ทันทีที่เย่หยุนซีขี่กระบี่มาถึงประตูเมืองอีกด้าน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขานั้นคือ ขุมกำลังสองขุมกำลังที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไรนัก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงผู้ฝึกตนระดับมหาจักรพรรดิ บุรุษหนุ่มก็พอคาดเดาได้ว่าคนเหล่านี้เป็นใครมาจากไหน
“ยินดีต้อนรับทุกท่านจากอาณาจักรพยัคฆ์ขาวและทุกท่านจากจักรวรรดิทะเลใต้” เย่หยุนซีผสานมือคาราวะพลางเอ่ยปากทักทาย ใช่! ขุมกำลังทั้งสองขุมกำลังเบื้องหน้านี้ แท้จริงคือสองขั้วอำนาจใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับทิศเหนือและทิศใต้ของจักรวรรดิเมฆคราม
“เจ้าหนู เจ้าเป็นคนที่หยุนไห่ถังส่งมาต้อนรับพวกเราอย่างนั้นหรือ?” บุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เส้นผมสีขาว อาภรณ์ขาว เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เอ่อ........หากท่านจะตีความเช่นนั้นก็ได้ขอรับ เพราะข้าคือราชบุตรเขยขององค์จักรพรรดิแห่งเมฆาและได้รับมอบอำนาจมาเพื่อตรวจสอบสมบัติแลกเปลี่ยนของขุมกำลังต่างๆ” เย่หยุนซีมิได้วางตนยิ่งใหญ่ แต่เลือกที่จะใช้ชื่อของพ่อตามาแอบอ้าง
“โอ่ว ที่แท้เจ้าคือราชบุตรเขยของหยุนไห่ถัง ถ้างั้นเจ้าก็เป็นบุตรบุญธรรมของเย่ชิงหยางด้วยใช่หรือไม่” โฉมสะคราญเส้นผมสีดำอาภรณ์ฟ้าเผยรอยยิ้มเสน่หาพลางเอ่ยถามออกไป
เย่หยุนซีพยักหน้าอย่างฉับไว “เป็นอย่างที่องค์จักรพรรดินีแห่งทะเลใต้กล่าวมา คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะให้ความสนใจกับครอบครัวของเราถึงเพียงนี้”
โฉมสะคราญเมื่อได้ยินก็พุ่งปราดเข้าไปหาบุรุษหนุ่มในทันที ก่อนที่จะหยุดชะงักฝีเท้ากล่าวกระซิบอย่างขบขัน “คิกคิก ข้าย่อมต้องสนใจครอบครัวเจ้าอยู่แล้ว ก็มันเป็นครอบครัวของข้าเหมือนกันนี่น่า”
“หา!”
เย่หยุนซีอุทานออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันน่ะ เหตุใดจู่ๆครอบครัวเล็กๆของเขามันถึงดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเช่นนี้
“ท่านเป็นสตรีอีกคนของท่านพ่องั้นหรือ ทำไมท่านพ่อกับท่านแม่ถึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟัง!!”
“คิกคิก สถานะของข้ามันละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นเย่ชิงหยาง สวีหนิง และข้าจึงเลือกที่จะปกปิดมันเอาไว้เป็นความลับ” อมยิ้มเล็กน้อย จักรพรรดินีแห่งทะเลใต้ รั่วปิงอี้ ยังคงกระซิบข้างหูของเด็กหนุ่ม ก่อนจะยื่นก้อนหยกสีฟ้าครามขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ให้
“แร่เหล็กมหาสมุทรแดนใต้ สามารถนำไปทำกระบี่อ่อนขั้นฟ้า-ขั้นเซียนในตำนานได้” นางอธิบายสรรพคุณเพียงสั้นๆ
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็ทอประกายแสงวาบไหว แม้เขาจะมีอาวุธระดับฟ้ามากมาย แต่กระบี่อ่อนเป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวที่เขายังไม่มี ทั้งยังเป็นอาวุธที่มือกระบี่เช่นเขาอยากลองใช้ดูสักครั้ง
“เชิญท่านและผู้ติดตามพักผ่อนด้านในก่อนขอรับ เอาไว้ข้าเสร็จธุระแล้วจะส่งท่านพ่อไปให้ถึงมือท่าน”
