เหมยอี้นั่งมองบุตรสาวที่เวลานี้ก็ย่างเข้าแปดขวบแล้วนับั้แ่วันที่เธอแต่งงานคหบดีใหญ่ิหลันชิงไม่มีวันไหนเลยที่เธอจะมีความสุขสามีเธอมักจะพาอนุเข้าจวนไม่เว้นวัน นำความทุกข์ทนให้เธอไม่รู้จบ พระบิดาของเธอก็เคยทัดทานทำไมเธอถึงไม่ฟังท่านกันนะความรักทำให้คนตาบอดมันคือเื่จริงเมื่อไม่กี่วันมานี้ฮูหยินรองให้กำเนิดบุตรชายคนที่สองให้แก่ิหลันชิงทำให้เขายิ่งไม่สนใจเธอเข้าไปอีกบัดนี้เธอเข้าใจแล้วว่าที่เขาเข้าหาเธอเพราะอำนาจของพระบิดาเธอเท่านั้น
“ท่านแม่ร้องไห้ทำไมเ้าคะ” ิหลินอี้บุตรสาวคนเดียวของเหมยอี้เดินเข้ามากอดเธอเบาๆในใจพรางคิดน้อยเนื้อต่ำใจ แม้ตัวเหมยอี้เป็บุตรีของฮ่องเต้แห่งแคว้นอวิ๋นแต่เวลานี้ตัวเธออยู่ชายแดนพระบิดาก็วางใจหลันชิงเพราะสมัยก่อนโน่นเขาดูรักใคร่เธอยิ่งนัก เพราะแบบนั้นเธอถึงกับขอร้องพระบิดาให้ได้แต่งงานกับเขาความสุขเธออยู่ได้ไม่นานหลังจากหลันชิงย้ายมาอยู่ชายแดนด้วยอำนาจของพระบิดาทำให้เขาร่ำรวยอย่างรวดเร็ว และรับอนุเข้ามามากมาย
“เ้ามีความสุขหรือไม่หลินเอ๋อร์” หลินอี้ถูกพี่น้องกลั่นแกล้งบิดาไม่สนใจ มีแต่มารดาให้พึ่งพาได้แต่จะตอบว่าไม่มีความสุขก็นึกสงสารมารดา
“มีเ้าค่ะ” เหมยอี้ยิ้มให้บุตรสาวลูกสาวหญิงเธอจะรู้สึกยังไงทำไมเธอจะไม่รู้ นางถูกกลั่นแกล้งแต่ละครั้งล้วนเจ็บตัวเจ็บใจไม่น้อยพอเธอยื่นเมือเข้าช่วย สามีเธอกลับสั่งลงโทษเธอหาว่าจิตใจคับแคบ รังแกบุตรอนุ
“เอาเถอะ เ้าออกไปตลาดกับแม่หน่อยนะ” เหมยอี้พาบุตรสาวออกนอกจวนไปที่ตลาดเพราะเธอไม่กล้าออกไปไหนแล้วปล่อยบุตรสาวไว้คนเดียวในจวนไม่งั้นคงจะโดนแกล้งอีกตามเคยเมื่อพามาถึงตลาดเธอได้ทิ้งให้บุตรสาวอยู่กับสาวรับใช้ส่วนตัวเธอตรงไปที่จวนเ้าเมือง
“มาถึงนี้มีเื่เดือดร้อนอะไรรึ” ท่านเ้าเมืองเอ่ยถามเพราะคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็แค่หญิงสาวสามัญทั่วไป เหมยอี้เห็นดังนั้นจึงยื่นหยกประจำตัวให้ไป
“หยกประจำตัวของราชวงศ์ มีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้รึพะย่ะค่ะ” ท่านเ้าเมืองรีบออกมาคุกเข่าทันที
“นำจดหมายนี้ให้ฮ่องเต้ อย่าให้ใครรู้ ถ้างานนี้สำเร็จข้าจะทูลขอความดีความชอบให้ท่าน”
“พะย่ะค่ะ ข้าจะรีบส่งม้าเร็วออกไปทันที”
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วที่พระราชวังแคว้นอวิ๋นโอรสัเริ่มพิโรธหนักด้วยจดหมายเืจากพระราชธิดาส่งมาขอความช่วยเหลือ ิหลันชิงเ้าบังอาจนักกล้าดีอย่างไรทำกับแก้วตาดวงใจข้าเช่นนี้
“ทรงระงับโทสะลงก่อนพะย่ะค่ะ” เกากงกงขันทีคนสนิทเห็นท่าไม่ดีรีบเอ่ยห้ามปราม
“เ้าดูสิ เจิ้นวางใจส่งเหมยอี้ให้ด้วยเห็นในความรักของหนุ่มสาวทั้งยังให้อำนาจจนได้เป็คหบดีใหญ่ ดูมันทำกับบุตรสาวและหลานของเจิ้นนรกสิ้นดีหน้าสั่งปะานัก หากไม่เห็นเหมยอี้ทูลขอไว้ว่าให้หย่าและและพาหลินอี้มาอยู่เมืองหลวงอย่าได้สั่งปะาแล้วนั้นพวกมันคงตายตกไปตามกัน”
