เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 96 : ชีวิตในอนาคต

            เกือบชั่วโมงแล้วที่หยางเฉินและโม่เชี่ยนนีออกจากมาบริษัทรับเหมาก่อสร้างจงหนาน

            เมื่อหยางเฉินออกจากห้องพักมาเขาก็ถือกระดาษบางอย่างติดมือมาด้วยและไม่พูดไม่จาอีกเลยนั่นทำให้โม่เชี่ยนนีขุ่นเคืองใจเป็นอย่างมาก

            ย้อนกลับมาภายในรถหยางเฉินยังคงเงียบขรึม จนในที่สุดโม่เชี่ยนนีก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป

            "นั่นอะไรน่ะ?"

            "เห็นได้ชัดว่าคุณอยากถามผมมาโดยตลอดแต่เมื่อเห็นว่าผมไม่มีทีท่าจะบอกคุณ คุณก็รอจนกระทั่งทนไม่ไหวถึงเอ่ยปากถามนี่คือสิ่งที่เค้าเรียกกันว่าปากไม่ตรงกับใจอย่างนั้นหรือ"

            เมื่อหยางเฉินถามจี้เข้าตรงจุดของโม่เชี่ยนนีใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นขึ้นสี จากนั้นรีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นจากหยางเฉินทันที

            หลังจากได้กระดาษแผ่นนั้นมาอ่านดวงตาของโม่เชี่ยนนีพลันเบิกกว้าง เธอมองหยางเฉินด้วยสีหน้าแปลกๆจากนั้นกล่าวขึ้นว่า

            "ฉันรู้สึกเห็นใจพวกนั้นขึ้นทันใดต้องโดนข่มขู่เช่นไรพวกเขาถึงยอมเขียนอะไรที่เลวร้ายคล้ายฆ่าตัวตายแบบนี้..."

            กระดาษที่อยู่ในมือหยางเฉินมีรายละเอียดคำสารภาพทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการก่ออาชญากรรม การพนัน การวิวาทบีบบังคับ และการฉ้อโกงไม่สำคัญว่าสิ่งที่เขียนจะเป็นจริงหรือเท็จแต่กระดาษแผ่นนี้มีลายเซ็นของพวกเขากำกับไว้ รวมถึงการประทับตราด้วยเลือด...

            เมื่อมอบกระดาษแผ่นนี้ให้ตำรวจแน่นอนว่าสามารถทำให้พวกมันเข้าคุกเป็นเวลาอย่างน้อย 2-3ปี และเสียค่าปรับอีกมหาศาล

            หยางเฉินชี้ไปเอกสารพลางกล่าวว่า

            "มันคือใบรับรองว่าเป็นลูกหนี้จากต้าจุนถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เงินคุณสามารถเรียกเงินจากต้าจุนหรือพี่เขยของมันได้ถึงหนึ่งแสนหยวนแต่ถ้าคุณรู้สึกขี้เกียจเกินไปที่จะลงโทษพวกมัน คุณก็แค่โยนมันทิ้งไป"

            แต่เดิมเธอเป็นลูกหนี้แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าหนี้เสียแล้ว!

            "นายไม่ได้ใช้กำลังบังคับพวกนั้นเหมือนในหนังใช่ไหม?"โม่เชี่ยนนีเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ฉากนองเลือดและน่ากลัวโผล่ขึ้นมาในจิตใจทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว

            หยางเฉินส่ายหัวด้วยใบหน้าจริงจัง

            "ผมดูเป็นคนแบบนั้นหรือยังไง?สิ่งที่ผมทำก็แค่พูดคุยกับพวกเขาถึงเรื่องชีวิตในภายภาคหน้า"

            "ชีวิตในภายภาคหน้า?"

            "ใช่ผมแค่ถามพวกเขาไปว่า ยังอยากจะมีคนสืบสกุลต่อหรืออยากจะจบมันตรงนี้..."

            "..."

            โม่เชี่ยนนีเก็บกระดาษแผ่นนั้นในช่องเก็บของในรถเธอถอนหายใจและกล่าวด้วยเสียงที่ชัดเจน

            "ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่านายทำได้อย่างไรแต่ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณนายอีกครั้ง"

            "คนพวกนั้นต้องการทำร้ายผมดังนั้นจึงไม่ใช่เพราะคุณ" หยางเฉินลังเลเล็กน้อยก่อนพูดขึ้นว่า "ผมทำพ่อเลี้ยงของคุณบาดเจ็บนั่นไม่เป็นปัญหาอะไรใช่ไหม"

            "ไม่มีปัญหาฉันเช่าบ้านใกล้ๆ ที่นั่นให้เขาอยู่ สักพักเขาก็กลับไปบ้านเอง"โม่เชี่ยนนีขมวดคิ้วเต็มไปด้วยความเศร้าโศกโดยจากการกระทำของจางฟู่กุ้ย เธอถอนหายใจลึกแล้วกล่าวว่า "ฉันไม่ต้องการได้ยินชื่อของคนนั้นอีกหยางเฉินมากับฉันได้ไหม ฉันต้องการขอบคุณนาย"

            "คุณจะพาผมไปทานอาหารแผงลอยริมถนนอีกครั้งนั้นหรือ?"หยางเฉินเบ้ปาก"อาหารที่นั่นเผ็ดจนปากของผมพองไปหมดแล้ว"

            โม่เชี่ยนนีอารมณ์ดีขึ้นอย่างถนัดตาท่าทางของเธอกลับมามีความเชื่อมั่นที่เต็มเปี่ยมอีกครั้งเธอมองที่หยางเฉินด้วยรอยยิ้มกว้าง

            "นายลืมเรื่องกินไปก่อนที่ที่ฉันจะพาไปรับรองนายต้องชอบแน่ๆ"

            หยางเฉินเริ่มคิดอีกแล้วว่าทุกครั้งที่เขาไปกับโม่เชี่ยนนีมักจะเป็นสถานที่แปลกๆ เสมอ

            ครึ่งชั่วโมงต่อมาโม่เชี่ยนนีก็นำหยางเฉินไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลในภาคตะวันออกของเมืองจงไห่และเข้าไปในสถานที่ที่คล้ายกับสวนป่าเธอขับรถไปตามถนนสองทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี รถออดี้สีแดงไหลไปตามทางอย่างช้าๆ

            ภายในป่านั้นเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและความเงียบสงบ ทิวทัศน์ภูเขาที่มีลายเส้นสีเหลืองของฤดูใบไม้ร่วง ที่ค่อยๆกล้ำกรายเข้ามา บางครั้งมีนกบินท่ามกลางหมู่ไม้ ใบไม้ปลิดปลิวไสวกระจัดกระจายเมื่อรถแล่นผ่าน

            ผ่านไปสิบนาทีหยางเฉินก็เห็นศูนย์กีฬาครบวงจรขนาดใหญ่ มันมีสนามแข่งกีฬาต่างๆแม้กระทั่งสนามแข่งรถ

            "ที่ที่คุณบอกว่าผมต้องชอบแน่ๆคือศูนย์กีฬางั้นหรือ?" หยางเฉินถามด้วยใบหน้าขมขื่น

            โม่เชี่ยนนีพยักหน้า

            "เมื่อไรที่ฉันอารมณ์ไม่ดีฉันมักจะมาที่นี่เพื่อออกกำลังกายจนเหงื่อออกจากรูขุมขนเมื่อนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วล้วนไม่มีค่าอันใดอีกต่อไป"

            "แต่ผมไม่ชอบออกกำลังกาย"

            "นายต่อสู้เก่งจะไม่ชอบออกกำลังกายได้ยังไง?" โม่เชี่ยนนีถามอย่างไม่เข้าใจ

            แค่รู้ศิลปะการต่อสู้ก็กลายเป็นคนชอบเล่นกีฬาไปในทันที? หยางเฉินคิดในใจ

            "ผมเป็นคนที่ขี้เกียจแม้แต่เล่นเกมก็เถอะ ผมไม่เล่นอะไรอย่างพวกกีฬาหรอก"

            "งั้นนายก็นั่งอยู่ข้างสนามมองสาวๆไปก็แล้วกัน ฉันรู้ว่านายชอบมัน"

            "มีสาวสวยมากมายที่นั่นงั้นหรือ?"หยางเฉินเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นเล็กน้อย

