ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่661 ทางเลือก

ทว่าเหล่าทหาร นักรบดินแดนเทพ ต่างก็รู้ดี ศึกสงครามที่ยืดเยื้อนี้ พวกเขาไม่ใช่ฝ่ายที่ได้เปรียบ ในศึกการต่อสู้นี้ 
 


     ครั้นพวกเขาหันไปมองอี้เฉิน ซีเผิง โม่กวางใหม่ ด้วยดวงตาสรรเสริญ อย่างน้อยๆ จอมยุทธ์รุ่นใหม่ ก็ไม่ได้ห่างชั้น กับขั้นราชันสวรรค์ เหล่าราชาอมตะเท่าใด ในสายตาพวกเขา แววตาที่ฮึกเหิม ก็ประกายออกมาจากเหล่านักรบ

 


     ทว่าอี้เฉินที่บาดเจ็บไม่มาก พร้อมลมหายใจที่หนักถี่ น้อยๆ อี้เฉินกลับเอาแต่มองขึ้นไปบนฟ้าสูง ครั้นรู้สึกว่า มีสายตาของผู้ยิ่งใหญ่ จ้องมองเขาอย่างไม่วางตา แม้จะเลือนรางมากก็ตาม

 


       ดวงตาจากบนท้องฟ้าสูง แหวกเปิดออกกว้าง บนชั้นบรรยากาศ ยากที่คนเบื้องล่างจะรับรู้ แถมยังมีอยู่หลายดวง ที่จ้องมองเฝ้าสังเกตการณ์ ความเป็นไปของดินแดนเทพ ภายในมุมมืด ก่อนน้ำเสียง ผู้ยิ่งใหญ่ ภายในมุมมืด จะกล่าวพูดพึมพำออกมา “หรือเด็กหนุ่มผู้นั้น จะมีศักยภาพ ข้ามขั้น ไปอยู่ขั้นราชันสวรรค์ เทียบเท่าเหล่าราชาอมตะได้จริงๆ”

 


      ทางด้านอี้ฟางหรง ที่สืบฝีเท้ามาสมทบกับอี้เฉิน เห็นดวงตาแดงฉานอี้เฉิน เอาแต่จ้องมองไปบนฟ้าสูง นางดีดหน้าผาก อี้เฉินในกรอบสายตานาง ไปหนึ่งที “เจ้าเด็กโง่ มีของดี ไม่เห็นบอกกล่าวพี่หญิงของเจ้าบ้าง ...เจ้าได้รับโอสถหลอมฟ้าดินมาหรือไม่อี้เฉิน”

 


      หลายคนได้ยิน ต่างก็อยากรู้เช่นกันว่าอี้เฉิน มีโอสถหลอมฟ้าดินในตำนาน ไว้ในครอบครองหรือไม่ ทว่าอี้เฉินไม่ได้กล่าวตอบคำพูดอะไรออกมา เขาเพียงยืนนิ่งอึ้ง กับตนเองไปหลายลมหายใจ

 


      ทว่าอี้ฟางหรง ใจลึกๆ นางก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ของล้ำค่า ที่ทำให้อี้เฉิน สามารถเกือบจะฆ่าสังหาร ราชันสวรรค์ผู้หนึ่งได้ นางเองก็ประหลาดใจในศักยภาพ ของอี้เฉินเช่นกัน แม้แต่จิตใต้สำนึก ลึกๆ นางยังบอกว่าอี้เฉินอันตราย สามารถคุกคามตัวนางได้ในยามนี้

 


      อี้เฉินครั้นได้สติกลับมา เขายิ้มทอประกายให้พี่หญิงทันที ก่อนอี้เฉินจะพยักหน้าให้ ราชินีเสวี่ยชิงหนาน พร้อมประสานฝ่ามือ คำนับเหล่าบรรพบุรุษชรา

 


      ผู้เฒ่าหม่า พยักหน้าเดินเข้ามาแตะไหล่อี้เฉิน อย่างเป็นกันเองไม่คิด เด็กหนุ่มในสายตาเขาในวันวาน บัดนี้จะเติบโต มาได้รวดเร็วเช่นนี้ “เหมือนว่าพวกเรา จะประมาทเจ้า ไม่ได้แล้วสินะอี้เฉินน้อย”

 


       อี้เฉินขำแห้งๆ ออกมา ให้ผู้อาวุโสหม่า “ท่านกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว มิตรสหายของข้าเอง มีส่วนร่วมในศึกสงครามไม่น้อย” ก่อนอี้เฉินจะหันปรายตาไปมองซีเผิง กับโม่กวาง

 


      เหล่าผู้อาวุโส พวกเขาเองก็ไม่ได้กล่าวค้าน ในศักยภาพของโม่กวาง กับ ซีเผิง มองว่าพวกเขาเอง อยู่ระดับใกล้เคียง อี้เฉินเช่นกัน ไม่คิดอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ ยังคงหลงเหลืออยู่ ภายในดินแดนเทพ

 


