นางมารจำเป็น

    ภารกิจสำเร็จ

    "ท่านพี่...........ท่านพี่หลงเยี่ยนหลันฮวามาแล้วเจ้าค่ะ"

    เสียงน้องสาวดังมาก่อนตัวก่อนที่จะเห็นหน้า ดูเหมือนทางท่านพี่อู๋เซียนและหลันฮวาก็จะทำสำเร็จเช่นเดียวกันสีหน้าของหลันฮวาดูดีกว่าตอนไปเป็นอย่างมากตอนนี้เรื่องที่ทุกคนกังวลก็ดูเหมือนจะวางใจได้เสียที

    "ท่านพี่ซีซีท่านพีซีเหมยหลันฮวาหายแล้วเจ้าค่ะ"

    เมื่อลงหลังจิ้นได้นางก็วิ่งมาหาเจี่ยเจียทั้งสองทันทีทั้งสามสาวต่างพูดคุยสอบถามก่อนจะมีรอยยิ้มออกมายามที่หญิงสาวทั้งสามแย้มยิ้มก็เหมือนทั้งโลกนี้จะไม่เคยมีสิ่งใดที่เรียกว่าความเศร้าโศกรอยยิ้มของพวกนางช่างสดใสน่าทะนุถนอมเหมือนดอกไม้ที่งดงามดูสูงค่าไม่ควรมีแม้แต่แมลงมาเกาะ!!

    อู๋เซียนชำเลืองมองเหล่าแมลงตัวผู้ที่เขาหลงปล่อยให้มันเข้าใกล้ดอกไม้สูงค่าของตน....หึหึต่อจากนี้อย่าได้หวังจะเข้าใกล้น้องสาวทั้งสองได้อีก

    "หลันฮวาเจ้าควรจะรายงานตัวกับพี่ของเจ้าเช่นกันเพราะท่านพี่ของเจ้าคงมีเรื่องที่อยากจะไต่ถามพอสมควร"

    อู๋เซียนรีบทำเป็นทักท้วงหลันฮวาเมื่อเห็นสองหนุ่มมีท่าทีจะขยับเข้าใกล้ทั้งสามนางเขาแค่อยากกันสองสาวให้ออกห่างสักนิดก็ยังดี

    "เจ้าค่ะท่านพี่อู๋เซียน"หลันฮวาหันมายิ้มให้อู๋เซียนก่อนจะเดินมาย่อกายลงต่อหน้าหลงเยี่ยน

    "ท่านพี่ในที่สุดหลันฮวาก็สามารถทำสิ่งที่หวังได้สำเร็จแล้วหลันฮวาสามารถสนับสนุนท่านพี่ได้แล้วเจ้าค่ะ"

    นางเอ่ยพลางน้ำตาคลอต่อจากนี้เราจะไม่เป็นภาระให้ใครต้องคอยช่วยเหลืออีกต่อไป

    "ข้ายินดีกับเจ้ายิ่งและยินดีที่สุดที่เจ้าปลอดภัยกลับมา"หลงเยี่ยนดึงน้องสาวเข้ามากอดเขายังจำวินาทีที่เขาเกือบจะสูญเสียน้องสาวคนสำคัญไปแล้วโชคยังดีที่สวรรค์ยังเมตตานัก

    "ข้าน้อยยินดีกับองค์ชายและธิดาเทพขอให้ทั้งสองเร่งกลับวังเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ด้วยเถอะขอรับ"

    ถึงอย่างไรหลี่ฟงก็ยังเป็นทหารองครักษ์เขาจำต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับมา....เขาหันไปมองซีเหมยอีกครั้งเพื่อเก็บความรู้สึกนี้ไว้ไม่รู้จะใช้เวลานานเท่าไรกว่าที่ครั้งต่อไปจะได้เจอกันอีกครั้ง

    ซีเหมยเองก็รับรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มนางเองก็รู้สึกใจหายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเช่นกัน

