ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เวลานี้อู๋ิในเสื้อผ้าชุดใหม่พร้อมเครื่องประดับสมฐานะกำลังยืนอยู่หน้าจวนแม่ทัพหลี่ คอเล็กเชิดสูงต่างจากวันวานและคงจะเชิดสูงกว่านี้หากไม่ได้จัดเต็มเครื่องหัวที่ทำเอาปวดคอไปหมด
“หากครั้งนี้ยังไม่เชื่อว่าข้าเป็องค์หญิงอีก ก็นับว่าตาบอดแล้ว” อู๋ิััเครื่องประดับบนศีรษะและก้มมองเสื้อผ้าเนื้อดีที่สวมใส่อย่างชื่นชม
"ข้าพร้อมแล้ว พวกเราเข้าไปกันเถอะ"
"องค์หญิงอู๋ิเสด็จ" คำประกาศศักดาพร้อมกับร่างบางที่ก้าวเข้ามาด้านในทำให้ทุกคนต้องหยุดทุกกิจกรรมเพื่อทำความเคารพแขกสูงศักดิ์อย่างพร้อมเพรียง
เหมยฮวาก้มหน้าลงต่ำ พยายามระงับอารมณ์โกรธอย่างสุดความสามารถ สตรีหน้าไม่อายที่วัน ๆ คิดแต่จะแย่งสามีของผู้อื่น ไม่มีทาง! เสียขา*เป็ของนาง นางไม่มีวันยอมยกเขาให้ใครหน้าไหนเป็อันขาด
“ไม่ต้องมากพิธี คนกันเองทั้งนั้น ลุกขึ้นเถอะ ๆ”
หลังได้รับอนุญาต หลี่ไท่หยูก็หันไปช่วยประคองภรรยาให้ลุกขึ้นและโอบร่างนุ่มนิ่มของนางให้แนบชิดกับตัวมากที่สุดเพื่อแสดงให้ใครบางคนเห็นว่าเขารักมั่นแต่ภรรยาคนเดียวเท่านั้น
"รู้หรือไม่ ข้าอยากเจอเ้ามากเสียจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ข้ามาที่นี่สองครั้งแล้วและทุกครั้ง..."
"กราบทูลองค์หญิง นี่คือเหมยฮวา ฮูหยินของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ไท่หยูรับรู้ได้ถึงความโกรธที่พุ่งสูงขึ้นของภรรยาจึงรีบขัดคำพูดหวานเลี่ยนขององค์หญิงอู๋ิอย่างไม่ไว้หน้า
"ไม่จำเป็ต้องแนะนำหรอก ข้าน่ะรู้จักฮูหยินเหมยฮวาดีกว่าท่านเสียอีก" อู๋ิตอบก่อนจะหันไปส่งยิ้มกว้างให้เหมยฮวาอีกครั้ง
"ฮูหยินของกระหม่อมกำลังตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ" หลี่ไท่หยูวางมือบนท้องนูนของภรรยาพร้อมกับลูบไปมาอย่างทะนุถนอม ครั้งนี้องค์หญิงคงจะตัดใจจากเขาได้เสียทีกระมัง
"ยินดีด้วย ๆ ต่อไปข้าจะช่วยเ้าเลี้ยงดูเขาอย่างดีแน่นอน" อู๋ิยิ้มกว้างอย่างเป็มิตรและสาวเท้าเข้าไปหาสหายด้วยความคิดถึงแต่กลับถูกแม่ทัพใหญ่ขวางไว้เสียก่อน
“พวกเราสามีภรรยาจะดูแลเขาอย่างดี ไม่ต้องรบกวนองค์หญิงหรอกพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ไท่หยูกล่าวเสียงแข็งและจ้องหน้าฝ่ายที่ไม่ยอมแพ้เสียทีอย่างหงุดหงิด
"รบกวนอะไรกันเล่า พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน” ทั้งสองกลายเป็ตัวละครที่อู๋ิรักมากที่สุดและเปรียบเสมือนบุตรสาว บุตรชายที่นางปลุกปั้นเองกับมือ ไม่เรียกครอบครัวยังเรียกอะไรได้อีก
“คุณหนูใจเย็นก่อนเ้าค่ะ” อาจูที่เห็นท่าไม่ดีพยายามดึงสติของผู้เป็นายและหันไปมองหน้าแขกอย่างขุ่นเคือง องค์หญิงอู๋ิช่างหน้าด้านหน้าทนเสียเหลือเกิน แม่ทัพใหญ่ปฏิเสธไมตรีหลายต่อหลายครั้งก็ยังแสร้งไม่เข้าใจอีก
“กระหม่อมขอปฏิเสธพ่ะย่ะค่ะ" หลี่ไท่หยูปฏิเสธเสียงแข็ง
“ข้าไม่สนท่าน ขอแค่ฮูหยินเหมยฮวายอมรับก็พอแล้ว จริงไหมเหมยฮวา”
"ครอบครัวของหม่อมฉันมีคนเยอะแล้ว เพิ่มใครเข้ามาอีกไม่ได้แล้วเพคะ” เหมยฮวาปฏิเสธอย่างเ็าและจ้องตาองค์หญิงอู๋ิอย่างไม่เกรงกลัว นางเป็สหายสนิทของร้ายเต๋อผู้เขียนนิยายเื่นี้มีอะไรให้นางต้องกลัวกัน
หมับ!
เหมยฮวาสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ ก็ถูกองค์หญิงอู๋ิคว้าตัวไปกอดแน่นก่อนเ้าตัวจะปล่อยโฮเสียงดังลั่น องค์หญิงผู้นี้จะมาไม้ไหนกันแน่ หรือกำลังแสร้งทำตัวน่าสงสารเพื่อขอความเห็นใจจากนาง
"ข้าพยายามอย่างมากกว่าจะได้พบเ้า เหตุใดถึงได้ใจร้ายกับข้านัก ฮือ ๆ ๆ”
"ใจร้าย? องค์หญิงอู๋ิต่างหากที่พระทัยร้าย หม่อมฉันขอประกาศตรงนี้เลย ต่อให้เป็รับสั่งของฮ่องเต้ หม่อมฉันก็ไม่มีวันยอมให้สามีรับอนุเด็ดขาดเพคะ"
“อนุ? เขาจะมีอนุงั้นหรือ” อู๋ิหยุดร้องไห้แล้วหันขวับไปมองตัวร้ายอย่างเอาเื่
“ท่านรอดชีวิตมาได้ก็เพราะเหมยฮวา นอกจากไม่สำนึกแล้วยังคิดรับสตรีอื่นเข้าจวนอีกงั้นหรือ คนอกตัญญู! เห็นหรือไม่ว่านางกำลังตั้งท้องลูกของเ้าอยู่ สามัญสำนึกมีบ้างหรือไม่!”
“กระหม่อมไม่ได้...” หลี่ไท่หยูอ้าปากปฏิเสธ ในสมองวุ่นวายสับสน
“โกหก ก็เมื่อครู่เหมยฮวาบอกว่าเป็รับสั่งของฮ่องเต้ให้เ้ารับอนุ ใคร? สตรีผู้นั้นมันเป็ใคร?” อู๋ิกระชากคอเสื้อของตัวร้ายอย่างลืมตัวขณะคาดคั้นเอาคำตอบก่อนจะชะงักเมื่อทุกคนชี้มือมาที่ตนเองอย่างพร้อมเพรียง
“พวกเ้าชี้ข้าทำไม” อู๋ิหันไปถามพวกเขาอย่างอารมณ์เสีย
“เป็องค์หญิงเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”
มือที่กำคอเสื้อของตัวร้ายร่วงผล็อยก่อนจะชี้ตัวเองและถามย้ำอีกครั้งว่านางได้ยินไม่ผิด
“ข้าคืออนุที่พวกเ้าพูดถึงงั้นหรือ เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ชอบเขา คนที่ข้าสนใจคือเหมยฮวาต่างหาก” อู๋ิะโเสียงดังด้วยความหงุดหงิดแต่ก็ต้องประหลาดใจที่ทุกคนมองนางด้วยท่าทางตกตะลึง
“เหมยฮวา...” อู๋ิเดินเข้าไปหาสหายและเป็อีกครั้งที่ถูกตัวร้ายก้าวมาดักหน้า
“ห้ามเข้าใกล้ฮูหยินของกระหม่อม”
อู๋ิตวัดสายตามองเขาอย่างไม่พอใจ รองแม่ทัพฉีก็คนหนึ่งแล้วที่คอยขัดแข้งขัดขานาง แล้วยังจะแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ด้วยเหรอ แต่แล้วก็นึกบางอย่างออกก่อนจะยกมือตบหน้าผากตัวเองเสียงดังที่อธิบายอะไรไม่ชัดเจนั้แ่ต้น
"อ๋อ ๆ ๆ เพราะข้าลืมแนะนำตัวไปสินะ เหมยฮวา ข้าเอง ข้าคือร้ายเต๋อของเ้า"