“ฮองเฮาเสด็จแล้ว” เสียงขันทีต้นห้องเอ่ยขานฐานะของผู้มาเยือนแต่หาได้ทำให้อารมณ์ของโอรส์เย็นขึ้นแม้แต่น้อย
“ดี ดีดูสิฮองเฮาตอนนั้นเ้าพยายามนักให้เหมยอี้แต่งกับพ่อค้าพเนจรนั้นเวลานี้ลูกของเราต้องทนทุกข์ขนาดไหนเ้าดู” อวิ๋นเหวินฮ่องเต้โยนจนหมายเืของพระธิดาใส่ฮองเฮา
“เวลานั้นลูกหญิงรักพ่อค้านั้นขนาดไหนพระองค์ทรงรู้ดีถึงขั้นบอกว่าหากไม่ได้แต่งจะปลิดชีพตนเองพร้อมพ่อค้าเร่คนนั้นแล้วพระองค์จะให้หม่อมฉันทำอย่างไรเล่าเพค่ะ” ฮองเฮาทรงกรรแสงออกมาทำให้ฮ่องเต้เริ่มใจเย็นลงบ้าง
“เอาเถอะเกากงกงอัญเชิญราชโองการลงไปให้มีการอย่าขาดระหว่างิหลันชิงและอวิ๋นเหมยอี้บุตรสาวของเราพร้อมทั้งนำตัวหลานสาวให้อยู่ในสิทธิการปกครองของเหมยอี้พาตัวกลับเมืองหลวงมาทั้งสองคนรอวันคืนพระยศกลับมาเป็เหมยอี้กงจื่ออีกครั้ง”
“ลูกจะเป็คนเชิญราชโองการไปเองพะย่ะค่ะลูกอยากจะเห็นน้ำหน้าของคนที่บังอาจทำให้น้องสาวคนเดียวของลูกต้องเสียใจ” หงอี้ไท่จื่อได้ข่าวน้องสาวจึงรีบมาเข้าเฝ้าพระราชบิดา ครั้งนี้เขาจะไปด้วยตนเองเพราะอยากจะจัดการกับหลันชิงที่บังอาจทำร้ายจิตใจน้องสาวของเขา
จวนคหบดีิ
หงอี้มาถึงจวนก็เห็นเด็กสาวสองคน คนหนึ่งแต่งมอซอดูไม่ได้แต่อีกคนกลับแต่งตัวดูดีนัก เขาเดินตรงเข้าไปใกล้ประตูจวนด้วยมีวรยุทธจึงแอบปีนขึ้นกำแพงแล้วแอบฟังทั้งสองคุยกัน
“เ้ามันก็แค่ลูกฮูหยินเอกไร้อำนาจ” เหลียนฮวาบุตรสาวของฮูหยินสามเอ่ยวาจาดูถูกก่อนที่จะผลักร่างเล็กให้ล้มลงหงอี้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้ารีบเข้าไปช่วยพยุงหลานของตนเองขึ้นทันที
“เป็ยังไงบ้างหลานลุง” เขาเอ่ยถามเด็กสาวด้วยความเป็ห่วงเขาจำเด็กสาวคนนี้ได้ทันทีด้วยละม้ายคล้ายน้องสาวของเขาตอนเด็กๆ มาก
“ไม่เป็อะไรเ้าค่ะ ท่านเป็ใครเ้าค่ะ”
“นั้นสิ ท่านเป็ใครมายุ่งอะไรกับนาง ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ” หงอี้ยิ้มหยันหากเขาไม่เห็นว่าเป็เด็กคงจะสั่งสอนไปแล้ว
“องครักษ์ไปลากตัวตัวคหบดีิออกมา พร้อมกับฮูหยินทุกคนด้วย ไปเชิญฮูหยินเอกออกมาดีๆล่ะอย่าทำให้นางเคืองใจ ไม่งั้นมีโทษตาย!!!” หงอี้สั่งองครักษ์ที่รออยู่ด้านนอกไม่นานก็มาพาตัวชายหนุ่มที่ค่อนข้างเ้าสำอางกับบรรดาเมียน้อยมาได้หมดส่วนเหมยอี้เดินมาพร้อมกับองค์รักอีกคนที่คอยอารักขามาตลอดทาง
“เสด็จพี่ ในที่สุดท่านก็มา” เหมยอี้ร่ำไห้พร้อมกับโผเข้ากอดพี่ชายเป็สตรีไม่ควรทำอะไรเช่นนี้แม้จะพี่ชายก็ไม่ควร แต่เวลานี้เธอเหนื่อยเหลือเกินเธอเหลือบไปเห็นที่เข่าของลูกสาวเกิดรอยแผลถลอก ที่นี้เก็บของแค่แปบเดียวเท่านั้นลูกสาวเธอก็โดนแกล้งอีกแล้ว
“องค์ไท่จื่อท่านมาที่นี้ มีธุระอันใดรึ หรือแค่มาเยี่ยมฮูหยินเอกเท่านั้น”หลันชิงทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า
