ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 36 เก็บเกี่ยว

            พญางูอัคนีแข็งแกร่งกว่าเสิ่นเสวียนมากแม้เสิ่นเสวียนมีกระบี่และเกราะขั้นศาสตราวิญญาณก็ยังมิอาจเอาชนะได้

            เสิ่นเสวียนที่กระเด็นออกไปรวบรวมสติโดยเร็วเตรียมเข้าไปซ่อนตัวภายในผังเมืองซานเหอ แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง

            ขณะนั้น เสี่ยวเหยียนลอยมาเบื้องหน้าเสิ่นเสวียนขวางอยู่ระหว่างพญางูอัคนีและเสิ่นเสวียน

            พญางูอัคนีที่เดิมทีจะกระโจนเข้าใส่เสิ่นเสวียนเห็นเสี่ยวเหยียนเข้ามาขวางจึงพยายามหยุดร่างกายใหญ่โตของมันเอาไว้ดวงตาสีแดงเพลิงฉายความหวาดกลัวออกมา

            เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นเสวียนเข้าใจสถานการณ์ที่นี่ได้คร่าวๆ

            เมื่อครู่มัวแต่สนใจรากจักรพรรดิคิดไม่ถึงว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ อีก โดยทั่วไปแล้วสิ่งล้ำค่าจะมีสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งเติบโตขึ้นมาพร้อมกันสัตว์วิเศษเหล่านี้พึ่งพาหลังชี่ที่แผ่กระจายออกมาจากสิ่งล้ำค่าเหล่านั้นในการฝึกฝน

            หลินจือโมราสองพันปีจะไม่มีสัตว์วิเศษที่เกิดมาคู่กันได้อย่างไรดูจากพลังที่แสดงออกมาเมื่อครู่แล้ว พญางูอัคนีตัวนี้อาจเป็นสัตว์วิเศษขั้นหก เทียบได้กับการบำเพ็ญเพียรขั้นหยวนก่อกำเนิด

            “จี๊ด จี๊ด!”

            เสี่ยวเหยียนขวางอยู่ด้านหน้าเขาแหลมบนหัวโดดเด่น ทั่วทั้งร่างมีเปลวเพลิงลุกโชนดูดุร้ายมาก ลำแสงจางๆ เปล่งประกายออกมาจากเขาของมันดูจากพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่าง เสี่ยวเหยียนเทียบอีกฝ่ายไม่ได้เลย

            ทว่าตอนนี้พญางูอัคนีตัวนั้นกลับไม่ได้จู่โจมออกมาความหวาดกลัวในส่วนลึกของแววตาปรากฏชัดเจน

            “ฟ่อ!”

            พญางูอัคนีตัวนี้ส่งเสียงขู่ใส่เสี่ยวเหยียนอีกครั้งแสดงให้เห็นอำนาจของตนเพื่อให้เสี่ยวเหยียนหวาดกลัวแล้วล่าถอยไป แต่เมื่อเทียบกับเสียงขู่ก่อนหน้านี้กลับด้อยกว่ากันมาก

            เสี่ยวเหยียนแววตาไร้ความกลัวแม้ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าตนเองพลังของมันยังคงไม่ลดลง ระหว่างที่อีกฝ่ายส่งเสียงขู่ออกมา ร่างของเสี่ยวเหยียนก็กลายเป็นแสงเพลิงพุ่งตรงเข้าใส่อีกฝ่าย

            พญางูอัคนีรู้ว่าหากมันล่าถอยของล้ำค่าที่ปกป้องมาอย่างยาวนานจะหลุดมือไป มันจึงสะบัดหางของตนออกไปปะทะกับพลังโจมตีของเสี่ยวเหยียนอย่างรุนแรง

            แต่การปะทะนี้ทำให้ร่างของพญางูอัคนีสั่นสะเทือนราวกับโดนสายฟ้าฟาดลาวารอบๆ เดือดพล่าน ความร้อนแรงแผ่กระจายเข้าใส่เสิ่นเสวียนไม่หยุดหย่อน แม้จะมีเปลวเพลิงของเสี่ยวเหยียนป้องกันตัวอยู่ทว่าเขายังรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงที่แผดเผา

            “ฟ่อ!ฟ่อ!!!”

            พญางูอัคนีกำลังเดือดดาล ส่งเสียงขู่ออกมาฟังคล้ายเสียงฟ้าผ่าและมังกรคำราม

            เสิ่นเสวียนจ้องเขม็ง เห็นเพียงเขาของเสี่ยวเหยียนแทงเข้าไปในร่างของพญางูอัคนีแล้วแรงดูดมหาศาลจากเขาของมันกำลังกลืนกินพลังของพญางูอัคนีเข้าไป

            หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานพญางูอัคนีจะโดนดูดพลังจนหมดสิ้นก่อนหน้านี้เสี่ยวเหยียนยังสามารถดูดกลืนลาวาในภูเขาไฟเข้าไปได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงพญางูอัคนีตัวหนึ่งเลย

            สวบ!