"ร้ายเต๋อ? เป็ไปไม่ได้ ทำไมท่านถึง..." เหมยฮวาส่ายหน้าไม่เชื่อ แต่คิดไปคิดมาในโลกนี้ไม่มีผู้ใดรู้จักชื่อนี้นอกจากนางคนเดียวหรือสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจะเป็เื่จริง
“ทำไมจะเป็ไปไม่ได้ล่ะ เ้าทะลุมิติไปหาข้าได้ ข้าก็สามารถทะลุมิติมาหาเ้าได้เหมือนกันนั่นแหละ”
“หม่อมฉันไม่เชื่อ ตะ… ต้องทดสอบก่อน ละ... โลกโน้นหม่อมฉันชอบดูอะไรมากที่สุด"
"เ้าชอบดูทีวีที่สุด"
"คนโง่ หม่อมฉันมักเรียกคนพวกนี้อย่างไรเพคะ"
"สถุนผิด*"
"เสียขา*คือใครเพคะ"
"ก็คือสามีตัวร้ายของเ้า ส่วนหันหนี*ก็คือเ้าอย่างไรล่ะ"
"ร้ายเต๋อ! เป็ท่านจริง ๆ ด้วย" เหมยฮวาตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก มือบางจับตัวองค์หญิงอู๋ิหมุนไปมาหลายรอบอย่างลืมตัว
"พอก่อน ๆ ข้ามึนหัวไปหมดแล้ว" อู๋ิห้ามเพราะนางมึนจนแทบทรงตัวไม่อยู่แล้ว
"ร้ายเต๋อ ข้าคิดถึงท่าน"
"ข้าก็คิดถึงเ้า"
ในขณะที่สหายรักกำลังโผเข้ากอดกัน จู่ ๆ ร่างบอบบางของแขกก็ถูกกระชากออกอย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว
"เป็เ้าอีกแล้วเรอะ" รองแม่ทัพฉีจับแขนเล็กทั้งสองไขว้หลัง นางและพวกควรต้องอยู่ในคุก เหตุใดจึงมาโผล่ที่นี่ได้ ในเมื่อเตือนดี ๆ ไม่ฟัง เช่นนั้นครั้งนี้เขาจะจับพวกนางขังคุกทหารแทน ดูสิว่ายังจะหนีออกมาได้อีกหรือไม่
“ต้มตุ๋น แหกคุก บุกรุกจวนแม่ทัพ ครั้งนี้พวกเ้าได้ถูกขังลืมแน่"
"เดี๋ยวก่อนรองแม่ทัพฉี!" ทุกคนพากันะโห้ามเสียงดังแต่เหมือนรองแม่ทัพฉีจะหูหนวก ตาบอดไปเสียแล้ว
"สองคนนี้เป็หัวขโมย และหาจังหวะลอบเข้าจวนแม่ทัพหลายครั้ง พวกนางจะต้องวางแผนไม่ดีต่อฮูหยินแม่ทัพแน่นอนขอรับ แต่ทุกคนไม่ต้องห่วง ข้าจะจับพวกนางทรมานให้ยอมรับสารภาพเดี๋ยวนี้เลย เ้ามานี่เลย!"
พลั่ก ๆ ๆ ๆ ตุบ ๆ ๆ ๆ
ทั้งหมัดและเท้าประเคนใส่รองแม่ทัพฉีไม่ยั้ง จนเขาเผลอปล่อยมือจากคนร้ายก่อนจะถูกรุมสกรัมจากทุกคนตรงนั้น ที่น่าโมโหกว่านั้นคือเขากลายเป็ฝ่ายถูกคุมตัวเสียเอง ทั้งยังถูกบังคับให้คุกเข่าต่อหน้าคนร้ายอีกด้วย
“อยู่นิ่ง ๆ ดีกว่า ขืนขยับ คงต้องโทษหนักกว่าเดิม” บีหนึ่งกระซิบบอกก่อนจะถอนหายใจ โชคดีที่วันนั้นเขาไม่ได้ร่วมวงกับรองแม่ทัพฉีและบีสอง หาไม่ คงได้ติดร่างแหไปด้วยแน่
“พวกเ้าจับข้าทำไม ทำไมไม่ไปจับพวกนางเล่า!”
“จุ๊ ๆ อย่าพูดอะไรอีกเลยรองแม่ทัพฉี ถือว่าข้าขอร้องล่ะนะ” บีสองเองก็คุกเข่าลงอย่างรู้ชะตากรรม ดูเหมือนว่าองค์หญิงอู๋ิไม่ได้ตั้งใจมาหาฮูหยินเหมยฮวาเพียงอย่างเดียวแต่ทรงคิดจะเอาคืนพวกเขาด้วยอย่างแน่นอน
“ขออภัยแทนคนของกระหม่อมด้วย ขอองค์หญิงอู๋ิโปรดอย่าถือสาเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ไท่หยูอยากยกมือกุมขมับแต่ทำไม่ได้เพราะมือเท้าของเขาต้องใช้ร้องขอชีวิตของรองแม่ทัพฉีจากองค์หญิงก่อน
"ไม่เป็ไร ๆ" อู๋ิโบกมือไม่ถือสาแต่ในใจนั้นแค้นเคืองเป็อย่างมาก
"องค์หญิง? อย่างเ้าเนี่ยนะ" รองแม่ทัพฉีมองอีกฝ่ายั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะชะงักกับจำนวนเครื่องประดับราคาแพงจำนวนมากบนศีรษะของนาง นั่นทำให้เขาได้สติ
"ใช่ คนอย่างข้านี่แหละที่เป็องค์หญิงของแคว้นต่ง พวกเราพบกันสามครั้งแล้ว สองครั้งแรกเ้าโยนข้าออกจากจวนเหมือนหมูหมาไม่ปรานี มิหนำซ้ำยังจับข้าส่งทางการอีกด้วย จนวันนี้ท่านก็ยังไม่ให้ความเคารพทั้งยังคิดจะทรมานข้า ความผิดของท่านช่างใหญ่หลวงนัก รู้ตัวหรือไม่”
รองแม่ทัพฉีกลืนน้ำลายและหันไปทางแม่ทัพใหญ่อย่างขอร้อง เขาซวยแล้ว นางน่าจะเป็องค์หญิงจริง ๆ แต่สภาพนางตอนนั้น ใครมองออกว่าเป็องค์หญิงก็บ้าแล้ว
“ไม่ต้องมอง แม่ทัพใหญ่ก็ช่วยท่านไม่ได้หรอกเ้าลูกไก่”
“ลูกไก่?” รองแม่ทัพฉีหันมาทางคู่กรณีและทวนคำเรียกเมื่อครู่อย่างสงสัย
“ใช่แล้ว เ้าลูกไก่ฉี ดูสิ เวลาที่ข้าบีบมือแน่นเช่นนี้ เ้าก็จะตายรู้ไหม”
รองแม่ทัพฉีจ้องกำปั้นเล็กที่บีบกันแน่นอย่างหวาดเสียว เขาหันไปมองรอบ ๆ อีกครั้งเพื่อหาตัวช่วยทว่าทุกคนต่างเมินหน้าหนี ทำท่าทางเหมือนคนไม่รู้จักกันเสียอย่างนั้น นี่น่ะหรือที่ว่ารักกันดังพี่น้อง เป็ดังครอบครัว
“เ้าทำร้ายข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นก่อนมาที่นี่ ข้าจึงไม่ลืมนำของฝากมาให้ เอ้า รับไปสิ” อู๋ิยื่นราชโองการไปให้และมองมือสั่น ๆ ที่ยื่นมารับมันอย่างขบขัน
“องครักษ์” รองแม่ทัพฉีคอแห้งผากหลังทราบว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรหลังจากนี้
“ใช่แล้ว ต่อไปเ้าเป็คนของข้าแล้ว เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะลูกไก่ฉี หึ ๆ” อู๋ิแสยะยิ้มและกำมือแน่นต่อหน้าเขาอีกครั้งเพื่อข่มขู่แล้วก็วิ่งเข้าไปสวมกอดเหมยฮวาอีกครั้งด้วยความคิดถึง จากนั้นทั้งสองก็หาที่ส่วนตัวสนทนากันอย่างออกรส ทิ้งเ้าลูกไก่ให้นอนรากงอกอยู่ตรงนั้นอย่างไม่ใส่ใจ
รองแม่ทัพฉีนอนมองท้องฟ้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำใส ๆ ไหลซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัว
"จบแล้ว ชีวิตอันสุขสงบของข้าได้จบสิ้นแล้ว"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ร้ายเต๋อ* แผลงมาจาก Writer ตามคำเรียกของเหมยฮวาในเื่ "ข้าไม่อยากเป็ตัวประกอบ"
เสียขา* เป็คำเรียกขานที่เหมยฮวาใช้เรียกสามีซึ่งเพี้ยนมาจากเสี่ยขา ในยุคปัจจุบัน
หันหนี* เป็คำเรียกขานที่เหมยฮวาให้สามีเรียกตนเองซึ่งเพี้ยนมาจาก Honey (ที่รัก) ในยุคปัจจุบัน