    หนึ่งชาย...หนึ่งหญิงที่ส่งสายตาให้กันทำให้คนเป็นพี่อย่างอู๋เซียนถึงกับมีเส้นดำสามขีดขึ้นที่หน้าผาก

    "เอาล่ะ...ถึงอย่างไรพวกเราทั้งหมดก็จะออกจากป่าพร้อมกันเมื่อถึงนอกป่าค่อยทางใครทางมัน ส่วนตอนนี้ข้าว่าพวกเรารีบๆเดินทางเสียเถอะหากยังช้าเกรงว่าข้างนอกคงจะเกิดความโกลาหลมากกว่าเดิม"

    อู๋เซียนเดินมาบังน้องสาวเอาไว้พลางหันไปพูดกับสองหนุ่ม....ชิช่างหน้าเจ็บใจไม่คิดว่าการที่เขาตกลงกับหลันฮวาเอาไว้จะย้อนเข้าตัวจนเขาไม่สามารถจะทำอันใดได้แต่เขาก็ไม่อาจจะไม่ทำตามได้อีกเช่นกันใครจะนึกว่านางก็แอบมีเขี้ยวเล็บเป็นเหมือนคนอื่นๆยิ่งนึกถึงคำขออันเรียบง่ายที่เขาหลงปากตอบรับไปเขายิ่งรู้สึกเอ็นดูนาง

    'ท่านพี่อู๋เซียนเจ้าค่ะถ้าเจอเจี่ยเจียทั้งสองข้าขอให้พวกเรากลับออกไปข้างนอกป่ามรณะแห่งนี้พร้อมกันได้หรือไม่เจ้าค่ะ'

    ยิ่งคิดเขาคงได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น เอ๊ะ....เจ้านั่นกล้าดีอย่างไรมาเดินข้างน้องสาวของข้าห๊ะ!!!

    หลังจากที่เริ่มออกเดินทางมาอู๋เซียนดูเหมือนจะเหนื่อยที่สุดเพราะต้องคอยห้ามคนนี้กันคนนู้นวุ่นวายไปหมดจนหลันฮวาเริ่มเหนื่อยใจแทนอาการหวงน้องของท่านพี่อู๋เซียนค่อนข้างจะเกินไปมากเหลือล้น

    ส่วนสองสาวก็เริ่มจะอดทนต่อท่านพี่ขี้หวงไม่ไหวพวกนางจึงอยากแกล้งผู้พี่เสียหน่อยด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆทั้งสองหันมาเดินข้างหลันฮวาก่อนจะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานทั้งเสียงหัวเราะก็ดังก้องทั่วป่าแต่เมื่อทันทีที่อู๋เซียนเดินเข้าร่วมวงสนทนาสองสาวก็จะเงียบลงทำราวกับไม่ได้ยินที่เขาเอ่ยถามจะมีเพียงแต่หลันฮวาที่ยังพอจะพูดคุยด้วยจนหลายครั้งเข้าหลันฮวาก็พึ่งสังเกตออกจนในที่สุดนางเองก็จนใจที่จะพูดด้วยเมื่อเห็นท่าทีของเจี่ยเจียทั้งสอง

    อู๋เซียนเดินคอตกเมื่อตระหนักว่าตนเองได้ล้ำเส้นมากเกินไปจนน้องทั้งสองพาลโกรธเขาจึงได้แต่ตีตัวออกมาเดินรั้งท้ายกับเหล่าอสูรอย่างสำนึก

    "นายท่านขอรับนี่ถือว่ายังดีนะที่คุณหนูทั้งสองไม่พูดด้วยก็ดีกว่าโดนโกรธจนแม้กระทั่งเงาก็ไม่อยากมองไม่อย่างนั้นนายท่านคงจะเดือดร้อนกว่านี้แน่ขอรับ"

    จิ้นเองก็เตือนด้วยความหวังดีมันทั้งเห็นใจและระอาใจกับการหวงน้องที่มากเกินไปของเจ้านาย

    "ข้ารู้แต่ก็ไม่อาจทำใจได้"เขาถอนหายใจก่อนจะเดินตามเงียบๆ

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือสองหนุ่มที่ตอนนี้แอบดีใจอย่างเงียบๆพวกเขาค่อยๆเดินช้าลงก่อนจะเดินคู่สาวในดวงใจ

    "อีกไม่กี่วันก็จะถึงทางออกจากป่าข้าคงจะไม่ได้เจอเจ้าอีกนาน" หลงเยี่ยนพูดขึ้นเบาๆพอให้หญิงสาวข้างกายได้ยิน

    "ท่าน.....อ้อไม่ซิองค์ชายก็อย่าได้ตรัสเช่นนั้นพระองค์ควรจะรีบสะสางงานทางด้านของส่วนพระองค์ให้เสร็จเถิดเพราะความหวังของประชาชนคือท่านนะเพคะ"

    "ซีซี...ข้าขอร้องเจ้าเถอะอยู่ในป่านี้เจ้าพูดกับข้าเฉกเช่นเดิมได้หรือไม่ข้าอยากให้เจ้าพูดคุยกับข้าเหมือนบุรุษคนหนึ่งแค่นั้น"

    ทั้งคำพูดและสายตาที่หลงเยี่ยนส่งมาให้มีแต่ความจริงใจจนจิตใจของซีซีสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

    "เจ้าค่ะท่านหลงเยี่ยน"

    ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นท่าทางที่เอียงอายของหญิงสาวเขายิ่งอยากดึงนางมากอดนัก......นางช่างเย้ายวนเกินไปแล้ว!

    "ท่านจะไม่พูดกับข้าบ้างหรือเอาแต่มองหน้าข้าหรือว่ามันมีเศษดินเศษหญ้าติดหรือไร"

    ซีเหมยเอียงคอถามหลี่ฟงนางเห็นเขาเอาแต่ชำเลืองมองนางมานานแล้วบางคราวก็ทำท่าทางเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูดเสียทีพอนางถามก็เอาแต่หันหน้าหนีช่างเป็นบุคคลที่ประหลาดแท้

    "ข้า.....ข้ามีสิ่งหนึ่งจะให้เจ้าไม่รู้เจ้าจะอยากได้มันหรือไม่"หลี่ฟงตัดสินใจได้ในที่สุด อย่างน้อยขอแค่ลองทำไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไรเขาก็จะไม่กล่าวโทษสิ่งใดเลย

    "ท่านมีอะไรจะให้ข้าหรือ....อ่าข้าอยากเห็นแล้วซิ"ซีเหมยออกอาการเด็กอยากได้ของเล่นนางยิ้มจนตาหยีจนชายหนุ่มที่มองอยู่ถึงกับหน้าแดงใจสั่น.....อ่า....นางน่ารักเกินไปแล้ว

    หลี่ฟงจับไปที่แหวนมิติก่อนจะนึกถึงสิ่งของที่เขาเก็บเอาไว้นานแล้วเขาตั้งใจที่จะให้หญิงสาวตรงหน้ามาตลอดแต่ยังไม่มีโอกาสเสียที

    "อ่า......สวยจังปิ่นนี้ท่านให้ข้าจริงหรือ"

    ซีเหมยมองปิ่นที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปล่งประกายวิบวับ....ปิ่นสวยจังแถมยังมีลักษณะเป็นรูปดอกทานตะวันที่ทำจากทองประดับด้วยอัญมณีเล็กๆบนตัวดอกแถมยังมีพู่ระย้าอีกสามปลายพู่ยังมีผีเสื้อเกาะอยู่พู่ละหนึ่งตัว

    หลี่ฟงยิ้มเมื่อเห็นนางชอบใจกับของที่เขาให้เขาเรียกความมั่นใจได้อีกมากก่อนจะเอ่ยถามนาง

    "ในเมื่อเจ้าชอบข้าก็ดีใจงั้นข้าขอเป็นคนปักปิ่นนี้ให้เจ้าได้หรือไม่"

    เมื่อพูดออกไปแล้วจิตใจของเขาก็เต้นเร็วขึ้นจนเริ่มที่จะควบคุมมันไม่ได้เขาไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนยิ่งเห็นท่าทางนางที่นิ่งเงียบไปหลี่ฟงยิ่งเริ่มหวั่นใจเสียแล้ว

    "เอ่อ.....ถ้าหากข้าขอมากไปกะ..."

    "ไม่ใช่เช่นนั้นแต่เมื่อกี้ที่ท่านยิ้มท่านดูดีมากๆเลยข้าชอบตอนที่ท่านยิ้มนะดีกว่าทำหน้านิ่งๆนี่เสียอีก"

    นางรีบบอกเมื่อเห็นชายหนุ่มมีท่าทีจะเข้าใจผิดแค่นางตะลึงกับรอยยิ้มของเขาแค่นั้นเอง....แต่ว่าเมื่อเขายิ้มออกมามันช่างดูหล่อเหลากว่าที่เป็นอยู่เหลือเกินทำเอานางถึงกับพูดไม่ออกอ่า......นี่นางเป็นอะไรไปเนี้ย

    ส่วนหลี่ฟงที่ได้ฟังคำของซีเหมยก็เขินอายหน้าแดงเถือกจนเหมือนคนเป็นไข้แต่เขาก็รวบรวมสติก่อนจะถามสิ่งที่เขาต้องการอีกครั้ง

    "ถ้าเช่นนั้นให้ข้าปักปิ่นนี้ให้เจ้าได้หรือไม่"

    คราวนี้ไม่พูดเปล่าหลี่ฟงยังส่งสายตาไปให้นางอีกด้วยแต่ไม่ใช่สายตาที่อ่อนหวานเหมือนหลงเยี่ยนแต่เป็นสายตาที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนเท่านั้นเองซีเหมยเมื่อมองเห็นทั้งความจริงใจและสายตาที่มั่นคงที่ชายหนุ่มส่งให้มานางก็เริ่มจะมีริ้วสีจางๆบนใบหน้าก่อนจะหยุดเดินพลางก้มหน้าตอบเสียงเบา

    "ย่อมได้ท่านรีบปักให้ข้าซิเจ้าค่ะ"

    หลี่ฟงไม่รอให้สิ้นคำดีเขารีบเดินอ้อมไปด้านหลังก่อนจะปักปิ่นลงที่ผมของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาเมื่อปักเสร็จแล้วเขายังยืนนิ่งอยู่ข้างหลังลมหายใจที่รดต้นคอของซีเหมยมันช่างให้ความรู้สึกแปลกประหลาดเสียจริง

    "ข้าหวังใจว่าจะเห็นมันอยู่กับเจ้าตลอดเวลาเพื่อเป็นตัวแทนของข้า"

    ซีเหมยอดทนไม่ไหวนางรีบเดินไปข้างหน้าอย่างเร็วสองสามก้าวก่อนจะหันกลับมา

    "คนบ้า!!!"

    ตอนนี้หน้านางคงแดงไปหมดแล้วแน่ๆเลยนางรีบหันกลับก่อนจะวิ่งแจ้นไปหาอาหลินที่เดินนำหน้านางอยู่

    "หึ..หึ..ข้าผู้ที่ไม่เคยจะสนใจในความรักกลับต้องมาหลงเสน่ห์นางเช่นนี้นับว่าเวลาที่ผ่านมาไม่ได้เสียเปล่าจิตใจของข้าเป็นของเจ้าคนเดียวเท่านั้นซีเหมย"

    ความรักที่ก่อตัวรอบๆสองหนุ่มสาวเป็นดั่งพรหมลิขิตแต่ดูเหมือนก้างชิ้นใหญ่ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทางด้านหลังจะมีดวงตาที่ลุกเป็นไฟเสียแล้ว