            เสียงเคลื่อนตัวดังขึ้น เสี่ยวเหยียนที่กำลังกลืนกินพลังของพญางูอัคนีโดนพลังที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายสะบัดร่างออกไปเสี่ยวเหยียนตั้งหลักได้และเตรียมกระโจนเข้าไปกลืนกินอีกครั้ง พญางูอัคนีสะบัดหัวหนีลงไปยังลาวาเบื้องล่างโดยไม่สนใจรากจักรพรรดิเลยแม้แต่น้อย

            สัตว์วิเศษเช่นนี้มีลักษณะพิเศษที่เด่นชัดอยู่แม้รู้ว่ามิอาจปกป้องของล้ำค่าไว้ได้ แต่ก็จะไม่ทำลาย พญางูอัคนีก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

            เสี่ยวเหยียนเห็นว่าพญางูอัคนีหนีลงไปด้านล่างแต่ก็ไม่ได้ไล่ตามไปทว่าหันกลับมาหาเสิ่นเสวียนแทน แล้วใช้ดวงตากลมโตของมันจ้องมองเสิ่นเสวียน

            “ขอบใจเจ้ามากเสี่ยวเหยียน”

            เสิ่นเสวียนยื่นมือออกไปลูบหัวของเสี่ยวเหยียนเบาๆพลางกล่าวขอบคุณจากใจจริง

            “จี๊ด จี๊ด...”

            เสี่ยวเหยียนส่งเสียงร้องออกมาด้วยท่าทางเป็นมิตร

            จากนั้นเสิ่นเสวียนสังเกตไปรอบๆอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอันตรายอย่างอื่นอีก เขาก็เหาะตรงเข้าไปยังเหง้าของหลินจือโมราพร้อมกับเสี่ยวเหยียน

            เสิ่นเสวียนมองรากจักรพรรดิขนาดเท่าแขนของเด็กทารกด้วยแววตาลุกวาว

            “เสี่ยวเหยียนเจ้าออกห่างไปหน่อย”

            “จี๊ด จี๊ด”

            เสี่ยวเหยียนเชื่อฟังคำสั่งเป็นอย่างดีมันเคลื่อนตัวถอยไปด้านหลังเพื่อทิ้งระยะห่างออกจากเสิ่นเสวียน

            เสิ่นเสวียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆตอนนี้เขาอยู่ภายในลาวา กำลังมองรากจักรพรรดิผ่านม่านเปลวเพลิงป้องกันตัว เขาเก็บกระบี่ในมือแล้วเหาะไปเบื้องหน้ารากจักรพรรดิไอพลังหลิงชี่ก่อตัวขึ้นที่ใจกลางฝ่ามือของเขา มันคมกริบอย่างน่าประหลาด

            หลังจากนั้นเขาก็ฟันมือออกไปแทนดาบ

            มือที่ฟาดตัดลงไปตรงปลายรากจักรพรรดิอย่างแม่นยำ

            ฉับๆๆๆ

            เดิมทีรากจักรพรรดิมีรอยแยกปรากฏขึ้นแล้วแสงสีทองทอประกายออกมาจากรอยแยกนั้นหลอมรวมเข้ากับลาวาที่อยู่รอบๆ

            เขาฟันมือลงไปอีกครั้ง ปลายอีกด้านหนึ่งของรากจักรพรรดิโดนเสิ่นเสวียนฟันขาดไปจากนั้นรากจักรพรรดิขนาดเท่าแขนเด็กทารกก็ร่วงหล่นลงสู่มือของเสิ่นเสวียน เขาจับรากจักรพรรดิเอาไว้แน่นสัมผัสได้ถึงพลังน่ากลัวที่ผสมผสานอยู่ภายในรากจักรพรรดิ เขารู้สึกเหมือนกับฝันไป

            ทว่าเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาปลาบปลื้มจึงรีบเก็บรากจักรพรรดิไว้ภายในมิติของผังเมืองซานเหอ ตอนนี้ภายในมิติยังมีร่างไร้วิญญาณและกระบี่ของพี่ใหญ่ผู้นั้นจากเผ่าอนธการเก็บซ่อนอยู่ด้วย

            จากนั้นเสิ่นเสวียนก็ยื่นมือออกไปดึงเส้นไหมสีทองของรากจักรพรรดิที่โดนตัดขาดเอาไว้แล้วเขาก็เชื่อมต่อรอยตัดทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน เป็นการต่อให้มันเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง

            ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรมีข้อกำหนดที่ไม่ได้เป็นลายลักษณ์อักษรนั่นคือหากพบเจอสิ่งล้ำค่า เมื่อเก็บเกี่ยวจะต้องทำให้มันยังมีชีวิตอยู่ต่อไป ห้ามตัดแบบถอนรากถอนโคนในอนาคตมันจะเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งในสถานที่เดิม

            ในจุดที่เสิ่นเสวียนต่อไว้หลังจากนี้อีกร้อยปีจะมีรากจักรพรรดิรากใหม่งอกออกมา

            หลังจากกวาดตามองไปรอบๆ อีกครั้งและมั่นใจแล้วว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเสิ่นเสวียนและเสี่ยวเหยียนจึงพากันขึ้นไปด้านบนของลาวา

             

            ณ ปากปล่องภูเขาไฟ

            เสิ่นล่างรออยู่ด้านบนมาระยะหนึ่งแล้วเขามองดูบ่อลาวาที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเลยด้วยจิตใจที่ร้อนรน แต่ก็คิดมาตลอดว่าคงไม่เป็นไรหรอกไม่เป็นไร

            ทันใดนั้นบ่อลาวาที่อยู่เบื้องล่างเดือดพล่านขึ้นมาเสิ่นเสวียนและเสี่ยวเหยียนทะยานออกมาจากบ่อ ม่านเพลิงบนร่างของเสิ่นเสวียนอ่อนแรงลงไปมากแล้วหากครั้งนี้ไม่มีเสี่ยวเหยียนเขาคงรอดชีวิตออกมาได้ยาก มันเกินจะจินตนาการได้ว่าเบื้องล่างของบ่อลาวาแอบซ่อนสัตว์วิเศษขั้นหกในตำนานเอาไว้

            “ท่านผู้นำเป็นอย่างไรบ้าง”

            เสิ่นล่างที่รออยู่ด้านบนกล่าวกับเสิ่นเสวียนด้วยสีหน้าตื่นเต้นเหมือนผ่านความเป็นความตายมาก็ไม่ปาน

            “ลำบากผู้เฒ่าล่างแล้วข้าไม่เป็นไร”

            เสิ่นเสวียนส่งยิ้มให้เสิ่นล่างจากนั้นจึงเหาะไปที่หลินจือโมรารูปร่างเหมือนพัดขนาดใหญ่ เขาใช้มือแทนดาบฟันลงไป สันมือผสมผสานพลังหลิงชี่ฟันลงไปยังเหง้าของหลินจือโมราอย่างแม่นยำแล้วเขาก็กอดหลินจือโมราเหาะขึ้นมาจากปากปล่องภูเขาไฟ

            “นี่คือหลินจือโมราอย่างนั้นหรือ”

            เสิ่นล่างกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อตั้งแต่ออกเดินทางมาเขาไม่เคยคาดหวังเลย เพราะภูเขาไฟมีความร้อนสูงมากจนแม้แต่เขายังรับมือไม่ไหวยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการเก็บหลินจือโมราเลย

            ทว่าเสิ่นเสวียนทำสำเร็จแล้ว

            เขามองหลินจือโมราราวกับกำลังอยู่ในความฝัน

            อันที่จริงแม้แต่เสิ่นเสวียนยังคิดไม่ถึงว่าจะราบรื่นขนาดนี้ไม่เพียงหาหลินจือโมราเจอ ยังขุดเอารากจักรพรรดิในตำนานขึ้นมาได้อีก และการได้เจอกับเสี่ยวเหยียนในครั้งนี้ทำให้ประหยัดยากายาเย็นเยือกน้ำแข็งอัคคีที่เขาปรุงขึ้นด้วย

            “รีบเก็บมันเร็วเข้าเดี๋ยวคนอื่นสังเกตเห็น”

            “ได้”

            เสิ่นเสวียนเก็บหลินจือโมราทันทีพวกเขาอยู่ที่นี่นานนักไม่ได้ หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เสิ่นเสวียนก็พาเสี่ยวเหยียนและเสิ่นล่างออกไปจากปากปล่องภูเขาไฟพร้อมๆกัน

            ทว่าหลังจากพวกเขาออกไปไม่นานมีลำแสงสามสายพุ่งลงมาจากท้องฟ้า

            ลำแสงสามสายนั้นมีสีม่วง สีขาวและสีแดง

            ลำแสงเหล่านั้นพุ่งไปถึงปากปล่องภูเขาไฟพลันกลายเป็นคนสามคน บุรุษสองคน สตรีหนึ่งคน

            “ดูเหมือนวังดาราของพวกเจ้าจะให้ความสนใจที่นี่เหมือนกันนี่!”

            บุรุษผู้หนึ่งกล่าวกับบุรุษอีกคนด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มเย้ยหยัน

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน