ผลสรุปเรื่องงานเลี้ยงท่าชิงจบลงอย่างขอไปที แม้ว่าชื่อเสียงของเหยียนจื่อหลิงจะไม่ได้เป็นที่รู้จักไปทั่ว ทั้งยังไม่ถูกผู้คนพากันจับคู่เหมือนชาติก่อน ทว่าเมื่อเทียบความโดดเด่นกันแล้ว เหยียนจื่อม่อซึ่งเป็นบุตรสาวสายตรงตัวจริงกลับไม่ได้รับเสียงเชยชมจากพวกผู้ดีมีตระกูลสักนิด
ครั้นเจี่ยนซื่อได้ฟังคำเล่าลือจากภายนอก แจกันกระเบื้องเคลือบสลักลายวิจิตรในมือพลันถูกนางเขวี้ยงอย่างแรง เหยียนจื่อม่อซึ่งเข้ามาคารวะจึงเห็นภาพนี้เข้าพอดี
“ม่อเอ๋อร์มาแล้ว!”
เจี่ยนซื่อรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มขณะหันมาส่งสายตาให้พวกสาวใช้ข้างกาย ทว่าเหยียนจื่อม่อกลับไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาคิดมากนัก คำนินทาว่าร้ายภายนอกนั่นจะไม่ลอยมาเข้าหูนางบ้างเลยได้อย่างไร
รอจนสาวใช้เก็บกวาดพื้นเรียบร้อย นางค่อยเดินไปนั่งข้างมารดาโดยไม่แยแสสายตาไม่พอใจที่จับจ้องนางตลอดเวลาบนใบหน้ากลมของเหยียนจื่ออวี้ ราวกับการนั่งข้างเจี่ยนซื่อเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
“นั่นมันที่นั่งของพี่หญิงสี่”
เจี่ยนซื่อเห็นบุตรสาวทำตัวใกล้ชิดสนิทสนม ในใจกำลังเปี่ยมด้วยความยินดี นึกไม่ถึงว่าจะถูกคำพูดของบุตรชายทำเสียอารมณ์เอาได้ ขณะจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เหยียนจื่อหลิงพลันเดินเข้าประตูมาอย่างไม่รีบร้อน นางจึงต้องกลืนคำพูดลงไปในที่สุด
เหยียนจื่อม่อไม่มองเหยียนจื่ออวี้แม้แต่แวบเดียว ตอนเหยียนจื่อหลิงกล่าวทักทายก็เพียงพยักหน้ายิ้มๆ ให้เท่านั้น ท่าทางดูไร้ชีวิตชีวาอยู่บ้าง
เจี่ยนซื่อทราบว่านางไม่สบายใจเพราะคำพูดของบุตรชายคนเล็กจึงไม่ว่ากล่าวอะไรให้มากความอีก กลับเป็นเหยียนจื่ออวี้ที่เหลือบมองนางแวบหนึ่งแล้วแค่นเสียงเย็น ก่อนจะกล่าวกับเหยียนจื่อหลิงด้วยไมตรี “พี่หญิงสี่ ท่านมานั่งข้างข้านี่ อวี้เอ๋อร์คิดถึงท่านมากเลย”
“พี่หญิงสี่ก็คิดถึงอวี้เอ๋อร์!”
เหยียนจื่อหลิงยิ้มพลางเดินไปนั่งข้างเหยียนจื่ออวี้ นางจะไม่ทราบได้อย่างไรว่าเขากำลังหาทางลงให้ ในเมื่อด้านข้างเจี่ยนซื่อไม่มีที่เหลือพอสำหรับตนเองแล้ว
...หากเจี่ยนซื่อมีท่าทีเช่นนี้ตอนเหยียนจื่อม่อกลับมา เหยียนจื่อหลิงยังพอเข้าใจได้ ทว่าด้วยเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้นางกระจ่างแจ้ง สำหรับเจี่ยนซื่อแล้ว อย่างไรตนก็ไม่อาจเทียบกับเหยียนจื่อม่อได้เลย
มื้อเช้าที่เรือนชิงจู๋ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไรนัก เมื่อไปโถงศึกษาเหยียนจื่อหลิงจึงมีสีหน้ามึนตึงอยู่ตลอด ขณะที่เหยียนจื่อม่อก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน จวบจนเด็กสาวทั้งหลายทยอยกันเข้าห้องโถงมา บรรยากาศอึมครึมภายในถึงได้แปรเปลี่ยนไป
“พี่หญิงรองจะไม่มาแล้วจริงหรือ”
เหยียนฟางอาศัยว่าอายุยังน้อย จึงเอ่ยถามโดยไม่สนใจอะไรมากนัก คุณหนูตระกูลเหยียนที่เหลือต่างตวัดสายตามองไปทางเหยียนจื่อม่อ ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่เคยเข้มงวดกับบุตรสาวสายรองมาก่อน ทว่าคราวนี้กลับสั่งกักบริเวณเหยียนฉิงอย่างเคร่งครัด เห็นชัดว่านางให้ความสำคัญต่อบุตรสาวสายตรงที่เพิ่งหาตัวกลับมาได้ผู้นี้มากเพียงใด
เมื่อก่อนต่อให้เหยียนฉิงกับเหยียนจื่อหลิงกระทบกระทั่งขัดแย้งกันหลายต่อหลายครั้ง ฮูหยินผู้ซึ่งกุมอำนาจในจวนโหวกลับไม่เคยยื่นมือเข้ามายุ่งเกินความจำเป็น ถึงอย่างไรยังมองว่าในฐานะผู้ใหญ่ ตนเองย่อมไม่ควรถือสาเอาความกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่คราวนี้ฐานะอะไรกลับไม่สนอีกแล้ว
เหยียนจื่อม่อย่อมรู้สึกได้ถึงสายตากวาดสำรวจที่ผ่านร่างไปอย่างรวดเร็ว ทว่านางกลับยังสงบนิ่งไม่ไหวติงประหนึ่งไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับตนสักนิด สุดท้ายผู้คนก็หมดสนุกและล้มเลิกล้มความคิดต่างๆ ในใจกันไป
เมื่อเหยียนจื่อม่อกลับจากโถงศึกษามาถึงศาลาลั่วเสวี่ย เด็กสาวหลายคนกำลังสุมหัวพูดคุยซุบซิบอะไรบางอย่างด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ หลังจากเห็นนางกลับมาก็รีบปิดปากสนิท สีหน้าท่าทางมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด
“มีอะไรกัน”
เรียวคิ้วงามขมวดมุ่นเล็กน้อย เหยียนจื่อม่อเชิดหน้าพร้อมแววตาคมกริบ ยามอยู่ต่อหน้าบรรดาเจ้านายตระกูลเหยียนนางอาจสงวนท่าทีอยู่บ้างเพื่อไม่ให้ใครมองเห็นเจตนาที่ซุกซ่อนเอาไว้ ทว่าเมื่ออยู่กับเด็กๆ เหล่านี้นางไม่จำเป็นต้องเก็บอาการ และมักใช้ไม้อ่อนสลับไม้แข็งจัดการอย่างเหมาะสมอยู่เสมอ