“ถ้าอย่างนั้นนายน้อยจะบอกว่าที่เธอโมโหเพราะว่าน้อยไปขอสร้อยคอคืนจากเธอใช่ไหมครับ”
“อืม”
“แล้วเธอก็ยังไม่ยอมคืนให้ใช่ไหมครับนายน้อย”
“ใช่แล้ว”
“อย่างงี้นี่เอง…แล้วทำไมคนโดนตบถึงเป็ผมละครับ”
“ฉันไม่รู้”
ในขณะที่เ้ากำลังใช้น้ำแข็งประคบไปที่รอยตบบริเวณหน้าของชายหนุ่มฮ่าฮ่าเพื่อบรรเทาอาการเจ็บให้เขา คำถามมากมายที่ฮ่าฮ่าถามออกมาเขาก็ไม่สามารถหาเหตุผลไปตอบได้ ว่าทำไมฮ่าฮ่าถึงเป็คนที่โดนตบ
เมื่อฮ่าฮ่าไม่ได้รับคำตอบที่สมควร เขาก็แสดงสีหน้าขะมักเขม้นขึ้นมา พร้อมกับหยิบสมุดบันทึกของเขาขึ้น เพื่อจดชื่อของฟางเซียนลงไป
“ซีซวน ฟางเซียน…นายจะจดชื่อพวกนี้ไว้ทำไมหรอ”
“อันนี้มันเป็บันทึกเป้าหมายของนายน้อยในอนาคตที่ผมตั้งเป้าไว้ให้ครับ ส่วนชื่อที่เขียนอยู่ก็คือรายชื่อที่อนาคตนายน้อยจะต้องมากระทืบพวกเขา”
“ว่ายังไงนะ!…ทำไมฉันต้องกระทืบพวกเขาด้วยล่ะ”
“เอ้า…ก็ซีซวนนั้นมันทำร้ายนายน้อยไปเยอะนี้ครับ ยังไงเราก็ต้องแก้แค้นมัน ส่วนแม่นางคนนั้นก็เพิ่งตบผมไป เธอก็จะต้องเป็หนึ่งในเป้าหมายที่เราต้องมาแก้แค้นด้วย”
“เดี๋ยวก่อนสิ…ฉันแค่อยากหลุดพ้นชีวิตที่โหดร้ายนั้นเฉยๆ นะ ไม่ได้อยากแก้แค้นใครซะหน่อย อีกอย่างถ้านายจะแค้นซีซวนก็เข้าใจได้อยู่…แต่นายกะจะเอาคืนฟางเซียนด้วยอย่างนั้นเหรอ”
“แน่นอนสิครับนายน้อยเราจะปล่อยไปได้ยังไง…โอ๊ย”
“เมื่อเห็นท่าทีเ้าคิดเ้าแค้นจองฮ่าฮ่าที่คิดแม้กระทั่งจะแก้แค้นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เ้าก็ได้กดน้ำแข็งแช่ไปที่ใบหน้าของเขาจนมันสร้างความเย็นแซ่บซานให้กับฮ่าฮ่าจนเขาต้องชักหน้านี้
“ถ้านายอยากแก้แค้นก็แก้แค้นไปคนเดียวสิ ห้ามลงมันไปไหนบันทึกเป้าหมายของฉันนะ”
“แต่ผมใช้พลังปราณไม่ได้นะครับนายน้อย…ผมจะไปแก้แค้นใครเขาได้”
“ใช้พลังปราณไม่ได้อย่างนั้นหรอ…เป็ไปได้ยังไงกัน”
“ก็มันเป็ไปแล้วนี่ครับ”
“อย่างงั้นนายจะฝึกฝนให้ฉันได้ยังไงล่ะ”
“นั่นล่ะครับของถนัดของผมเลย…พวกคนอย่างผมถูกฝึกมาพิเศษเพื่อช่วยในการฝึกฝนโดยเฉพาะ พวกผู้ช่วยฝึกฝนอย่างพวกผมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ของผลปราณจากสัตว์วิเศษต่างๆ ให้นายน้อยสามารถดูดซับพลังปราณได้มากกว่าเดิมและยังสามารถชี้แนะนายน้อยในเื่การฝึกฝนต่างๆ ได้ด้วยครับ”
“ยังงั้นหรอ….ไม่สิ ก่อนหน้านั้นนายก็เคยใช้พลังปราณใส่ฉันกับซีซวนไม่ใช่หรอ”
“นั้นก็เป็หนึ่งในความสามารถของพวกผมครับ พวกผมสามารถใช้ปราณของคนอื่นบรรจุลงไปในผ้ายันต์อัญเชิญได้และใช้งานมันในเวลาจำเป็
แล้วอีกอย่างนะครับ ผมใช้ยันต์มี่เตรียมไว้หมดไปแล้วด้วย ยังไงอนาคตผมก็ต้องให้คุณหนูช่วยแบ่งพลังปราณไว้ให้ผมได้ใช้งานด้วยนะครับ”
“อะไรกัน โลกนี้มีพวกประหลาดๆ แบบนี้ด้วยอย่างนั้นเหรอ”