            โม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินด้วยความรังเกียจ

            "ฮึ่ม...นายแต่งงานแล้วแท้ๆ ยังกลัดมันอีก ที่เมเปิ้ลฟอเรสฟิตเนสเป็นศูนย์สันทนาการที่เปิดมากว่ายี่สิบปีแล้ว หญิงสาวนักธุรกิจระดับสูงและลูกสาวคนรวยมากมายต่างมาออกกำลังกายกันที่นี่ แทนที่จะเรียกมันว่าศูนย์กีฬานายควรจะเรียกมันว่าคันทรีคลับชั้นยอด เรียกได้ว่ามันเป็นสรวงสวรรค์ของพวกผู้ชายก็ว่าได้"

            "ฉันไม่ใช่คนปากแข็งแต่เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณโม่แล้ว ผมว่าเรารีบไปที่นั่นกันดีกว่า"หยางเฉินพูดขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง

            เช่นเดียวกับที่โม่เชี่ยนนีพูดทันทีที่เข้ามาข้างในก็พบกับหญิงสาวในชุดออกกำลังกายขาสั้นเผยให้เห็นต้นขาขาวงดงาม เรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่สามารถทำให้ชายทุกคนชุ่มชื่นหัวใจ

            เนื่องจากการออกกำลังกายกลิ่นกายของสาวๆ จึงผสมปนเปกับกลิ่นของน้ำหอม จนกลายเป็นกลิ่นหอมที่สุดจะบรรยายตราบเท่าที่พวกเธอเดินผ่านกลิ่นรัญจวนนั่นก็จะซึมเข้าไปในจมูกทันที

            โม่เชี่ยนนีหันมองหยางเฉินที่กำลังใช้สายตาอกุศลไปยังเหล่าสาวๆแบบไม่มีปิดบัง นั่นทำให้เธออดที่จะกล่าวเตือนไม่ได้

            "นี่แม้ว่าคุณต้องการจะส่องสาว แต่นายก็ห้ามทำอย่างโจ่งแจ้งเป็นอันขาด ถ้าแฟนของสาวๆเหล่านั้นมาเห็นเข้า มันจะเกิดปัญหาได้"

            "ปัญหาอะไรงั้นหรือ?"หยางเฉินยิ้มแย้ม "ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดผมก็แค่ปฏิเสธไปว่าไม่ได้มอง แค่นั้นเอง"

            โม่เชี่ยนนีเหลือบมองไปทางอื่นเธอไม่ใส่ใจกับความหน้าด้านของหยางเฉินอีก

            ที่นี่ถูกสร้างขึ้นจากแก้วโปร่งใสการออกแบบของมันทั้งหรูทั้งทันสมัย มีทั้งพืชพรรณและบอนไซทั้งยังให้ความรู้สึกกว้างขวางและเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์

            พนักงานทุกคนที่นี่ล้วนสวยหล่อทุกคนจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ และสวมเสื้อยืดรูปใบเมเปิ้ลซึ่งเป็นโลโก้ของศูนย์ออกกำลังกายแห่งนี้

            พวกเขาเดินเข้าไปในล็อบบี้หญิงสาวนางหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับก็ส่งยิ้มหวานเป็นการทักทาย โม่เชี่ยนนีนำบัตรสีแดงออกมาแล้วชี้ไปที่หยางเฉิน

            "คนนี้คือผู้ติดตามของฉันเองค่ะเราสามารถเข้าไปด้วยกันได้มั้ยคะ?"

            "บัตรของคุณผู้หญิงเป็นบัตรวีไอพีคุณมีสิทธิที่จะนำเพื่อนเข้าไปได้หนึ่งคนค่ะ"

            หยางเฉินลูบจมูกเดินตามโม่เชี่ยนนีไปพลางกล่าวว่า

            "ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนเป็นเด็กเลี้ยงของแม่ยกเลย?"

            "อะไรกันหน้าของนายไม่ได้ขาวซะหน่อย" โม่เชี่ยนนีกล่าวล้อเลียน

            หยางเฉินรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจหญิงสาวคนนี้ซุกซนเกินไป ไม่ทันไรก็ลืมเสียแล้วว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณ

            "คุณโม่คะไม่เจอกันนานนะคะ" เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านข้าง

            โม่เชี่ยนนีหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติตามแบบฉบับสาวประชาสัมพันธ์

            เมื่อหยางเฉินหันมาเขาก็ต้องสะดุ้งทำไมถึงเป็นเธอ?

