ฮูหยินใหญ่วัย 4 หนาว

    ตอนที่31 เห็นแล้วเจ้าค่ะ ,กินข้าวกันนะเจ้าคะ.....???

           ยวี่ยวี่น้อยรีบหันไปมองทางด้านหน้าประตูใหญ่ของหมู่บ้านเลี่ยงหลินของนางทันทีทันใดเลย เพราะไม่ใช่แค่เพียงได้ยินอย่างแน่ชัดแล้วว่ามีรถม้าทั้งหมด 6 คัน พร้อมม้า 12 ตัวกำลังวิ่งตรงมาทางด้านนี้ แต่ว่าเสียงของผู้คนที่อยู่บนรถม้าเหล่านั้นนี่แหละทำให้นางต้องตื่นเต้นมากๆ เพราะคือเสียงที่คุ้นเคย แต่นางไม่แน่ใจนักว่าจะใช่หรือไม่จะต้องมองให้เห็นกับตาตัวเองด้วยถึงจะแน่ใจเต็มร้อย

         “นั่นมันเสียงท่านลุง ท่านอาใหญ่ไป่ และท่านลุง ท่านอาคนอื่นๆนี่หน่า…!!!!”ยวี่ยวี่น้อย

         “พรึ่บ…..”เจ้าตัวน้อยยวี่ยวี่ พอได้ยินเสียงคนที่ตัวนางเองรู้จักแล้วด้วยยิ่งตื่นเต้นลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว และรีบใช้ตามองดูเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้นางมากขึ้นอีกด้วย

         (ตา) เปิดทักษะการเห็นระยะไกลให้ชัดเจนว่าใช่พวกท่านลุงซุน ท่านอาใหญ่ไป่จริงๆ หรือไม่หลังจากได้ยินเสียงพวกท่าน

         “อ้าาาา……ท่านลุง กับท่านอาใหญ่ไป่กับท่านลุง ท่านอาคนอื่นๆกลับมาแล้วเจ้าค่ะ..!!”ยวี่ยวี่น้อย 

         “ตึก…ตัก…ตึก…ตัก….”

         “น้องเล็กรอพี่สาวด้วยยยย..”พี่สาวเจินจู กับพี่สาวสองลู่ก็ลุกวิ่งไล่ตามไป

         “น้องเล็กรอก่อนนนน….รอพวกพี่ด้วย…!!!!”พวกท่านพี่ชายทั้งหลาย

         พอใช้ดวงตาเปิดมองระยะไกลๆเท่านั้นแหละก็เห็นเป็นท่านลุงซุน ท่านอาใหญ่ไป่ที่กำลังอยู่ด้านหน้ารถม้าคนละคัน เพื่อบังคับรถม้ากันอยู่ เจ้าตัวน้อยยวี่ยวี่ก็รีบลุกจากเก้าอี้ และวิ่งไปทางด้านประตูทางเข้าหมู่บ้านเลี่ยงหลินอย่างรวดเร็วเลยทันที อาหงอาหารบนโต๊ะไม่สนใจแล้วในตอนนี้ !!!!

         ส่วนพวกท่านพี่ชาย พี่สาว ทั้งหลายก็พากันวิ่งตามไปติดๆด้วยความตื่นเต้นด้วยเช่นกัน เพราะพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวจากคำพูดของน้องเล็กของพวกเขาได้ไม่มากก็น้อย 

         “...............???!!!”พวกผู้ใหญ่ที่อยู่ในหมู่บ้านเลี่ยงหลินพากันมองกลุ่มพวกเด็กๆทั้งสามตระกูลผู้นำที่พากันวิ่งหน้าตาตื่นไปทางด้านหน้าประตูใหญ่ทางเข้าของหมู่บ้านเลี่ยงหลินอย่างแปลกอกแปลใจ และงุนงงกันมากพอสมควรว่ามันเกิดอะไรกันขึ้นอีก???

