นาฬิกาตั้งโต๊ะดิจิตอลแสดงตัวเลขสีแดงฉานซึ่งมันกำลังถูกนับถอยหลังลงไปเรื่อย ๆ เวลานี้เรียกได้ว่าเป็ ‘นาทีเร่งด่วน’ ขนานแท้
“เร็วเข้าสิจินอวี้เวลาใกล้จะหมดแล้ว!” เสียงเพื่อนสาวคนสนิทะโเชียร์อยู่ขอบสนามรอบนอกเธอมองหนิงจินอวี้ด้วยแววตาจดจ่อลุ้นระทึก
เธออยากจะะโออกไปดังๆ ว่า 'จะได้เปิดร้านอาหารหรือเปล่าขึ้นอยู่ที่เธอคนเดียวแล้วนะ' แต่หากพูดออกไปอย่างนั้น ก็กลัวจะเป็การกดดันผู้เข้าแข่งขันซะเปล่าจ้าวชิงเข่อจึงทำได้เพียงเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
“ทุกท่านครับระหว่างคุณหนิงจินอวี้ กับคุณเหยียนติงเวยความเร็วในการกินและปริมาณอาหารที่เหลืออยู่ในจาน สูสีกันมากเลยครับ แหม!ช่างเป็การแข่งขันที่ดุเดือดและเป็คู่ต่อสู้ที่สูสีกันมากจริง ๆ”พิธีกรชายเอ่ยเสียงก้องผ่านไมโครโฟนราคาแพง
“ต้องชนะให้ได้นะจินอวี้เงินรางวัลก้อนนั้นรอเราอยู่ พวกเราจะเอาเงินก้อนนั้นไปเปิดร้านอาหารในฝันด้วยกัน”จ้าวชิงเข่อะโเชียร์ไม่ขาด่เธอเลือกหยิบเอาความฝันอันสูงสุดของเพื่อสาวขึ้นมาพูดเผื่อว่านี่จะใช้เป็แรงผลักดันให้หนิงจินอวี้คว้าชัยชนะมาได้
เงินรางวัล 25,000 หยวน มากพอสำหรับเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ในเมืองหางโจว
“เหลือ 30 วินาทีสุดท้ายเท่านั้น… มาครับทุกคน… มานับถอยหลัง และมาร่วมลุ้นไปพร้อม ๆกัน ว่าใครจะได้เป็นักกินจุแห่งปีและใครจะเป็คนคว้าเงินรางวัลสองหมื่นห้าพันหยวนไปครอง”พิธีกรหนุ่มประกาศก้องเพื่อกระตุ้นคนดูให้รู้สึกตื่นตัวและเพื่อกดดันผู้เข้าแข่งขันทางอ้อม
“30… 29…” เสียงนับถอยหลังของผู้ชมนอกสนามดังกู่ก้องยิ่งสร้างแรงกดดันให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าไปใหญ่โดยเฉพาะหนิงจินอวี้ที่แบกรับความหวังของเพื่อนสนิทเอาไว้
โครก!
เธอไอโครกออกมาอย่างรุนแรงจนหน้าสวยๆ ขึ้นสีแดงฉ่า นั่นเป็เพราะว่าหนิงจินอวี้กินเร็วเกินไปและกระเพาะของเธอก็เริ่มรับปริมาณอาหารเ่าั้ไม่ไหวอีกแล้ว
“ต้องดื่มน้ำนะครับ”เสียงของทีมงานเอ่ยขึ้นจากทางด้านของหนิงจินอวี้ แต่หล่อนกลับส่ายหน้าปฏิเสธในใจครุ่นคิดว่า…
‘ถ้าฉันหยุดและหันไปดื่มน้ำ นั่นก็เท่ากับว่า! ฉันเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ชัยชนะน่ะสิใครจะโง่ทำแบบนั้น’
“ถ้ายังฝืนกินต่อไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้นะครับ” ทีมงานคนดังกล่าวร้องเตือนด้วยความเป็ห่วง
‘อีกแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น!ฉันจะเสียเวลาไม่ได้!’ หนิงจินอวี้ครุ่นคิดในใจเพราะหล่อนไม่มีเวลาอ้าปากพูดตอบทีมงานคนนั้นเวลาบนนาฬิกาตั้งโต๊ะดิจิตอลก็เหลือน้อยลงไปทุกทีเสียงนับถอยหลังของกองเชียร์นอกสนามมันกดดันให้เธอก้มหน้าก้มตากินต่อไปห้ามหยุดกินเด็ดขาด!
“19… 18… 17…”
อึก อึ้ก! ตุ้บ!
หนิงจินอวี้รู้สึกแน่นท้องและรู้สึกแน่นหน้าอกฉับพลันอาหารที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียดถูกดันออกมาทางโพรงปากหล่อนอาเจียนออกมาอย่างหนักหน่วงจากนั้นก็ล้มหงายหลังลงจากเก้าอี้หัวกลมโดยไม่รู้ตัว
วินาทีที่ร่างอ้วนท้วมของหนิงจินอวี้ล้มลงเสียงนับถอยหลังของเหล่ากองเชียร์ก็เปลี่ยนเป็เสียงร้องฮือขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกใ
ทีมงานสามคนรีบกุลีกุจอเข้ามาหามร่างของหนิงจินอวี้ออกไปจากสนามแข่งทันทีที่วางร่างอ้วนท้วมของเธอลงบนเปลยางแพทย์สนามประจำงานแข่งกินจุก็รีบเข้ามาตรวจชีพจรของเธอในทันที
พบว่าชีพจรของหนิงจินอวี้เต้นอ่อนลงมากทีมแพทย์สนามเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เธอและขอให้ทางทีมงานรีบส่งตัวเธอไปยังโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
“ทำใจดี ๆไว้นะจินอวี้ อย่าเป็อะไรเด็ดขาด”จ้าวชิงเข่อนั่งกุมมือที่เย็นเฉียบของหนิงจินอวี้อยู่บนรถฟอร์จูนเนอร์คันใหญ่ที่กำลังพาร่างของหนิงจินอวี้ไปส่งที่โรงพยาบาล
แต่ทว่าอาการสำลักอาหารของหนิงจินอวี้รุนแรงเกินไปหล่อนเสียชีวิตก่อนที่รถฟอร์จูนเนอร์คันโตจะพาไปส่งถึงโรงพยาบาลเสียอีก…
เธอไม่ได้เงินรางวัล 25,000 หยวน
ไม่ได้เป็นักกินจุอันดับ1 ประจำปี
ไม่ได้เปิดร้านอาหารเล็กๆ กับเพื่อนสนิท
และไม่ได้อยู่ฉลองงานวันเกิดของตัวเองในค่ำคืนนี้…