ข้าไม่เคยถูกชายอื่นใดอุ้มเว้นแต่เพียงเจ้า ข้าไม่เคยถูกใครช่วยชีวิตหลายต่อหลายครั้งยกเว้นเจ้า ไทก้า ขอเพียงเจ้ากลับออกมาข้าจะไม่ดื้นรั้นกับเจ้าอีกแล้ว" หลังจากที่นารารออยู่ด้านหน้าประตูอีกหนึ่งวันเต็มๆ และดูเหมือนว่าจะไร้ซึ่งวี่แววของชายหนุ่ม เมื่อหมดหนทางในการที่จะช่วยเหลือชายหนุ่มที่นี่ นาราจึงได้ตัดสินใจออกจากปราสาทไป เนื่องจากที่นี่ไร้ซึ่งผู้คนที่จะเข้ามาจึงเป็นการยากที่จะหาใครที่สามารถช่วยได้ 



    คล้ายกับเรื่องพิภพห้วงเวลา ที่คุณอ่าน