ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบสี่ The Brides
แอนนาสะท้านไปทั้งร่างแบบโดนกระแสไฟฟ้าช็อต
การทำสัญญาต่อเทพเจ้านั้นเราสามารถฝ่าฝืนคำสัญญาได้แค่เทพเจ้าจะไม่ค่อยพอใจและพยายามจะเล่นงานเราภายหลังหากเทพเจ้าโมโหเรามากจริงๆเราจะทุกข์ทรมานไปตลอดกาล
หากเทพเจ้าไม่โมโหเรามากนักจะแค่ฆ่าเราเฉยๆ
ข้อสังเกตเล็กน้อยของสัญญาที่ทำกับเทพเจ้าเอาแบบตำนานของ
พันธสัญญา
Covenant
ที่คนมักจะเข้าใจผิดแต่ตามการตีความของชาวยิวคือ
พวกเขาเชื่อว่าสัญญามีผลบังคับสองทาง
ว่าหากพวกเขาชาวยิวทำตามที่พระเจ้าต้องการตามสัญญา
พระเจ้าก็ต้องทำตามที่สัญญาไว้เช่นกัน
ส่วนการจะขลิบนักหุ้มปลาย ลอบสังหารยึดครองเมือง ฯลฯ
นั้นเป็นรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้ทำตามสัญญาได้อย่างถูกต้อง
ต่อให้พระเจ้าไม่เต็มใจหรือไม่ชอบเรานักก็จำใจต้องทำตามเพราะมี
พันธสัญญา
กันเอาไว้แต่ปางบรรพ์
นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ชาวยิวมีกฎแปลกๆมากมายอาจจะเพราะเป็นการประลองปัญญากันระหว่างพระเจ้ากับชาวยิวว่าฝ่ายหนึ่งจะออกกฎอีกฝ่ายจะตีความกฎให้เข้ากับตนเองมันเลยออกมาสับสนอย่างมากหากเราไม่ใช้ชีวิตหลายสิบปีเพื่อศึกษาคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์คงไม่มีใครสามารถทำความเข้าใจได้เป็นแน่แท้
ซึ่งสภาพการแต่งงานหรือสัญญาแต่งงานของสังคมปัจจุบันก็ชักจะกลายเป็นเช่นนั้น
ข้อดีของสังคมปัจจุบันคือความเป็นอิสระแต่ละคนมีสิทธิเลือกชะตากรรมของตนเอง
หากเรารักเสรีภาพขั้นสูงสุดจริงๆต่อให้เราเห็นคนคนหนึ่งตกนรกหมกไหม้ ทำร้ายตนเองโดยการเอายาเสพติดเข้าเส้นเลือดเราก็ต้องปล่อยให้เขาทำเพราะนั่นคือเสรีภาพส่วนบุคคลของเขาตราบใดที่ไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น
แต่ข้อเสียคือ พอไม่มีกฎหรือธรรมเนียม
ทำให้เราไม่รู้ว่าหน้าที่ของเราอยู่ตรงไหนเราคาดหวังอะไรจากบทบาทของตนเองและบทบาทของคู่ชีวิตของเรา?
ว่าในสภาวะยากจน
American share
อเมริกันแชร์
การแชร์ค่าอาหารระหว่างทานกันก็เริ่มไม่เป็นที่นิยมขึ้นมาอีกครั้ง
แน่นอนด้วยความหน้าบางและใจรักโลกเสรีและสิทธิเท่าเทียม
ทำให้อเมริกันชนเริ่มเข้าใจคนจีนที่จะเริ่มเกี่ยงกันในการจ่ายเงิน
แบบเดียวกับขอลาออกจากตำแหน่งของขุนนางฮ่องเต้ต้องทัดทานไว้สามครั้ง
วิ่งข้ามเขาร้องเพลงราวกับชาวอินเดีย
เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์แบบดั้งเดิมที่สุภาพบุรุษเลี้ยงอาหารสุภาพสตรี
ว่าเราต้องบิดเบือนกฎเกณฑ์เล่นคำสารพัดทุกอย่างเพื่อให้เรากลับมาที่ค่านิยมดั้งเดิมที่ฝ่ายชายต้องเสียสละให้ฝ่ายหญิงอีกนั่นล่ะ
เพราะหากเราเผลออเมริกันแชร์ไปจริงฝ่ายหญิงที่ต้องการประหยัดเงินจะโกรธ
ในยุคสมัยของความสุขสบายทรัพยากรมากมายเหลือเฟือก็คงจะมีฝ่ายหญิงมากกว่านี้ที่คิดว่าตนเองพึ่งตนเองจ่ายค่าอาหารของตนเองได้
แต่เมื่อยุคสมัยข้าวยากหมากแพงมาถึง
เราจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าทำไมค่านิยมดั้งเดิมมันถึงได้ผลมาตลอดหลายพันปีของมนุษยชาติ
และจะเริ่มรู้ตนเองว่าเราวางกฎต่างๆเอาไว้เพื่อล่อให้ผู้ชายเป็นผู้หาทรัพยากรมาให้กับครอบครัว
แต่ท่าทางสังคมปัจจุบันยังไม่สามารถยอมรับแนวคิดว่าโลกอดีตและธรรมเนียมอดีตนั้นมีเหตุผลของมันเอง
ว่ามีการเก็บภาษีคนโสดมีค่านิยมบีบบังคับให้แต่งงานเสียแต่โดยเร็ว
แรบไบหากอยากจะเป็นหัวหน้าชุมชนก็ต้องแต่งงานมีภริยาก่อน
แม้ไม่บังคับก็เหมือนบังคับทางสังคมอย่างหนึ่ง
“ผมรับเธอเป็นภริยาเธอรับผมเป็นสามีหรือเปล่าแอนนา?”
ผมกล่าวต่อแอนนาที่ผมสีทองของเธอสยายไปมา
รู้สึกแปลกๆที่แนวโรมานซ์ของผู้หญิงต้องการความสัมพันธ์ทางกายหรือแม้แต่มีเจ้าก้อนแป้งก่อนถึงจะพัฒนาความสัมพันธ์
แตกต่างกับแนวโชวเน็นอย่างสิ้นเชิงที่ต้องคอยให้โลกเกือบล่มสลายก่อนถึงจะจูบกันได้