ตอนที่ 107 ป่าชายเลน
“รู้จักกุ้งสะท้อนแสงมั้ยคะ” นิทานถามขึ้น ตัวเขานั้นต้องการข้อมูลเพิ่ม และเฮมดัลดูจะเป็นคนพื้นที่ที่มีแหล่งข้อมูลอยู่พอตัวทีเดียว ยังไงเฮมดัลก็เป็นพี่ชายของฮีดัล จะทำความรู้จักเอาไว้บ้างก็ไม่เสียหายอะไร
เฮมดัลเลิกคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกตอนที่เธอบอกว่ามีอะไรจะถามเขาพลันระแวงขึ้นมาอีกเล็กน้อย คิดว่าเธอต้องการจะข่มขู่เขาหรืออะไรสักอย่าง จากข่าวที่เขาได้ยินมา แซฟไฟร์ปรากฏตัวขึ้นมาในเมืองเมื่อวานนี้ โดยสารมาโดยนกยักษ์ 8ปีกจากนครรัตนะ หากมาเพียงวันเดียวก็ข่มขวัญเหล่าโจรสลัดที่หาเรื่องเธออย่างชัดเจน
เมื่อโจรสลัดกลุ่มหนึ่งส่งลูกเรือของตนมาทดสอบความสามารถ เธอก็ไล่พวกนั้นเสียกระเจิง จะฆ่าก็ทำได้โดยง่ายหากก็เลือกที่จะปล่อยไป เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่ทั้งแข็งแกร่ง มีประสบการณ์ ฉลาด และที่สำคัญคือไม่ผยองถึงขนาดหาเรื่องทุกคนโดยไม่เกรงกลัว แต่ก็ไม่ยินยอมถูกสะกดข่มแต่อย่างใด
และคนประเภทนี้คือคนที่เขาต้องระวัง การที่เธอสามารถวางแผนและวางตัวให้มีจุดยืนในเมืองท่าข้างสมุทรอันแสนวุ่นวายแห่งนี้ได้ภายในคืนเดียวไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกได้เลย
หากเมื่อเฮมดัลได้ยินคำถามของแซฟไฟร์ เขาจึงตระหนักได้ถึงเป้าหมายของเธออย่างชัดเจน
พวกผู้เรียนรู้พรสวรรค์สูงแต่ไม่อาจเรียนรู้สินะ เฮมดัลวิเคราะห์ เขาเห็นแซฟไฟร์ดูจะรู้จักกับน้องชายของเขาจริงจึงตั้งใจตอบ
“รู้ ช่วงนี้เป็นฤดูผสมพันธุ์ พวกตัวเต็มวัยจะไปวางไข่ในส่วนลึกของป่าชายเลน ไข่จะไหลตามกระแสน้ำออกมาเอง เห็นว่าป่าชายเลนปกติจะน้ำนิ่งระดับหนึ่ง แต่ไข่ของมันสามารถดันกระแสน้ำได้จากแรงสะท้อนของแสงอาทิตย์ เลยถูกเรียกว่ากุ้งสะท้อนแสง” เฮมดัลพูดคร่าว ๆ
นิทานพยักหน้าน้อย ๆ นี่เป็นข้อมูลที่เขาได้รับมาเช่นกัน
“ไข่ของกุ้งสะท้อนแสงเป็นสัตว์คุ้มครองระดับ 3 ห้ามจับเด็ดขาด แต่กุ้งตัวเต็มวัยหลังจากวางไข่แล้วสามารถจับได้ เนื้อของมันมีสรรพคุณในการสงบจิต ช่วยเรื่องการเรียนรู้คำ เหมาะสำหรับผู้เรียนรู้ที่ต้องการเลื่อนขั้นเป็นนักสลัก” เฮมดัลแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของแซฟไฟร์ เขาหย่อนลองเชิงไปเพื่อตรวจสอบดูว่าเขาคิดถูกหรือไม่
นิทานยิ้มน้อย ๆ ไม่ตอบอะไร เฮมดัลจึงตีความไปว่าเขาคิดถูก เป้าหมายของเธอคือการเลื่อนขึ้นเป็นนักสลัก