“เดี๋ยวคุณหนูลองดูความสามารถของผมในการฝึกฝนคุณหนูนะครับ มันจะเป็ตัวบ่งบอกได้ดีเอง”
เมื่อฮ่าฮ่าแสดงความมั่นใจให้เ้าได้เห็น เ้าก็ทำได้แต่เชื่อใจเขา เพราะชายตรงหน้าเป็ความหวังเดียวของตนที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากชีวิตเลวร้ายที่ผ่านมา
“ก็ได้ฉันจะเชื่อนาย…แต่ว่าการสมัครเข้าสำนักมันจะเกิดขึ้นในปีนี้นะ ฉันจะเก่งทันพอชนะซีซวนที่นายพูดไว้กับเขาได้หรอ
“ไม่มีทางหรอกครับนายน้อยนั้นน่ะ ขั้นนักรบแล้วนะครับ ผมดูแล้วนายน้อยน่าจะอยู่แค่ขั้นสะสมเท่านั้นเอง…ภายในปีนี้นายน้อยไม่มีทางเก่งเท่าเขาได้หรอกครับพูดเป็เล่นไปได้ ฮ่าๆ”
“ถ้าอย่างงั้นนายจะไปประกาศอย่างงั้นต่อหน้าหมอนั่นทำไมล่ะ!”
“ผมก็แค่พูดคู่ขวัญไอ้เด็กนั่นมันเฉยๆ …นายน้อยก็คิดเป็จริงเป็จังไปได้นะครับ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน”
“นายนี่มัน!”
เ้าที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต เพื่อจะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากชีวิตที่ต้องรับใช้ซีห่าว กลับเป็ชายหนุ่มตรงหน้าที่ยียวนกวนโมโหเขา จนถือได้ว่าเป็ชายคนแรกเลยด้วยซ้ำที่เขาอยากจะสั่งสอนชายหนุ่มด้วยกำลัง แต่ก็ทำได้เพียงแค่ง้างหมัดของตัวเองอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ได้กล้าทำร้ายชายหนุ่มจริงๆ
“จะง้างแขนยืดเส้นยืดสายทำไมล่ะครับคุณหนู การฝึกมันเริ่มหลังจากนี้ต่างหาก ก่อนอื่นเราก็ไปสมัครเป็นักผจญภัยกันก่อนนะครับจะได้เขาพื้นที่ผจญภัยได้”
ไม่เพียงแต่ฮ่าฮ่าจะไม่รู้ว่าเขาได้สร้างความโมโหขนาดไหนให้กับนายน้อยของตนเอง เขายังไม่ได้รอให้นายน้อยของเขาได้มีโอกาสถามอะไรออกมาเลย เขาก็จูงมือของนายน้อยไปขึ้นรถประจำทางที่คล้ายกระบอกทรงสี่เหลี่ยมที่ติดล้อไว้และบรรจุคนได้หลายสิบคน พร้อมกับใช้สัตว์วิเศษขนาดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ ตามที่คนลากจูงจะมี ลากไปในเส้นทางที่เขาวิ่งประจำ
“หนูยังอายุสิบสี่อยู่เลยนะ ถ้าจะเป็นักผจญภัยต้องมีผู้ปกครองให้การรับรองนะคะ”
ภายในอาคารทรงสูงแปลกตาที่ทำจากไม้ทั้งหมดพนักงานสาวของสมาคมนักผจญภัย ก็พยายามอธิบายขั้นตอนการสมัครให้กับเด็กหนุ่มที่มาติดต่อเธอได้ฟัง
“เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินว่าจะต้องใช้ผู้ปกครองในการรับรอง เขาก็ไปหันไปหาชายหนุ่มที่มาด้วยกันเพื่อให้เข้ารับรองให้
“ฮ่าฮ่า”
“นายน้อยหัวเราะอะไรอย่างนั้นหรอครับ…รีบกรอกเอกสารสิครับนายน้อยเรายังต้องเดินทางกันอีกไกลนะ”
“ฉันเรียกชื่อนายต่างหาก! แล้วใครเขาจะมาหัวเราะกับการอธิบายของพี่พนักงานเถาวัลย์เหล่า”
อยู่ดีๆ เสียงะโไม่พอใจของเ้า ก็ทำให้ผู้ช่วยฝึกฝนของตัวเองแสดงอาการใออกมา ทั้งๆ ที่เขาเป็สาเหตุของเสียงะโด้วยความไม่พอใจนั่นเอง
“นายเซ็นชื่อของนายลงไปตรงนี้เลย ตรงช่องที่เขียนว่าผู้ปกครองเนี่ย”
เมื่อได้ยินคำสั่งของนายน้อยตนเอง ฮ่าฮ่าก็เซ็นชื่อลงไปในช่องที่เขาบอก ก่อนที่จะยื่นบัตรประชาชนของตัวเองให้กับพนักงานสาวดู
เมื่อพนักงานสาวได้รับเอกสารที่กรอกรายละเอียดต่างๆ เป็ที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็บอกให้ทั้งสองคนไปนั่งรอที่โซฟาที่จัดเตรียมไว้ก่อน ก่อนที่ภายหลังเธอจะเดินมาพร้อมกับบัตรผจญภัยของเ้า ที่เขียนระบุระดับขั้นของเขาไว้พร้อมกับระดับพื้นที่ที่สามารถเข้าไปได้
“นี่ค่ะบัตรประจำตัวนักผจญภัย ระดับขั้นเริ่มต้นจะเป็ระดับสะสมปราณก่อน หนูสามารถไปวัดระดับใหม่เพื่ออัปเดตระดับที่ถูกต้องและพื้นที่ที่สามารถเข้าไปได้ ได้เลยนะ”
“ขอบคุณครับพี่สาวแต่ไม่จำเป็หรอกครับ ผมก็อยู่ระดับสะสมนั่นแหละลาก่อนนะครับ”
ทันทีที่เ้าได้รับบัตรประจำตัวนักผจญภัยของเขา เขาก็รีบเดินออกจากสมาคมนักผจญภัยไปพร้อมกับชายหนุ่มผู้ติดตามตนเอง โดยทิ้งให้พนักงานสาวที่เคยมีสีหน้ายิ้มแย้มอยู่ก่อนหน้านี้ ได้หุบยิ้มของเธอลงและแสดงสีหน้าที่ใออกมา ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าเธอเพิ่งออกบัตรนักผจญภัยให้กับเด็กที่มีระดับแค่สะสมปราณไป ก่อนที่จะรีบวิ่งตามไปหาเด็กคนนั้นแต่ก็ไม่พบเขาแล้ว
พนักงานสาวได้คุกเข่าของเธอหลงอยู่ที่พื้นถนนอย่างหมดแรง เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเธอเพิ่งทำอะไรลงไป เธอปฏิบัติหน้าที่ในการรับสมัครนักผจญภัยมานานหลายปี เ้าไม่ใช่เด็กคนแรกที่มาสมัครเป็นักผจญภัย ที่ผ่านมามักจะมีลูกของตระกูลใหญ่ที่มาสมัครบัตรนักผจญภัยไว้ก่อน เพื่อเข้าร่วมในการฝึกฝนของตระกูล
แต่หลังจากที่เธอออกบัตรให้กับเด็กเ่าั้แล้ว พวกเขาก็จะเข้าไปวัดระดับใหม่ เพื่อให้แทนระดับที่แท้จริงและพวกเขาก็ล้วนที่จะอยู่ในระดับขั้นนักรบปราณกันทั้งนั้น
ความหละหลวมในการออกบัตรที่ง่ายเกินไป แล้วค่อยมาวัดระดับขั้นในภายหลัง ถึงจะเป็ระเบียบปฏิบัติที่ขัดกับกฎของสมาคมนักผจญภัย ที่ให้พวกผจญภัยจะต้องมีระดับขั้นนักรบขึ้นไปเท่านั้น แต่เพราะว่ามันไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่มีคนระดับต่ำกว่านั้นมาสมัครมาก่อน เลยทำให้พวกเขาไม่ได้แก้ระเบียบปฏิบัติแบบนี้
แต่เมื่อความผิดพลาดมันเกิดขึ้นแล้ว หญิงสาวพนักงานก็ทำได้เพียงแต่รู้สึกผิดในใจของเธอ ความคิดที่จะยกเลิกบัตรของเด็กหนุ่มไม่ได้อยู่ในหัวเธอเลย เพราะมันจะทำให้คนอื่นรู้แน่ๆ ว่าเธอทำผิดพลาดไป และไม่มีวันที่เธอจะให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด เพราะนั่นอาจจะหมายถึงอนาคตการงานของเธอที่หมดลง