       แม้แต่ผู้อาวุโสชราของ4สำนักใหญ่ บัดนี้พวกเขายังไม่กล้าสบตากับอี้เฉินตรงๆ ไม่คิดอี้เฉิน จะไล่ตามเหล่าชายชรา อย่างพวกเขามาไม่ห่างอีกต่อไป

 


      ก่อนกลุ่มคนจะพากันแยกย้าย ไปพักรักษาบาดแผล ภายในจวนหลังใหญ่ ที่บุกยึดมาได้ อี้เฉินเองก็พยักหน้าให้กับมิตรสหาย ก่อนจะสืบฝีเท้าเข้าไป ฟื้นคืนปราณพลัง

 


       ครั้นอี้เฉินเห็นราชินีน้ำแข็ง เสวี่ยชิงหนาน อยากจะไต่ถาม พูดคุยกับตัวเขาเป็นการส่วนตัว นางคง อยากจะรู้ลูกบุญธรรม แม่นางหลินเฟย นางเป็นเช่นไรบ้างในยามนี้ อี้เฉินจึงเล่าเรื่องราว ของหลินเฟย ออกไป อย่างเป็นกันเอง ทว่าอี้เฉินไม่ได้บอกกล่าวเรื่อง ที่เขาให้คำมั่น ว่าจะแต่งงานกับหลินเฟย รอให้หลินเฟยบอกกล่าวผู้เป็นมารดาของนางเอง เกรงว่าจะเหมาะกว่า

 


       ราชินีน้ำแข็ง ได้ยินจากปากอี้เฉิน นางลอบถอนหายใจออกมายาว ด้วยความโล่งอกในทันใด “เช่นนั้นหรือ ดีแล้วที่นางยังคงอยู่ ดินแดนเบื้องล่าง” ก่อนทั้งสองจะแยกย้าย สืบฝีเท้าไปพักภายในจวนหลังใหญ่

 


        ราชินีน้ำแข็งนางเองก็รู้ดี พวกเขาไม่ได้เปรียบการสู้รบเท่าใดนัก หากยังต่อสู้ยืดเยื้อ เช่นนี้ต่อไป จะกลายเป็นพวกเขา คนดินแดนเทพที่พ่ายแพ้ หากผู้ยิ่งใหญ่ข้ามเส้นเขตแดนมาได้ จะมีเพียงความตาย ที่รอคอยพวกเขาอยู่เท่านั้น

 


       …ไม่นานศึกการต่อสู้ แย่งชิงดินแดนเทพที่ดุเดือด เลือดพล่านก็ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นฉากการเปิดม่าน ของศึกมหาสงครามที่ยิ่งใหญ่ พร้อมแรงสั่นไหว ของการต่อสู้ของราชาอมตะ ที่ดังก้องขึ้นมาทุกวัน จนผู้คนเริ่มคุ้นชินกับแรงสั่นไหวนั้น

 


       ศึกกองโจร เองก็เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ในรอบเดือนมานี้ ทำให้พวกเขา เหล่าคนดินแดนเทพรับรู้ได้ทันทีว่า ศัตรูต่างดินแดนพยายาม จะถ่วงเวลาพวกเขาไว้ ไม่ให้พวกเขารุกคืบไปมากกว่านี้

 


       แม้พวกเขาจะได้อี้เฉิน มาเป็นกำลังเสริมช่วยต่อสู้ กับเหล่าราชาอมตะ ทว่าศัตรูเองก็เหลี่ยมจัด ร้ายกาจไม่เบา หากกองกำลังของพวกเขา ไม่อาจบุกยึด ปราการทมิฬปิดช่องโหว่ ของเส้นเขตแดนได้ จะกลายเป็นพวกเขา ที่ต่อสู้ไม่รู้จักจบจักสิ้น

 


       ภายในห้องประชุมอี้ฟางหรง ที่สวมชุดเกาะสงคราม เริ่มเกิดการพังทลายน้อยๆ ฝ่ามือนางตบโต๊ะ ออกมาดังก้อง ด้วยความเดือดดาล ไม่คิดว่า ราชาอมตะของต่างดินแดน จะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะแม่ทัพของฝั่งศัตรู บรรพบุรุษชราต้าหมิง

 


       ทำให้ผู้อาวุโสหลายๆ คน ภายในห้องประชุม ต่างก็หน้ามืดทะมึน รับรู้ว่าภายในสถานที่แห่งนี้ ไม่มีใครสามารถเอาชนะ แม่ทัพของฝั่งศัตรูได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งอี้เฉิน ที่อยากจะกลับไปฝึกฝนใหม่อีกครา ทว่าพวกเขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น

 


        ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดขึ้นมา ท่ามกลางที่ประชุม ไต่ถามไปที่โม่กวาง “พวกเรายังคงเหลือเวลา อีกนานเท่าใดโม่กวาง กว่าเส้นเขตแดนจะเสื่อมถอย ให้ผู้ยิ่งใหญ่อย่างจักรพรรดิโบราณ ข้ามผ่านเส้นเขตแดนนี้มาได้”