    "จิ้นปล่อยข้า.....ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปหักมือมันกล้าดีอย่างไรมาแตะต้องน้องสาวของเรา"

    อู๋เซียนตอนนี้สติได้หายไปแล้วลืมแม้กระทั่งเรื่องที่สองสาวไม่พูดด้วยอยู่เขาดิ้นรนที่จะพุ่งไปหาชายหนุ่มแต่เป็นจิ้นที่เกาะเอาไว้ทัน

    "ท่านพี่อู๋เซียนใจเย็นๆก่อนท่านควรมีสติให้มากกว่านี้ไม่เช่นนั้นท่านอาจถูกเจี่ยเจียทั้งสองโกรธเอาได้หากทำอะไรผลีผลามเกินไปท่านอาจไม่เห็นหน้าเจี่ยเจียทั้งสองอีกเลยสงบใจลงก่อนเถิดเจ้าค่ะ"

    หลันฮวาพยายามพูดให้เห็นข้อรุนแรงหากอู๋เซียนทำอะไรที่สองสาวไม่ชอบใจเขาจึงสงบลงแต่ยังส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอตลอดเวลาจนหลันฮวาต้องคอยเดินเคียงข้างทั้งปลอบทั้งชวนพูดคุยให้อู๋เซียนลืมเลือนเหตุการณ์ก่อนหน้าไปก็ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่อู๋เซียนจะหลงลืม......

    หลันฮวาชวนคุยถึงเรื่องราวที่นางเคยพบเจอแม้จะไม่หวือหวาเหมือนของอู๋เซียนแต่เป็นอีกด้านที่เขาเองก็นึกไม่ถึง

    "เจ้าไม่มีเพื่อนเลยหรือทั้งหมดที่กล่าวเล่ามาจะมีแค่เจ้าเป็นตัวเอกแล้วผู้ร่วมผจญภัยล่ะหายไปไหนหมด"

    สีหน้านางหม่นลงทันทีเมื่อนึกย้อนตามคำของท่านพี่อู๋ก็เห็นจะจริง

    "ใช่แล้วเจ้าค่ะหลันฮวาไม่มีเพื่อนข้างนอกนั่นมีแต่การแข่งขันหาสหายสักคนนับว่ายากนักเจ้าค่ะ"

    อู๋เซียนจับน้ำเสียงได้เขาเองก็หาได้แตกต่างกันด้วยหน้าที่และภาระที่เขาแบกไว้ยิ่งใหญ่นักแต่เขายังโชคดีที่มีจิ้นคอยอยู่เคียงข้างและเป็นทั้งสหายที่รู้ใจมันจะไม่มีวันที่ทรยศเขาแน่นอน

    "เด็กน้อยเรื่องที่ผ่านมาก็ปล่อยให้ผ่านไปลองมองรอบๆตัวเจ้าตอนนี้เสียเจ้าเห็นสิ่งใดบ้างอย่าได้กักขังตัวเองไว้ในเงามืดอีกเข้าใจหรือไม่"

    เมื่อนางได้ยินอู๋เซียนกล่าวปลอบก็เงยหน้ามองรอบๆตัวตามที่อู๋เซียนบอกนางก็เข้าใจความหมายทันที....ใช่ซิตอนนี้นางหาได้โดดเดี่ยวไม่นางมีเจี่ยเจียมีพี่ชายทั้งสอง..อ้อไม่ซินางมีพี่ชายสามคนต่างหากเมื่อคิดได้นางก็ยิ้มออกมา

    "หลันฮวาเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านพี่อู๋"

    รอยยิ้มสดใสของเด็กสาวกลับคืนมานั่นทำให้อู๋เซียนเบาใจได้เขากับหลันฮวายังคงชวนกันคุยต่อไปอย่างสนุกสนานตลอดเส้นทาง