การต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือดหงเอ๋อหลังจากผ่านการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ขนบางส่วนเริ่มลุกเป็นไฟแสดงคุณสมบัติธาตุไฟที่ร้อนแรง ทำให้อุณภูมิทั้งค่ายทหารร้อนจัดหากเข้าใกล้หงเอ๋อด้วยระดับหลอมรวมลมปราณอาจหลอมละลายโดยทันทีได้ส่วนราฟาเอลก็แผ่ความเย็นจัดออกมาทำให้พื้นสนามต่อสู้บางส่วนเป็นน้ำแข็งแต่พลังของราฟาเอลนั้นยังห่างจากหงเอ๋ออยู่มาก น้ำแข็งจึงกินพื้นที่เพียงเล็กน้อย
ปราณกระบี่ของจางเฉินกระแทกนักรบปราณคนหนึ่งไปไกลชนกับเสาอาคารหลังหนึ่งอาคารทรุดตัวลงทันที เสียงดังโครมคราม ทหารเพิ่งเห็นจางเฉินในชุดเกราะเต็มชุดแสดงตัวออกมาชุดที่เปื้อนเลือดทั้งตัว บวกกับตัวชุดที่เป็นสีดำแดงทำให้เหล่าทหารรู้สึกถึงความกลัว พลังวิญญาณที่แผ่ของมาก็กดดันเป็นอย่างมาก
“เจ้าเป็นคนนำสัตว์อสูรเหล่านี้มาใช่ไหม ทำไมเจ้าถึงมีเป้าหมายที่สกุลมู่ เราคือตระกูลอันดับหนึ่งอาณาจักรจินฟูเจ้าอย่าคิดว่าจะหนีพ้นจากหนี้แค้นครั้งนี้”มู่หยงเลี่ยนกัดฟันเดินออกมาพูดเสียงดังไปที่จางเฉิน
จางเฉินสะบัดปราณดาบทั้งสี่รวมเป็นชิ้นเดียวกระแทกเป็นแนวขวางไปที่กลุ่มคนมีเพียงมู่หยงเลี่ยนเท่านั้นที่สามารถยกกระบี่แผ่พลังปราณต่อด้านได้ คนที่เหลือล้วนกระเด็นไปจนติดกำแพง
หงเอ๋ออาศัยจังหวะชุลมุนกระพรือปีก อ้าปาก อักษรรูนไฟและวงล้ออาเรย์เวทมนตร์เกิดขึ้นแล้วยิงไฟไปที่กลุ่มของมู่หยงเลี่ยนทันที
บูม บูม บูม
มีเพียงมู่หยงเลี่ยนเท่านั้นที่รวบรวมลมปราณสร้างเกราะป้องกันเพื่อหลบหลีกได้คนที่เหลือต่างถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน สนามรบเหลือเพียงจางเฉินกับมู่หยงเลี่ยน นักรบปราณสองคนกับราฟาเอลและหงเอ๋อทหารของตระกูลมู่นั้นตกตายหมดสิ้นจากไฟ และการต่อสู้ของสัตว์อสูรทั้งสองตัว
มู่หยงเลี่ยนกำกระบี่แน่นกระอักเลือดออกมาไหลไปตามมุมปาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งทหารเกือบพันคนของตระกูลมู่จะถูกทำลายด้วยคนเพียงคนเดียว
“ข้าขอสู้ตาย”
มู่หยงเลี่ยนรวบรวมพลังปราณปลดปล่อยเพลงกระบี่ขยี้พสุธา เขาทุ่มอย่างสุดตัวเป้าหมายคือจางเฉิน
บูม บูม
จางเฉินปลดปล่อยปราณดาบเพื่อต่อต้านเขากระเด็นไปจนติดกำแพงกระอักเลือดไหลออกมาที่มุมปากเช่นกัน ตอนแรกเขาคิดว่ามู่หยงเลี่ยนจะเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการแต่พอได้ต่อสู้รับรู้พลังของอีกฝ่าย มันเกินความคาดหมายของจางเฉินมาก
“ระดับหลอมรวมลมปราณขั่น 9เพียงก้าวเดียวจะถึงนักรบปราณ?”
“เจ้าแค่ระดับหลอมรวมลมปราณขั่น2 วันนี้เจ้าต้องจบชีวิตที่นี้”
“เพลงกระบี่ดับภูผา”
ด้วยกระบวนท่าของมู่หยงเลี่ยนเกิดเป็นภาพภูเขาลูกใหญ่กดทัพลงมาที่จางเฉินและพุ่งเข้าทำร้ายจางเฉินด้วยความกดดันที่รุนแรงมากจางเฉินไม่อาจรับกระบวนท่านี้ได้แน่นอน
“หม้อเก้ามังกร ออกมา”
ตูม ตูม
พลังกระบี่ภูผาดับสูญปะทะเข้ากับหม้อเก้ามังกรทำให้จางเฉินกระอักเลือดอีกหนึ่งครั้ง ถ้าไม่มีหม้อเก้ามังกรเขาอาจจะตายไปแล้วเป็นการโจมตีที่ทรงพลังมาก
หงเอ๋อรวบรวมพลังก่ออักษรรูนอีกครั้ง แล้วปล่อยเวทย์ไฟขนาดใหญ่ใส่นักรบปราณนักรบปราณนั้นเนื่องจากการต่อสู้มาอย่างยาวนานไม่อาจที่จะรักษาพลังปราณได้อีกจึงเป็นเถ้าถ่ายไปในครั้งนี้หงเอ๋อจึงรีบมาช่วยจางเฉินทันทีกระแทกปีกเป็นพลังพายุหมุนรุนแรงพุ่งไปที่มู่หยงเลี่ยน
ตูมม
จางเฉินอาศัยจังหวะที่มู่หยงเลี่ยนถูกกระแทกจากพลังลม ใช้ท่าเท้าท่องเมฆาเข้าประชิดตัวมู่หยงเลี่ยนแล้วสะบัดดาบตัดคอมู่หยงเลี่ยน เลื่อดไหลกระฉูด ตายทันที
ทางด้านราฟาเอลนั้นการต่อสู้ยังสูสีอยู่มาก แต่ความเย็นเริ่มเข้ากัดกร่อนผิวหนังและลมปราณของนักรบปราณแล้วการตอบสนองจึงช้าไปมาก ไม่นานก็โดนกระบองของราฟาเอลฟาดจนกระดูกแขนหัก แล้วฟาดไปที่หัวตายไป
“ศึกนี้หนักมากถ้าไม่มีพวกเจ้าทั้งคู่ข้าคงตายไปแล้ว”
จางเฉินเดินไปลูกหัวของหงเอ๋อ พอราฟาเอลเดินมาก็ลูบหัวด้วยความรักเช่นกัน
“ทำไมโสมพูดได้แต่พวกเจ้าพูดไม่ได้ ขนาดโสมเล็กๆ ที่เพิ่งเกิดยังมีเสียงเล็กๆ น้อย อุอิ ตะมุตะมิ”
จางเฉินแอบสงสัยมาสักพักหนึ่งแล้ว เพราะกรีนและโสมต่างก็พูดได้หรืออาจเป็นเพราะความเป็นอสูรพฤกษา ไม่มีความสามารถต่อสู้ธรรมชาติจึงให้ความสามารถด้านการเรียนรู้และสื่อสารมามากกว่า
จางเฉินเดินสำรวจตามซากค่ายทหาร พบแหวนมิติ 5 วง สมบัติอื่นๆคิดว่าน่าจะอยู่ที่ตระกูลมู่ ไม่ได้เก็บไว้กับค่ายทหารมีเพียงพวกแหวนมิติที่พกประจำของพวกนักรบปราณเท่านั้น
จางเฉินเปิดข้อห้ามในแหวนทั้งห้าวงเพื่อสำรวจล้วนเต็มไปด้วยยา สมุนไพรหินวิญญาณมากมาย โดยเฉพาะมู่หยงเลี่ยนมีหินวิญญาณระดับกลางกว่าสองหมื่นก้อน
พวกเรากลับกันเถอะ จางเฉินป้อนสมุนไพรให้กับราฟาเอลและหงเอ๋อเพื่อช่วยฟื้นตัวส่งราฟาเอลเข้ามิติแล้วกระโดดขึ้นหลังหงเอ๋อเพื่อเดินทางกลับสมาคมเภสัชกร
ท้องฟ้ายังมืดอยู่จางเฉินแอบกลับเข้าเมืองพร้อมกับหงเอ๋อ แล้วกระโดดหลบเข้าไปตึกสมาคมเภสัชกรทันทีตรวจสอบการฟื้นตัวของจางต้าไห่เสร็จแล้ว เขาก็กลับห้องตนเองเพื่อพักผ่อน