จินฉิงอีหัวเราะคิกคักเมื่อซ่งฮุ่ยจูหยิบเอาห่อของส่วนตัวที่นางนำมาด้วยเพียงห่อเดียวขึ้นมาเปิดดู“เ้าค้นระวังด้วยล่ะ ในนั้นล้วนเป็ของพี่วั่งซู”
“ท่านเข้าไปขโมยของในห้องคุณชายอีกแล้ว”
“พี่วั่งซูไม่อยู่ป้องกันเองช่วยไม่ได้ ข้าใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงทีเดียวกว่าจะหยิบเอาของพวกนี้มาได้” นางเชิดหน้าภาคภูมิใจ
เรือนของจินวั่งซูวางกลไกไว้พิสดารนักเขากับจวิ้นอ๋องิเฉินกงมักจะค้นคว้าพวกอาวุธลับหรือสิ่งประดิษฐ์แปลกๆด้วยกันเป็ประจำ ล่าสุดตอนที่นางแอบเข้าไปขโมยของพวกนี้ก็เห็นอาวุธลับสี่แฉกวางอยู่บนตู้ยังไม่มีเวลาพิจารณาก็ต้องรีบออกมาก่อนที่ฝ้าเพดานจะปล่อยควันพิษออกมาเสียก่อน
ถ้าจะว่าไปพี่ชายที่เป็จวิ้นอ๋องของนางมีของพิสดารกว่าพี่วั่งซูหลายร้อยเท่าเพียงแต่เขาซ่อนเอาไว้ในห้องใต้ดินที่วังปีกอินทรี เดินทางคราวนี้เห็นทีพี่ชายจะขนเอาอาวุธลับและเอาเหยี่ยวตัวนั้นออกมาด้วยเป็แน่นางเคยตามพี่วั่งซูไปวังของจวิ้นอ๋อง
ด้านหลังมีเรือนลับซ่อนอยู่ในสวนในเรือนนั้นเลี้ยงเหยี่ยวไว้หลายตัว หนึ่งในนั้นเป็เหยี่ยวตาสีฟ้าจวิ้นอ๋องปล่อยมันออกไปสักหนึ่งเค่อมันก็กลับมาพร้อมจดหมาย ‘น่าอัศจรรย์เสียจริงเทียวไม่ใช่พิราบสื่อสาร แต่เป็เหยี่ยวสื่อสาร’ จินฉิงอีคิดไว้ว่านางจะขอเหยี่ยวจากจวิ้นอ๋องสักตัวหนึ่ง เมื่อนางมีเรือนที่มีอาณาเขตกว้างๆเป็ของตนเอง
ซ่งอุ่ยจูหยิบดูอาวุธแต่ละอย่างที่นางหยิบมา“ขลุ่ยปล่อยเข็มพิษ พัดซ่อนมีดสั้น กระบี่รัดเอว ถุงปล่อยควันพิษ พวกนี้พอไหวที่ของที่เหลือข้าว่า คุณหนูเก็บไว้ในหีบที่รถม้านี่เถอะ”
ข้าวของที่คุณหนูของนางขโมยมาล้วนแล้วเป็ของรักของคุณชายจินทั้งสิ้นนางเคยได้ยินคุณชายเล่าด้วยความภาคภูมิใจในการไปท่องเที่ยวเสาะหาแต่ละสิ่งมาซึ่งล้วนเป็ของช่างฝีมือดีในยุทธภพ
“อ๊ะ! ล่าสุดพี่วั่งซูได้พัดสีขาวดำมาใหม่นี่นาด้ามนั้นข้ายังไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า มีดีที่ตรงไหน?”
“คุณหนูรีบเก็บของไว้กับตัวก่อนเถอะบางอย่างอาจได้ใช้” ซ่งฮุ่ยจูรีบดึงผ้าคาดเอวของนางออกมา เอาเข็มและด้ายมาเย็บที่ซ่อนกระบี่ให้คุณหนูส่วนขลุ่ยก็กำชับให้นางถือไว้ ส่วนถุงปล่อยควันพิษเล็กๆ สามารถพกพาไว้ในอกเสื้อได้
“แล้วพัดข้าเล่า?”
“ท่านจะถือทุกอย่างได้อย่างไร? เดี๋ยวข้าใช้พัดเอง”
“เช่นนั้นก็ดี”
เมื่อตกลงเื่อาวุธแล้วซ่งฮุ่ยจูก็เก็บของที่เหลือลงในหีบและล็อคกุญแจเรียบร้อย“หากเรามีเหตุให้ต้องทิ้งรถม้า อย่างน้อยก็คงไม่มีใครเอาของไปได้ง่ายๆ
บนทางผ่านหุบเขาัทะยานแห่งนี้มีชุมโจรที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนัก เพราะมีจำนวนคนและอาวุธไม่มากครั้นเห็นขบวนค้าข้าวที่มีสำนักคุ้มภัยใหญ่ตามมาดูแลด้วยจึงจำยอมปล่อยผ่าน
“เสียดายนักนั่นน่าจะเป็ข้าวสารกับเกลือจำนวนมาก พ่อค้ารายนี้อาจจะเป็คหบดีใหญ่แคว้นิ”เ้าหัวหน้าที่หนวดเครารุงรังมองแล้วถอนหายใจเฮือกๆหันไปมองดูจำนวนลูกน้องตนเองเพียงหกคน ซ้ำเพิ่งมีดาบเพียงสี่คน อีกสองคนยังถือเสียมก็นึกท้อแท้ใจ
“ลูกพี่ ดูนั่น รถม้ามาคันเดียวเช่นนี้เราน่าจะพอปล้นได้”
“มืดค่ำทำไมจึงไม่จอดหลับนอนกลับเดินทางข้ามเขาที่มีป่าทึบรอบข้าง ไม่แปลกไปหน่อยหรือ?”ลูกน้องที่เคยไปรับจ้างทำงานในเมือง ดูแล้วรู้สึกไม่สบายใจหากคนพวกนี้ไม่ใช่คนที่จะปล้นได้ง่ายๆ พวกเขาที่วิทยายุทธแค่พอกวัดแกว่งดาบจะข่มขู่ผู้เคราะห์ร้ายอย่างไรไหว?
“ถ้าเ้าคิดมาก เ้าไม่ได้ปล้นแล้วลงมาเถอะ” คนเป็หัวหน้ารีบตัดสินใจ สองวันมานี้ไม่มีผู้ผ่านมาสักรายหากปล้นได้วันนี้จะหยุดไปสักสามสี่วัน ไปหาซื้อผ้าห่มให้มารดาความจริงป่าแถบนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่ง แต่เป็เพราะพวกเขาด้อยฝีมือในการล่าสัตว์จึงต้องคอยเก็บสมุนไพรไปขาย และดักปล้นเป็บางครั้ง
“หยุด! มีทรัพย์สินอันใด ส่งมาให้หมด!” เสียงะโก้องช่องเขา ร่างหนุ่มฉกรรจ์เก้าคนรายล้อมรถม้า
ซ่งเหวินฉีะโดังกว่านั้น “คุณหนูฮุ่ยจู มีโจรป่า” เสียงอันกึกก้องของชายหนุ่ม ทำเอาเหล่าโจรแทบเข่าอ่อน ซ่งเหวินฉีคว้าดาบทะยานลิ่วไปถึงหัวหน้าโจรประดาบเพียงสามเพลง หรือจะว่าไป ฝ่ายนั้นแค่ส่ายดาบสะเปะสะปะเท่านั้น
“ถ้าไม่อยากให้หัวหน้าพวกเ้าตายวางดาบเดี๋ยวนี้” เสียงตวาดนั้นทำเอาชายที่เหลือวิ่งหายไปในความมืดทิ้งดาบและเสียมไว้ให้ทั้งสามมองอย่างพิศวง
“อย่าฆ่าข้าเลยพวกข้าทำไปเพราะจำเป็”
“เ้าหรือคือ โจรูเาข้ายังไม่ได้ทันได้ชมการประลองเลยสักนิด” จินฉิงอีก้าวออกจากรถม้าอย่างผิดหวังเมื่อสักครู่ที่นางได้ยินเสียงซ่งเหวินฉีะโ นางอุตส่าห์แอบแง้มผ้าบังช่องข้างรถม้าด้วยใจระทึกมิคาดว่าแค่ซ่งเหวินฉีกระโจนไปเพียงครั้งเดียวก็พาดดาบลงบนคออีกฝ่ายได้
โจรูเาร่างใหญ่พยายามเล่าเื่รันทดของครอบครัวและหมู่บ้านให้คุณหนูผู้นี้ฟังพยายามขุดงิ้วหลายเื่ที่เคยดูแล้วหลั่งน้ำตามารวมกันให้นางเห็นใจ
“อืม...เ้าว่ามาก็น่าสนใจเช่นนั้นข้าอยากไปดูบ้านของเ้า”
“หา!”