         “ตามพวกเด็กๆไปเร็วเข้า…!!!”ท่านย่าซุน

         “ขอรับท่านแม่ !!!”ท่านพ่อ

         “ขอรับท่านป้า..!!!”ท่านลุง ท่านอาคนอื่นๆ

         ก็พากันวิ่งไล่ตามพวกเด็กๆไปด้วยเช่นกัน เพราะตอนนี้ก็ถือว่าเริ่มจะท้องฟ้ามืดนิดหน่อยแล้ว เด็กๆคนอื่นๆเห็นก็พากันวิ่งตามไปด้วยอีกทีนี้อาหารมื้อเย็นก็เลยยิ่งวุ่นวายหนักกว่าเดิมอีก!!!!

         “เกิดอะไรกันขึ้นอีกเจ้าคะท่านแม่…????”ท่านป้าสะใภ้ซุน

         “ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นยวี่ยวี่น้อย นางคงจะได้ยิน หรือได้เห็นอะไรอีกเป็นแน่ล่ะ!!”ท่านย่าซุน

         “จริงด้วยสินะ..!!!”ท่านยายหม่า ท่านย่าไป่

         “เพราะกลุ่มเด็กกลุ่มแรกที่วิ่งหน้าตาตื่นไปทางหน้าประตูหมู่บ้านเลี่ยงหลิน ก็เป็นพวกลูกๆหลานๆข้ากับพวกเจ้าทั้งนั้นเลย!!”ท่านยายหม่า

         “ก็นั่นน่ะสินะ ข้าเองก็ไม่อาจจะคาดเดาเป็นอย่างอื่นไปได้เลยนอกจากแม่นางน้อยยวี่ยวี่ของพวกเจ้านี่ล่ะ”ท่านย่าไป่

         “อีมมมม…….”ท่านย่าซุน ท่านยายหม่า

         “พวกเราจะตามไปดูด้วยเลยไหมเจ้าคะ ท่านแม่???”ท่านแม่

         “ไปสิ ไปกันหมดนี่เลยจะได้รู้กันว่ามีอะไรเกิดขึ้น!!!”ท่านย่าซุน

         ทางด้านแม่นางน้อยยวี่ยวี่นั้นตอนนี้ชะเง้อมองทางแล้วว่าเมื่อไหร่สิ่งที่นางได้ยิน และนางได้เห็นกับตาแต่ระยะไกลๆจะมาถึงหน้าประตูหมู่บ้านเลี่ยงหลินของนางเสียที

         “น้องเล็ก…..????”พวกท่านพี่ชาย และพี่สาวทั้งสามนาง ต่างมีคำถามในหัวที่จะถามยวี่ยวี่น้อยเหลือเกินจริงๆ แต่ติดตรงที่ว่าผู้คนทั้งสามหมู่บ้านเองก็กำลังมายืนรอออกันเต็มหน้าประตูหมู่บ้านเลี่ยงหลินกันแล้วด้วยนี่น่ะสิ จะพูดจะคุยอะไรกันก็ลำบาก

         “รถม้าเจ้าค่ะ……”ยวี่ยวี่น้อย

         “รถม้า…..”

         “รถม้า….”

         “รถม้า…..”

         พวกท่านพี่พากันกระซิบกระซาบบอกต่อๆกันไปอย่างเบาๆที่สุด เพราะกลัวคนอื่นจะรับรู้

         “รถม้าของหมู่บ้านพวกเราเหรอน้องเล็ก..???!!”พี่สาวเจินจู ถามออกมาด้วยความตื่นเต้นมากๆเลยทีเดียว

         “หงึก…หงึก….”

         “อ่าฮะพี่สาว ยวี่ยวี่ว่าน่าจะใช่ล่ะเพราะว่าท่านลุง ท่านอา ทั้งหมดอยู่บนรถม้าทั้ง 6 คัน ไม่มีผู้อื่นแปลกหน้านั่งมาด้วยสักคนเดียวเจ้าค่ะ ดังนั้นไม่น่าจะเป็นอย่างอื่นได้นอกจากว่าเป็นรถม้าพวกนั้นเป็นของหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามของพวกเราเจ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย

         “อ้าาาาา……….”พวกท่านพี่ พากันตาเป็นประกายแวววาวกันเลยทีเดียว ตื่นเต้นมากๆ และตั้งตาพากันชะเง้อคอมองเส้นทางที่ทุกๆคนไม่ว่าจะไปที่ใดจะต้องผ่านเส้นทางนี้เพื่อที่จะเข้าถึงตัวหมู่บ้านลี่ยงฯทั้งสามแห่ง

         คนอื่นๆก็พากันงุนงงว่ามายืนรออะไรกันตรงนี้ ไม่ไปกินข้าวเย็นกันต่อเหรอ??? แต่ก็ไม่มีผู้ใดยอมกลับไปกันกลัวจะพลาดเรื่องที่น่าตื่นเต้นกัน

         ในเวลานี้ที่ทุกๆคนมายืนรอได้เกือบจะ 1 เค่อกันแล้ว (1 เค่อ 15 นาที) ก็เหมือนกับว่าจะมีเสียงแว่วๆอะไรบางอย่างที่ดังมาแต่ไกลๆ แต่ไม่ไกลมากเพราะเสียงดังในละแวกป่าแถบนี้ ยิ่งทุกๆคนพากันพร้อมใจเงียบไม่ส่งเสียงใดๆ กันออกมายิ่งได้ยินชัดเจนกันมากยิ่งขึ้น 

         ต้องบอกได้เลยว่าช่วงเวลายามโหย่ว (ยามโหย่ว (酉:yǒu)คือ 17.00 - 18.59 น.) แบบนี้ไม่ค่อยมีผู้ใดที่จะเดินทางเข้ามาแถวๆนี้อย่างแน่นอน ถ้าจะมีก็แค่คนจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่งนี่แหละที่จะเข้าๆออกๆไปมาหาสู่กัน แต่ก็ดึกท้องฟ้าเริ่มมืดส่วนมากก็จะอยู่ที่บ้านกันเสียหมดแล้ว 

         คนจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง

         “ได้ยินเสียงอะไรกันไหม…????”ท่านพ่อ

         “ใช่ๆ เสียงแว่วๆมาน่ะ”ท่านลุงหม่า

         “เสียงอะไรน่ะ….???!!!”

         “ขอฟังให้ชัดๆก่อนนะ มันเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆเลย”

         “อ่าาาาา……มันเสียงเหมือนกับ……”

         “เสียงเหมือน………!!!!”

         ยังไม่ทันที่จะได้พูดว่าเสียงเหมือนกับอะไร เพราะมันเริ่มชัดเจนกันมากขึ้นแล้วแน่นอนว่าประสบการณ์ที่สะสมกันมาอย่างช้านานของพวกผู้ใหญ่ พวกท่านเริ่มจะแน่ใจแล้วว่าคือเสียงของอะไร แต่ว่ามีเสียงเล็กๆ แย่งพูดออกมาก่อนว่า……

         “เสียงม้า กุบกับ….กุบกับ….กุบกับ……”ยวี่ยวี่น้อย

         “กุบกับ……กุบกับ…..กุบกับ……..กุบกับ…..”
        “ฮี่…ฮี่….ฮี่….ฮี่…..”

         “...............”คนในหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสาม ที่พากันมองลูกๆหลานๆของสามตระกูลผู้นำที่พากันทำท่าเลียนแบบม้ากันอยู่ในตอนนี้ เจ้าตัวนำน่ะเหรอ??? จะมีผู้ใดได้นอกเสียจากเจ้าตัวน้อยยวี่ยวี่น่ะ…!!!

         แน่นอนว่าใช้เวลาเพียงแค่อึดใจเดียว ทุกๆคนก็เริ่มจะเห็นสิ่งที่รอคอยกันว่ามันใช่หรือไม่ใช่กัน….??!!!

         “มาแล้ว….มาแล้วเจ้าค่ะ ดูสิเจ้าคะรถม้าเยอะแยะเลย!!”ยวี่ยวี่น้อย

              

         “รถม้า…..!!!!”ทุกๆคน

         “นั่นๆรถม้าจริงๆด้วยกำลังวิ่งเข้ามาทางเส้นหมู่บ้านเลี่ยงฯของพวกเราล่ะ!!!”พี่ใหญ่จ้วนสือ

         “รถม้าวิ่งมาทางหมู่บ้านของพวกเราจริงๆด้วย”พี่รองหวงจิน

         “ไปรอดูใกล้ๆกันเถอะ..!!!”ท่านพี่หม่าจูเป่า

         “ไปสิ…!!”ท่านพี่หม่าสุ่ยจิง    

         “ตึก….ตัก…..”พวกเด็กผู้ชายต่างพากันวิ่งกรูออกไปด้านนอกกันแล้ว เพราะอดทนรอกันไม่ไหวจริงๆ 

         “เด็กๆ พวกเจ้ายืนดูด้านข้างนะเจ้าใจหรือไม่??? เดี๋ยวจะโดนรถม้าวิ่งชนเอาได้”ท่านอารองไป่

         “ขอรับ…!!”พวกเด็กผู้ชาย

         สายตาของทุกๆคนในตอนนี้จดจ้องมองไปที่รถม้าที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆทุกขณะอย่างตื่นเต้นกัน

         “ท่านลุงล่ะ….”พี่สาวเจินจู

         รถม้าคันแรกที่มีผู้บังคับรถมาจากหมู่บ้านเลี่ยงหลินวิ่งนำมาก่อนผู้ใดเลย 

         “ด้านหลังนั่นท่านอารองไป่นี่เจ้าคะ??”พี่สาวลู่ซือ

         “จริงด้วยเจ้าค่ะ”พี่สาวลู่เสียน

         “รถม้าจริงๆด้วย….!!”พวกเด็กๆคนอื่นๆต่างก็พากันตื่นเต้นกันหนักกว่าเดิมเพราะเริ่มเห็นกันชัดๆแล้วว่าผู้ที่บังคับรถม้ามาแต่ละคันนั้นเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่งของพวกเขากัน

         “โคร๊กกกกกคร๊ากกกกกก……”

         “อ้าา……หิวแล้วล่ะพี่สาว ยวี่ยวี่เห็นรถม้าแล้วกลับไปกินข้าวก่อนนะ”ยวี่ยวี่น้อย

         “ได้สิ พี่สาวไปด้วยหิวข้าวแล้วเหมือนกันล่ะน้องเล็ก”พี่สาวเจินจู

         “.................”ท่านย่า ท่านยาย ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้ ที่ได้ยินลูกสาวหลานสาวของพวกท่านพูดออกมาแบบนี้ก็ไปกันไม่ถูกเลย ทีตอนแรกๆวิ่งนำหน้าผู้อื่นมาแบบตื่นเต้นมาก นี่พอเห็นรถม้ามาแต่ไกลยังไม่รอให้ถึงหมู่บ้านเสียด้วยซ้ำไป ก็เลิกสนใจแล้ว      

         แม่นางน้อยทั้งสี่พากันหันหลังกลับวิ่งไปยังด้านในหมู่บ้านกันแล้ว โดยไม่ได้สนใจเรื่องรถม้าต่ออีกเลย

         “เอ่อ………แค่นี้หรือเจ้าคะ????”ท่านแม่

         “ก็คงจะอย่างนั้นล่ะน้องสะใภ้ แม่นางน้อยของข้าตอนนี้สนใจเรื่องปากท้องแทนแล้ว!!”ท่านป้าสะใภ้ซุน

         “ดูท่าแล้วไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรที่สามารถดึงดูดความสนใจจากแม่นางน้อยกลุ่มนี้ได้นานๆคงจะไม่มีนะเจ้าคะ ถ้าเป็นช่วงเวลาที่หิว ช่วงเวลาที่ต้องกินข้าวน่ะเจ้าค่ะ”ท่านแม่

         “จริง..!!!”ท่านอาสะใภ้ ท่านป้าสะใภ้

         “พวกเจ้าตามแม่นางน้อยเข้าไปด้านในก่อนดีกว่านะแม่ว่า ตอนนี้พากันมาอยู่ที่นี่กันหมดเลย”ท่านยายหม่า

         “เจ้าค่ะ…”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ ท่านอาสะใภ้

         ขบวนรถม้าก็มาถึงหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านเลี่ยงหลินกันแล้ว พวกเด็กๆโดนกันก่อนเลย 

         “เข้าไปในหมู่บ้านกันก่อนค่อยคุยสอบถามกันทีหลัง”ท่านปู่ซุน

         “เจ้าค่ะ..!!!” “ขอรับ…!!!”ทุกๆคน

         เมื่อมารวมตัวกันในหมู่บ้านเลี่ยงหลินอีกครั้ง ในตอนแรกว่าจะพูดคุย สอบถามกัน แต่ว่านี่ก็ล่วงเลยเวลาอาหารมื้อเย็นกันแล้วด้วย และกลุ่มคนที่พึ่งเดินทางกลับมาน่าจะเหนื่อยล้าและหิวแล้วเลยให้ไปกินข้าวเย็นกันก่อน ค่อยกลับมาพูดคุยกันทีหลัง

          “..................”ทุกๆคน

          “มากันแล้วเจ้าค่ะ กินข้าวกันนะเจ้าคะ”ยวี่ยวี่น้อย

          “................?????”ทุกๆคนที่มองมาทางแม่นางน้อยซุนยวี่ยวี่ ที่กำลังเกาะถ้วยข้าว และถือตะเกียบรอท่าไว้เลย 

         “ยวี่ยวี่น้อย ไม่ไปดูรถม้าก่อนเหรอหลานสาว???”ท่านลุงซุน

         “เห็นแล้วเจ้าค่ะท่านลุงเจ้าคะ กินข้าวกันนะเจ้าคะ???”ยวี่ยวี่น้อย

         “.............”ทุกๆคน 

         “กินข้าวกันนะเจ้าคะ……??? ท่านพี่นั่งประจำที่เจ้าค่ะกินข้าวกันนะเจ้าคะ”ยวี่ยวี่น้อย

         “เอาทุกๆคนนั่งโต๊ะ นั่งกินข้าวกัน!!!”ท่านตาหม่า

         “เจ้าค่ะ..!!” “ขอรับ…!!!”ทุกๆคน 

         “ไปเรียกพวกเด็กๆที่เหลือกลับมากินข้าวกันก่อนนะ”ท่านปู่ไป่

         “ได้ขอรับ….”คนในหมู่บ้าน

         ยวี่ยวี่น้อย ที่เห็นว่าพวกผู้ใหญ่พากันนั่งลงพร้อมกันแล้ว ก็เริ่มยกตะเกียบขึ้นคีบอาหารใส่ปาก ใส่ถ้วยเลยทันที

         “หง่ำ…..หง่ำ…..”

         “เฮ้อ……….”ท่านย่า ท่านยาย ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้ ต่างพากันทอดถอนหายใจกันแบบโล่งอก เพราะพวกท่านหลังจากที่พากันตามแม่นางน้อยยวี่ยวี่มาติดๆ ต่างก็แทบจะห้ามไม่ทัน เพื่อรอให้ทุกๆคนมาพร้อมเพรียงกันก่อนจึงค่อยเริ่มกินข้าว 

    *****************

         ในที่สุดท่านลุงซุน ท่านอาใหญ่ไป่ ที่นำกลุ่มไปที่เมืองใหญ่ได้พาทุกๆคนเดินทางมาถึงหมู่บานเลี่ยงหลินกันแล้วพร้อมกับรถม้าทั้งหมด 6 คัน  และมาทันกินข้าวมื้อเย็นพอดีอีกด้วย