“มีข้อมูลอื่นอีกมั้ย เช่น วิธีจับ สิ่งที่ควรรู้ หรือไม่ก็คนที่ตั้งใจจะเข้าไปแย่ง” นิทานถามขึ้น
เฮมดัลมองสตรีตรงหน้า ไม่ยอมปริปากอะไร นิทานเห็นเช่นนั้นก็ลอบถอนหายใจในใจ ปากแอบพึมพำ
ไอ้ขี้งก นิทานล้วงเข้าไปในกระเป๋าบรรจุวังของตนแล้วจึงยื่นเงินให้อีก1พันไกอา
เฮมดัลรับเงินนั้นมาไม่พูดไม่จา จึงค่อยเริ่มเล่าต่อ
“ไม่มีวิธีเก็บอะไรพิเศษ แค่ต้องเตรียมภาชนะไปดี ๆ หน่อย กุ้งตัวเต็มวัยตัวพอ ๆ กับแขนของมนุษย์ แถมตอนมันตายจะเน่าเร็วมาก แต่ใส่ไว้ในกระเป๋าบรรจุวังก็ใช้ได้แล้ว” เฮมดัลตอบ
“ถ้าอยากจับแบบเป็น ๆ จุดรวมประสาทจะอยู่ที่ระหว่างตาทั้งสองข้าง ซัดเข้าตรงนั้นแรง ๆ จะสลบเหมือด” เฮมดัลชี้ไปที่หว่างคิ้วของตนประกอบ
นิทานพยักหน้าน้อย ๆ เขารอฟังเพิ่มเรื่องคู่แข่งที่เขาควรระวังหากเฮมดัลกลับไม่ตอบอะไร นิทานเห็นดังนั้นจึงกัดฟันเล็กน้อยแล้วมอบให้อีก 5พันไกอา
เฮมดัลรับเงินจำนวนนั้นมาหากยังคงไม่ตอบอะไร นิทานเห็นดังนั้นจึงเริ่มโคจรพลังจิตวิญญาณใส่ร่มปกปักหทัย กระแสไฟฟ้าเริ่มแลบลั่นขึ้นเบา ๆ
เฮมดัลเห็นดังนั้นก็สะดุ้ง เขาบ่นอุบอิบว่าข้อมูลเช่นนี้ราคาเป็นหมื่นหากก็ยอมตอบแต่โดยดี
“ปกติแล้วโจรสลัดกลุ่มใหญ่หลายกลุ่มมักจะเข้าไปยึดครองพื้นที่ จัดการล่ากันเองแค่เพียงไม่กี่กลุ่ม แต่ครั้งนี้มีข่าวเรื่องเกาะมหาสมบัติปรากฏขึ้น พวกนั้นเลยแห่ไปที่นั่นกันหมด คราวนี้เลยไม่มีคนคุมเท่าไหร่ เข้าไปล่ายังไงก็ได้ แต่เพราะไม่มีคนคุมนี่แหละ เลยมีพวกกระจอก ๆ เข้าไปล่าหวังรวยเยอะ” เฮมดัลตอบ
“พวกกระจอก ๆ คงไม่จำเป็นต้องพูดถึงมาก แต่พวกที่ต้องจับตามองก็คือพวกนักสลักเอก กะโหลกไขว้ของกลุ่มโจรสลัดกะโหลกไขว้ เดอเราว์แห่งกลุ่มโจรสลัดปีกเหล็ก แล้วก็นักผจญภัยระดับบุษราคัม 2ฝาแฝดเคนส์กับคานส์”
“จริง ๆ มีข่าวลือเรื่องแถวนั้นมีโจรสลัดที่ลักลอบล่าสัตว์คุ้มครองกับลักพาตัวเด็กจากหลาย ๆ เผ่าด้วย หัวหน้าเป็นนักสลักเหมือนกัน นักผจญภัยกับทางการก็ตามล่ากันอยู่ แต่คงไม่เกี่ยวอะไรนัก” เฮมดัลอธิบายเท่าที่เขาทราบ
นิทานยิ้มรับอย่างพอใจ นี่คือข้อมูลที่เขาหาด้วยตนเองไม่ได้ การมีแหล่งข่าวเช่นนี้จึงช่วยเขาได้มาก
“ขอบคุณค่ะ ไว้จะมาอุดหนุนใหม่” นิทานกล่าวขอบคุณพลางจะเดินออกจากร้านไป แต่คราวนี้เองกลับเป็นเฮมดัลที่เรียกเขาไว้อีกครั้ง
“แซฟไฟร์ ระวังตัวหน่อยก็ดี แม้เรื่องเมื่อคืนจะกันให้พวกกระจอก ๆ ไม่กล้ามายุ่งกับเธอแล้ว แต่พวกอยากลองฝีมือหลาย ๆ คนอาจจะไปหาเรื่องเธอก็ได้ ลูกเรือสองคนนั้นก็ถือเป็นผู้เรียนรู้ที่มีประสบการณ์ ยิ่งสู้พร้อมกันทั้งคู่ด้วย คนที่จัดการพวกมันสองคนได้ง่าย ๆ นั้นมีไม่เยอะหรอก” เฮมดัลกล่าวเตือนเพิ่มด้วยความหวังดี
