เทพสงครามสายเลือดมังกร

ตอนที่ 149 สิ่งแลกเปลี่ยน

ในมือของชายจากสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งมีถาดสีดำพร้อมกับผลึกแก้วทรงรีสีแดงที่มีขนาดเท่าไข่ไก่


มีกระแสพลังจำนวนหนึ่งแฝงอยู่ภายในผลึกแก้วสีแดง  คลื่นพลังบริสุทธิ์แผ่ออกมาจากแก่นวิญญาณโลหิตอสูร


“ไม่เลวเลย พลังของมันบริสุทธิ์มาก  น่าจะเป็นของสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นเก้ามากกว่าที่ทิ้งแก่นวิญญาณชิ้นนี้ไว้  ไม่ใช่ขั้นแปดหรอก”


หลิงซีอธิบาย


สัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นเก้านั้นทรงพลังยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นสวรรค์ขั้นสมบูรณ์  ทั่วทั้งนครหยวนหลิง  สิ่งนี้นับว่าหาได้ยากยิ่ง เหล่าผู้อาวุโสใหญ่ของเหล่ามรกตมักจะมีพลังอยู่ในระดับนี้


อย่างไรก็ตาม สัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นเก้าก็ได้ทิ้งพลังบริสุทธิ์นี้เอาไว้


“นี่คือแก่นวิญญาณโลหิตอสูรของท่าน และราคาของมันคือหกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์”


เมื่อได้ยินดังนี้ หลิวหลานก็ยับยั้งความขุ่นเคืองที่มีต่อหลงเฉินไว้  นางรู้ดีว่าต้องมีคนมารับเงิน  นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและรอคอยให้หลงเฉินทำให้ตัวเองขายหน้า


เมื่อหลงเฉินแสดงออกอย่างชัดเจนแล้ว  คงเป็นเรื่องน่าละอายหากเขามีเงินไม่พอ


สิ่งที่หลิวหลานต้องการคือได้เห็นเขาอับอาย เช่นนั้นแล้วนางจึงจะรู้สึกดีขึ้น


คนผู้นี้เคยขึ้นมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งและหลิวหลานก็เป็นคนจ่ายเงิน  ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่าหลิวหลานจะเป็นคนจ่ายเงินให้หลงเฉิน  เขาส่งสายตาไปที่หลิวหลาน  ทว่านางกลับกอดอกและทำท่าทางราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนางเลยสักนิด


“ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น?”


จากนั้นชายผู้นั้นก็มองไปที่หลงเฉิน  หลิวหลานเหลือบมองเขาด้วยหางตาและต้องการเห็นเขาต้องอับอายขายหน้า


“นอกจากเจ้าจะร้องขอ อย่าคิดว่าข้าจะจ่ายให้เจ้าล่ะ!”


หลิวหลานรู้ดีว่าตนเองมิใช่คนใจแคบ แต่คำพูดของหลงเฉินก็ยโสโอหังเสียจนนางเต็มไปด้วยความโกรธ


เมื่อสบตากัน  หลงเฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อยและนำลูกปัดสีม่วงออกมาจากถุงมิติ


“สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งมีกฎว่าสามารถใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนกับหยกศักดิ์สิทธิ์ได้ใช่หรือไม่? รบกวนท่านช่วยตีราคาของสิ่งนี้และบอกข้าทีว่ามันมีค่าเท่าไร มันคือวิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นหก --- มังกรมนตราสีม่วง”


ทีแรกนั้น ชายผู้นี้ไม่คิดว่าหลงเฉินจะมีปัญญาจ่ายเงินถึงหกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์  ทว่าเขากลับมีวิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นหก  แววตาของเขาจึงเต็มไปด้วยความตกตะลึงในทันที


“หลงเฉิน  วิญญาณสัตว์อสูรนั่น...!”


สีหน้าของหลิวหลานเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน


นางรู้ว่าวิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นหกคือสิ่งที่บิดาของนาง หลิวเยวี๋ยน ให้หลงเฉินด้วยความเมตตา  เพื่อที่เขาจะได้ใช้มันเป็นวิญญาณสัตว์อสูรปฐมภูมิในขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์!