 


       โม่กวางยกฝ่ามือถูคาง ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเนิบช้า แฝงไว้ด้วยความกังวลออกมา “จากที่ข้าดูม่านพลังของเส้นเขตแดน เกรงว่าอย่างเก่งก็น่าจะได้ราวๆ 100ปีกระมังอี้เฉิน ซึ่งมันไม่เพียงพอให้พวกเราคนดินแดนเทพ ได้เติบโตแน่”

 


       ผู้อาวุโสหลายคน ที่อยู่ภายในห้องประชุม ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย กับคำพูดของโม่กวาง แม้แต่เหล่าบรรพบุรุษชรา ราชาอมตะ ยังไม่กล่าวโต้แย้ง ส่งให้ทั่วห้องประชุมเงียบงัน ลงไปไม่น้อย ผู้คนต่างก็รับรู้ ถึงความยากลำบากต่อจากนี้ไป “พวกเขาอาจต้องสู้ ชนิดถวายชีวิต เพื่อคืนความสงบสุข ให้กับดินแดนเทพ แล้วกระมัง” พร้อมเสียง เฮ้อ!! ลอบถอนหายใจ ออกมายาวของ พี่อี้ฟางหรง

 


       อี้เฉินที่เห็นพี่หญิงอี้ฟางหรง ในกรอบสายตาอี้เฉิน บัดนี้ ใบหน้านางดูแก่มีริ้วรอยขึ้นมาเล็กน้อย ในรอบหลายปีมานี้ ทำให้อี้เฉินรับรู้ได้ทันทีว่า พี่หญิงของเขาแบกรับความหวัง ไว้มากมายถึงเพียงใด

 


     ครั้นอี้เฉินเอ่ยเสียงเนิบช้าจริงจังออกมาอีกครา มันก็กระตุ้นความคาดหวัง ของผู้คนภายในห้องประชุม ออกมาไม่น้อย “พี่หญิงข้ามีวิธี ที่จะช่วยดินแดนเทพอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับตัวท่าน ที่พร้อมจะยอมสละชีพเพื่อมันหรือไม่”

 


      ครั้นหลายคนได้ยิน ต่างก็มีสีหน้าบึ้งตึงกับคำพูดของอี้เฉิน มีแม้สายตาคมกล้า ที่พุ่งเข้ามาเสียดแทงกายาอี้เฉิน ราวกับเป็นกระบี่ที่แหลมคม พร้อมเสียงก่นด่า ภายในห้องประชุม ดังออกมาน้อยๆ

 


      อี้ฟางหรงนางเองยังมองอี้เฉิน ที่เหมือนน้องชายของนาง ด้วยสายตาลึกล้ำ เมื่อไม่เห็นท่าทีขี้เล่น ของอี้เฉินอีกต่อไป นางจึงพยักหน้ารับคำอี้เฉิน “หากข้าสละตัวเองแล้วดินแดนเทพ รอดพ้นวิกฤตได้ ข้าไม่เสียใจที่จะทำมันอย่างแน่นอนน้องข้า”

 


       อี้เฉินครั้นได้ยิน เขาฝืนยิ้ม ด้วยความยากลำบาก ใจจริงเขาไม่อยากบอกเรื่อง สิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรมเท่าใดนัก รับรู้ได้เลยว่าสิ่งสืบทอดนี้ไม่ธรรมดา อาจจะนำพาพี่หญิงของเขา ไปสู่หนทางแห่งความตายก็เป็นได้

 


       ครั้นอี้เฉินลอบถอนหายใจออกมายาว เขาก็แบ่งความทรงจำบางส่วน ออกไปให้พี่อี้ฟางหรงได้เห็น เรื่องราวบางส่วนของสิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรม

 


       อี้ฟางหรงที่ดำดิ่งเข้าไปภายในความทรงจำของอี้เฉิน ครั้นลืมตาตื่นออกมาจากภวังค์ ดวงตาของนางก็เป็นประกาย แม้แต่เหล่าผู้คนภายในที่ประชุม ยังพากันประหลาดใจ แต่ก็ไม่อาจรับรู้ได้ว่า องค์หญิงอี้ฟางหรง นางพบเจออะไร ภายในความทรงจำของอี้เฉินกันแน่


 

แม้แต่พวก4สำนักใหญ่ยังสงสัยใคร่รู้ อยากจะรู้จริงๆ ว่ามันคือสิ่งล้ำค่าใด ที่ทำให้องค์หญิงอี้ฟางหรง ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาได้เช่นนี้

 


“อี้เฉินเป็นเรื่องจริงหรือ” แม้แต่องค์หญิงอี้ฟางหรง นางยังกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ว่าอี้เฉินจะพบเจอสุสาน ของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
15.48M 4292
ระบบเปลี่ยนชีวิต

ระบบเปลี่ยนชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
627K 658
หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.21M 3107
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
355K 668
อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.85M 1165
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34