แม้สตรีชื่อแซฟไฟร์ผู้นี้จะดูค่อนข้างอันตราย แต่เธอก็จริงใจและรู้จักกับน้องชายของเขา การสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีไว้บ้างจึงเป็นตัวเลือกที่เขามองว่าคุ้มค่า
“ก็ให้มันมา” นิทานฉีกยิ้มกว้างอย่างสนุกสนาน ก่อนจะพาคีตาเดินออกจากร้านโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก เฮมดัลได้แต่มองแผ่นหลังกำยำก่อนจะถอนหายใจน้อย ๆ แม้เขาจะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากแต่เขาค่อนข้างกดดันทีเดียวในการคุยกับเธอ
——————————————————————————————————————————————————
เปรี๊ยะ
กระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่มปกปักหทัยที่ปักคาอยู่บนอกของนักผจญภัยรายหนึ่งที่เข้ามาโจมตีนิทานในป่า ขณะเดียวกัน คมเขี้ยวของคีตาก็โชกไปด้วยเลือดจากร่างของโจรสลัดอีกรายที่ลอบโจมตีพวกเขา
นิทานขณะนี้อยู่แถบป่าชายเลนที่ห่างออกมาจากเมืองท่าข้างสมุทรไม่ไกลนัก เพียงใช้เวลาเดินทางครึ่งวันด้วยรถม้าเท่านั้น เขาเพียงก้าวเข้ามาในป่าชายเลนไม่กี่ก้าว เมื่อมั่นใจแล้วว่าพ้นจากสายตาของคนและถนนหลัก โจรสลัดกลุ่มหนึ่งก็เข้าโจมตีเขาโดยไม่พูดไม่จา
ทั้งกลุ่มเป็นระดับผู้เรียนรู้ทั้งสิ้น และการเตรียมการมาล่วงหน้าบวกด้วยลอบโจมตีเช่นนี้ หากนักสลักเอกประมาทก็อาจถึงชีวิตได้ แต่การลอบโจมตีย่อมไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอาณาเขตของคีตา
นิทานในร่างแซฟไฟร์เสริมกำลังตนให้อยู่ในระดับนักสลักรวมถึงคีตาที่เร่งความเร็วร่าง ไล่เก็บทีละคนผ่านพลังจางหายอย่างง่ายดาย ทางด้านของนิทานก็ไม่ได้ลำบากแต่อย่างใด ร่มปกปักหทัยป้องกันการโจมตีกายภาพทุกรูปแบบ สมรรถภาพร่างกายที่เหนือกว่าเป็นทุนเดิมทำให้เขาจัดการโจรสลัดกลุ่มนี้ได้ไม่ยากเย็นนัก
นิทานในเวลานี้แม้จะเป็นผู้เรียนรู้ แต่ผู้เรียนรู้ส่วนมากไม่ใช่คู่มือของเขาอีกต่อไป ยิ่งเขาเป็นผู้ฝึกสัตว์ด้วยแล้วเขาจึงไม่เคยโดดเดี่ยว
เขาไม่เสียเวลาเก็บหลักฐานค่าหัวของโจรสลัดไร้ชื่อเหล่านี้ การแบกชิ้นส่วนศพติดตัวไม่ใช่สิ่งที่เขารู้สึกดีด้วย
หากหลังจากนั้นเพียงไม่นานนิทานก็ถูกลอบโจมตีเช่นนี้อีกถึงสองครั้ง แม้จะจัดการทั้งสองครั้งได้โดยไม่ลำบากอะไรนักแต่ความถี่เช่นนี้ก็ทำให้นิทานขมวดคิ้วเล็กน้อย