เพราะเหตุนี้  หลิวเยวี๋ยนถึงกับต้องโต้เถียงกับผู้อาวุโสอีกห้าคน  อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหลงเฉินเอาชนะเฟิงอู่เทียนที่บรรลุระดับแก่นปฐพีได้  พวกเขาจึงไม่มีทางเลือก


แต่ถึงกระนั้น  หลงเฉินต้องการขายวิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นหกนี้จริง ๆ หรือ?


เขาจะน่าผิดหวังถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?


หลิวหลานรู้สึกราวกับว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมืดดับลง นางเกือบจะเป็นลมเพราะความโกรธ


นางกำลังจะห้ามเขา  ทว่าการเคลื่อนไหวของหลงเฉินนั้นรวดเร็วมากขณะที่เขาหยิบยื่นวิญญาณอสูรใส่มือผู้ที่มาจากสมาคม


“หลงเฉิน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?”


นอกจากผลึกแก้วเพลิงอัสนีแล้ว  หลิวหลานก็เชื่อว่าวิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นหกจะทำให้หลงเฉินมีโอกาสเข้าเหล่าคนในได้ตราบใดที่เขาดูดกลืนวิญญาณนั้นเข้าไป  และความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและไร้ขีดจำกัด  และจากปาฏิหาริย์มากมายที่หลงเฉินเคยทำ  นางจึงเชื่อว่าเขามีโอกาสทำสำเร็จ


อย่างไรก็ตาม  ไม่เพียงแต่หลงเฉินจะคุกคามจินเฉิงเอินเพื่อแก่นวิญญาณโลหิตอสูรที่ไร้ค่า  เขาถึงกับยอมขายวิญญาณมังกรมนตราสีม่วง!


“มีอะไรงั้นรึ?  มันเป็นของข้าแล้ว  ข้าจะใช้มันตามใจชอบมิได้รึอย่างไร?”


หลงเฉินเงยหน้าขึ้นและเอ่ยวาจาโอ้อวด


เขารอคอยที่จะกำจัดวิญญาณสัตว์อสูรชิ้นนี้มานานแล้ว  แม้จะมีความลังเลอยู่บ้างในตอนแรก  แต่ถึงกระนั้น หลังจากที่ถูกหลิวหลานหลอกใช้ เขาก็ไม่หลงเหลือความลังเลใจใด ๆ อีกเลย


“เจ้าว่าอย่างไรนะ?  นี่สมองเจ้าเลอะเลือนไปแล้วรึ?”


หลิวหลานพูดอะไรไม่ออก


นางไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าคนโง่เง่าผู้นี้คิดสิ่งใดอยู่กันแน่


ทว่าในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว  นางก็ไม่จำเป็นต้องปวดหัวกับเจตนาของหลงเฉินอีกต่อไป


“อย่าทำเป็นเล่นกับสิ่งที่จะส่งผลต่อชีวิตของเจ้า แม้มันจะเป็นความผิดของข้าที่เจ้าต้องเผชิญหน้ากับฉู่ยวิ๋นซี  ทว่าเจ้าจะยอมแพ้และแสดงพฤติกรรมต่อต้านเช่นนี้ไม่ได้ หลงเฉิน การหนีเช่นนี้ไม่สมกับเป็นเจ้าเลย!”


“แล้วข้าหนีเสียที่ไหน?”  หลงเฉินถาม


“เจ้าขายวิญญาณมังกรมนตราสีม่วงที่สำคัญที่สุดและยังจะคุกคามจินเฉิงเอิน  เจ้าต้องการจะเอาคืนข้างั้นรึ? ช่างเถอะ ไม่ว่าจะอย่างไร  ข้าจะไม่เปลืองน้ำลายเจ้าแล้ว เมื่อเขากลับมา ข้าจะจ่ายหกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์ให้เจ้าเอง ถ้าไม่อยากติดค้างข้านัก เจ้าค่อยจ่ายคืนข้าทีหลังก็ได้”


“เพ้อเจ้ออะไรของท่านน่ะ?”


หลงเฉินไม่จำเป็นต้องสนใจความคิดของหญิงผู้นี้


“ข้อขอพูดให้ชัด ๆ นะ ข้าไม่เคยกลัวฉู่ยวิ๋นซีหรือจินเฉิงเอิน  การกระทำของข้าย่อมมีเหตุผลเสมอ  และผู้หญิงโฉดเขลาอย่างท่านก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วย!”


“ผู้หญิงโฉดเขลารึ?”   หลิวหลานแทบจะกระอักเลือดออกมา


“ข้าจะพูดเพียงเท่านี้ หากท่านมีคำถามอื่นก็รอจนถึงการต่อสู้เพื่อคัดเลือกเข้าเหล่าคนในเถอะ คอยดูฝีมือของข้าและท่านก็จะเข้าใจเอง ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าก็จะขายวิญญาณสัตว์อสูรดวงนี้  ท่านหยุดข้าไม่ได้หรอก ต่อให้ท่านฆ่าข้าก็ตาม”


นี่เป็นครั้งแรกที่หลิวหลานเกรี้ยวกราดจนอยากจะไปเสียให้พ้น


นางมองหลงเฉินด้วยความผิดหวังทั้งหมดที่มี  หลงเฉินจ้องเขม็งกลับมาโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว  เมื่อสังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่แม้แต่จะก้มหัวให้  หลิวหลานจึงสะกดกลั้นความต้องการที่จะฆ่าเขาให้ตายไปเสีย  แม้จะยากลำบากนัก  แต่แล้วนางก็ค่อย ๆ สงบจิตสงบใจได้ทีละน้อย


นางจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา  กัดฟันแน่นและเอ่ยขึ้น


“เจ้าจะฝันเฟื่องต่อหน้าข้าให้ได้อะไรขึ้นมา? ข้ากล้าพูดได้เลยว่าวันหนึ่งเจ้าจะต้องเสียใจกับการกระทำของเจ้า และข้ารู้ว่าวันนั้นจะมาถึงในไม่ช้า!”


“เช่นนั้นรึ?”  หลงเฉินเย้ยหยัน


“รอดูเอาเถอะ ผู้คุมกฎหลิว”


คู่ต่อสู้ของหลงเฉินในครานี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมากและยังมีถึงยี่สิบคน  จึงไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะมีโอกาสนอกจากหลิวหลานเพียงผู้เดียว  ทว่าเวลานี้ นางกลับต้องรู้สึกผิดหวังอย่างหนัก


“ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอดู”


หลิวหลานส่ายศีรษะอย่างเสียมิได้  และไม่มองหน้าเขาอีก  นางนั่งลงบนเก้าอี้และหันหลังให้ทางเข้า  เห็นได้ชัดว่านางยังขุ่นเคืองจนไหล่ของนางสั่นเทิ้ม


หากเป็นเมื่อก่อน หลิวหลานคงสังหารหลงเฉินไปนานแล้ว  แต่ในเมื่อหลงเฉินมีศักยภาพมากพอที่จะเข้าเหล่าคนในได้ เรื่องราวจึงอาจกลับตาลปัตรหากนางสังหารเขา  แม้แต่หลิวเยวี๋ยนก็อาจจะไม่สามารถปกป้องนางได้ และนางเองก็ติดค้างหลงเฉินเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น  นางจึงทำได้เพียงยอมจำนนเท่านั้น


ขณะเดียวกัน  หลงเฉินก็รู้สึกหัวใจพองโตอย่างมาก


ตั้งแต่ที่เขาถูกหลิวหลานวางแผนหลอกใช้  หลิงซีและเขาต่างก็รู้สึกรำคาญใจอย่างมาก  อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่เขาจะได้ครอบครองสิ่งที่จะช่วยพลิกสถานการณ์ในการคัดเลือกเข้าเหล่าคนใน  เขายังทำให้หลิวหลานโมโหได้อีกด้วย  ความอิ่มเอิบใจนี้จึงเป็นสิ่งที่มิอาจบรรยายได้ด้วยคำพูด


“ทำดีมาก เจ้าวายร้าย ยอดเยี่ยมไปเลย ฮิ ๆ ...”


ภายในกระบี่หลิงซี  ร่างกระจิริดของหลิงซีเต้นรำไปมาพลางหัวเราะคิกคัก


เมื่อมีหลิวหลานอยู่ด้วย หลงเฉินจึงไม่กล้าพูดคุยกับหลิงซี เขาทำได้เพียงหัวเราะออกมา


เวลานี้ คนของสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งกลับมาแล้ว วิญญาณสัตว์อสูรและแก่นวิญญาณต่างวางอยู่บนถาดเช่นเดียวกับถุงมิติ  แววตาของเขาไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามหลงเฉินอีกต่อไป  มันถูกแทนที่ด้วยความเคารพยำเกรง


“สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งได้ประเมินราคาวิญญาณสัตว์อสูรชิ้นนี้ในราคาเก้าหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์  หักลบไปหกหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นราคาของแก่นวิญญาณ ก็จะเหลืออยู่ทั้งหมดสามหมื่นหยกศักดิ์สิทธิ์  ได้โปรดตรวจสอบด้วย!”