ปัก!! เสียงกำปั้นใหญ่ต่อยเข้าใบหน้าหลันชิงเต็มแรงจนหงายหลังไป บรรดาอนุต่างก้มหน้าหวาดกลัว คนตรงหน้าเป็ถึงเชื้อพระวงศ์แสดงว่าฮูหยินเอกเป็องค์หญิงของแคว้น พวกนางโง่งมถึงเพียงนี้ไม่เท่ากับจะนำความตายมาให้ฐานิ่เบื้องสูงงั้นหรือ
“เพียงพวกเปิ่นหวางไว้ใจไม่ส่งคนตามดูเ้าถึงกับทอดทิ้งน้องสาวของเปิ่นหวางเช่นนี้จนนางเจ็บช้ำน้ำใจเขียนจดหมายเืไปขอความช่วยเหลือถึงวังหลวงหน่ำซ้ำยังมีการกลั่นแกล้งหลานสาวของเปิ่นหวางหลายครั้งจนเกือบถึงแก่ชีวิตเ้าพวกบัดซบ ฟังราชโองการให้ดี หลันชิงทำร้ายทำใจอดีตเหมยอี้กงจื่อทั้งยังไม่ดูแลให้ดีเป็การเสื่อมเสียเกียรติเชื้อพระวงศ์มีรับสั่งให้หย่าขาดั้แ่บัดนี้เป็ต้นไปมีพระราชบัญชาให้อดีตเหมยอี้กงจู่และพระนัดดาหลิงอี้ให้เดินทางกลับเมืองหลวงไม่มีการยุ่งเกี่ยวใดๆกับตระกูลิอีก” ิหลันชิงน้อมรับราชโองการทั้งน้ำตาอำนาจทุกอย่างหมดกันเขาไม่เหลืออำนาจอะไรอีกแล้วดีเท่าไหร่แล้วที่ยังรักษาชีวิตไว้ได้
หลายวันของการเดินทางในที่สุดก็มาถึงเมืองหลวงหงอี้รีบพาหลานสาวของน้องสาวเข้าเฝ้าอวิ๋นเหวินฮ่องเต้ทันทีด้วยพระองค์ทรงร้อนใจเป็ห่วง เร่งรีบให้ถึงเมืองหลวงเร็วๆ
“ถวายพระพรเสด็จพ่อ ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี” ฮ่องเต้รีบพยุงบุตรสาวขึ้นพรางสังเกตร่างกายของบุตรสาวก็ทรงมีโทสะอีกครั้งจนได้
“ดูสิลูกเรา พ่อเลี้ยงอย่างถนุถนอม ผ้าแพรดีดีล้วนสรรหามาให้ เ้าพ่อค้านั้นไม่ดูแลปล่อยให้ลูกผอมถึงเพียงนี้เสื้อผ้าล้วนหม่นหมองสมควรถูกปะานัก”
“ปะาไม่ได้นะเพคะ ถึงจะโหดร้ายยังไงเขาก็บิดาของหม่อมฉัน” เด็กสาวที่แอบอยู่หลังมารดารีบเข้ามาห้ามฮ่องเต้ ทำให้พระองค์ทรงยิ้มออกมา
“เ้าคงเป็หลิงอี้หลานตาสินะ ชั่งกล้าหาญจริงๆ เ้าอยากเป็องค์หญิงไหมหลิงอี้ตาจะให้เ้าเป็องค์หญิงอยู่ในพระราชวังทองคำดีไหม”ฮ่องเต้ทรงอุ้มหลานสาวขึ้นหอมแก้มเบาๆ พร้อมกับเอ่ยเอาอกเอาใจ
“หลานไม่อยากเป็องค์หญิงเพคะ องค์หญิงไม่สนุก ไม่มีประโยชน์ด้วยหลานอยากเป็ทหาร หลานไปอยู่ชายแดนเห็นทหารหญิงล้วนห้าวหาญ ทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองขอหลานเป็ทหารได้หรือไม่เพคะ”หลิงอี้หอมแก้มเสด็จปู่พร้อมกับซบไหล่อย่างอ้อนๆ เมื่อฮ่องเต้เห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยตกลงทันที
“ในเมื่อหลานกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่เอาแบบนี้ตาจะตั้งชื่อใหม่ให้ว่าลี่หมินใช้สกุลเดิมของฮองเฮาเป็เมิ่งลี่หมินดีไหมเป็ชื่อองอาจห้าวหาญเหมาะสมกับทหารหญิงตัวน้อยของตายิ่งนักในเมื่อเ้าสองแม่ลูกไม่มีอยากมีบรรดาศักดิ์งั้นตาจะพระราชทานจวนให้ชื่อว่าจวนหลงเสวี่ยให้เ้าสองแม่ลูกพร้อมบ่าวไพร่อีกห้าสิบคน ส่วนเื่การฝึกของหมินเอ๋อร์ตาให้เฟยหวงกุนซือของกองทัพและองครักษ์เกราะทองเฟยเหมินสองพี่น้องเป็ผู้ฝึกให้เวลานี้พวกเ้าคงเหนื่อยกันมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะ”