การทดสอบรอบแรก
ระหว่างที่เซียวเย่กำลังนั่งสมาธิฟื้นคืนลมปราณอยู่ ก็มีจอมยุทธ์ผู้เยาว์คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ยื่นแหวนมิติให้ ในนั้นมีส่วนหัวของเ้าหมีหลังเพลิงอยู่ เค้าคือคนที่เป็ผู้นำกลุ่มที่พาคนมาขอบคุณเซียวเย่
“หืมม ไม่ใช่ข้าบอกเ้าไปแล้วหรือ? ว่าข้าไม่อยากได้มัน”
ผู้เยาว์คนนั้นส่ายหน้า กล่าว
“เซียวเย่ ถ้าเ้าไม่รับสิ่งนี้ไว้พวกข้าจะรู้สึกสบายใจได้อย่างไร ถ้าเ้าไม่เข้ามาช่วยพวกเราเอาไว้ พวกเราคงไม่สามารถล้มมันได้ไวขนาดนี้แน่ๆ ตัวข้าคงต้องออกแรงไม่น้อยเลย เห้อออ…”
ผู้เยาว์กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว
‘…..’
‘ไม่ใช่ว่า ถ้าข้าไม่เข้ามาช่วยพวกเ้าคงไม่ตายกันไปเกือบหมดแล้วหรือไงกัน?’ เซียวเย่คิดในใจ
ผู้เยาว์คนนั้นกล่าวถามต่อทันที
“เซียวเย่ เ้ามาจากที่ไหนงั้นหรือ? ข้าไม่เคยได้ยินคนแซ่เซียวที่มีฝีมือเก่งกาจอย่างเ้ามาก่อนเลย”
เซียวเย่ยังคงนั่งขัดสมาธิเช่นเดิม ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยมองไปที่ผู้เยาว์คนนั้น กล่าวตอบแบบส่งๆ
“ข้าชื่อ เซียวเย่ จากตระกูลเซียว เป็แค่ตระกูลเล็กๆจากเมืองกวางตุงเท่านั้น ไม่คู่ควรให้กล่าวถึง”
“เมืองกวางตุง? นั้นมิใช่เป็เมืองเล็กๆที่อยู่ติดเมืองซานจุงไม่ใช่หรอกหรือ ช่างน่าแปลกใจยิ่งนักที่ตระกูลเซียวให้กำเนิดเด็กที่มีพร์เช่นเ้าออกมา ถ้ามีโอกาสข้าคงต้องขอไปเยี่ยมเยียนบ้างเสียแล้ว”
“อืมม ได้สิ แล้วจ้าหล่ะ ชื่ออะไร?”
เซียวเย่กล่าวอย่างเฉยเมย
"อ้อ! มัวแต่พูดแต่เื่ของเ้าจนเกือบลืมแนะนำตัวเองไปเสียแล้ว"
“อ-แฮ่ม! ยินดีที่ได้รู้จักข้าชื่อ หานหลง ข้ามาจากตระกูลหานจากแคว้นทางตะวันออก ถึงตระกูลข้าจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนตระกูลหลงหรือตระกูลฉิน แต่ก็พอช่วยเหลือในเื่เล็กน้อยได้บ้าง”
หานหลงกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ถ้าถึงเวลานั้นคงต้องขอรบกวนแล้ว”
เซียวเย่ตอบกลับ
หานหลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ่งนัก ไม่แน่อาจมีโอกาสได้ผูกสัมพันธ์เป็เพื่อนใหม่กับเซียวเย่ก็ได้
"เซียวเย่ เ้าคิดอย่างไรกับการทดสอบรอบแรกครั้งนี้กัน"
หานหลงมองไปที่เซียวเย่ก่อนกล่าวถาม เพราะอยากรู้ว่าเซียวเย่คิดอย่างไร
เซียวเย่ เงียบไปสักพักก็เงยหน้าขึ้นตอบหานหลง
“ข้าก็ยังไม่แน่ใจมากนัก แต่การที่เราเข้ามาในที่แห่งนี้ ต้องมีสัตว์อสูรอีกมากมายแน่นอน ข้าคิดว่าพวกเ้าควรรวมกลุ่มกันแล้วมุ่งหน้าต่อไป นี่อาจเป็จุดประสงค์ของทางนั้นก็เป็ได้ และยังปลอดภัยกว่าแยกย้ายกัน ในตอนนี้ข้าคงคิดได้แค่นี้เท่านั้น พวกเ้าจะทำตามหรือไม่ก็แล้วแต่พวกเ้า เพราะเราก็ต้องแยกจากกันอยู่แล้ว”
"อย่างงั้นรึ? เ้าคิดเหมือนกับข้าไม่มีผิดเลย.."
หานหลงพยักหน้าเห็นด้วยเหมือนคิดแบบนั้นอยู่ก่อนแล้ว
“เ้าสามารถรวมกลุ่มกับพวกเราได้นะ ข้าจะคุ้มกันเ้าเองเป็อย่างไร”
“……..”
‘ข้าว่าเ้าคุ้มครองตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ!'
“ไม่เป็ไร ตอนนี้ข้ามีศัตรูมากมายนัก พวกเ้าจะเป็อันตรายเอาได้ ข้ากลัวพวกเ้าจะลำบากเพราะข้าเอาน่ะสิ”
เซียวเย่ยิ้มแห้งๆกล่าวตอบไป
“ถ้าเ้ายืนยันเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ขัดใจเ้า ระวังตัวด้วยเซียวเย่” หานหลงให้แหวนมิติเซียวเย่เสร็จก็กล่าวร่ำลา ขอตัวจากไปยังกลุ่มของตนเองที่พึ่งสร้างขึ้นมา
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
พักฟื้นลมปราณเสร็จ ลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นใครอยู่แล้ว เซียวเย่ลุกขึ้น มุ่งหน้าต่อไปเพียงลำพัง วิ่งและะโไปตามต้นไม้ด้วยความรวดเร็ว
ยิ่งมุ่งหน้าเดินทางไป ก็ยิ่งเจอสัตว์อสูรตามทางมากขึ้นเรื่อยๆ เซียวเย่เริ่มเบื่อหน่าย แต่ก็ทำได้เพียงแค่สังหารไปเรื่อยๆตลอดทาง พบเจอคนก็ช่วยบางไม่ช่วยบ้างแล้วแต่อารมณ์
ผู้คนที่พบเจอเซียวเย่ ก็แค่มองเซียวเย่เท่านั้นไม่ได้ทำอะไร ดูเหมือนข่าวที่เซียวเย่ช่วยเหลือผู้เยาว์หลายสิบคนและสังหารสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น จะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การเดินทางไม่ลำบากเหมือนที่คิดก่อนที่จะเข้ารับการทดสอบ
มุ่งหน้าไปได้สักพัก เซียวเย่ก็พ้นออกจากป่าไปได้สำเร็จ มองไปข้างหน้าก็พบเจอสะพานใหญ่ั์อีกครั้ง ที่ส่ายไปส่ายมาเพราะลมทีตีขึ้นมา และไม่สามารถเห็นอีกฟากของสะพานได้เพราะหมอกหนาอีกครั้ง
เซียวเย่มองไปโดยรอบก็พบเหล่าผู้เยาว์มากมายที่อยู่ในที่แห่งนี้ไม่น้อย แต่ก็เพียงแค่จับกลุ่มคุยกันเท่านั้น เซียวเย่นึกสงสัยจึงเดินเข้าไปถามผู้เยาว์ที่อยู่ใกล้ตนที่สุด
“นี่พี่ชายจอมยุทธ พวกท่านทำไมถึงไม่ข้ามสะพานไปกันหรือ?"
ผู้เยาว์หันหน้ากลับมาเพราะได้ยินเสียงคนเรียกขึ้น
“หืมม เซียวเย่รึ เ้าพึ่งมาถึงสินะ ข้าจะบอกให้เ้าฟัง พวกเราเกือบทั้งหมดมาถึงก่อนหน้านี้ได้สักพักแล้ว แต่พวกเรายังไม่ได้ข้ามสะพาน ข้าลองถามคนก่อนหน้านี้ที่มาถึงก่อนพวกข้า ปรากฎว่าสะพานนั้นใครก็ตามที่เข้าไปจะร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวแล้วรีบวิ่งออกมากันหมด พอซักถามพวกนั้นก็กล่าวว่ามันจะเกิดภาพลวงตาขึ้นมาในจิตใจอะไรสักอย่างเนี้ยแหละทำให้ไม่สามารถข้ามไปได้ พวกข้าก็เลยยังตัดสินใจกันอยู่ว่าจะทำอย่างไร”
ผู้เยาว์คนนั้นอธิบายออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
"ภาพลวงตาในจิตใจอย่างงั้นหรือ? แล้วไม่มีใครสามารถผ่านไปได้เลยสักคนเลยงั้นหรือ"
“มีแล้ว มีหลายคนที่เดินเข้าไปแต่ไม่ได้กลับมา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเค้า อ่อ! ใช่..พวกลูกหลานตระกูลใหญ่เข้าไปกันหมดแล้ว ข้ายังไม่เห็นใครกลับมาเช่นกัน”
‘พวกตระกูลใหญ่เข้าไปกันหมดแล้ว งั้นหัวเฉินหรือเสวี่ยเจี้ยนอะไรนั้นก็คงนำข้าไปแล้วงั้นสิ ถ้าพวกนั้นยังผ่านไปได้แล้วข้าทำไมต้องเกรงกลัวด้วยกัน’
"ขอบคุณพี่ชายมาก ข้าขอตัวก่อน"
“เ้าตัดสินใจจะเข้าไปแล้ว? ”
"ตามนั้น"
"อืม ระวังตัวด้วย ข้าก็กำลังรอกลุ่มของข้ามากันจนครบ ก็จะลองเดิมพันเดินเข้าไปเช่นกัน"
เซียวเย่เดินเข้าไปในสะพานด้วยความแน่วแน่ ภายใต้สายตาของผู้เยาว์มากมาย ทุกคนล้วนมองไปที่เซียวเย่ ว่าจะข้ามสะพานั์นี้ไปได้หรือไม่
“เ้าเซียวเย่นั้นพึ่งมาก็จะเดินเข้าสะพานเลยรึ ใจกล้าไม่เบา”
“พวกเ้าคอยดูเถอะ พอมันเข้าไปแล้วเดี๋ยวมันก็ต้องวิ่งออกมาร้องไห้หาแม่!!”
"เหมือนเ้าใช่มั้ย ที่วิ่งออกมาเมื่อกี้น่ะ "
“…..”
เซียวเย่เดินเข้าไปหายไปในหมอกในสายตาของทุกคน…
ภายในหมอก เซียวเย่กำลังเดินเข้าไปเรื่อยๆภายในสะพานั์ที่ส่ายไปส่ายมา อยู่ๆเซียวเย่ก็รู้สึกผิดปกติขึ้น ในหัวของเซียวเย่ปรากฎภาพฉากาขึ้น เซียวเย่เห็นกองทัพหลายร้อยหมื่นของทั้งสองฝ่าย ต่างวิ่งเข้าใส่กันหวังเพื่อสังหารอีกฝ่าย เืพุ่งสาดกระจายไปทั่วสนามรบ พวกเค้าเข่นฆ่ากันเหมือนไม่สนใจว่าตัวเองจะอยู่หรือจะรอดชีวิต เซียวเย่ปรากฎขึ้นในใจกลางา ไม่มีใครพบเห็นเซียวเย่เลยแม้แต่น้อย
“นี่มัน…างั้นหรือ? เห้ออ….ไม่ว่าจะโลกไหนก็หนีไม่พ้นาสินะ”
เซียวเย่ถอนหายใจ ด้วยความเบื่อหน่าย ตัดสินใจเดินทางต่อไปข้างหน้าเหมือนไม่เห็นสงความที่เข่นฆ่ากันอยู่สายตา ยิ่งเดินไปก็ยิ่งเห็นฉากฆ่าฟันกันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆในสายตนเอง
แต่เซียวเย่ก็ยังนิ่งเฉยเหมือนฉากนี้เป็เพียงแค่อาหารว่างยามเช้าเท่านั้น ไม่รู้สึกอะไรเลย! ใช่! ไม่รู้สึกอะไรเลย! เซียวเย่มองฉากคนเข่นฆ่ากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเพียงแค่ถอนหายใจแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆแค่นั้น เดินไปเรื่อยๆ รู้สึกตัวอีกที ารอบข้างก็เริ่มเลือนลางลงจนหายไปเหมือนกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เซียวเย่มองไปรอบด้านก่อนจะพบว่าตนเองกลับมาอยู่บนสะพานอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมองออกไปก็พบเห็นจุดสิ้นสุดของสะพานอยู่เลือนลาง เซียวเย่เดินมาถึงปลายสะพาน ก็พบกลับประตูขนาดใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่ เซียวเย่เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นตัวป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนเอาไว้บนประตูั์ว่า สำนักพิทักษ์ธรรม เอาไว้
“มาถึงตรงนี้ได้ ข้าคงผ่านการทดสอบรอบแรกได้แล้ว”
เมื่อมั่นใจว่าตนเองผ่านการทดสอบ ก็เดินเข้าไปในประตูของสำนัก
ที่นี่เป็ลานกว้างที่ปูกระเบื้องด้วยลวดลายที่สวยงาม มองออกไปไกลในสายตาพบเห็นว่าที่นี่ มีบ้านและตำหนักอยู่มากมายที่ถูกสร้างไว้บนูเา ต้นไม้ที่ขึ้นบนูเาถูกตัดแต่งจัดแจงเป็ระเบียบเรียบกลมกลืนกับูเายิ่งนัก อากาศที่เย็นสบาย นกที่บินผ่านไปมา
“'งดงามยิ่งนัก….”
เซียวเย่อดไม่ได้ที่จะอุทานอกมาเบาๆ
ในลานกว้างมีคนยืนรออยู่หลายพันคน บางคนนั่งพักผ่อน บางคนนั่งจับกลุ่มคุยกัน เซียวเย่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เมื่อทราบว่าใกล้จะพลบค่ำแล้ว ก็หาที่นั่งเงียบของตนเอง เพื่อพักผ่อน
“เซียวเย่ เ้ามาสาย เ้าทำอะไรอยู่กันถึงได้ชักช้านัก อ้อ! ข้าได้ข่าวว่าเ้าเอาแต่ช่วยคนไประหว่างการเดินทางเลยนี่ ไม่รู้ว่ามีผู้เยาว์ที่เป็สตรีเท่าไหร่กันที่อยากจะตามขอบคุณเ้าถึงบนเตียง….”
(*∩_∩*)
พักผ่อนได้ชั่วครู่ ฉินฟางเซียนก็เดินเข้ามา โดยออกห่างจากพรรคพวกของนางไม่ไกลเท่าไหร่นัก
“รวมเ้าด้วยหรือไม่?”
(^_^)
เซียวเย่นั่งพิงต้นไม้สบายอารมณ์กล่าวตอบออกมายิ้มแย้ม
“น-น-นี่เ้า! เซียวเย่เ้าเลิกติดเล่นเสียทีได้หรือไม่ เ้าคิดจะมาเป็ศิษย์ของสำนักหรือจะมาเป็คุณชายเ้าสำราญกันแน่”
{{{(>_<)}}}
“ทำไม? ข้าเป็ทั้งสองอย่างเลยไม่ได้หรือ?”
“หึ! ข้าก็ว่าแล้ว เ้ามันก็เหมือนพวกเฒ่าตัณหากลับ”
เซียวเย่หัวเราะลั่น ก่อนจะกล่าวถาม
“ยอมเดินมาหาข้า คงไม่เพราะมาพูดเื่พวกนี้หรอกกระมัง"
“อ่อ ใช่! มัวแต่โมโหเ้าจนลืมเื่ที่จะพูดไปด้วยเลย อ-แฮ่ม เ้าทราบเื่การทดสอบครั้งที่สองหรือยัง รายละเอียดพวกศิษย์ของสำนักได้บอกให้เราฟังแล้ว เ้าเห็นหอคอยั์ตรงนั่นหรือไม่"
ฉินฟางเซียน กล่าวออกมาพลางชี้นิ้วไปที่หอคอยขนาดใหญ่ หอคอยที่มีสีแดงมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสิบชั้น
“พวกศิษย์บอกกล่าวให้ฟังว่า นั่นคือหอคอยพิสูจน์ตน เมื่อเข้าไปข้างในนั้น มันส่งจะเ้าไปยังสนามรบ แต่ที่ส่งไปจริงๆเป็เพียงแค่จิตใจของเ้าเท่านั้น เมื่อเ้าตายไปในนั้นเ้าก็จะถูกส่งออกมา ถ้าผ่านได้เลยห้าชั้นขึ้นไป ก็จะได้เป็ศิษย์สายในของสำนักได้ ข้าจะต้องผ่านเลยห้าชั้นขึ้นไปให้ได้!….”
########
ถึงมุขพี่จะไม่ฮา แต่ยาพาราก็ไม่แพงน๊ะจ๊ะ
พ่าม!!!