หลงเก็บแก่นวิญญาณโลหิตอสูรและตรวจสอบถุงมิติที่มีเงินสามหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์


เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น หลงเฉินโยนถุงมิติที่มีเงินสามหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์ลงบนโต๊ะไม้สีดำเบื้องหน้าหลิวหลาน พลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“นี่เงินสามหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์ค่าผลึกแก้วเพลิงอัสนี  เป็นเช่นไรล่ะ? ข้าบอกแล้วว่าข้าจะคืนให้ท่านก่อนการประมูลจะจบไม่ใช่รึ?  ข้าไม่ได้กลับคำใช่ไหมล่ะ?”


สามหมื่นห้าพันหยกศักดิ์สิทธิ์ที่แลกมาด้วยวิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นหก --- มังกรมนตราสีม่วง  เมื่อคิดได้ดังนี้ นางรู้สึกราวกับถูกไฟสุมและจ้องเขม็งมาที่หลงเฉิน


“สบายใจจริงนะ หึ... ในเมื่อเจ้าไม่มีวิญญาณสัตว์อสูรแล้ว  ข้าจะรอดูความตายของเจ้าในการคัดเลือกเข้าเหล่าคนในก็แล้วกัน!”


“ข้าจะตายหรือไม่ก็เรื่องของข้า  อย่างไรเสีย ฉู่ยวิ๋นซีก็ไม่ได้มากวนใจท่านอีก ท่านก็บรรลุเป้าหมายไปแล้วมิใช่รึ?”


ในสายตาของหลงเฉิน  หากหลิวหลานเป็นผู้หญิงร้ายกาจและโหดเหี้ยมจริง  นางก็คงปล่อยหลงเฉินไปตามยถากรรม ไม่จำเป็นต้องพาเขามาที่งานประมูลก่อนการคัดเลือกเพียงไม่กี่วันเช่นนี้  ดังนั้นความต้องการที่จะสังหารนางจึงเบาบางลง


คำพูดของหลงเฉินสุภาพมาก จนหลิวหลานซึ่งเป็นคนผิดไม่รู้จะตอบเช่นไร  นางมองหลงเฉินด้วยแววตาเย็นชาพลางเอ่ยขึ้น


“เจ้าขายวิญญาณสัตว์อสูรของบิดาข้าไปแล้ว ข้าจะบอกกับเขาอย่างไรดี?”


หลงเฉินหัวเราะ  


“ข้าคงต้องรบกวนผู้คุมกฎหลิวให้ปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เอาไว้เสียแล้วล่ะ”


“เจ้า-!”


หลิวหลานตระหนักได้ว่าหลงเฉินที่เคยดูเป็นเด็กหนุ่มใสซื่อบริสุทธิ์นั้น แท้จริงแล้วเป็นคนร้ายกาจมากคนหนึ่ง


เมื่อเหลือบมองไปยังหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธของนาง  หลงเฉินพลันล้อเลียน


“เลิกขยับตัวเสียทีเถอะ  ท่านไม่กลัวว่ามันจะทะลักออกมารึอย่างไร?”


หลิวหลานจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังพูดถึงอะไรในเมื่อสายตาของเขากำลังมองมาที่สิ่งนั้น?


แม้นางจะดูเจนจัดในเรื่องนั้น แต่แท้จริงแล้วนางยังเป็นสาวบริสุทธิ์ เมื่อได้ยินหลงเฉินเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา  นางจึงหน้าแดงด้วยความเขินอายและโมโหจนอยากฉีกหลงเฉินเป็นชิ้น ๆ  


ทันใดนั้นเอง ประตูของห้องก็ถูกถีบจนเปิดออกด้วยเสียงดังสนั่น  ชายท่าทางจองหองในชุดสีขาวแซมทองเดินเข้ามาข้างในพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม


************************