“คิกคิก มันต้องอย่างนั้นสิ อ๊ะ!...........แล้วก็เรียกมารดาของเจ้ามาด้วยนะ ข้าอยากจะทบทวนความหลังกับนางเสียหน่อย” พูดจบ! โฉมสะคราญก็พลันบิดกายเดินเข้าประตูเมืองไปพร้อมกับเหล่าผู้ติดตามในทันที
บุรุษหนุ่มอมยิ้ม จากนั้นหันมาสนใจอีกหนึ่งขุมกำลัง หรือก็คืออาณาจักรพยัคฆ์ขาว “องค์มหาจักรพรรดิ ไป๋ฮ่าว ได้โปรดแสดงสมบัติที่ท่านเตรียมมา”
ผู้เป็นมหาจักรพรรดิยังคงวางมาดสูงส่งเฉยชา แต่ทว่าก็ยินยอมหยิบสมบัติออกมาแต่โดยดี เนื่องจากจักรพรรดินี รั่วปิงอี้ และมหาจักรพรรดิคนอื่นๆยังทำตามกติกา หากมันดื้อดึงไม่ยอมแลกสมบัติเกรงว่าจะโดนกดดันจากมหาจักรพรรดิเหล่านั้น
“คันศรเมฆาเยือกแข็ง อาวุธระดับฟ้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดของอาณาจักรพยัคฆ์ขาว” มหาจักรพรรดิ ไป๋ฮ่าว กล่าวพลางส่งมอบมัน
เด็กหนุ่มรับคันศรน้ำแข็งลวดลายวิจิตรนั้น ก่อนจะผายมือเชิญอีกฝ่ายเข้าไปด้านในด้วยความยินดี
แน่นอน! หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องนี้เย่หยุนซีไม่ลืมที่จะไปแจ้งข่าวเรื่องการมาถึงของจักรพรรดินีแห่งทะเลใต้ให้บิดาและมารดาได้รับทราบ ก่อนที่ตัวเขาจะกลับกระโจมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ
“คิกคิก สามีงานต้อนรับผู้คนเหนื่อยมากเลยใช่หรือไม่?” ภายในกระโจมใหญ่ หยุนฉางเยว่บีบนวดปรนนิบัติเย่หยุนซี ทำหน้าที่สมเป็นภรรยา
“อืม........สำหรับข้ามันเป็นงานที่เหนื่อยมากกว่าการต่อสู้เสียอีก” บุรุษหนุ่มยิ้มกล่าว
“คิกคิก คราวนี้เข้าใจหัวอก ข้าแล้วหรือยัง” โฉมสะคราญยกมือป้องปากหัวเราะขบขัน
“ฮ่าๆๆ ยอมแล้วๆ พวกท่านเก่งจริงๆ ว่าแต่เสี่ยวหลิงไปไหนงั้นหรือ” เย่หยุนซีกวาดสายตามองแล้วเอ่ยถาม
“อ่อ รายนั้นน่าจะอยู่กับท่านยายและท่านป้าของนางนั่นแหละนะ.......เจ้าอยากจะพบเจอนางหรือเปล่าล่ะ ข้าจะได้ไปตามมาให้”
เย่หยุนซีส่ายศีรษะอย่างฉับไว “ไม่เป็นไรๆ ฝากท่านแจ้งนางด้วยแล้วกันว่า ข้าจะปิดด่านฝึกฝนจนกว่าจะถึงวันที่ประตูเซียนบรรพกาลเปิด”
หยุนฉางเยว่ผงกศีรษะ “อืม ได้ ทำตามเจ้าต้องการเถอะ ส่วนเรื่องอื่นๆปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกข้า”
“ต้องรบกวนพวกท่านแล้ว” บุรุษหนุ่มโอบเอวบางของโฉมสะคราญเข้ามาแนบชิดกาย จากนั้นจุมพิตอย่างดูดดื่มราวกับกระหายอยากมาแรมปี มืออันซุกซนข้างหนึ่งคว้าไปที่สะโพกกลมกลึงแล้วบีบลูบอย่างสนุกสนาน
“อื้อ~~ ให้ตายสิ จะเปิดด่านอยู่แล้วยังจะหยอกเย้าข้า” หยุนฉางเยว่ใบหน้าแดงระเรื้อ หลังจากผละออกมาจากรสจูบอันหอมหวาน
เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหอมแก้มนางซ้ำไปอีกที “เอาไว้พอทุกอย่างจบสิ้น สามีคนนี้จะบริการพวกท่านอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ”
โฉมสะคราญเมื่อได้สดับฟังวาจาอันแสนสองแง่สามง่ามนี้ก็ยกมือขึ้นทุบหน้าอกของผู้เป็นสามีด้วยความหมั่นไส้ “คนชั่วร้าย เจ้าไปปิดด่านเดี๋ยวนี้เลยนะ”
เย่หยุนซียกยิ้ม ก่อนจะคลายอ้อมกอดให้กับภรรยาสาวคนงามพร้อมทั้งลุกขึ้นเดินออกจากกระโจมไปในทันที ไม่คิดปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ส่วนจุดหมายของเขาก็คือบริเวณยอดภูเขาซึ่งอยู่ไม่ไกล