ต่อจากนั้นไม่ถึงสองเค่อรถม้าก็พาคนทั้งสี่ไปถึงหมู่บ้านเล็กๆบนูเาที่มีบ้านเรือนห้าหกหลัง เ้าโจรูเาเรียกให้ลูกน้องของตนที่วิ่งหนีตายเมื่อครู่ออกมาจากบ้านแต่โดยดี
จินฉิงอีเห็นสภาพพ่อแม่และน้องของโจรูเาแล้วให้อนาถใจ พวกเขาล้วนผอมแห้ง ดีที่เ้าโจรผู้นี้สูงใหญ่
“นี่เ้าล่าสัตว์ไม่ได้เื่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? อยู่กับป่าแท้ๆยังหาเลี้ยงครอบครัวได้แค่นี้”หญิงสาวในเครื่องแต่งกายที่ดูราคาสูงกวาดสายตามองทีละคน “แล้วทำไมเ้าถึงอ้วนอยู่คนเดียวเล่า?”
เ้าโจรเปิดเสื้อของเขาออก ด้านในมีฟางสานอัดกันแน่น“ข้ากลัวจะโดนคนเอาดาบแทงจึงสานฟางเป็เสื้อหนาๆนอกจากจะทำให้ดูตัวใหญ่น่ากลัวแล้ว ยังป้องกันดาบได้อีกด้วย”
จินฉิงอีกับซ่งฮุ่ยจูเห็นแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้จินฉิงอียินดีมอบเงินส่วนหนึ่งให้ครอบครัวของพวกโจรูเาเพื่อซื้อเครื่องกันหนาวแต่ขอร้องให้หยุดปล้นเพราะพวกเขาไม่มีวิทยายุทธเป็อันตรายอย่างยิ่งหากพลาดพลั้งเสียชีวิตไปจะทำให้ครอบครัวที่รออยู่เดือดร้อน ทุกคนจึงตกลง
ฉีเจียต้งเล่าเื่ที่เขาเคยไปรับจ้างทำงานในเมืองหลวงแคว้นิอยู่่หนึ่งพอรู้หนังสือและทำบัญชีเป็ อีกทั้งยังเคยเดินทางไปเมืองหลวงแคว้นจินด้วย
“เช่นนั้น เ้าติดตามข้าไปทำงานจะดีกว่าข้า้าคนพาไปเมืองหลวงแคว้นจินพอดี และเมื่อกลับเมืองิอีกครั้งข้าจะให้เ้าไปทำงานร้านแลกเงินของท่านพ่อ”
ฉีเจียต้งดีใจยิ่งเขารีบคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณคุณหนูจินนางมอบตั๋วเงินเป็ค่าจ้างล่วงหน้าเพื่อให้เขาทิ้งไว้ให้ท่านพ่อท่านแม่และน้องชายที่อายุเพิ่งสิบสองปีได้ใช้ปีนี้ทั้งปีเขาไม่ต้องห่วงครอบครัวอีกแล้ว
ซ่งฮุ่ยจูไม่เห็นด้วยที่คุณหนูของนางจะจ้างโจรูเาร่วมเดินทาง
“เ้าไม่สังเกตหรือฮุ่ยจู ข้าว่ารูปลักษณ์ทั้งหน้าตาและผิวพรรณของเขานั้น ปลอมเป็คุณชายได้สบายๆ”
-----------------------------------------------------------------