โดนเล็งเป้าหมายเหรอ หรือเพราะเราดูเป็นผู้หญิงที่มาคนเดียว? นิทานครุ่นคิด
เขาใช้พลังจางหายเต็มกำลังเพื่อสำรวจทางแทนการมุ่งหน้าเข้าตรง ๆ เขาจึงได้เห็นว่าไม่ใช่เพราะเขาถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษแต่อย่างใด แต่ทั้งนักผจญภัยและโจรสลัดในที่นี้ต่างลอบโจมตีกันและกันโดยไม่สนฝ่าย ที่นี่จึงเป็นดั่งสนามล่าที่เหล่าผู้แข็งแกร่งจะออกล่าผู้อ่อนแอที่หวังจะครอบครองกุ้งสะท้อนแสง
โคตรวุ่นวาย นิทานบ่นเล็กน้อย เขายกเลิกการใช้พลังจางหายและกลับมาแสดงตัวเดินฝ่าป่าชายเลนเช่นเดิม เขาไม่ต้องการให้พลังของเขาถูกเห็นได้ง่ายเช่นนั้น
ผ่านไปไม่นานเขาก็ถูกลอบโจมตีอีกครั้ง ระดับพลังที่แผ่ออกมาทำให้นิทานต้องขมวดคิ้ว ทั้งสองคนเป็นถึงนักสลักเอก แถมคนหนึ่งยังแต่งตัวราวกับโจรสลัด อีกคนหนึ่งแต่งตัวอย่างนักผจญภัย ไม่เข้ากันแม้แต่น้อยแต่ทั้งสองกลับร่วมมือรุมโจมตีเขา
นักผจญภัยคนนั้นในมือถือแส้ยาว หากแขนที่ถือแส้ของเขากลับไหลยาวยืดออกอย่างผิดปกติ กลายเป็นดั่งงูตัวใหญ่ที่เชื่อมกับแขน
โจรสลัดอีกคนใช้อาคมสายน้ำ มวลน้ำหมุนกายอยู่รอบด้านเขา เกิดเป็นเกราะวารีสีอ่อนที่คลุมร่างของเขา พุ่งเข้ามาหานิทาน
นิทานในร่างแซฟไฟร์ตั้งหลักในพริบตา โจมตีสวนแส้ยาวด้วยร่มปกปักหทัยที่ถูกปาออกดังหอกและคีตาที่เคลื่อนไหวฉับไวไปขย้ำโจรสลัดผู้นั้น พวกเขาทั้งสองเป็นถึงนักสลัก ทั้งสองจึงปัดป้องและหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย ร่มปกปักหทัยถูกแขนยาวเหมือนแส้นั้นปัดกระแทกออก ส่วนคีตาก็พุ่งชนเข้ากับเกราะวารีอย่างจัง กระเด็นออกไปทั้งคู่
โจรสลัดผู้นั้นหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเกราะวารีของตนมีรอยร้าวจากการพุ่งชนเพียงครั้งเดียวของสัตว์อสูรที่อยู่เพียงระดับผู้เรียนรู้ จากที่เขาได้รับการจ้างวานมา แซฟไฟร์และเพซเป็นเพียงผู้เรียนรู้ที่แข็งแกร่งใกล้เคียงนักสลัก
นักผจญภัยคนนั้นฉวยโอกาสพุ่งเข้าโจมตีระยะประชิด ใช้แขนยาวต่างแส้ฟาดเข้าใส่ร่างของสตรีตรงหน้าตรง ๆ มันแสยะยิ้มเหี้ยมเมื่อเห็นสีหน้าตกใจปนหวาดกลัวของเธอ อาวุธของเธอถูกเขาปัดออกไปแล้ว การที่เธอโยนอาวุธของตนในสถานการณ์เช่นนี้ทำให้มันมั่นใจว่าสตรีคนนี้ด้อยประสบการณ์กว่าเขา
แขนที่ผสานคำแห่งพลัง แส้ ของมันข้างนี้มีแรงมากพอจะบดขยี้หินผาให้แหลกเป็นเศษกรวดได้ มันมั่นใจว่าผู้เรียนรู้ที่มุ่งเน้นด้านสมบัติวิเศษและเป็นผู้ฝึกสัตว์จะไม่มีทางต้านรับไหว ยิ่งสมบัติของเธอกระเด็นหายไปด้วยแล้ว
แต่นิทานกลับยิ้มกว้างกว่า ใบหน้าหวาดกลัวพลันหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อเป้าหมายเข้ามาในระยะทำการของเขา ร่างของเขากลายเป็นเงาวับ รับการฟาดจากแส้เข้าไปตรง ๆ โดยไร้บาดแผล พร้อมทั้งยังใช้มือซ้ายคว้าแขนของนักผจญภัยผู้นั้นเอาไว้พร้อมทั้งชกสวนเข้าไปเต็มแรงด้วยมือขวา
นักผจญภัยผู้นั้นเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าแขนแส้ที่บดขยี้หินผาได้ของเขาไม่สามารถสร้างบาดแผลบนร่างกำยำของเธอได้แม้แต่น้อย มันเตรียมขยับหนีแต่แขนของมันถูกจับไว้แน่น หมัดลุ่น ๆ ซัดเข้าใบหน้าของมันอย่างรุนแรงจนโลกพร่ามัว
มันใช้คำแห่งพลัง แส้ ทำให้แขนของมันบิดงอผิดรูป หลุดออกมาจากมือนั้น ก่อนถอยกรูดออกมา หากมันกลับไม่ทันแล้วเมื่อร่มสีแดงอ่อนคันนั้นที่สมควรกระเด็นหายไปพลันกลับมาปรากฏในมือของเธออีกครั้ง
ร่างของเธอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่เหนือล้ำยิ่งกว่าตนที่เป็นนักสลักและมั่นใจในความเร็วของตน เพียงพริบตาที่มันถอยกลับมาเธอก็มาปรากฏตรงหน้าเขาแล้ว ปลายร่มแหลมคมดั่งหอกที่อาบไปด้วยสายฟ้าแทงทะลุร่างของมันอย่างรวดเร็ว มันไม่มีแม้แต่เวลาจะกรีดร้องให้ช่วยหรือใช้สมบัติปกปักชีวิต เธอโจมตีรวดเร็วและเฉียบขาดเกินไป เมื่อมีโอกาสจุดตายของมันก็ถูกทะลวงอย่างรวดเร็ว
นัยน์ตามันกลายเป็นพร่าเลือน สติหลุดลอย มันเสียชีวิตไปง่าย ๆ เช่นนั้นเอง
ทางด้านคีตาที่หลังจากกระแทกโจรสลัดผู้นั้นกระเด็นออกไปแล้ว ยังไม่ทันที่จะเตรียมร่วมมือ มันก็พบว่าสหายของมันเสียชีวิตไปแล้ว จากระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ที่มันกระแทกกับพยัคฆ์ตัวนี้เท่านั้น มันหน้าซีดเผือดหันหลังกลับวิ่งหนี พลางระเบิดเกราะวารีของตนออกไปรอบทิศทาง เกิดเป็นมวลน้ำหนาหนักดั่งกำแพง
หากเพียงชั่วขณะที่มันหันหลังกลับเตรียมถอยหนี ร่างเงาสีส้มก็พุ่งทะลวงกำแพงน้ำมาด้วยความเร็วที่สูงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า ร่างเป็นประกายดั่งเหล็ก พังกำแพงน้ำของมันอย่างง่ายดาย คมเขี้ยวแหลมคมนั้นกระชากเข้าไปที่คอของมันอย่างรวดเร็ว มันไม่มีแม้แต่เวลาจะทำความเข้าใจว่าผู้เรียนรู้ 1คน 1สัตว์สามารถสังหารนักสลักเอกสองคนโดยง่ายขนาดนี้ได้อย่างไร ชีวิตของมันก็หลุดลอยไปเรียบร้อยแล้ว
นิทานมองร่างของนักผจญภัยไร้ชื่อที่ถูกปักคาหอก ร่างกายเกรียมด้วยกระแสไฟฟ้าสลับกับมองที่นักสลักเอกในปากของคีตา เขายิ้มน้อย ๆ
เก่งขึ้นเยอะเลยแฮะ