            ถังหว่านสวมเครื่องแต่งกายสบายๆเธอพบว่าคนที่เข้ามาเป็นหยางเฉิน เมื่อเห็นหยางเฉินแสดงท่าทีตกใจเธอก็ยิ้มแย้มอย่างสนุกสนานและเอ่ยทักทายเขาเช่นกัน

            "คุณหยางพบกันอีกแล้วนะคะ"

            หยางเฉินสังเกตท่าทาง'รู้แจ้ง'จากถังหว่าน นั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

            ในครั้งแรกที่พวกเขาพบกันคือตอนที่หยางเฉินกำลังมองหาหญิงสาวที่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้แต่เธอก็ปฏิเสธเขาไปในคืนนั้น ครั้งที่สอง คือต่อหน้าหญิงสาวสดใสไร้เดียงสาอย่างคุณครูหลี่จิงจิงแต่เพียงไม่กี่วันเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างๆ สาวมั่นผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างโม่เชี่ยนนี

            อย่าว่าแต่หญิงสาวที่ดูฉลาดอย่างถังหว่านเลยหญิงสาวคนอื่นๆ ถ้าเห็นเช่นนี้ก็คงคิดไปในทางเดียวกัน

            "คุณถังรู้จักกับหยางเฉินเหรอคะ?" โม่เชี่ยนนีมีความอยากรู้อยากเห็นในดวงตาขึ้นทันทีเธอนึกไม่ถึงว่าหยางเฉินถึงกับรู้จักหญิงสาวผู้มีตำแหน่งพิเศษในสังคมชั้นสูงของเมืองจงไห่

            ถังหว่านหัวเราะเบาๆเอ่ยเสียงนุ่มว่า

            "เราพบกันสองครั้งโดยบังเอิญน่ะค่ะครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ดูเหมือนฉันกับคุณหยางจะมีชะตาต้องกันนะคะ"

            "อะแฮ่มอะแฮ่ม..." หยางเฉินยิ้มอย่างเชื่องช้าพลางกล่าวว่า "มันเป็นเรื่องบังเอิญแน่นอนครับชะตาของเราโคจรมาเจอกันตลอด แม้แต่ในสถานที่เช่นนี้"

            โม่เชี่ยนนีไม่อาจทำอย่างไรได้เธอเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยพลางกล่าวว่า

            "บอสถังเป็นเจ้าของที่นี่มันจะบังเอิญได้อย่างไร?"

            หยางเฉินพูดไม่ออกไปในทันทีไม่แปลกใจที่หญิงสาวผู้ขับรถแลนด์โรเวอร์รุ่นลิมิเต็ด จะไม่ใช่คนสามัญธรรมดา

            "ผมโง่เองงั้นหรือเนี่ย..."

            สองสาวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย น่ารื่นรมย์มากยิ่งขึ้น

            ถังหว่านดูเหมือนจะมีความคิดอะไรบางอย่างเธอกะพริบตาถามอย่างสุภาพว่า

            "งั้นคุณสองคนจะเล่นอะไรกันเหรอคะยิม? ว่ายน้ำ?โยคะ? หรือกีฬาแข่งขัน?"

            "เรายังไม่ได้ตัดสินใจกันเลยค่ะฉันเพิ่งมาถึงไม่นาน บอสถังมีอะไรแนะนำมั้ยคะ?"โม่เชี่ยนนีเอ่ยถาม

            ถังหว่านพยักหน้ากล่าวว่า "ฉันกำลังจะไปดูคอร์ทเทนนิสพอดีที่นั่นมักมีคนเล่นและผู้ชมมากมาย สมาชิกระดับวีไอพีเช่นคุณโม่แน่นอนว่าต้องมีคนรู้จักมากมาย จะเป็นเกียรติอย่างยิ่งถ้าคุณสองคนไป"

            หยางเฉินต้องการจะปฏิเสธเขาไม่ได้เป็นสมาชิกวีไอพีเสียหน่อย จะมีคนรู้จักได้อย่างไร?แต่ทันใดนั้นเองโม่เชี่ยนนีก็ดึงแขนเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกล่าวว่า

            "เมื่อคุณถังชวนอย่างนี้พวกเราจะปฏิเสธได้อย่างไร หยางเฉินไปกันเถอะ!"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน